My Blog my life
Group Blog
 
All Blogs
 
เขาคิชกูฎ: ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ สำหรับนักแสวงบุญ

แสวงบุญ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เขาคิชกูฎ




ปีนี้เขาเปิดตั้งแต่ 11 กุมภาพันธ์ 2556 ถึง วันที่ 11เมษายน 2556

วันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม 2556 เวลา 23.00น.เราได้เดินทางโดยรถตู้ไปยังเขาคิชกูฎจำนวนคนร่วมเดินทางในวันนั้นมีทั้งหมด 11 คน การเดินทางครั้งนี้ทุกคนก็มีความมุ่งหวังอย่างเดียวกันคือ

การไปขอพร จากเขาคิชกูฎ ซึ่งมีความเชื่อกันว่าในหนึ่งปี เราจะสามารถขอพรได้ หนึ่งครั้ง และจะสมหวังตามที่เราตั้งใจ

แต่การจะไปขอพรให้ได้สมหวัง นั้นมีเคล็ดอยู่อย่างหนึ่งว่า ตลอดเส้นทางจากจุดเริ่มต้น คือที่ซื้อบัตรขึ้นรถครั้งแรก จนถึงการเดินเท้าไปยังเขาลูกพระบาทนั้นเราต้องขอพรเพียง ข้อเดียวเท่านั้น

คำเตือน !!! ระหว่างที่ขึ้นเขา ต้องระมัดระวัง เรื่อง “คำพูด”ให้มาก ควรสำรวมกิริยา และวาจา เพราะตลอดเส้นทางที่ขึ้นเขาเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์การจะพูดอะไร จึงต้องคิดให้ดีก่อน

ข้อแนะนำ ก่อนขึ้นเขา ควรนัดสถานที่เวลา และจุดนัดพบ ให้ดีก่อน เพราะบนยอดเขาไม่ค่อยมีสัญญาณ จะมีสัญญาณเป็นบางจุดหากพลัดหลงกันจะตามตัวลำบากมาก

ถ้าทำได้ แนะนำให้ติดหนังสือสวดมนต์ไปด้วยค่ะเวลาสวดมนต์บนเขาจะสงบมาก

ธูปจะซื้อติดไปเลยก็ได้ค่ะที่นั่นจะขายเป็นห่อใหญ่อย่างที่เราซื้อมาไหว้พระกันที่บ้าน

เส้นทางในการขึ้นเขาไปยังเขาลูกพระบาทจะแบ่งได้3 ทางค่ะ

1. จุดขึ้นรถที่แรกเราจะนั่งจากตีนเขาถึงไปยังเกือบกลางเขาค่ะ ก็จะถึงจุดขึ้นรถแห่งที่สอง

จุดที่สอง จะมีพระให้เรากราบไหว้เยอะค่ะ



ด้านนี้เป็นหินฟ้าผ่าค่ะ

เราสามารถสะเดาะร์เคราะห์ โดยใช้ธูปเกินอายุเราค่ะ









2. จุดขึ้นรถที่สองเราจะนั่งจากจุดนี้เพื่อไปยังลานพระสีวลีค่ะที่นี่จะมีแม่พระธรณีให้เรากราบไหว้ค่ะ

3. ลานพระสีวลีจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินเท้าค่ะเส้นทางนี้เราต้องเดินเท้าตลอด บางทีก็ชันมาก แทบเดินขั้นกันไม่ไหวยิ่งถ้าฝนตกลงมาแล้ว ถนนจะลื่นมาก เวลาเดินต้องระวังเป็นพิเศษค่ะ

ในวันที่เราไปน่ะคะอากาศค่อนข้างเป็นใจมาก ไม่มีแดดค่ะ หมอกลงเยอะตลอดทาง และพื้นก็ดูลื่นๆแต่โชคดีที่ไม่ลื่นมาก ค่ะ อากาศเย็น แต่ไม่หนาวมาก ตลอดเส้นทางเขาจะมีห้องน้ำให้เข้าเป็นระยะๆ ค่ะ ซึ่งสะดวกต่อการเดินทางมากเพราะไม่งั้นบางคนเกิดปวดท้องกะทันหัน คงต้องวิ่งรถลงมาจากเขากันแทบไม่ทันมีจุดบริการอาหารและเครื่องดื่มให้เราเป็นระยะค่ะ การเดินทางขึ้นในครั้งนี้หากใครกลัวความสูงแล้ว แนะนำให้หาคนไปคอยช่วยด้วยน่ะค่ะ ไม่งั้นเดินขึ้นไม่ได้แน่สำหรับฉันเองแล้ว ต้องยอมรับว่า แค่ขึ้นสะพานลอยก็ขาสั่นแล้วพอเดินขึ้นเขารู้สึกมึนๆ แต่ก็สามารถเดินขึ้นเขาได้ค่ะคงเพราะขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครอง

แต่ยังไม่หมดเท่านั้น

การขอพรให้ประสบความสำเร็จนั้นมีเคล็ดอยู่หลายอย่าง เราจะบอกเท่าที่เราเก็บรายละเอียดได้ค่ะผิดถูกประการใดก็บอกกล่าวกันได้

1. เราต้องขอพรเดียวอย่างเดียวตลอดทั้งเส้นทางเวลาเดินถ้ารู้สึกตัวว่า จะเดินไม่ไหว ให้ภาวนา พุธโธ หรือกำหนดสติตามที่เราเคยนั่งสมาธิค่ะ จะทำให้มีแรงพอให้เดินต่อได้ จะบอกว่าทุกตารางนิ้วของเขาคิชกูฎเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ การทำบุญ หรือทำสมาธิจะได้ผลเร็วกว่าที่อื่นๆ ค่ะ

2. เราต้องกราบไหว้พระทุกจุดตามที่เขากำหนด จะมีป้ายบอกว่า มีจุดไหนบ้างค่ะ เรียงลำดับให้เราซึ่งทุกจุดสำคัญหมด หากไม่ไหว้ตามนี้ เขาบอกว่า จะเดินทางไปขอพรไม่สำเร็จ

3. ต้องไหว้พระสีวลี ขอพรให้ท่านช่วยคุ้มครองเราให้ขึ้นไปที่ยอดเขาได้สำเร็จ



เ               เป็นจุดสุดท้ายแล้วที่เราสามารถจะใช้รถได้ ให้ไหว้ ก่อนเดินเท้าขึ้นไปถึงยอดเขา

4. ไหว้แม่พระธรณี ขอพรเหมือนเดิมค่ะให้เราขึ้นไปที่ยอดเขาได้สำเร็จ จุดนี้เราจะใช้ผ้าสามสีพันที่พระแม่ธรณีค่ะสำหรับการขอพรให้มีโชคลาภ เขาบอกว่า ถ้าเป็นผู้หญิงให้พันมือซ้ายเป็นผู้ชายให้พันมือขวา แล้วขอพรให้มีโชคลาภ จะได้ตามต้องการ (มีคนบอกกันว่าหากไม่ไหว้แม่พระธรณีแล้ว เวลาขึ้นเขาจะไปไม่ยอดเขา จะมีอาการมึนๆ งงๆไปได้ไม่ถึงตามที่ใจปรารถนา เพราะถือว่า ตลอดการเดินทางแม่พระธรณีจะเป็นผู้คุ้มครองเราตลอด อันนี้เราว่าจริงค่ะเพราะตัวเราเองเป็นคนที่ร่างกายไม่แข็งแรง หวั่นใจมากกลัวจะไปไม่ถึงยอดเขาและเขตผ้าแดงตามที่ตั้งใจไว้ก็บอกท่านเลย ตลอดทางบางช่วงเหนื่อยมาก จนถึงขึ้นไอเลยทีเดียว แต่สุดท้ายก็ไปปิดทองที่รอยพระพุทธบาทได้สำเร็จ และไปสุดเขตผ้าแดงกลับมาถึงบ้าน ขาก็ไม่ปวดเมื่อย ตอนแรกคิดว่า ขาจะบวมแล้วเพราะเคยเล่นกีฬาวิ่งไม่ไกลมาก แต่ขาปวดไปหลายวันสำหรับที่นี่แล้วไม่เป็นปัญหาเลยค่ะ อัศจรรย์ใจมากๆ เลย)


ระหว่างที่เดินขึ้นเขาจะมีจุดให้พักค่ะ



ตรงจุดนี้ค่ะ เราสามารถทำบุญ และพักผ่อนได้ มีห้องน้ำ อาหาร และบริการต่างๆ อยู่ที่นี่ค่ะ เป็นการพักระหว่างก่อนเดินทางขึ้นเขาต่อไปอีก


        จุดเด่นๆ บน ยอดเขา

รอยพระพุทธบาท




เสาเสมาธรรมจักร

ว่า กันว่า ใครที่ได้ทำบุญตรงนี้เกิดชาติหน้าต่อไป จะได้เป็นเศรณฐีทุกภพชาติ



รอยพระหัตถ์

อยู่ใต้ก้อนหิน ต้องมุดตัวเข้าไปดู แล้วเงยหน้าขึ้นมาค่ะ จะเห็นรอยพระหัตถ์



เรื่องเด่นๆที่เราอยากจะบอกทุกคนที่ไปเขาคิชกูฎว่า ห้ามพลาด เด็ดขาดคือ

1.เอากระเป๋าสตางค์ไปเจิมค่ะ มีหลายคนบอกว่า ใครได้เอากระเป๋าสตางค์ไปเจิมจะมีเงินทองไหลมาเทมาไม่ขาดสาย แม้อับจนที่สุด ก็ยังมีให้ใช้(อันนี้เดี๋ยวต้องรอดูไปเรื่อยๆ ค่ะ แต่หลายคนบอกว่า รอลุ้นอยู่ค่ะ)

2. สำหรับคนที่ป่วย อยากแนะนำให้ลงไปใต้เขาลูกพระบาทจะมีถ้ำพระฤาษีสามตนอยู่ใต้นั้น แต่ถ้ำค่อนข้างเตี้ยมาก มีน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ที่ทุกคนควรจะได้เห็น(แต่ตัวฉันไม่ได้เข้าไป เพราะเวลาไม่พอค่ะ แล้วก็พลัดหลงกันด้วยโทรติดต่อกันไม่ได้ เพราะสัญญาณไม่ค่อยมีค่ะ)

3.รอยพระพุทธบาทค่ะ ต้องใช้พลอย ดอกไม้ เงิน และเครื่องบูชาอื่นๆตามที่เราอยากจะถวายค่ะ จะบอกว่า หากใครจะซื้อพลอยอย่างเพิ่งรีบร้อนน่ะค่ะเพราะที่จริงมีบางร้านขาย 3 ซอง 20 บาทค่ะแต่บางร้านขาย ซองละ 20 บาท ราคาห่างกันหลายเท่า ก็ค่อยๆเดินดูราคากันน่ะค่ะ ตอนแรกไม่รู้ค่ะ ซื้อซองละ 20 บาท มา 2ซอง แต่เวลาจะใช้จริงๆ เขามี 3 ที่ให้เราโปรยค่ะก็ซื้อร้านที่ขาย 3 ซอง 20 บาทจะดีกว่า จะได้ครบๆ

ที่รอยพระพุทธบาทจะมีรอยพระหัตถ์อยู่ด้วย ครบทั้ง 5 นิ้ว ซึ่งแต่ละนิ้วก็มีปฏิหารย์ ไม่เหมือนกันค่ะ แต่จำได้ว่า ถ้าได้ปิดทองที่นิ้วชี้จะประสบความเร็จในการทำงาน (ไม่แน่ใจ) แต่เพื่อให้ดีน่ะค่ะ ปิดให้ครบทั้ง 5นิ้วจะดีที่สุดค่ะ เพราะตอนไปปิดก็มองไม่ออกว่านิ้วไหนได้แต่ฟังเจ้าหน้าที่พูด ต้องแหงนหน้าไปดูก็พอจะเห็นเป็นรอยนิ้วค่ะ ได้ยินคนข้างๆบอกว่า ปิดให้หมด เลย เราเลยเอามั่งค่ะ เพราะเวลาน้อย จำกัดแค่กลุ่มละ 7 นาที แล้วคนก็เยอะมาก เบียดกันจนแทบจะไม่มีที่จะยืน ตอนปิดก็รีบๆคิดอยู่อย่างเดียว ต้องปิดให้ได้ เรื่องขอพรแทบลืมไปเลย ได้ปิดทองก็ดีใจแล้วค่ะเวลาไปก็ต้องตั้งสติกันนิดนึ่ง เพื่อไม่ได้เผลอค่ะ


เป็นลานบาตรพระอานนท์ค่ะ ที่นี่เขามีให้เราเวียนเทียน เพื่อสะเดาะห์เคราะห์ และทำให้ดวงของเราไม่ตกค่ะ เวลาเดินรอดใต้บาตร ก็ก้มๆ กันหน่อยน่ะค่ะ 

เป็นหินรูปบาตรคว่ำ มีหลายคนถามว่า บาตรถึงคว่ำ อันนี้ส่วนตัว คิดว่า เป็นเพราะ ปางนี้เป็นปางสิ้นอาสวะค่ะ 



4.ลานบาตรพระอานนท์ อันนี้ฟังจากหลวงปู่เขียนท่านเล่าค่ะถ้าใครได้ใส่บาตรที่นี่เกิดชาติหน้า สติปัญญาจะดีค่ะและที่ตรงนี้เขาจะมีการให้เวียนเทียน เพื่อเป็นการสะเดาะห์เคราะห์ และเสริมดวงชะตาใครที่มาเวียนเทียนที่นี่ดวงจะไม่ตกค่ะ เป็นอะไรที่ใครๆ ก็ชอบมากๆ เลย


ลานบาตรพระโมคคัลลา ชาติหน้าใครอยากเหาะเหินเดินอากาศได้ก็ต้องที่นี่ค่ะ



5.ลานบาตรพระโมคคัลลานะ อันนี้ก็ฟังมาเหมือนกันค่ะ ถ้าใครได้ใส่บาตรตรงนี้เกิดชาติหน้าจะเหาะเหิน เดินอากาศ เราชอบที่สุดเลยจะช่วยชาติประหยัดพลังงานได้ก็แบบนี้ค่ะ อันนี้ต้องบอกก่อนน่ะค่ะ ว่าจะให้เรียกว่าความเชื่อได้หรือเปล่า เพราะเป็นเรื่องหลวงปู่เขียนท่านบอกว่าถึงหากเรามีศรัทธราแน่ๆ แล้ว บุญตรงนี้ส่งผลแน่นอนค่ะ


สุดเขตผ้าแดงค่ะ



อีกมุมหนึ่ง



6. เขตผ้าแดง เป็นสถานที่ ที่นักแสวงบุญตัวย่งต้องมาให้ถึงค่ะเพราะเป็นสถานที่ที่ไกลที่สุด มีหลายคนบอกว่าให้เขียนผ้าแดงแล้วขอพรจะสมหวังในสิ่งที่ต้องการเรื่องนี้เราเพิ่งรู้ตอนที่กลับมาจากเขาแล้ว ซึ่งก็คือ อดค่ะเพราะไปถึงอย่างเดียวแต่ไม่ได้เขียน เวลาไม่พอ ต้องรีบกลับ

การทำบุญจะให้ได้บุญมากต้องอยู่ที่แรงศรัทธาค่ะ สำหรับที่นี่ ศรัทธา อย่างเดียว ไม่ว่า พรใดๆที่ขอก็จะประสบความสำเร็จ และทำตามที่เจ้าหน้าที่ทางวัด แนะนำน่ะค่ะเพราะพวกเขาจะมีข้อมูล และรู้ว่าต้องทำอย่างไรจึงจะขอพรได้สำเร็จตามใจต้องการ

ซึ่งเมื่อพรที่เราขอเป็นจริงตามที่เราต้องการแล้ว เกือบทั้งหมด ก็จะกลับไปที่เขาคิชกูฎอีกครั้งค่ะ


เป็นรูปของหินรูปปลาวาฬ มองดูแล้วก็เหมือนจริงๆ ด้วย


ลานพระอินทร์ค่ะ 

ต้องถอดรองเท้าก่อนขึ้นน่ะค่ะ

จะมีบาตรให้เราโยนเหรียญใส่ 1 เหรียญ =  1 บุญ 

ต้องใช้ความสามารถส่วนตัวกันนิดนึง



เดินเลยมาไม่รู้ว่าไกลแค่ไหน

เจอพระรูปหนึ่งค่ะ มีหลายคนกำลังให้เจิมศรีษะอยู่ เราก็เข้าไปมั่ง



มาดูทางเดินขึ้นเขากันหน่อย 

จะโหน หรือจะเดินยังไงก็ดูกัน


จะเห็นว่า พื้นยังเปียกๆ และมีหมอกลง 

แต่ไม่ร้อนค่ะ เหงื่อออกตลอด




ตรงนั้นเป็นบันไดอยู่เลยจากเขาลูกพระบาทมาค่ะ กึ่งกลางระหว่างลานพระอินทร์ น่าหวาดเสียวมาก แต่วิวสวยค่ะ เสียดาย วันนี้หมอกลงจัดเลยมองอะไรไม่ค่อยเห็น




 




Create Date : 15 มีนาคม 2556
Last Update : 25 มีนาคม 2556 11:03:33 น. 1 comments
Counter : 4259 Pageviews.

 


โดย: Kavanich96 วันที่: 16 มีนาคม 2556 เวลา:8:25:50 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#15


 
omsin taller
Location :
ฉะเชิงเทรา Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




ความสำเร็จ เริ่มจากจุดเล็กๆ ที่ทุกคน ไม่เข้าใจ
ไม่มีคำว่า ท้อ ในสิ่งที่เรา ชอบ ทำ
ยินดีต้อนรับทุกคน ค่ะ
Hunter sercet
By omsintaller
Omsintaller
Friends' blogs
[Add omsin taller's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.