คนบางคนเกิดมาเพื่อให้เรารัก แต่ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นของเรา
Group Blog
 
All Blogs
 
ยัยตัวจุ้น ป่วนหัวใจนายคาสโนว่า ตอนที่ 5 ทำงานร่วมกัน

--- ตอนที่ 5 ---

ฉันเปิดคอม เช็คเมล์เพลินๆ เหลือบดูนาฬิกาที่อยู่มุมขวาล่างบนหน้าจอ Laptop ก็ต้องตกใจ เนื่องจากจะ 9 โมงครึ่งแล้วน่ะสิ ดีนะที่เฉลียวมองเนี่ย ถ้าเกิดว่าเข้าห้องเย็นสายไปนิดเดียว เดี๋ยวหมอนั่นได้หาเรื่องฉันแน่ พับ Laptop เก็บข้าวของ แล้วรีบเข้าห้องเย็นดีกว่า สงสัยวันนี้คงต้องอยู่ในนั้นทั้งวันแน่ T_T คิดแล้วเซ็งจิต

ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
“ครับ”
แอ๊ดดดด

“สวัสดีค่ะคุณภีม... เมื่อเช้าได้ยินว่าคุณไปเตะโดนที่กั้นเหล็กเหรอคะ ^O^ แล้วตอนนี้อาการเป็นไงบ้างคะ หายเจ็บหรือยัง”
นี่เป็นประโยคแรกเลยค่ะ ที่ฉันทักทายหมอนั่น หลังจากเปิดประตูห้องเข้าไป แหม ก็ขอเยาะเย้ยให้สะใจหน่อยเหอะ แต่ฉันก็ต้องเขยิบถอย เมื่อเห็นหมอนั่นลุกขึ้นยืน แล้วมองหน้าฉันพร้อมทั้งยิ้มที่มุมปากอย่างคนเจ้าเล่ห์
“คุณภีม ถ้าคุณไม่อยากให้ขาอีกข้างหนึ่งเป็นแบบเมื่อเช้าล่ะก็ กรุณาอย่าเข้ามาใกล้ฉันในรัศมี 2 เมตรค่ะ”
“แหมคุณ ผมยังไม่ได้ก้าวขาออกจากตรงนี้เลยนะ คุณคิดว่าผมอยากจะทำอะไรผู้หญิงหน้าตาอย่างคุณหรือไง”
“ก็ไม่รู้สิคะ ฉันก็ต้องป้องกันตัวเองไว้ก่อน เพราะว่าคุณเกือบจะทำฉันมา 2 ครั้งแล้ว ดีนะที่สมองฉันสั่งการเร็ว”
“โอเคครับ เอาเป็นว่าผมจะอยู่นิ่งๆตรงนี้ละกัน ไม่งั้นวันนี้เราคงไม่ได้ทำงานกันแน่... เชิญนั่งสิครับ”
“ดีค่ะ แล้วไหนล่ะคะ งานที่คุณจะให้ฉันทำ”
“อ่อ นี่ครับ เอกสารชุดนี้ จะเป็นรายละเอียดของเกมส์ทั้งหมด”

ฉันรับเอกสารมาจากหมอนั่น เมื่อเห็นหัวเอกสารก็ต้องตกใจ ก็จะอะไรล่ะ นี่มันเป็นชื่อบริษัทที่พี่ธันทำงานอยู่นี่นา ทำไมบังเอิญขนาดนี้ แล้วทำไมพี่ธันไม่เห็นบอกเราเลย ว่ามาจ้างให้บริษัทเราคิดโฆษณาให้

“งานนี้เราควรจะรายงานความคืบหน้าของงานทุกอาทิตย์ เพราะว่าถ้าเค้ายังไม่ค่อยพอใจผลงาน เราจะได้แก้ไขทัน”
“ค่ะ แล้ว...จะให้ฉันนั่งทำงานตรงไหนดีคะ”
“อ่อ บนตักผมนี่ก็ได้ครับ”
“เอ๊...นี่คุณ...” คนอะไร๊ พูดยังไม่ทันขาดคำ ลามกอีกแล้ว
“อ้าว คุณไม่ขำเหรอครับ ว้า มุกผมคงจะใช้ไม่ได้ซะแล้ว...นั่งที่โซฟารับแขกก็ได้ครับ หรือถ้าคุณไม่สะดวก เดี๋ยวผมให้แม่บ้านเอาโต๊ะกับเก้าอี้ตัวเล็กในห้องครัวมาให้”
“ไม่เป็นไรค่ะ ที่โซฟาก็ได้ ฉันน่ะ นั่งตรงไหนก็ได้ ที่ไม่ได้ใกล้คุณ”

ตลอดเช้านี้ ฉันกับหมอนั่นสงบศึกกันชั่วคราว เนื่องจากว่างานต้องมาก่อน พวกเราทำงานกันอย่างราบรื่นค่ะ ฉันก็นั่งทำงานที่โซฟารับแขก ส่วนหมอนั่นก็นั่งทำงานที่โต๊ะของตัวเอง ไม่ได้มายุ่งวุ่นวายกับฉัน และแล้วท้องเจ้ากรรมฉันก็ร้องขึ้น ฉันเลยมองดูนาฬิกาข้อมือ อ้าว เที่ยงแล้วนี่หว่า มิน่า ท้องเลยร้อง

“นี่คุณ เที่ยงแล้ว ผมหิวอ่ะ ไปกินข้าวกันเหอะ” เหมือนหมอนั่นจะได้ยินเสียงท้องฉันร้องแฮะ
“ขอบคุณคาสโนว่าอย่างคุณนะคะที่ให้เกียรติชวนฉันกินข้าว แต่ใครบอกกันคะว่าฉันจะไปกินข้าวกับคุณ เชิญคุณไปกินกับสาวๆของคุณเถอะ”
“ก็นี่ไง ผมก็ไปกินกับคุณไง หรือคุณไม่ใช่ผู้หญิง เชื่อดิ ถ้าออกไปตอนนี้ ไม่มีใครอยู่หรอก เค้าคงไปกินกันหมดแล้วคุณ”
“ถึงเค้าจะไปกินกันหมดแล้ว ฉันก็ไม่ไปกินกับคุณหรอก ฉันกินคนเดียวยังมีความสุขกว่าอีก ว่าแล้ว ฉันก็ขอตัวก่อนนะคะ ทานข้าวเที่ยงให้อร่อยนะคะ คุณภีม”

ฉันโบกมืออำลานายภีม ก่อนจะเปิดประตูห้องออกไป แต่เมื่อเปิดประตูออกไป ภาพที่เห็นตรงหน้าคือความว่างเปล่า มีแต่โต๊ะ กับเก้าอี้ทำงาน ผู้คนหายไปกินข้าวกันหมดแล้ว T^T

“เห็นไหมคุณ ผมบอกแล้วว่าเค้าไปกินกันหมดแล้ว ไปกับผมเหอะ อย่าเล่นตัวเลยน่า” หมอนั่นเดินเข้ามาทางด้านหลังฉัน โดยที่ฉันไม่รู้สึกตัว
“นี่คุณอยู่ห่างๆฉันเลยนะ ถ้าให้ฉันไปกินกับคุณ ฉันว่าฉันไม่กินดีกว่า”
“โอเค ผมอยู่ห่างๆคุณก็ได้ แต่คุณจะไม่กินข้าวเที่ยงน่ะไม่ได้” แต่หมอนั่นไม่พูดเปล่า เค้ายังดึงแขนฉันอีกด้วยอ่ะ
“เอ๊ะ นี่คุณ ปล่อยแขนฉันนะ นี่ๆๆๆ”

แต่การต่อต้านของฉันครั้งนี้ไม่เป็นผลสำเร็จค่ะ นายภีมยังคงดึงแขนฉัน ฉุดกระชากไปที่รถของเค้าจนได้ ทำไมแรงเยอะอย่างงี้น้า หรือว่าเพราะฉันหิวเนี่ย ฉันโดนจับโยนไปที่นั่งข้างคนขับ แล้วหมอนั่นก็ปิดประตูรถซะแรงเลย ฮือๆ ฉันต้องไปกับหมอนั่นจริงๆเหรอ แง๊ๆๆ แต่ในขณะนั้นฉันก็แอบคิดในใจว่า คนอย่างเค้าจะห่วงคนอื่นเป็นด้วยเหรอ หรือว่าเพราะฉันยังต้องทำงานให้เค้า ถ้าเกิดฉันเป็นอะไรไป เค้าคงกลัวว่างานจะไม่เสร็จสินะ

////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

ตลอดทางตั้งแต่นั่งรถไปที่ร้านอาหาร ทานข้าว แล้วก็นั่งรถกลับ ฉันไม่คุยกับหมอนั่นเลย ต่อให้หมอนั่นชวนฉันคุยก็ตาม เชอะ ฉันไม่อยากจะเสวนากับคนอย่างนายหรอกย่ะ เมื่อเราทั้งคู่กลับมาถึงบริษัท ฉันก็เดินนำลิ่วเลย อาหารกลางวันวันนี้ไม่อร่อยเลยสักนิดเดียว จริงๆร้านนี้ขึ้นชื่อมากเลยนะ แต่เป็นเพราะคนที่นั่งร่วมโต๊ะด้วย จึงทำให้อาหารไม่อร่อย

เมื่อฉันกำลังมุ่งหน้าอย่างเร่งรีบ เพื่อเข้าไปทำงานต่อในห้องของหมอนั่น ฉันก็ต้องสะดุด 1 จังหวะ เพราะว่าภาพตรงหน้า ฉันเห็นแอนออกมาจากห้องของหมอนั่น แล้วไม่รู้ว่าฉันรู้สึกไปเองหรือเปล่า เหมือนว่ามีอยู่แว่บนึง แอนจะมองหน้าฉันแบบไม่ค่อยพอใจ แต่เอ่ จะมองแบบนั้นทำไม ก็เราสองคนไม่มีอะไรขัดใจกันนี่นา แต่แล้วเสียงหมอนั่นก็เข้ามาทำลายความคิดฉัน

“คุณอรินดามีอะไรจะคุยกับผมหรือเปล่าครับ”
“อ๋อ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ พอดีว่าแอนเอากาแฟมาให้คุณภีมน่ะค่ะ... อืม...ว่าแต่สองคนนี้ไปกินข้าวกันมาเหรอคะ” แอนถามด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม สงสัยเมื่อกี้ฉันจะคิดไปเอง
“จ้ะ ก็พวกแอนอ่ะ ไปกินข้าวไม่ไปเรียกเลย ไม่รอด้วยอ่ะ”
“แอนก็จะไปเรียกแล้วล่ะจ้า แต่ว่าพี่กรบอกว่า คุณภีมกับเมคงจะเครียดกันอยู่ ปล่อยให้ทำงานกันไปดีกว่าน่ะ”
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ... คุณเมษาครับ คุณก็อย่ามัวแต่เมาท์ล่ะครับ งานรอคุณอยู่” แหม หมอนั่นได้ทีขี่แพะไล่เหรอยะ
“แอน งั้นเมไปก่อนนะ เซ็งคนบ้าอำนาจ ชิ” แต่สุดท้ายแล้วฉันก็จำใจต้องเข้าห้องเย็นโดยเร็ว แม้จะไม่อยากเข้าก็ตาม ไม่ได้ขี้เกียจหรอกนะ แต่ว่าไม่อยากเห็นหน้าหมอนั่นต่างหาก แต่ก่อนที่ฉันจะเดินออกมา แว๊บแรก ฉันเห็นสายตาแบบนั้นของแอนอีกแล้ว สงสัยว่าฉันทะเลาะกับหมอนั่นมากไปสมองฉันเบลอ เลยทำให้ตาฝาดหรือเปล่านะ (เกี่ยวกันไหมเนี่ย)

ตลอดบ่าย เราต่างคนต่างก็นั่งทำงานกันเหมือนเดิม จะมีพูดจากันบ้างก็แต่เรื่องงาน ส่วนเวลาไหนที่หมอนั่นกวนใส่ฉัน ฉันก็เงียบซะ ไม่อยากจะต่อความยาว เดี๋ยวพาลงานไม่เสร็จ ฉันนั่งทำงานเพลิน หันมองนาฬิกาข้อมืออีกที ตายแล้ว ห้าโมงแล้วนี่นา เก็บของดีกว่า เดี๋ยวพี่มิ้นท์มาถึงจะได้ขึ้นรถเลย

“นี่คุณ จะไปไหน งานยังไม่เสร็จเลยนะ”
“คุณ... ดูเวลาซะก่อนสิ นี่มันได้เวลาเลิกงานแล้วนะ” หมอนั่นจึงก้มมองดูที่นาฬิกาข้อมือของตัวเอง
“โอเค งั้นพรุ่งนี้ 9 โมงคุณก็เข้ามาทำงานที่ห้องนี้เลยนะ ผมไม่ได้ล๊อกห้อง” โฮะโฮะ พูดอะไรไม่ออกเลยล่ะสิยะ
“ถ้าอย่างนั้นวันนี้ฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ บ๊ายบาย” ชิ่งล่ะค่า

ฉันรีบชิ่งออกมาจากห้องเย็น แล้วก็รีบเอาของไปเก็บของที่โต๊ะ และเก็บเศษซากของเล็กน้อย เมื่อร่ำลาทุกคนเรียบร้อยแล้ว ก็รีบวิ่งออกมาหน้าบริษัท พอดีเวลากับที่รถของพี่มิ้นท์เข้ามา

“พี่มิ้นท์ พี่นนนี่ พี่สมบูรณ์ สวัสดีค่ะ” ฉันทักทายทุกคนหลังจากขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว
“ต๊ายย น้องเม ไม่เจอกันนาน สวยขึ้นนะคะเนี่ย” คำพูดแบบนี้ พี่นนนี่เลยค่ะ
“แหม ชมกันแบบเนี้ย เมไม่มีอะไรให้นะคะ อิอิ”
“น้องเมก็ พี่นนนี่ชมจากใจนะค๊า หึ งอนแล้ว”
“โอ๋ๆๆ อ่ะแต่ช้าแต่ งั้นเดี๋ยวเมเลี้ยงไอติมพี่นนนี่เป็นการถ่ายโทษดีไหมคะ”
“โหย น้องเม ไม่ต้องเอาของกินมาล่อเลยนะ งั้นพี่นนนี่ขอเป็นสตอเบอร์รี่ซันเดย์แล้วกันนะ อ้อ แต่ไม่เอาวิปครีมนะคะ พี่กลัวอ้วน” พี่นนนี่พูดจบ ทุกคนก็หัวเราะกันเลยล่ะค่ะ
“ว่าแต่ พี่มิ้นท์คะ จะตัดชุดจริงๆเหรอคะ”
“ทำไมเหรอจ๊ะ น้องเม ไม่มั่นใจฝีมือการออกแบบชุดของพี่เหรอ ลืมไปแล้วเหรอว่าพี่จบแฟชั่นดีไซน์เชียวน้า”
“โหย เมดีใจด้วยซ้ำค่ะ ได้ใส่ชุดที่พี่มิ้นท์ออกแบบเนี่ย แต่เมกลัวร้านเค้าจะตัดให้ไม่ทันน่ะค่ะ”
“อ๋อ เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงหรอกจ้ะ พี่มีร้านฝีมือดี แล้วก็รับรองว่าเสร็จทันงานวันเสาร์นี้แน่ๆ”
“ ค่ะ ^^ เอ่ ว่าแต่เมขอดูแบบชุดหน่อยได้เปล่าอ่ะคะ”

หลังจากฉันพูดจบ พี่มินท์ก็ค้นอะไรกุกกักๆ ในกระเป๋าเอกสารอยู่สักพัก ก็ยื่นแบบชุดให้ฉันดู โอ้โฮ ชุดสวยมากเลยค่ะ เป็นชุดเดรสสีชมพู กระโปรงยาวประมาณเข่า สายเดี่ยว ผูกโบว์ที่บ่า กระโปรงพองๆเล็กน้อย ด้วยล่ะค่ะ ดูหวานมากเลยค่ะ งานนี้ฉันได้เปลี่ยน look แล้ว แต่ติดตรงที่ว่ารู้สึกเสื้อจะเว้าไปหน่อยไหมเนี่ย เหอๆ

“ชุดสวยจังค่ะพี่มินท์”
“ตัดออกมาจะยิ่งสวยกว่านี้อีกจ้ะ เพราะว่าผ้าที่พี่จะใช้ เป็นพวกผ้าไหมน่ะจ้ะ ส่วนท่อนกระโปรงก็เป็นผ้าไหมด้านใน แล้วก็มีผ้าแก้ว 3 ชั้นอยู่ด้านนอก ตรงที่คาดเอว ก็จะใช้ผ้าชีฟองน่ะ”
“สุดยอดเลยค่ะพี่มิ้นท์”
*****************************************
โปรดติดตามตอนต่อไป
เม้นกันมาเยอะๆนะคร๊า


Create Date : 17 ธันวาคม 2550
Last Update : 17 ธันวาคม 2550 23:08:18 น. 0 comments
Counter : 157 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

MysteryGirl
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add MysteryGirl's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.