The Town "รถขนเงิน บอสตันและชาวแก้งส์"

สปอยเรื่องเนื้อ-ยังไม่ได้ดูหนัง โปรดคลิกไปหน้าอื่นค่ะ




งานกำกับเดี่ยวเรื่องที่ 2 ของ พ่อเบน เเอฟเฟ็ค (พ่อหนูไวและหนูเซรา)


งานกำกับเรื่องก่อนหน้านี้ของเบน คือ Gone Baby Gone


ซึ่งเบนกำกับ น้องชายของตัวเอง - เครซี่ เเอฟเเฟ็ค (เบนไม่ได้แสดง)


พลาดเรื่องนี้ไปได้ยังไง ทั้งที่เคยอ่านวิจารณ์แล้วจำได้ว่าอยากดูมาก


หลังจากดู The Town จบ ต้องหาเรื่อง GBG มาดูแน่ๆ 



 


The Town เป็นเรื่องราวของแก้งส์ปล้นแบงค์ชาวบอสตัน


Smiley ดั๊กกี้ (เบน) เป็นหนึ่งในแก๊งส์ อันประกอบไปด้วย ดั๊ก เจมส์ เดสมอนด์ และอัลเบิร์ต


รถขนเงินและธนาคารคือเป้าหมายของแก้งส์นี้


โดยมีหัวหน้าใหญ่ คุมการวางแผนอยู่เบื้องหลังอีกที


ดูไปเรื่อยๆ บทหนังจะเผยให้เห็นหัวหน้าใหญ่


ที่ฉลาดในการวางแผน และเหี้ยมโหด 



 


Smiley เเคลร์ (รีเบรก้า  ฮอลล์-นางเอกของเรื่อง) ผู้จัดการธนาคาร


เหยื่อที่ตกอยู่ในเหตุการณ์การปล้น


ฉากที่แคลร์ถูกปล่อยทิ้งไว้ ริมชายฝั่งทะเล


โดยมีผ้าปิดตาเอาไว้ โดยดั๊กกระซิบบอกตั้งแต่อยู่ในรถว่า


พอเดินไปถึง เท้าเเตะโดนน้ำแล้ว ให้หยุดและเอาผ้าปิดตาออก 


 


ฉากนี้เเคลร์ สารภาพกับดั๊กภายหลังว่า


เธอกลัวสุดชีวิต และคิดว่า เธอยืนอยู่ริมหน้าผา


การถูกจับเป็นตัวประกันและถูกปล่อยลงอย่างเดียวดาย


ส่งผลกระทบต่อสภาวะจิตใจของเเคลร์อย่างมาก


สังเกตได้จากอาการสั่นของมือ เมื่อเธอเอาผ้าไปซัก ในฉากแรกที่เธอได้เจอกับดั๊ก (ดั๊กตั้งใจตามไปดู)


การถูกจับเป็นตัวประกันในระยะสั้นๆ


ทำให้เธอต้องลาออกจากงาน


ส่งผลกระทบต่อชีวิตของแคลร์ในระยะยาวนาน


และมันยังคงจะยืนยาวต่อไป ตราบเท่าที่เธอยังคงหายใจ (ฉันคิดว่าเป็นแบบนั้น) 



 


Smiley เจมส์ (เจเรมี่ เรนเนอร์)หนุ่มเลือดร้อน ซึ่งนับถือดั๊กเหมือนพี่เหมือนน้อง


เนื่องจากพ่อของดั๊ก (คริส คูเปอร์-นักเเสดงอาวุโส ที่ฉันชอบมาก โดยเฉพาะเรื่อง Lone Star) อยู่ในคุก


ดั๊กจึงถูกเลี้ยงดูและโตมาพร้อมกับ เจมส์


เจมส์มีน้องสาวขี้ยา "คริสต้า" (เบลค ลีฟลี่-สาวเซเรน่า จากซีรีส์ดัง Gossip Girls)


โปรดลบภาพสาวไฮโซจาก GG ไปให้หมด เบลค จาก The Town เป็นสาวขี้ยาที่มีลูกติด ลุกสาวตัวเล็กๆ


เด็กที่ดั๊ก ย้ำหลายๆ ครั้ง ว่า ไม่ใช่ลูกของเขา


คริสต้า หลงรักดั๊ก และใช้เขาเป็นที่ระบายอารมณ์เป็นบางครั้ง


ฉันเห็นสีหน้าของดั๊ก หลังจากมีอะไรกับคริสต้า


ไม่ต้องมีคำพูด ก็พอจะบอกว่า มันก็แค่เซ็กส์ ที่มีๆ ให้จบๆ มันไป


ซึ่งต่างกันลิบลับจากตอนที่เขามีความสัมพันธ์กับเเคลร์ ในฉากๆ หนึ่ง


บางครั้งเซ็กส์กับความรัก ก็บบรรจบพบกันได้ เมื่อเราพบใครสักคนที่คิดว่ามัน "ใช่"


ใครสักคนที่คุณสามารถบอกเล่าเรื่องราวความเป็นไปของชีวิต


แบ่งปันความทุกข์ในส่วนลึกที่เก็บกักเอาไว้ 


 


ฉันคิดว่า เพราะการที่ดั๊กคิดตลอดเวลาว่าเเม่ทิ้งเขาไปตั้งแต่วัยเด็กอย่างไม่เเยเเส


ทำให้ดั๊กโตขึ้นมาด้วยบุคลิกของหนุ่มพูดน้อย เก็บกด (ต่างจากอารมณ์มุทะลุดุดันอย่างสิ้นเชิงของเจมส์)


ดั๊กรักพ่อ แต่พ่อของเขาก็ไม่ได้บอก"ความจริงทั้งหมด" กับสิ่งที่เกิดกับแม่


ฉันคิดว่า สิ่งที่พ่อของเขาบอกลูกว่าแม่ทิ้งไปและไม่เคยออกตามหา


อาจ"เจ็บปวดน้อยกว่า" ถ้าดั๊กจะรู้ "ความจริง" ทั้งหมด


นี่เป็นสิ่งที่คนเป็นพ่อ(เกือบ) ทั้งโลกนี้ ปกป้องลูกของเขา จากสิ่งโสมมที่สกปรกกว่า... 



เจมส์ ซึ่งแสดงโดน เจเรมี่ เรนเนอร์ จาก หนังออสการ์ปี 2010 " The Hurt Locker"


(ขอสารภาพว่า ซื้อหนังมากองไว้หลายเดือนแล้ว แต่ยังไม่ได้ดู)


เนื่องจากยังไม่ได้ดู The Hurt Locker ดังนั้นจึงยังไม่ได้เห็นฝีมือของเรนเนอร์จากเรื่องนั้น


แต่สำหรับเรนเนอร์ จาก The Town ฉันชอบบทและการแสดงของเขาที่สุดในเรื่อง


เรนเนอร์ทำให้ฉันเชื่อว่า นี่คือเจมส์ คนที่กล้าที่จะถือปืน ออกไปดวลกับตำรวจทั้งฝูง


โดยไม่สนเลยว่า หุบเหวข้างหน้าคืออะไร


และฉันไม่เเปลกใจเลยว่า ทำไม เจเรมี่ เรนเนอร์ เล่นหนังระดับบ็อคออฟฟิศแค่ 2 เรื่องแล้วก็ดังเลย... 


 


Smiley จอห์น เเฮม เล่นเป็น"อาดัม"  FBI ที่ตามรอยโจรปล้นแบงค์แก้งส์นี้


ตอนที่เห็นหน้าเเฮมครั้งแรกในหนัง คุ้นๆ หน้าผู้ชายคนนี้


ที่แท้ก็ พระเอกซี่รีส์ดัง "Mad Men" นั่นเอง


ฉันชอบชั้นเชิงของอาดัม จากฉากในบาร์ที่เขาไปเค้นข้อมูลจากคริสต้า มากๆ


เป็นลูกเล่นชั้นเชิงระดับเซียน เห็นถึงความเคี้ยวในการเค้นข้อมูลจากเป้าหมาย... 


 


จุดจบของนักปล้นเเบงค์ ก็เหมือนๆ กันทุกคน


ถ้าไม่หลบลี้หนีไปอยู่ไกลผู้ไกลคน ก็มักจะถูกเจ้าหน้าที่ยิงตาย


การเข้าไปอยู่ในแก้งส์ เมื่อเข้าไปแล้ว อย่าคิดจะถอยออกมาง่ายๆ


ในเมื่อคนคุมเกมส์และบงการ บีบให้ดั๊กต้องจำยอมปล้นครั้งต่อไป 



 ฉากหักมุม เรื่องเเม่ของดั๊ก จากปากของ เฟอร์กี้ (พีท โพสเทิลเวท)


เป็นจุดพีคของเรื่องทั้งหมด (ไม่นับรวมฉากปล้นครั้งสุดท้าย)


เมื่อดั๊กย้อนกลับมาเอาคืนแทนพ่อกับแม่อย่างสาสม... 


 


ในโลกแห่งความเป็นจริง แม้ดั๊กจะรักแคลร์อย่างที่ไม่เคยรักใครมาก่อน


แต่โลกของเธอและเขาไม่อาจบรรจบกันได้


เมื่อคนหนึ่งเป็นสีขาว อีกคนเป็นสีเทา มีเส้นเเบ่งเขตแดนของชีวิตอย่างชัดเจน 



 เมื่อครั้งหนึ่งดั๊กเคยมีอนาคตรุ่งโรจน์ แต่เขาก็วนกลับเข้ามาสู่แก้งส์


ในวันที่เขาคิดจะวางมือจากการปล้นทั้งหมด แต่กลับต้องเดินออกไปปล้นเป็นครั้งสุดท้าย


และเกือบจนมุมเอฟบีไอ 


 


แคลร์ไม่เคยบอกรักดั๊ก


แต่ฉันคิดว่า เธอได้บอกเขาไปแล้วจากคำพูดในโทรศัพท์


"ฉันคิดว่าวันนี้เป็นวันที่อากาศแจ่มใส"


นั่นเป็นนัยยะที่สำคัญที่สุด ที่เธอต้องเลือกระหว่าง "ความถูกต้อง" และ "ความรัก" 


 


จดหมาย ถุงเงิน และ ส้มหนึ่งใบในหลุมที่เเคลร์เจอ


เหมือนดั๊กบอกไบ้ว่า สักวันเราคงได้เจอวัน


ฉันคิดว่า "แม้ท่ามกลางซากปรักหักพังของชีวิต แต่ก็ยังคงมีความหวัง" 


 


นั่นเป็นบทสรุป หลังจากฉันได้ดู The Town จบลงไป


และเชื่อว่า จากฝีมือของเบน เเอฟเเฟ็คที่เล่นเองและกำกับเอง


เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องสุดท้ายของผุ้กำกับที่มีฝีมือและเอาหนังอยู่ทั้งเรื่องแน่ๆ 



 


RIP- นักแสดงรุ่นใหญ่ฝีมือเยี่ยมอย่างพีท โพสเทิลเวิท


ซึ่งได้ฝากฝีมือการแสดงชั้นยอดเอาไว้ใน The Town เป็นเรื่องสุดท้าย


พีทจากไปด้วยโรคมะเร็ง (หลังจากต่อสู้กับมันมาระยะนึง)


ด้วยวัย 64 ปี เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2554 


 


หมายเหตุ --เนื่องจากส้มที่ถูกทิ้งไว้ หลังจากดูรอบ2 มันคือ "ส้มฟลอริดา"


ดั๊กต้องการบอกใบ้อะไร?



 






Free TextEditor



Create Date : 22 มกราคม 2554
Last Update : 4 พฤษภาคม 2554 21:25:00 น.
Counter : 1232 Pageviews.

2 comments
  
โดย: wbj วันที่: 22 มกราคม 2554 เวลา:15:46:22 น.
  

โดย: deeplove วันที่: 22 มกราคม 2554 เวลา:16:54:25 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

oradige
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



http://i841.photobucket.com/albums/zz338/MOVIES_TV_STUFF_5/TV%20STUFF/THE%20VAMPIRE%