คนบางคนเกิดมาเพื่อให้เรารัก แต่ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นของเรา
Group Blog
 
All Blogs
 
ยัยตัวจุ้น ป่วนหัวใจนายคาสโนว่า ตอนที่ 6 Feel Good

เรามาถึงร้านกันแล้วค่ะ เชื่อแล้วค่ะว่าต้องตัดให้ได้ทันแน่ๆ เพราะว่าร้านนี้ดูหรูหรา ไฮโซมาก เต็มไปด้วยภาพเจ้าบ่าว เจ้าสาว แล้วก็ชุดแต่งงาน ชุดราตรีสวยๆต่างๆ พี่เจ้าของร้านออกมาต้อนรับพวกเราอย่างสนิทสนม

“สวัสดีค่ะ คุณมิ้นท์ วันนี้ว่างเหรอคะถึงมาที่ร้านได้ มีอะไรให้พี่ช่วยหรือเปล่าคะ”
“สวัสดีค่ะ พี่จูน มิ้นท์จะมาตัดชุดไปงานเลี้ยงน่ะค่ะ ตัดของมิ้นท์เอง กับของน้องเม... อ้อ ลืมแนะนำค่ะ นี่น้องเม น้องสาวธันวาน่ะค่ะ” พี่มินท์แนะนำฉันให้รู้จักกับพี่เจ้าของร้าน
“ไม่เคยเห็นหน้าเลยนะคะเนี่ย หน้าตาดีเหมือนพี่ชายเลยนะคะ”
“ขอบคุณค่ะ” ชมกันแบบนี้ฉันก็เขินแย่สิ >///<

เมื่อพูดคุยกันได้สักพัก พี่มิ้นท์ก็เอาแบบเสื้อให้ดู แล้วพวกช่างก็มาวัดตัวฉัน แต่ฉันก็ยังงงอยู่ดีว่าจะเป็นไปได้เหรอ มีเวลาแค่ 3 วันเอง แต่ก็นะพี่มิ้นท์บอกว่าไว้ใจได้ก็โอเค

เมื่อเราวัดตัวกันเรียบร้อยแล้ว พี่มิ้นท์บอกว่าจะพาไปเดินหาซื้อพวกเครื่องประดับอื่นๆ กัน เราก็มาถึงห้างแห่งหนึ่ง ไม่ใกล้ไม่ไกลจากตรงนั้นเท่าไหร่ แต่มีแต่ของแพงๆ ดูหรูหราขาย พี่มิ้นท์ กับพี่นนนี่ ช่วยกันเลือกพวก กระเป๋า เครื่องประดับให้เข้ากับชุดของฉัน แล้วก็ของพี่มิ้นท์ จนตอนนี้พวกเรา 3 คน ก็มาหยุดกันอยู่หน้าร้านรองเท้าแล้วค่ะ

ฉันเดินวนไปวนมาเพื่อดูหาคู่ที่ชอบ แล้วคิดว่าจะเหมาะกับชุดนั้น แต่แล้วก็ไม่ทันพี่มิ้นท์ เพราะพี่มิ้นท์เดินมาพร้อมกับมีรองเท้าส้นสูง เป็นแบบสายเล็ก แล้วก็รัดส้น สีชมพูอ่อน
“น้องเม ลองคู่นี้ดูสิจ๊ะ”
“เอ่อ พี่มิ้นท์คะ เมต้องใส่ส้นสูงด้วยเหรอ ไม่ใส่ไม่ได้เหรอคะ แบบว่าเมใส่ไม่เป็นอ่ะค่ะ แล้วเมก็ซุ่มซ่ามด้วย”
“ไม่ได้เด็ดขาดจ้ะ การใส่ส้นสูงเนี่ยมันจะทำให้เราดูสง่าขึ้นนะ สงสัยว่าเราจะต้องมาหัดกันแล้วล่ะ”
“เง้ออออ พี่มิ้นท์ท์ท์ท์”

พี่มิ้นท์พูดจบก็เดินไปจัดการเลือกรองเท้าที่ส้นสูงเท่ากับคู่สีชมพูอีกคู่นึง แต่ว่าคู่นี้เป็นคู่สีดำ แล้วฉันก็ต้องจำใจยอมวัดไซส์เท้า และต้องจำใจให้พี่มิ้นท์ซื้อรองเท้าสองคู่นี้ แล้วฉันจะใส่รอดไหมเนี่ย ยัยเมษาเอ๊ยยย

เช้าวันรุ่นขึ้น

วันนี้ฉันไปทำงานด้วยลุคใหม่ เนื่องจากว่าฉันจะต้องใส่ส้นสูง ชุดปกติที่ฉันใส่ไปทำงานทุกวันไม่เข้ากับส้นสูง สงสัยใช่ไหมล่ะคะว่าฉันแต่งตัวยังไงไปทำงาน ก็เสื้อยืด มีเสื้อแจ๊กเก็ตพอดีตัวคลุมทับ แล้วก็กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ นี่แหล่ะค่ะสไตล์ฉัน แต่วันนี้ฉันได้ชุดของพี่มิ้นท์มาใส่ เป็นเสื้อแฟชั่นกับกางเกงขาสามส่วน (บริษัทนี้แต่งได้ตามใจชอบค่ะ แต่ถ้าไปพบลูกค้าก็ต้องแต่งให้เรียบร้อยน่ะค่ะ) วันนี้ฉันออกจากบ้านด้วยอาการเขินๆ ก็คนมันไม่เคยแต่งตัวแบบนี้อ่ะ รู้สึกไม่มั่นเลย แต่ก็เอาฟระ อยากสวยก็ต้องทน วันนี้ฉันต้องผ่านพ้นไปให้ได้ (ทำอย่างกับไปออกรบ)

ฉันขับรถมาด้วยเท้าเปล่า เมื่อมาถึงหน้าบริษัท ฉันก็หยิบรองเท้าส้นสูงคู่ที่เพิ่งซื้อเมื่อวานมาวางไว้กับพื้น ใส่รองเท้าเรียบร้อย ฉันก็ลุกขึ้นยืน ปิดประตูรถเรียบร้อย และตอนนี้กำลังยืนทำใจเพื่อจะก้าวขาอยู่ เมื่อก้าวขาไปได้ประมาณ 3-4 ก้าว ฉันก็ได้ยินเสียงของนายภีมมาจากทางด้านหลัง

“นี่คุณ เมื่อเช้ากินยาผิดขนานมาเหรอครับ วันนี้แต่งตัวผิดแปลกกว่าทุกวัน แถมใส่ส้นสูงซะด้วย เอ่ ว่าแต่วันนี้ไม่มีสารถีมาส่งเหรอครับ” หมอนั่นพูดพร้อมกับมองสำรวจฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าเลย
“ -*- มันก็เรื่องของฉัน” รีบเดินหนีดีกว่า

ฉันเดินไปจะถึงขั้นบันไดสองขั้น หน้าประตูออฟฟิส เมื่อก้าวขาขึ้นขั้นแรก 1 ข้างยังไม่เป็นไร แต่ก้าวอีกข้างขึ้นไปนี่สิ ส้นรองเท้าเจ้ากรรมดันไปติดอยู่ตรงขอบขั้นบันไดแล้วฉันก็เลยขาพลิกลงมายังบันไดขึ้นแรก นายภีมที่เดินตามมาติดๆ รับตัวฉันไว้ได้

“นี่คุณ จะแต๊ะอั๋งฉันเหรอ ปล่อยนะ”
“อ้าวคุณ ผมก็หวังดี เห็นคุณจะล้ม งั้นผมปล่อยล่ะ”

หมอนั่นพูดจบ ปล่อยตัวฉันทันที ฉันก็เลยเซเล็กน้อย เมื่อตั้งตัวได้ ฉันก็กำลังจะก้าวขาอีก แต่แล้ว

“โอ๊ย...” เท้าฉันปวดไปหมดเลย หมอนั่นก็เลยเข้ามาประคองฉันอีกรอบ
“สงสัยผมต้องอุ้มคุณเข้าไปแล้วล่ะ” พูดด้วยสีหน้าจริงจังเชียว
“เฮ้ย คุณ ไม่ต้องก็ได้ ฉันเดินเองด้ายยยยยย”

หมอนั่นไม่ฟังที่ฉันพูดเลย ตอนนี้ตัวฉันพาดอยู่บนบ่าของเขาเรียบร้อยแล้ว เมื่อเขาแบกฉันเดินเข้าไปในบริษัท สายตาของทุกคนจ้องมาทางฉันกับเขาอย่างแปลกใจ ตอนที่เขาเข้ามาประคองฉัน แว่บนึงฉันรู้สึกว่าแววตาของเขาที่มองมาทางฉันมีแววตาอบอุ่นซ่อนอยู่ หรือว่าฉันจะตาฝาดล่ะมั้ง
และตอนนี้ฉันก็ถูกโยนลงที่โซฟาเรียบร้อยแล้วค่ะ T_T

“นี่คุณ รู้ว่าใส่รองเท้าแบบนี้ไม่ได้แล้วยังจะใส่อีก”
“มันก็เรื่องของฉัน”
“เช้านี้คุณพูดเป็นอยู่ประโยคเดียวเหรอ”
“เปล่า”
“เฮ้อ ตามใจคุณแล้วกัน”

เมื่อพูดจบ หมอนั่นก็เดินออกจากห้อง หายไปสักพัก เขาก็กลับมาพร้อมกับกำอะไรอยู่ในมือก็ไม่รู้ เขาเดินมาที่โซฟาที่ฉันนั่งอยู่ แล้วก็ยื่นสิ่งที่อยู่ในมือให้

“นี่คุณ ประคบน้ำแข็งไปก่อนนะ ส่วนนี่ยาแก้ปวด และก็ยาแก้อักเสบ ตอนนี้คุณจะนอนพักก่อนก็ได้นะ ผมอนุญาต” หมอนั่นยื่นผ้าเช็ดหน้าห่อน้ำแข็ง กับยาให้ฉัน
“เอ่อ...ขอบคุณค่ะ” เมษาอึ้งเลยค่ะงานนี้ ใครจะไปคิดผู้ชายหยิ่งๆ คาสโนว่าแบบเค้าจะสนใจคนอื่นด้วย

ฉันเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ แต่ที่ต้องตื่น เพราะว่าได้กลิ่นอาหารลอยมาเตะจมูกเต็มๆเลย แหม หอมจัง เมื่อฉันลืมตาขึ้นก็เห็นอาหารวางอยู่บนโต๊ะ ข้างโซฟาที่ฉันนอน

“แหม คุณนี่ช่างแสนรู้ เอ้ย รู้เวลาจริงๆเลยนะครับ ตื่นมาก็ได้กินเลย อาหารเพิ่งมาเมื่อกี้นี้เอง”
“ -*- คุณ ฉันคนนะคะ ไม่ใช่แมว อีกอย่าง คุณเอาอาหารมาวางไว้แถวนี้นี่”
“ฮ่าฮ่าฮ่า โอเคครับ เรามากินข้าวเที่ยงกันดีกว่า วันนี้ยังไงคุณก็ออกไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว กินเสร็จ เราได้ทำงานกันต่อ”
“ O_O ”
“อ้าวคุณ ทำไมทำหน้าเอ๋อแบบนั้นล่ะ”
“คุณหัวเราะแบบนี้เป็นด้วยเหรอ” ก็แหม เป็นครั้งแรกเลยล่ะค่ะที่ฉันเห็นเขาหัวเราะ เพราะปกติหมอนั่นจะแค่ยิ้มแบบเจ้าเล่ห์ เวลาหัวเราะแบบนี้ช่างน่ารักจัง (อ้าวๆ หลงเสน่ห์เขาแล้วยัยเมษา)
“อ้าวคุณหมายความว่าไงเนี่ย”
“แบร่”

และแล้วเราก็เริ่มลงมือกินข้าวกัน วันนี้ฉันมีความรู้สึกดีๆกับหมอนั่น คงเป็นเพราะวันนี้เขาไม่ทำตัวลามก และก็พูดจากวนประสาทฉันล่ะมั้ง แถมยังเป็นเจ้านายที่ดี คอยดูแลลูกน้องด้วยล่ะ เป็นอย่างนี้ได้ทุกวันก็คงจะดีนะ

เมื่อถึงเวลาเลิกงาน ซึ่งวันนี้ฉันเลิกงานช้ากว่าปกติ 1 ชั่วโมง เพื่อเป็นการชดเชยเวลาที่เสียไปเมื่อครึ่งวันเช้า (ชดเชยแค่ 1 ชั่วโมงเนี่ยนะ เหอๆ) ฉันรู้สึกว่าข้อเท้าฉันจะหายเป็นปกติแล้ว

“คุณ... ให้ผมไปส่งที่บ้านไหม”
“ไม่ต้องหรอก ฉันขยับข้อเท้าได้แล้ว ไม่เจ็บด้วย เพราะงั้นฉันกลับเองได้” แล้วฉันก็ขยับข้อเท้าให้หมอนั่นดู
“งั้น ให้ผมอุ้มคุณไปส่งที่รถดีไหม หึหึ”
“ผีความดีออกจากตัวอีกแล้วหรือไงคุณ ฉันอุตส่าห์มองคุณในแง่ดีมากขึ้นแล้วนะ” แหม คนกำลังจะขอบคุณ หมดกัน สุดท้ายหมอนี่ก็ยังคงลามกเหมือนเดิม
“อ้าว ไม่ฮาเหรอ ผมก็แค่หยอกคุณเล่นเท่านั้นเอง ฮ่าฮ่าฮ่า งั้นก็ขับรถดีๆละกันนะคุณ พรุ่งนี้ไม่ต้องใส่คู่นี้มาอีกล่ะ ไม่ใช่ผมห่วงคุณหรอกนะ ผมห่วงว่างานผมน่ะจะไม่เสร็จ ^___^ ”
“เหอะ...อ้อ แต่ยังไงวันนี้ฉันก็ขอบคุณคุณนะคะ” ฉันยิ้มให้หมอนั่น 1 ทีเป็นการขอบคุณก่อนจะเดินถือ laptop ออกจากห้องไป

เมื่อฉันออกมาข้างนอกห้อง ฉันก็เห็นแอนนั่งอยู่คนเดียวในแผนก ฉันเดินเอา laptop ไปวางที่โต๊ะแล้วจึงทักแอนขึ้น

“อ้าวแอน ยังไม่กลับอีกเหรอ”
“อืม แอนมีเรื่องอยากจะปรึกษาเมน่ะ ว่าแต่ เมรีบกลับบ้านหรือเปล่าจ๊ะ”
“อ๋อ ไม่รีบจ้ะ ว่าแต่มีเรื่องอะไรเหรอ”
“แอนว่าเราไปคุยกันที่ร้านกาแฟ ซอยใกล้ๆออฟฟิสดีกว่านะ ที่นั่นมีที่จอดรถด้วย”
“โอเคจ้า เดี๋ยวเจอกันนะ”
--------------------------------------------------------------------------------------
โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ


Create Date : 02 มกราคม 2551
Last Update : 2 มกราคม 2551 15:06:33 น. 0 comments
Counter : 167 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

MysteryGirl
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add MysteryGirl's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.