Daisypath Vacation Ticker
Group Blog
 
All blogs
 

ดูไบ สังสรรค์สงกรานต์ที่ไทย เทอเรซ


(ขอติดเรื่องนินทาลูกเลี้ยง ภาคสอง ไว้ก่อนนะคะ)

เอ่อ อยากบอกว่าช่วงเทศกาลสงกรานต์
เดือนเมษายน คนไทยพลัดถิ่นอย่างอิชั้น
คิดถึงบ้านมากเลยค่ะ เลยทำข้าวกล้องงอกต้มน้ำกิน
แก้คิดถึงบ้านค่ะ (ช่วยได้บ้างมั้ยเนียะ)




อยู่ดูไบหาข้าวกล้องจากเมืองไทยไม่เจอค่ะ
เลยลองใช้ข้าวกล้องของอินเดียแทน
(ยี่ห้อ India gate นะ) ที่ร้านChoietram มีชัวร์
ขอกระซิบบอกว่าลองมาหมดแล้วค่ะ ท่านผู้อ่าน
ประตูอินเดีย ยี่ห้ออันนี้แหละไม่หืน
และไม่แพงมาก ลองแช่น้ำแล้วงอกเร็วทันใจ
น้ำงี้หอม และอร่อย หุ หุ ไม่รักไม่บอกนะเนียะ




คุณภู หนุ่มหน้าตาดี โทรฮัลโหล
มาชวนไปกินข้าวที่ร้านอาหารไทยเทอเรซ
วันศุกร์ที่ผ่านมา น้องเค้าบอกว่าเป็น
งานสงกรานต์กินเลี้ยงกัน










มีเพื่อนๆ คนไทยในดูไบมาอบอุ่นเต็มร้านเลย
มีทั้งแม่บ้านอย่างเรา คุณอีฟ คุณจูน คุณกระแต
คุณก้อย คุณนก แม่บ้านคุณเก๋
ส่วนคุณเอมี่เสียดายไม่ได้เจอกัน ไปสงกรานต์เมืองไทย
ทางนี้บ่นคิดถึงนะคะ ไม่รู้จามบ้างหรือปล่าว
(หายหวัดแล้วหรือยัง แข็งแรงดีแล้วนะคะ)









น้องๆ แอร์โฮสเตสบินเหนื่อยแทบทุกวัน
ยังมีน้ำใจแบ่งเวลามาพบเจอกัน











เพื่อนๆ ทั้งเก่ง ทั้งคุยสนุกจากโครงการรถไฟฟ้าดูไบ
เห็นว่าเป็นทีมงานด้านการให้บริการลูกค้า
(หลังรถไฟฟ้าแล้วเสร็จ)
























หนุ่มไฟฟ้า หนุ่มวิศวะ หนุ่มสถาปัตย์
คุณใหม่ กะคุณภู สองคนช่วยกันเป็นระวิง
งานหน้าอีกนะคะ หุ หุ








สาวสวยหนุ่มหล่อจากโครงการจิวเวอรี่ดูไบ



เพื่อนๆ มาร่วมงานเลี้ยงมีใครบ้าง ดูรูปละกันนะ









มีรางวัลจับฉลากเลขรางวัลเลขสามตัว
มีของรางวัลตุ๊กตาอูฐดูไบ น่ารักๆ ด้วย











อาหารร้านนี้ พ่อครัวคนไทยทำอร่อยมากๆ
รสมือเข้มข้น น้ำพริกกะปิ กับผักแนม
ข้าวเหนียวมูลมะม่วง หอมนุ่มกรุ่นกลิ่นกะทิ
แม่บ้านถูกใจให้คะแนนเต็มค่ะ




หน้าแล้งเดือนเมษาทีไร
นึกเห็นภาพสีแดงดอกจานในใจแจ่มชัด
ในห้วงเทศกาลคืนถิ่นฉลองสงกรานต์รดน้ำดำหัว
ขอบคุณคุณภูอีกครั้งนะคะที่ชวนไปร่วมสังสรรค์
พี่น้องไทยดูไบ พอได้บรรเทาความคิดถึงบ้าน
ยังรู้สึกใจเต้นแรง ปานว่าได้กลับไปหาพี่น้อง
ที่จังหวัดบ้านเกิดนั่นเทียว




แม้ว่าความเป็นจริงแล้ว ยังเป็นอาวรณ์
คิดถึงสีเหลืองดอกคูน
สงกรานต์วันครอบครัว ที่ใจอ้างว้าง
อย่างน้อยยังโชคดีมีเพื่อนๆ คนไทย
มาร่วมไมตรีมีน้ำใจรับฟังทุกข์สุขกันและกัน
สวัสดีปีใหม่ไทย สวัสดีวันสงกรานต์ค่ะเพื่อนๆ
ตู่คนสวย พริตตี้ ติ่งต้อย นีนา อ.ไม สบายดีนะคะ






พ่อ แม่ ที่รักเคารพ สงกรานต์ปีนี้
ลูกขอฝากความคิดถึงล้นหัวใจ
ไปกราบเท้าพ่อแม่
รวมทั้งอาราธนาขอพรจากคุณพระ
ช่วยปกปักรักษา
ผู้มีพระคุณของลูกทั้งสองให้แข็งแรง
สดชื่น แจ่มจ้าเป็นดั่งร่มไม้
แผ่กิ่งก้านร่มรื่นให้ลูกๆ หลานๆ
ได้อาศัยเป็นที่พึ่งพิงอบอุ่นใจ
ขอบคุณความรักเมตตาที่มีให้ลูก
ดุจดั่งสายน้ำเย็นฉ่ำตลอดมาและ ตลอดไป
ด้วยเคารพรักพ่อ รักแม่ ที่สุดค่ะ






 

Create Date : 12 เมษายน 2552    
Last Update : 12 เมษายน 2552 5:37:34 น.
Counter : 1416 Pageviews.  

*** นินทาลูกเลี้ยง****@ดูไบ

มีเรื่องเล่าให้ฟัง
นานมาแล้ว ที่ประเทศอังกฤษ มนุษย์เงินเดือนจำนวนไม่น้อยรู้สึกว่า
เงินเดือนตัวเองถูกรัฐบาลหักภาษีจนแทบไม่เหลือใช้
รู้สึกชีวิตมันจะไปไม่รอด มันหนักหนาสาหัสเกินทน
จึงมีคนจำนวนหนึ่งได้ย้ายถิ่นทำกินมาขอเป็นพลเมืองออสเตรเลีย
เจเรมีหนุ่มอังกฤษ เมียหนึ่งลูกสอง รวมอยู่ในกรณีนี้ด้วย
แกได้พาครอบครัวไปเป็นชาวออสซี่ ซื้อบ้านริมชายหาด
อยู่ที่เมืองเมลเบิร์น ดูท่าชีวิตจะแฮปปี้เอนดิ้ง แต่ยังไงไม่รู้
ชีวิตแต่งงานไม่ราบรื่น มีอันต้องเลิกร้างกันไป
ตั้งกะไอ้หนูแอนดรูว์ลูกชายหัวปี ยังไม่เข้าโรงเรียนเลย

ส่วนแม่แอนดรูว์เค้าเซย์บ๊ายบาย กลับไปเป็นแอร์โฮสเตสต่อ
หลังจากลามาเป็นแม่บ้านให้พ่อเจ้าประคุณเจเรมีอยู่หลายปี
เลยปล่อยให้ลูกชายสองหน่ออยู่กับคุณพ่อตามประสาไก่เอย
กันไป หนุ่มเจเรมีก้มหน้าก้มตาเลี้ยงลูกเอง ส่งลูกชายทั้งสองเข้าเรียนโรงเรียนประจำ (สงสัยเลี้ยงเองไม่ไหว)
ตัวเองก้อตะลอนๆ ใช้ชีวิตพ่อหม้ายเมียหย่าหาเงินส่งลูกเรียน
จนลูกๆ โตเป็นหนุ่ม มีเดทกับสาวๆ หมดภาระเรื่องลูก
นายเจเรมีจึงตัดสินใจแต่งเมียคนที่สอง (อิ อิ สงสัยยังไม่เข็ด)
เป็นสาวไทยขี้ใจน้อย คนกำลังเล่าเรื่องนี้นี่แหละ
แกคงคิดว่ายังไงแก่เฒ่าไปจะได้มีคนให้ฝากผีฝากไข้อ่ะนะ
แล้วด้วยอาชีพงานวิศวกร ทำให้ชีวิตแกต้องหิ้วกระเป๋า
ย้ายไปโน่น มานี่ไม่เป็นถิ่นเป็นฐาน มีโรงแรมเป็นบ้าน
มีบ้านดันไม่ได้อยู่ให้คนอื่นเช่า แบบนั้นน่ะ

เมื่อสองปีที่ผ่านมา สามีภรรยาคู่นี้หิ้วกระเป๋าย้ายจากออสเตรเลีย
มาทำงานที่ประเทศเกาหลี บริษัทเกาหลีที่ทำอยู่
ปัจจุบันนี่ตอนนี้ได้ขยายงานไปทางตะวันออกกลางแถบลิเบีย
ซาอุฯ อิยิปต์ โน่น เจเรมีซึ่งมีประสบการณ์ทำงาน
แถบนี้มาก่อนกับบริษัทอังกฤษ จึงรับข้อเสนอจากบริษัทฯ
ด้วยความยินดีดี๊ด๊า และนี่คือที่มา ที่เรามานั่งเป็นหลับ
ขยับเป็นกินในอพาร์ทเม้นท์ที่ยูเออี เมืองดูไบอันศิวิไลซ์ตระการตา
ที่เหมือนจะพัฒนาแบบว่า เล็กๆ ไม่ ...ใหญ่ๆ ทำ










ตอนนี้ลูกชายคนโตคุณเจเรมี หนุ่มแอนดรูว์ อายุประมาณ 26 ปี
หล่อล่ำบึก ทำงานเป็นคุณหมอแล้วค่ะ
ทำงานอยู่ซิดนีย์ เมืองเดียวกะแม่เค้า มีตา มียาย อยู่เมืองเดียวกัน
ด้วย ส่วนน้องชายชื่อ อเล็กซ์ เพิ่งลาออกจากงานที่ลอนดอน
มาได้งานใหม่ที่ซิดนีย์ ชีวิตหนุ่มน้อยทั้งสองช่วงนี้จึงดูสดใส อบอุ่น
และดูจะยุ่งมากด้วยค่ะ

ปีที่แล้วหลังจากแอนดรูว์กะแฟนสาวไปทริปเมืองไทยกับไปเขมรมา
มันส์ สนุกดี ปีนี้แอนดรูว์จึงขอพ่ออยากไปทัวร์ดูไบ
ไปได้ไหมครับป๋า คุณพ่อดีใจที่ลูกชายอยากมา อีกทั้งที่นี่เป็น
สถานที่เกิดของแอนดรูว์ด้วย พ่อจึงรับปากออกค่าใช้จ่ายให้ทุกอย่าง
แอนดรูว์ เลยลาพักผ่อนสองอาทิตย์ ไม่ได้มาคนเดียวนะครับ
ผมพาเพื่อนสาวมาด้วย เธอชื่อว่าสเตซี่ ทำงานบริษัท กำลังทำ
ปริญญาโท เกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เจเรมีดีใจมาก
ที่ลูกพาเพื่อนสาวมาด้วย ซึ่งอาจหมายถึงตัวเองจะมีหลานน้อย
ในเร็ววันก้อเป็นได้ ส่วนลูกชายคนเล็ก อเล็กซ์ อยากให้มาด้วยกัน
แต่เค้าบอกว่าลางานไม่ได้จริงๆ
ถ้ามาได้ก้อจะพาแฟนสาวรัสเซียมาด้วยเหมือนกัน หุ หุ

อยากบอกอีกว่า ตั้งแต่พ่อเจเรมีของหนุ่มๆ แต่งงานใหม่มา
ยังไม่มีใครได้เจอแฟนคนไทยของพ่อเลย
เมื่อลูกชายจะมาพักด้วย เจเรมียกหน้าที่ให้แฟนดูแลห้องหับ
อันประกอบไปด้วยสองห้องนอน สามห้องน้ำ
ห้องนั่งเล่น ห้องกินข้าว ครัวขนาดใหญ่ มีลานข้างนอกเล่นระดับ
ระเบียงให้ชมวิวให้อาหารนก มีแขกมาพักเพิ่มสองคนแค่นี้ ชิล ชิล


ทางด้านแฟนไทยเริ่มคิดมาก อยู่กันสองคนแบบลุงป้ามานาน
ยังไม่เคยรับแขกพักค้างคืนเลย
คนไทยนี่ เรื่องรับแขกเหรื่อ ต้องเต็มที่ แบบว่าบริการด้วยหัวใจ
ยิ้มไว้เมื่อภัยมา เอ๊ยไม่ใช่ ถ้าอะไรถวายใส่พานได้ก้อจะทำ
นี่แขกวีไอพี เชียวนะหล่อน คิดทำเป็นเล่นไป ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด
แล้วภรรเมียก้อแปลงกายเป็นเซลล่ามูน จัดการทำสะอาดเช็ดถู
เคลียร์ห้องน้ำ ตู้เสื้อผ้า ขนข้าวของสมบัติในห้องแขกที่หล่อนติ๊ต่าง
ทำเป็นห้องเล่นขายของไปไว้ห้องนอนใหญ่ ซื้อดอกไม้มาจัดแจกัน
เป็นครั้งแรก จัดบ้านใช้เวลาสองวันแล้วเสร็จเล่นเอาเส้นเอ็นหัวเข่า
กระดูกข้อมือโอดโอย ร้องหาครีมนวด

เสร็จจากห้องนอนแขก หล่อนไปเคลียร์ฐานที่มั่น อันมีผลต่อ
จิตวิญญานหล่อนมากๆ คือ ห้องครัว
หาที่ซุกซ่อนปลาร้าปลากระดี่ กะปิพันท้ายนรสิงห์ น้ำตาลปี๊ป
มะขามเปียก ปลาฉลากป่นแห้ง พริกทอด ขวดน้ำปลาที่เหลือ
อยู่ครึ่งนึง อุปกรณ์ครก สาก ผ้าขาวกรองที่ออกเหลืองๆ แล้ว
เก็บซ่อนให้พ้นสายตาลูกเลี้ยงฝรั่ง หล่อนเกรงว่าเค้าไม่เคยเห็น
มาก่อน เมื่อมาเห็นแล้วเกิดมีถาม งานเข้าล่ะสิ เลยตัดปัญหา
ไม่อยากเล่าไม่อยากหาคำศัพท์ไม่อยากเปิดดิกชันนารี
ด้วยการเก็บเรียบซะเลย
หล่อนคิดว่างานนี้ขอเซฟทีคัท ตัดก่อนตาย เตือนก่อนวายวอด

ถ้าเจเรมีอยากให้ทำกับข้าวไทยให้ลูกชายกะแฟนเค้าชิมล่ะ
ไม่มีปัญหา ทำได้อยู่แล้ว กุลสตรีไทยทำให้อร่อย
รสชาดดีได้ไม่ต้องอาศัยคนอร์ ( ฝีปากช่างกล้า)
อย่างเช่น ผัดผัก ผัดไทย ข้าวผัด แกงจืด สลัดผัก
ส่วนอาหารไทยรสจัด กลิ่นแรง ชีร้องบอกต้องของดก่อน

กว่าบ้านช่องจะสะอาดเรี่ยมเร้ หอมสดชื่น สวยเก๋
ไม่มีกลิ่นพริกแกงหรือกลิ่นข้าวหุงลอยปะปน เล่นเอาวิญญาณ
แทบหลุดออกจากร่าง

เจเรมีจะรู้มั้ยเนี่ยะ ว่าเมียไทยใจน้อย หัวใจเธอเต้นซอยจังหวะซัลซา ตุ้บๆๆๆ วุ้ยยย ตื่นเต้น เค้าจะมากันแล้ว


ป.ล. แล้วค่อยเล่าต่อ บล็อกหน้านะเพื่อน



ลากันด้วยคำอวยพรเทศกาลแห่งความรักค่ะ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ
ขออวยพรให้มีความสุข สดชื่น มีความรู้สึกดีๆ ตลอดเดือน
มีหมา แมว นก ต้นไม้ ที่รัก
รายล้อมกับคนสนิทชิดชอบที่ได้ปลื้ม
กับคนที่ชื่นชมหลงใหล นะคะ
เราอยู่ไกลกัน แต่อยากให้เพื่อนรู้ว่า
มีความรักและคิดถึงมาให้เต็มๆ เลยจ้ะ




และถือโอกาสนี้ส่งความรักอาลัยไปให้ขวัญ
หมาเราตายแล้ว มิสเตอร์ขวัญ หมาค็อกเกอร์สแปเนียล
อายุ 6 ปี ยกให้น้องหนูอี๊ดที่ภูเก็ตเลี้ยงเพราะเราดูแลไม่ได้
ต้องเดินทางตลอด เค้าเพิ่งเสียไปสัปดาห์ก่อนทั้งๆ ที่
แข็งแรงดีมาก เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
น้องเราหนูอี๊ดร้องให้ตาบวมเพราะเวทนาสงสาร
ที่ปล่อยให้เค้าตายอย่างโดดเดี่ยวในโรงพยาบาล
ทั้งๆ ที่เค้าดิ้นรนร้องโหยหวนตาม จะกลับบ้านด้วย
(หมาค็อกเกอร์นี่ร้องแสดงความรักหาเจ้านายได้แบบลึกสุดใจ

คำเตือน ห้ามปล่อยให้ร้องนาน อาจตายได้ )
หนูขวัญรู้อยู่ใช่ใหม อยากให้รู้ว่า หนูได้รับความรักไปเต็มๆ
จากพวกเราทางนี้ ด้วยรักสุดใจจาก ลูซี่ กะแม่หนูอี๊ด
ไปสบายนะขวัญ หนูจะอยู่ในใจเราเสมอ










 

Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 15 กุมภาพันธ์ 2552 19:22:57 น.
Counter : 383 Pageviews.  

ขับรถเที่ยวเมืองข้างเคียง ดูไบ


แพ้แดดเมืองดูไบ ขนาดต้องหยุดพักผ่อน
ยอมรับว่าอ่อนแอค่ะ ตอนนี้หายดีมีแรงแล้ว
ก้อมาอัพบล็อกนี่แหละค่ะ
เรื่องแพ้แดดค่ะจะเล่าให้ฟัง
วันหยุดสุดสัปดาห์ที่แล้ว
เกิดอยากเห็นบ้านเมือง ที่อยู่ห่างไกลจากเมืองดูไบบ้าง
นี่เลย ได้ละ เมืองที่มีโอเอซีส มีภูเขา ติดกับประเทศโอมาน
ชื่อเมือง อัล เอน Al Ain



ได้พิกัดเส้นทางมา เติมน้ำมันเต็มถัง
กะรถเช่าฮอนด้าแอคคอร์ดคู่ใจ สภาพใหม่เอี่ยม
กะความฮึกเหิมปานว่านกปล่อยกรง
ปลาปล่อยแม่น้ำไงงั้นเลย

คุณสามีเคยอยู่เมืองนี้เมื่อยี่สิบกว่าปีมาแล้ว หุ หุ
นี่เลยไปโรงพยาบาลที่ลูกคนแรกเกิด โรงพยาบาลโอเอซิส



มีห้องแสดงนิทรรศการด้วย บอกเล่าประวัติก่อตั้งโรงพยาบาล
ตั้งกะสมัยคุณหมอเดินเท้ารักษาคนไข้ตามกระโจมทราย
ทำคลอดกลางทะเลทราย สัมผัสชีวิตชนเผ่าเบดูอินสมัยโน้นแน่ะ







รูปชนชั้นผู้ปกครองแขกขาวชาวอาหรับ ที่เราเรียกว่า ชีค

ชีคหนุ่มรูปหล่อมาใช้บริการที่เดียวกันกะเราๆ ท่านๆ
และชีคก็ได้ลูกชายที่โรงพยาบาลโอเอซิสนี่

จากโรงพยาบาล ไปต่อที่ห้างในเมืองกันหน่อย
เดินๆ แล้วไม่น่าสนใจ เป็นห้างใหม่เอี่ยมเสร็จบางส่วน
อากาศเริ่มชื้น แสงแดดอ่อนลง ก้อหกโมงเย็นแล้วอ่ะนะ
เริ่มไม่สบายแพ้แดด เป็นไปได้
ทากันแดดครบ พกผ้าคลุมด้วย
นั่งอยู่ในรถกันตลอดไม่ได้ไปเดินกลางแดดเปรี้ยงๆ เลย
ไปพักรถกินน้ำที่โรงแรมฮิลตัน อัล เอน แค่นั้น
แต่มีผลค่ะ คือ ร้อนและเกรียม
คุณสามีงี้หน้าแดงเชียว กลายเป็นเกรียมแดด
ไปทำงานในวันต่อๆ มา
ส่วนเรา กลับบ้านไข้ขึ้น หน้าเป็นผื่นนิดๆ คันที่แขนขาหน่อยๆ
ส่วนฝ้ากระ ที่หน้า ชัดเจนม๊ากมากค่ะ
เวลาผัดหน้าทาแป้งนะ อาศัยทารองพื้นพอ
บรัชออนไม่ต้อง หน้ามีสีเลือดฝาดเป็นปื้นๆ แล้ว ค่ะ




บ้านสารคามมีหอนาฬิกา อยู่วงเวียนน้อยๆ
ที่นี่มี กาชาอาหรับ กาใหญ่ ถ้วยน้ำชาอาละดิน
เป็นสัญญลักษณ์ ตรงวงเวียนขนาดใหญ่มาก
เมืองนี้
เมืองอัล เอน แห่งนี้ เขียวชอุ่มพุ่มไสว เพราะเป็นโอเอซิสโบราณ
มีแหล่งน้ำจากหินใต้ทราย ทำให้เมืองนี้สวยสะอื้นชื่นใจมากๆ
มีวงเวียน ประมาณร้อยแปดแห่ง (เว่อร์ค่ะ) คืออยากให้เข้าใจ
ความรู้สึกที่ขับรถเที่ยวในเมืองนี้น่ะ
ว่า ขับรถวนเล่นไปมา ไม่ว่าจะไปทิศเหนือ ใต้ ออก ตก
ก้อต้องผ่านวงเวียน อย่างน้อยๆ ห้า หก วงเวียนน่ะค่ะ
ก่อนจะออกจากเมือง แต่ละเวียนนี่ เวียนกว้าง มาก
แต่คุ้มค่ะ วนไปเวียนมาได้ไม่เหนื่อยเพราะเมืองเค้าสวยมาก
สงบเงียบ มีระเบียบ ต่างจากดูไบ ต่างมากๆ



ต่อด้วยภาพหัดทำขนมปังก้อน อยากสุขภาพดีอ่ะ
ไม่อยากซื้อขนมปังขาว ก้อเลยหัดทำขนมปังเอง
ด้วยแป้งโฮล วีท ศึกษาสารพัดวิธีทำจากยูทูบ
มึนงง กะคำศัพท์ กะวิธีทำ มากมาย จดไม่ไหวแล้ว
ลงมือละกัน ก้อจัดการหาอุปกรณ์เท่าที่มีในครัว
มาผสมแป้ง งานนี้ มือล้วน ทุบๆ ปั้นๆ ไม่มีเครื่องผสมค่ะ

ทั้งบ้านมีเตาอบอย่างเดียว กะว่าไม่เวิร์ค
อิฉันจะอ้อนสามีไปซื้อเครื่องทำขนมปังเลย ม้วนเดียวจบ
(ไปเดินดูมาแล้วเครื่องมูลิเน็กซ์ สามพันกว่าบาท
ที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตไฮเปอร์ แพนด้า )




หน้าตาขนมปังรุ่นก่อตั้งบุกเบิกแต่ละอัน
อิ อิ เป็นอย่างที่เห็น น่ารักน่าชัง ก้อปั้นมาเองกะมือ
ใจร้ายไม่ลง รักทุกก้อนเลย
เริ่มตั้งแต่รุ่นแรก หมักแป้งหนึ่งคืน
อีกอันหมักหนึ่งคืนแต่หมักในตู้เย็น
อีกอันหมักสิบแปดชั่วโมง ตามสูตร หุ หุ

อีกอันหมัก ครึ่งชั่วโมง
อีกอันหมักสองอาทิตย์ในตู้เย็น
(อันสุดท้ายนี้ยังไม่ได้ทำเลยเพราะยังไม่ครบสองอาทิตย์)
จากสูตรเวลาหมักแป้ง
ก็ป่วนด้วยทำขนมปังแบบใส่เนย
ใส่น้ำมันคาโนลา หรือไม่ใส่ดี
ป่วนที่สอง ด้วยขนมปังใส่เกลือ น้ำผึ้ง ดีหรือไม่ดี
ป่วนที่สาม ด้วยสูตรนวดแป้ง กะไม่ต้องนวด
จากนั้น ยังมึนงงไม่พอ จดบันทึกโยงเส้นไปมาตาลาย
เหมือนตอนเรียนทดลองวิทยาศาสตร์เลยตรู
ยังค่ะ มีป่วนตาม การนวดค่ะ โดยใช้แป้ง ต่างชนิดกัน
กะป่วนสุดท้ายใส่น้ำในเตาอบ หรือว่าห่อฟอล์ยดี หรือไม่ดี
เวลาทำการทดลองห้าวันค่ะ อยู่ในบ้านเล่นทำขนมปังอยู่คนเดียว
สามีไปออสเตรเลีย หกวัน เรากะว่าจะทำขนมปังไว้เซอร์ไพร์ส์
ด้วยความป่วนทั้งหมดทั้งมวล

ดีใจค่ะ น้ำหนักลดไปสองกิโล เพราะเฝ้าวนเวียนหน้าเตาอบ
ได้แผลจากข้อมือพอง พลาดน่ะ ถูกตะแกรงร้อนๆ ในเตาอบ
ทำทั้งหมด สิบสี่ครั้ง อ่ะ เก็บให้สามีกินก้อนเดียว
กรุ่นๆ เพิ่งออกจากเตา
กะพอดีเวลาลงจากเครื่องบินของสามี
ให้เค้าตัดขนมปังเอง ควันร้อนฉุยจากตรงกลางก้อน

งานนี้สามีชอบใจค่ะ ทามาร์ไมท์สีดำๆ กะเนย อ้ำเอา คำใหญ่ๆ
ส่วนเราได้ครีมเอสเต้ กะคลีนิกซ์บำรุงหน้า
เป็นของฝากจากออสเตรเลีย ตามแผนการที่เราวางไว้
(เพราะเขียนใบสั่งแอบซุกไว้ตอนจัดกระเป๋าก่อนไป) อิ อิ



อัพบล็อกที อัพเยอะๆ เลย
ร้อนมากๆ เราพากันไปดื่มเบียร์เย็นๆ
ข้างสระน้ำโรงแรมชื่อยาวววว อ่ะ
ชื่อว่า The One &Only Royal Mirage Hotel
เรียกสั้นว่า โรงแรม เดอะ วัน ละกัน


จนได้เวลาพระอาทิตย์ตกดิน ครึ้มแดดครึ้มลม
เดินเซๆ (ก้อเดินบนทรายอ่ะ) ออกไปถ่ายรูปที่หาดทรายมาฝาก


หาดทราย ทรายละเอียดเนียนนุ่ม เย็นลมหาดค่ะ
อยากกลับไทย ไปหาน้องหนูอี๊ดที่ภูเก็ตจัง
ก้อ ทะเลเมืองไทยอ่ะหนึ่งในใจเสมอ





 

Create Date : 09 กันยายน 2551    
Last Update : 9 กันยายน 2551 19:02:27 น.
Counter : 1339 Pageviews.  

@เดินเล่นห้าง ดูไบ@



เพื่อนๆ วันศุกร์ วันเสาร์ที่ดูไบเป็นวันหยุด
เหมือนวันเสาร์ อาทิตย์ของไทยเรา
ไม่ไปไหนกันไกล ไปห้างฯ ซื้อของมาตุน
กะได้เดินชมผู้คนหัวแดงหัวดำ หอมมั่งเหม็นมั่งอิ อิ
ห้าง Mall of the Emirates อลังการงานแขกสร้างค่า
อันนี้ถ่ายทางเข้าที่จอดรถ
ตอนรถวิ่งๆ หน้าห้างสวยๆ โฟกัสไม่ได้




สวยเนาะ หิมะจำลอง แขกเข้าไปเล่นกันเยอะเชียว
ส่วนฝรั่ง ญี่ปุ่น เกาหลี ได้แต่นั่งถอนใจเฮือกๆ
ดู ข้างๆ กระจก
ส่งใจไปถึงบ้านตะเองตอนหิมะตก


ไปเดินต่อห้าง Wafi Mall เห็นฟาโรห์จำลองด้วย
บรรยากาศเหมือนได้ไปแดนปีระมิด ประเทศอียิปต์




เดินในห้างนี้ กว้างมาก จนขาเริ่มลาก หนาวด้วย
ได้มีดหั่นขนมปัง ถ้วยตวงกะถุงมือจับเตาอบ
ของซื้อของขายแบรนด์เนม ตกแต่งภายใน ดีไซน์หรูหรา
มีแขกคน มาเดินสบายๆ ไม่แออัดมาก
เมื่อเทียบกะห้างข้างๆ บ้าน เดียร่า ซิตี้ เซ็นเตอร์

มาแล้วก้อต้องหาอะไรกิน ไปร้านอาหารไทย “ไท ชิ”
สั่งแกงเผ็ดเป็ดย่าง คะน้าน้ำมันหอย
ส้มตำ เบียร์สิงห์ กะน้ำเปล่า อร่อย อืมมมม

อันนี้ห้าง Dubai Festival City ไปเดินจนรองเท้ากัด
ก้อร้านแต่ละร้านใหญ่ๆโตๆ เดินไปเดินมาเมื่อยมากๆ
หากเกิดปวดฉี่ต้องเตรียมตัว แต่เนิ่นๆ หุ หุ




อันนี้เป็นรูปเค้าดีไซน์บริเวณทางขึ้นข้างๆ บันไดเลื่อน



อันนี้ก้อข้างบันไดเลื่อน ข้างนอกอาคารไม่ออกไปนะคะ
ร้อนไม่กลัว แต่กลัวแดดค่ะ กลัวสวยจะไม่เหลืออ่ะ อิ อิ



ร้านนี้เป็นแสน็คสไตล์เลบานอนน่ะ อร่อยมาก ขอบอก




ส่วนวันธรรมดาของเรา
มักจะเริ่มด้วยนั่งอ่านข่าวในเน็ต
วันนั้นบังเอิญเห็นนกเขาบินมาเกาะรั้ว
มองเห็นชัดผ่านกระจกใส
นึกถึงเพลงตอนเข้าค่ายลูกเสือ
"นกเขา บินข้ามเขา
ไม่ใช่ของเรา ได้แต่มองดู"




เออ ถ่ายไว้ซะหน่อย
นกเขา ดูไบ เป็นอย่างเงี้ยะ
มาอาบน้ำขัดสีฉวีวรรณแบบนกๆ ให้เราแอบดู
ในใจก้อนึก ตัวผู้หรือตัวเมีย ดูท่าทางมั่นใจน่าดู


อ้าว ดีจัง มีบินมาอีกตัวแล้ว


ร้องเพลงนกเขา ต่อ ดีกว่า
"ตัวเมียตีปีก พั่บ พั่บ พั่บ
ตัวเมียตีปีก พั่บ พั่บ พั่บ"



ท่อนร้องที่ว่า "ตัวผู้ขานรับ ว่า ของกรู ของกรู"
หลายๆ คนชอบตรงนี้ที่สุดไม่รู้ทำมาย


อ้าว พี่น้องเรา

อย่าจิกตีกัน รักกันไว้

อุ้ย หุ หุ ขอโทษ เข้าใจผิด เค้ารักกันน่ะตะเอง


แอบดูต่อ เพลงนกเขา จบแล้ว

มีลุ้นอีกมั้ยเนี่ยะ หุ หุ

เมื่อยขาก้อเมื่อยนะ แอบดูนกเนี่ยะ ที่เค้าแบกกล้อง
ไปเฝ้าดูนกตามเขา ตามป่า คงทรมานกายน่าดู

ไปซะละ ตัวเมียบินมาทีหลัง แล้วก็บินไปก่อน

ตัวนี้มาก่อนแต่ยังไม่ไปไหน


แอบดูจนเมื่อยเลยตรู บทเพลงนกเขานี่สั้นจริงๆ
แล้วก็รู้ว่า ตัวผู้ คือตัวแรกที่มาอาบน้ำนอกหน้าต่าง
มีภาพเป็นหลักฐาน นะ เพื่อนๆ
ดีใจจัง กลางกันยา จะได้ไปสารคามแย้ววว
กะจะไปขับรถเที่ยวเชียงใหม่ด้วยล่ะค่า วู้ววว







 

Create Date : 26 สิงหาคม 2551    
Last Update : 27 สิงหาคม 2551 15:52:28 น.
Counter : 624 Pageviews.  

@@จ่ายกับข้าวที่ ....ดูไบ@@


อยากบอกราคาของกินของใช้
ที่ดูไบคร่าวๆ เพื่อนๆ จะได้ดีใจที่
อยู่เมืองไทยดีกว่ากันเยอะเลย
อันนี้ ห้างเดียร่า ซิตี้ อยู่ใกล้ๆ บ้าน
เดินไปช็อปแบบชมนกชมไม้
(ไม่มีให้ชมอ่ะ ) ข้างทาง
มีแต่คนงานก่อสร้าง ตึก รถติดไฟแดง
10 นาทีก้อถึง ร้อนแดดมั่กๆ
หน้าเป็นสีม่วงเลยล่ะ

คนละที่กัน นี่สามีพาไปดูแหล่งช็อป
ของคนเกาหลีที่มาอยู่ทำงานที่ดูไบ

ห้างซีเวิล์ด ขายอาหารทะเล
(มีซุปเปอร์มาร์เก็ตเกาหลีที่เห็นในรูป)

ร้านอาหารไทย แต่วันนี้หยุด


เพื่อนๆ ที่รัก จากข้าวของ รูปข้างบน
เราไปช้อปปิ้งมาหลายที่ ได้ของกิน
ที่สามีชอบ มีผักบ้านๆ ให้เลือกซื้อ
มากกว่าที่เกาหลีอีก
มี ร้านสปินนี่ย์ ร้านช้อยแทรม
ห้างคาร์ฟู ร้านซีเอ็มซุปเปอร์
(ของคนไทยติดร้านอาหารไทย
ใบตอง)
กับข้าวไทยๆ ของเราเอง
มีรายการจ่ายกับข้าว ดังนี้
ข้าวหอมมะลิ 1 กิโล
(ถุงเล็กๆในรูป) 140 บาท





ข้าวเหนียว 2 กิโล 135 บาท
พริกแดง แพ็คละ 40 บาท
ผักกาดดองตรานกพิราบ
กระป๋องละ 25 บาท
มะขามเปียก 400g แพ็คละ 65 บาท
กล้วย 4 ลูก 20 บาท
แตงกวา 3 ลูก 30 บาท
ถั่วพู 5 ฝัก 10 บาท
มะเขือเปาะริ้ว 4 ลูก 5 บาท
มะเขือเทศ 5 ลูก 109 บาท
ผักชีลาว กำละ 10 บาท
ผักชี กำละ 10 บาท
ใบแมงลัก กำละ 10 บาท
ใบกะเพรากำใหญ่ กำละ 100 บาท
อกไก่ เนื้อล้วนๆ 3 ชิ้น 220 บาท
แคปหมู 1 ถุง
ประมาณ 14 ชิ้น 68 บาท
ปลากระป๋อง 18 บาท
เส้นหมี่ จันทร์ 65 บาท
หน่อไม้ กระป๋อง 43 บาท
ใบขี้เหล็ก กระป๋อง 45 บาท
กระชาย กระป๋อง 60 บาท
น้ำดื่มขวดเล็ก ประมาณ 8 บาท
น้ำดื่มขวดใหญ่ 1.5 ลิตร 15 บาท
ยาสระผมแพนทีนโปรวี 75 บาท
สบู่เหลวกลิ่นแตงกวา โดฟ 145 บาท



น้ำมันมะพร้าว ไว้ทำกับข้าว 75 บาท
เต้าเจี้ยว ทำซุปแกงของเกาหลี 50 บาท
ปลาเล็กปลาน้อย 200 กรัม 220 บาท
แป้งเกาหลี ใช้ทำหอยทอด 180 บาท


มาอาทิตย์แรก พักที่โรงแรมนี้แหละ



อาทิตย์ที่สองก้อย้ายมาตึกใกล้ๆ กัน
Water View Apartment
ไปเลาะหาดูบ้านเช่าแล้ว
ท้ายสุดเลือกอยู่ที่อพาร์ทเม้นท์เดิม อิอิ
เหตุผลห้องกว้างกว่า ใกล้ห้าง ใกล้ที่ทำงาน
ราคาแพงพอๆ กัน มลพิษทางฝุ่น
เสียง น้อยกว่ากันนี้ดส์นึง
มีน้องๆ ฟิลิปปินส์
แม่บ้าน (แต่เป็นผู้ชาย) คอยช่วย
ทำสะอาดตลอด ดีจริง ชอบๆ
เพื่อนๆ มาดูไบได้เลย พักกะเรา
มีว่างอีก 2 เตียงค่า
สิงหาปีหน้าค่อยคิดย้าย
หรือต่อสัญญากันใหม่อีกที
ส่วนสามีจะเผชิญปัญหา
รถติดช่วงเวลาเร่งรีบขาไป
ขากลับ เค้าบอกว่าไม่ต้องห่วงเค้า



แดดที่ดูไบ ไม่แพ้เมืองคาร์ราธา ออสเตรเลีย
ร้อนกันจริงๆ หน้าตา ผิวกายแห้งเหี่ยว
ฝ้ากระมาเยี่ยมตรึม ตั้งตัวรับไม่ทัน
อาศัยกำบังกายในร่มเงาอพาร์ทเม้นท์
แอร์ก้อหนาวไปถึงกระดูก
ออกข้างนอกห้อง เจอร้อนอบอ้าว
(ก้อหน้าร้อนดูไบอ่ะเนอะ)
เจอ ฝุ่น จากงานก่อสร้างตึก
(ก้อเมืองเค้ากำลังบูมนี่เค๊อะ)
เจอกลิ่นน้ำมันรถ ที่แข่งความเร็วกัน
(ก็น้ำมันดูไบมันถูกอ่ะ)
เราไปช็อปบำรุงผิวมาจ้า ได้เท่าที่เห็นแหละ
ไม่รู้ว่าราคาที่เมืองไทยเท่าไหร่
ถ้าตัวเองรู้ราคา ช่วยเม้นท์บอกเค้าทีนะคะ
กันแดด ชิเซโด้
Extra Smooth (SPF 30) 1,230 บาท
ไปซื้อที่ ห้าง Festival City
อันนี้ ไปห้างเดียร่า ซิตี้ เซ็นเตอร์
ได้ shea butter
ครีมเชีย บัตเตอร์ L’OCCITANE 1,380 บาท
The body shop: Vitamin E
intense moisture cream very dry skin 750 บาท
The body shop: Vitamin E Eye cream 610 บาท
The body shop สบู่ก้อน พิงค์เกรปฟรุ๊ต 150 บาท(ของสามี)
The body shop สบู่เหลว พิงค์เกรปฟรุ๊ต 400 บาท (ของสามี)





วันจันทร์ที่แล้วไปกินข้าวที่ร้านอาหารไทย
ชื่อร้านใบตอง เจ้าของเป็นเจ้าเดียวกะ
CM ซูเปอร์มาร์เก็ตที่อยู่ติดกัน เป็น
เจ้าของโรงสีข้าว ข้าวหงษ์ทองที่ไทยอ่ะ
อยู่ในละแวก คารามา Karama
อาหารหลากหลายได้ปริมาณเยอะดี




สั่งผัดไทย ส้มตำ กุ้งชุบแป้งทอด ไอติมกะทิ
รสชาดใช้ได้ (เราชอบทานรสจัดน่ะ)
แต่สามีชมว่า
กุ้งชุบแป้งอร่อยกว่ากินที่สิงคโปร์อีก



ราคาต่อจานก้อสองร้อยบาทขึ้น
ลูกค้าวันนั้นเห็นแต่คนฟิลิปปินส์ซะมาก
คนเสิร์ฟก้อปินส์
คนขายของในซุปเปอร์ก้อปินส์



แต่เค้าใส่เสื้อชมพูวันแม่ กันทั้งร้านเลย
ที่ดูไบเค้าเป็นมุสลิมไม่กินหมู
จะซื้อมาม่ารสหมูสับ
ต้องเข้าไปข้างในร้านสุดๆ
มีห้องเฉพาะขายเนื้อหมู
มาม่าจะอยู่ในห้องนี้แหละ
เดินหาตามชั้นจะมีแต่
รสต้มยำกุ้งกะรสเป็ดพะโล้เท่านั้น อิ อิ



สัปดาห์นี้ สามีบินไปลิเบียห้าวัน
กะจะออกกำลังกายให้ได้
ซัก สาม สี่ครั้ง
ป ล คิดถึงและดูแลตัวเองมากๆ
น๊าาา เพื่อน





 

Create Date : 11 สิงหาคม 2551    
Last Update : 11 สิงหาคม 2551 16:52:04 น.
Counter : 1031 Pageviews.  

1  2  

gingotree
Location :
Hong Kong SAR

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีค่ะ ชื่อสาริกาค่ะ
ติดตามสามีไปโน่นมานี่
ไม่เป็นหลักแหล่ง
มีอินเตอร์เน็ตเป็นเพื่อน
ขอบคุณคนน่ารัก
ที่เข้ามาทักทายกันนะคะ

Friends' blogs
[Add gingotree's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.