All Blog
งานหมั้นพี่ชายสุดหฤโหด
วันนี้เราพึ่งกลับมาจากโคราชหลังจากที่ไปงานหมั้นพี่ชายมาตั้งแต่วันที่วันอังคาร เดินทางไปตอนบ่ายถึงก็ตอนเย็นๆ วันงานมีวันพุธทำพิธีเช้า แล้วมีเลี้ยงตอนย็นด้วย พอวันนี้ก็กลับมาตอนเกือบเที่ยง

ไอ้ที่ว่ามันหฤโหดก็ไม่ใช่อะไรหรอก แบบว่าเราใช้เวลาแค่วันครึ่งในการกินอาหารโต๊ะจีน 3 โต๊ะ และบุฟเฟท์อีก 2 มื้อ แทบตายนะคะท่าน เนื่องจากเราเป็นคนตะกละมากถึงมากที่สุด ประมาณว่าถ้าผู้ชายมาจีบนี่จะเองเงินฟาดหัว หรือจะซื้อของแพงๆให้นี่อย่าหวัง แต่ถ้าเอาอาหารมาล่อนี่ ไม่เคยปฏิเสธ ก๊ากกกกก

และแบบว่าเป็นโรคกระเพาะ(คราก)ด้วยอะนะ กินเยอะมามันปวด ช่วงที่ไปเลยปวดมันทุกมื้ออาหารเลย ก็ทรมานไปอีกแบบ ประมาณว่าไปถึงตอนเย็นด้วยความโหย เลยไปกินที่ภัตตาคารจีนชื่อดังในย่านนั้น ทั้งอากู๋ 4 กู๋ พี่ชาย เพื่อนพี่ชาย เราและปะป๊า หม่าม้า ทั้งหมด 10 ชีวิตพอดีแป๊ะ แบบว่าโหยกันทุกคน สั่งอาหารที 10 กว่าอย่างฮ่ะ ขอย้ำนะว่า 10 กว่าอย่างจานใหญ่ๆทั้งนั้น จานแรกๆมาพรึ่บเดียวหมด จนหลังๆได้แต่นั่งถอนหายใจกันใหญ่ ชวนคนอื่นกินสิๆ แบบว่ากลายเป็นคนมีน้ำใจกันไปเลยนะช่วงหลังๆ อิอิ

มื้อแรกก็ทรมานพอดีแล้ว เจอบุฟเฟท์อาหารเช้ามื้อที่สอง อาหารที่โรงแรมก็ละลานตา โดยเฉพาะเพื่อนพี่ชายนี่ซัดซะเต็มเหนี่ยวเลยค่ะ พอไปถึงพิธีหมั้นตอนเช้าก็คิดว่าพิธีน่าจะนาน ที่ไหนได้เสร็จเร็ว แค่ 10 โมงครึ่งก็ถึงเวลากิน อีกแล้ว!!! ไอ้หย๋า โต๊ะจีนอีกแล้ว แถมมีแต่อาหารดีๆแพงๆทั้งนั้น โดยมาจากร้านอาหารแถวนั้น

อาหารดีๆทั้งนั้น หูฉลามนี่มาเป็นแผ่นๆ แผ่นเบ้อเริ่มเลย เป๋าฮื๊อ ซุปเยื่อไผ่ แต่ที่ชอบที่สุดคงเป็นปลาหิมะชิ้นใหญ่เกือบเต็มจานเปล ที่นี่เขาก็แปลกนะ สามารถทำอาหารดีๆแพงๆให้ไม่อร่อยได้ 555 คืออาหารดี แต่รสชาติไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่ แต่ด้วยความเสียดายของดีเลยต้องจำใจกิน ไม่ใช่เพราะความตะกละนะ ส่วนเพื่อนพี่ชายได้แต่นั่งดูด้วยความเสียดาย น้ำลายไหลยืดเพราะเจอไม้งาเมื่อยามขวานบิ่น

พอกินเสร็จกลับโรงแรมก็มีเวลานอนพัก 2 ชั่วโมงเพราะเมื่อเช้าปะป๊ามาปลุกตั้งกะตีห้า กินเสร็จก็นอนพุงอืดไป ตื่นมาอีกทีตอนบ่ายสามครึ่งรีบอาบน้ำ แต่งตัว ทำสวยไปงานกลางคืนค่ะ โชคดีที่สมัยนี้เขาฮิตชุดแซกรัดใต้อกแล้วปล่อยชาย ทำให้ไม่มีปัญหาไม่ว่าพุงจะปลิ้นแค่ไหน แหมเสียดายไม่ได้ถ่ายรูปมาโชว์ อิอิ

พอตกกลางคืนก็โต๊ะจีนอีกรอบแต่คราวนี้โต๊ะจีนนครปฐม อร่อยสุดยอด แต่เราก็ต้องน้ำตาตกใน เนื่องจากจริงๆแล้วน่าจะได้นั่งโต๊ะวีไอพีเนื่องจากเป็นน้องสาวว่าที่เจ้าบ่าวนะ แต่ว่าโต๊ะนั้นมีแต่ผู้ใหญ่ ปะป๊าเลยเจ้ากี้เจ้าการให้ไปนั่งกะโต๊ะญาติเขา จริงๆงานหมั้นเป็นงานของฝ่ายผู้หญิงก็จะมีแต่แขกของฝ่ายหญิง ไม่มากไม่มากมากันทั้งตลาดแค่ 83 โต๊ะเอง แต่ญาติห่างๆฝ่ายปะป๊าที่อยู่ ตจว ใกล้ๆแถวนั้นมาที่นี่สะดวกกว่ามา กทม เลยมางานหมั้นแทนงานแต่ง

ไอ้เราก็เลยต้องไปนั่งกะเขา โดยที่บ้านนั้นเขามากันพี่น้องนั่งโต๊ะเดียวเกือบเต็มเหลือที่นั่งที่เดียวให้เรานั่ง พออาหารมา ไม่น่าเชื่อ พวกเขาใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที เสกให้อาหารในจานเบ้อเริ่มเท่มหมดภายในพริบตา เราตักมาได้คำเดียว หมด กินได้แค่จานละคำเท่านั้น อยากจะร้องไห้ มาอิ่มก็อีตอนข่าวผัดใบบัวที่ได้กินกะเขาบ้าง และแล้วไอ้สิ่งที่เรากลัวที่สุดมันก็เกิดขึ้นจนได้ ตอนแรกก็งงๆว่าทำไมนะถึงให้เรามานั่งไอ้โต๊ะนี้นัก คือญาติปะป๊าที่ว่ามีศักดิ์เป็นอาโกว กะอาเจ็กเรา หรือแปลเป็นไทยคือเป็นลูกพี่ลูกน้องกะพ่อเรา เขาก็จะเป็นลุงป้าแล้วก็อาๆเรานั่นเอง แล้วคุณป้าคนหนึ่งที่นั่งติดกะเราก็บอกเราว่าเนี่ย...เขามีลูกชายห้าคน แต่งงานไปแล้ว 3 คน เดี๋ยวคนเล็กที่อายุเท่าดราก็จะแต่งแล้วปีหน้า นี่เหลือคนที่สี่อยู่คนเดียว มันไม่ยอมแต่ง มัวแต่ไปแสดงหนังอยู่ กทม. ไม่ยอมกลับบ้านด้วย ประมาณว่าเป็นตัวประกอบ เราก็ตอบค่ะๆ ไปตามมารยาท

สักพักอาเจ็กคนหนึ่งเขาก็เอากล้องมาถ่ายรูปเราคู่กะอาโกวคนนั้น แล้วเขาก็ถามว่าเราอายุเท่าไหร่ ทำอะไร งั้นงี้ เราก็ เอ..ชักแปลกๆ อยู่ดีๆปะป๊าเข้ามาก็บอกว่า นี่มีอะไรช่วยสั่งสอนลูกสาวอั๊วด้วย เราก็เอ..แค่นั่งกินโต๊ะเดียวกันทำไมต้องให้มาสั่งสอนด้วยวะ แล้วตอนจะกลับมาแลกเบอร์กันอีก เราก็นะ....สงสัยจะเป็นเทศกาลจับคู่ของพวกผู้ใหญ่อีกแล้ว จะซวยแล้วไหมเนี่ย

เนื่องจากว่าปะป๊าชอบจับคู่ให้ลูกๆกันเหลือเกินทั้งกะพี่ชายกละที่พสาวเรามาแล้วหลายครั้งหลายหน แต่ไม่เคยสำเร็จ นี่ยังไม่เข็ด นึกว่าจะเลิกแล้ว ดันจะมาจับคู่เราอีก -__-' แล้วพวกพี่ๆเราพอมีเรื่องพวกนี้ทีไรก็ต้องทะเลาะกะปะป๊าทุกที จนโดนเขาด่าเป็นเดือนๆไม่เลิก จนนี่ได้แต่งงานแล้วถึงเลิกด่า ส่วนเรานี่ก็ได้แต่คิดว่าเขาคงลืมๆกันไปเองเพราะอยู่ไกล

วันงานหลังจากช่วยส่งแขกจนเหนื่อยกว่าจะกลับถึงโรงแรมก็ห้าทุ่มเข้าไปแล้วตอนแรกอากู๋บอกว่าจะพาไปเกะ เลยอดกันเพราะเหนื่อยกันมาก เสียดายจริงๆ พอตอนเช้าก็ปฏิบัติการรับประทานอาหารบุฟเฟ่ท์ของโรงแรมต่ออีกมื้อใหญ่จนพุงป่องแล้วป่องอีก ไอ้ที่สามกิโลที่ลดไม่ค่อยลงของเรา นอกจากจะไม่ลงแล้ว กลับมาคราวนี้คงพุ่งพรวดแน่ๆ คิดแล้วก็เศร้าใจ กินเข้าไปก็ทรมานนะแต่ก็ยังจะกินอีก คนเรา อย่างว่าไอ้ที่เป็นมาแต่กำเนิดนี่มันแก้ไขไม่ได้จริงๆ

หลังจาก 5 มื้อหฤโหดผ่านไป เกือบเที่ยงพยาธิในท้องเริ่มอาละวาดอีกแล้ว พี่ชายแวะเติมน้ำมัน เราก็แว่บเข้าร้านสะดวกซื้อ เข้าไปจิ๊กไอติมมากินอีกถ้วย สัพักพี่ชายบอกจะแวะกินข้าวตรงสระบุรี ไปถึงตอนแรกใจจะสั่งเสต็กแต่ลูกๆในท้องเริ่มโวยวายบอกว่าไม่มีที่เหลือในกระเพาะน้อยๆของเราแล้ว เลยสั่งแค่ข้าวผัดน้ำพริก

แต่ไอ้ข้าวที่สั่งมา มันดันทำซะอลังการจนหมดกำลังใจในการกิน โอยย อยากจะบ้า กินเข้าไปคราวนี้ ได้แต่นั่งอึ้งจนพี่ชายถาม หน้าตานี่บ่งบอกเลยนะว่าอิ่มมาก เหมือนงูหลามที่มันกินจนขยับไปไหนไม่ได้แล้ส สภาพมันเป็นอย่างงั้นจริงๆ พอเอามือจับพุงตัวเองก็สำนึกได้ นี่เราท่าทางจะท้อง 4 เดือนได้ภายใน 2 วัน คิดแล้วก็เศร้า

กลับมาก็ต้องจัดการลดน้ำหนักอีกเป็นการใหญ่ไม่งันวันงานใส่ชุดไม่ได้แน่ เดี๋ยวจะมีคนทักว่า อ้าว ท้องได้ไงคะ ยังไม่ได้แต่งนี่นา อิอิ ไม่ไหวๆ แต่จะให้เลิกนิสัยตะกละนี่ก็ท่าจะยาก คิดแล้วก็เศร้าใจจริงๆนะเนี่ย



Create Date : 12 ตุลาคม 2549
Last Update : 12 ตุลาคม 2549 21:14:42 น.
Counter : 314 Pageviews.

3 comments
  
อุอุ นึกภาพ งูหลามหน้าหมวยๆ ม่ายค่อยออก แต่นึกสภาพ อ้วนกลมจนขยับไม่ได้แล้ว อยากเห็นมักๆ 555
โดย: พุงกาง (พุงกาง ) วันที่: 12 ตุลาคม 2549 เวลา:21:51:02 น.
  
ท่าทางไม่ตะกละเลยนะ อ่านมาค่อนหน้ามีแต่บ่นเรื่องกิน เรื่องจับคู่บ่นนิดเดียว อิอิ
โดย: คิดถึงผมป่าว วันที่: 12 ตุลาคม 2549 เวลา:22:00:11 น.
  
สวัสดีวันหยุดค่ะพี่แอน

ถึงจะอ้วน พี่แอนก็สวยค่า

กระต่ายเอาบุญมาฝากอยู่นะคะ ส่งกระแสจิตไปแล้วค่ะ ได้รับยางงง

มีความสุขวันหยุดนะคะพี่แอน

โดย: กระต่ายลงพุง วันที่: 15 ตุลาคม 2549 เวลา:13:34:25 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

แอนนะยะ
Location :
สมุทรปราการ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เบื่อกับการมีชีวิตตามกระแสสังคม ต่อนี้ไปฉันจะมีชีวิตอย่างที่ฉันต้องการจะเป็นเท่านั้น แค่มีความสุขกับตัวเองและคนที่บ้านก็เพียงพอ