All Blog
สี่ปีผ่านไปพึ่งรู้ว่าลืมเอาตังค์คืน...เป็นไปได้อย่างไรกับคนงกๆอย่างเรา
ว่าแล้วก็ไม่น่าเชื่อว่าคนงกๆอย่างเราจะลืมเรื่องเงินๆทองๆไปได้ อยู่ดีๆวันหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า เฮ้ยย เมื่อสี่ปีที่แล้วลืมเอาเงินมัดจำจากโฮมสเตย์คืน คิดแล้วก็น่าเจ็บใจ เรื่องนี้มันเกิดขึ้นเมื่อสี่ปีที่แล้ว เมื่อตอนที่เราเพิ่งไปเรียนที่ออสเตรเลียใหม่ๆ

ตอนนั้นเราให้ทางมหาวิทยาลัยหาโฮมสเตย์ให้ ซึ่งก็คือที่อยู่พร้อมครอบครัวฝรั่งเพื่อที่เขาจะได้แนะนำได้ว่าเราควรจะใช้วิตอยู่ที่นั่นยังไงบ้าง แถมทำกับข้าว ทำงานบ้านให้ด้วย ซึ่งเพื่อนเราส่วนใหญ่อยู่โฮมสเตย์แค่เดือนเดียวก็ออกไปหาบ้านอยู่กันเองแล้วเพราะถูกกว่า และส่วนใหญ่จะได้โฮมสเตย์ไม่ดี ให้กินแต่อาหารถูกๆทั้งๆที่เก็บเงินไปแพง ส่วนเราโชคดีที่บ้านนั้นเลี้ยงอย่างดิบดีจนอ้วนขึ้นถึงห้ากิโลในเวลาไม่กี่เดือน

ก็เลยทำให้พ่อเราบอกว่า ไม่เป็นไรหรอกเงินมัดจำนั่นนะ เขาบริการดีก็ถือว่าให้เขาไป เราก็คิดในใจ หึๆ บริการดีจริงๆนั่นแหละ ดีจนเราลืมเอาเงินมัดจำจำนวนสองหมื่นบาทคืนตอนออกจากบ้านเลย เพราะอะไรนะหรือ ก็เพราะไม้หมีบริการแด แหม บริการดีนี่แหละ ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น

ครอบครัวนั้นจริงๆแล้วเป็นผู้ชายแก่เป็นฝรั่งเยอรมันที่อพยพมาอยู่ออสเตรเลียเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนตอนนั้นตาแก่นั่นอายุเจ็ดสิบ ส่วนฝ่ายหญิงเด็กกว่าสามียี่สิบห้าปีเป็นคนฟิลิปปินส์ที่ทำอาหารเก่งมากทั้งอาหารเอเชียและอาหารฝรั่ง

เขาบอกว่าเขารับเด็กมาอยู่แต่มีแต่เด็กเรียนคอร์สภาษาเลยอยู่กับเขาไม่นาน เขาอยากได้เด็กที่อยู่นานๆมากกว่า เผอิญมีเรานี่แหละที่เรียนโทแล้วไปอยู่กับเขา แล้วเขาก็ชอบรับแต่เด็กผู้หญิงเท่านั้น เพราะเขาไม่ชอบเด็กผู้ชาย สกปรก ไม่มีระเบียบ

ตอนแรกๆเราก็ไม่ได้เอะใจอะไร ก็คิดว่าเด็กเรียนภาษาก็คงอยู่ไม่นานอยู่แล้ว ถ้าเขาบริการเราดีก็คงอยู่จนเรียนจบ ตอนแรกเขาก็บริการเราดีทุกอย่างโดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน มีพาออกไปกินข้าวนอกบ้านด้วยบางครั้ง บางทีก็ออกไปชอปปิ้งกัน ตอนแรกผู้หญิงฟิลิปปินส์นั่นก็ดูใจดี คุยเก่ง แนะนำเราดีทุกอย่าง ตอนนั้นทุกอย่างมันเหมือนจะดูดีไปหมดจนประมาณสี่เดือนผ่านไป

เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อผู้หญิงฟิลิปปินส์กลับไปประเทศเขาเพื่อร่วมงานแต่งงานของหลานชายเขาเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์ และแล้วเราก็ต้องอยู่บ้านเดียวกับไอ้แก่นั่นสองคน โดยที่มีเด็กเรียนภาษาอีกคนหนึ่งอยู่ด้วย แต่ไม่เคยอยู่บ้านเลย เนื่องจากเราเรียนช่วงเย็นถึงค่ำ ช่วงกลางวันเราก็จะอยู่บ้าน อ่านหนังสือ เตรียมรายงานไปเรื่อยของเรา เราไม่ค่อยชอบออกไปไหนเพราะงานเยอะ อ่านหนังสือไม่ค่อยทันด้วย และด้วยนิสัยเราด้วยที่ไม่ค่อยเที่ยวนักเลยอยู่บ้านซะเยอะ

จริงๆไอ้แก่นั่นก็ชอบแสดงตัวว่าเป็นคนดี มีศีลธรรมตลอดเวลา บอกว่าการทักทายกันแบบฝรั่งมีหอมแก้ม จูบแก้มกันเป็นเรื่องธรรมดา เราก็ว่าธรรมดาของสังคมที่นั่นจริง แต่ระยะหลังๆมันชักจะแปลกๆ โดยเฉพาะช่วงนั้นที่เมียมันไม่อยู่ เราก็ออกไปซื้อกับข้าวกับโฮมสเตย์เป็นประจำ พอไอ้แก่นั่นชวนไปเราก็ไปปกติ แต่อยู่ดีๆมันก็ชอบมาโอบ คือโอบไหล่นี่เป็นปกติเพราะต่อหน้าเมียมันก็ทำแบบนั้น กับเด็กคนอื่นมันก็ทำ ก็ไม่ได้คิดอะไร แต่วันนั้นมันชักเอาใหญ่คราวนี้มาโอบเอวเลย เราก็ตกใจรีบถอยออกมา คิดดูดิว่าถ้าคนอื่นเห็นเขาจะคิดว่ายังไง

แต่เราก็ยังไม่คิดอะไรมากจนวันสุดท้ายก่อนที่เมียมันจะกลับ มันก็ชวนเรากินเหล้าที่มันทำเอง บ้านนั้นจะทำเหล้ารัมกินเองอยู่แล้ว ซึ่งจริงๆเราก็เคยกินบ้างแต่ไม่มากเพราะกลัวเสียภาพพจน์เด็กไทย เดี๋ยวจะหาว่ามาเรียนหรือมาเมากันแน่ และตาแก่นี่จะชอบผสมเหล้าเข้มมากคือเหล้าเกือบครึ่งแก้วผสมน้ำเปล่า และใส่น้ำแข็ง ตอนกินครั้งแรกนี่เกือบจะพ่นปื้ดออกมาด้วยความขม แต่กินไปกินมาก็อร่อยดี ปกติเราจะกินแค่แก้วเดียว แต่วันนั้นมันคะยั้นคะยอให้เรากินถึงสามแก้ว คงคิดว่าจะมอมเรา แต่เราเป็นประเภทไม่เคยกินเหล้าจนเมาอยู่แล้ว

แล้วสักพักมันก็เริ่มเข้ามาโอบ จะมาจูบปากเราทั้งๆที่ปกติก็แค่จูบหน้าผาก ซึ่งเราก็หันหนีเลยเฉียดไปโดนแก้ม แล้วก็โอบเอวจะให้เราลงไปนั่งกับมัน เท่านั้นแหละเราเลยบอกว่าต้องรีบไปทำรายงานแล้วเดินหนีเลย ตอนนั้นตกใจแล้วก็คิดอะไรไม่ออก เพราะอึ้งมาก ไม่เคยคิดว่ามันจะคิดแบบนี้กับเรามาก่อน เราเลยรีบออกจากบ้านไปหาเพื่อนแล้ววันนั้นก็ค้างบ้านเพื่อนแต่ก็ไม่ได้นอน เพราะเพื่อนมีเตียงเดียวซึ่งมันก็นอนกับแฟนมันอยู่แล้ว นอนไม่ได้ เราก็เลยลุกมานั่งเปิดเนททั้งคืน เพราะต่อให้นอนได้คืนนั้นก็คงนอนไม่หลับ

ในใจคิดแต่ว่าเราจะไปหาที่ซุกหัวนอนได้ที่ไหนวะที่ใกล้มหาลัยเหมือนที่นี่ แล้วก็ราคาไม่แพง ที่สำคัญต้องหาให้ได้เร็วที่สุด การหาบ้านที่นั่นมันไม่ได้ยากมากแต่ก็ไม่ง่ายเลยที่จะหาบ้านที่ถูกใจในเวลาจำกัดแบบนี้ เพราะเราคิดว่าเราคงอยู่ที่นั่นไม่ได้แล้วแน่ๆ พอดีวันรุ่งขึ้นเมียมันก็กลับมาแล้วเราก็เลยกลับบ้าน ใจคิดว่าคงไม่พูดอะไรหรอก ออกไปเงียบๆคงดีกว่า เพราะพูดอะไรไปคงไม่มีใครเชื่อ ที่สำคัญช่วงนั้นเรางานเยอะมากไม่มีเวลาไปเอาเรื่องกับใคร

พอเมียมันกลับมาเท่านั้นแหละ ก็สังเกตท่าทางแปลกๆของเราได้ที่ไม่ยอมมองหน้า ไม่ยอมคุยกับสามีแก่ๆของมันเหมือนเก่า มันก็เลยเป็นเรื่องเมื่อไอ้แก่นั่นเริ่มพูดเรื่องนี้ก่อนเป็นคนแรก หลังจากนั้นเมียมันก็เลยมาถามจะเอาเรื่องกับเราพร้อมหาว่าเราไปอ่อยผัวแก่เจ็ดสิบ โอยยย อยากจะบ้าตาย ตอนนั้นเจ็บใจมากที่จ่ายเงินก็แพงแล้วยังโดนลวนลามเสร็จแล้วยังโดนมันด่าอีก

แต่ด้วยความที่ยังหาบ้านไม่ได้เลยต้องทนอยู่ต่อไปอีกประมาณเกือบอาทิตย์ได้ แต่ก็อยู่อย่างกดดันเพราะฝ่ายผู้หญิงก็แดกดันเราตลอดเวลา พอเราหาบ้านได้ก็เลยรีบออกมาเลยโดยที่ยังอุตส่าห์จ่ายเงินในสัปดาห์นั้นไว้โดยที่ไม่บอกล่วงหน้า ทิ้งไว้แค่โน้ตแถมจ่ายเงินเกินไปอีกห้าเหรียญเพราะไม่มีแบงก์ย่อย แต่ดันลืมไปว่าเรายังมีเงินมัดจำอยู่อีกตั้งหนึ่งเดือนหรือประมาณสองหมื่นบาท นี่เราลืมไปได้ยังไงเนี่ย

หลังจากนั้นเราก็ได้ข่าวว่าบ้านนั้นเขาเลิกเป็นโฮมสเตย์ไปเลย พร้อมขายบ้านนั้นทิ้งไปอยู่ที่อื่นอีกด้วย ส่วนเราก็ลืมเรื่องเงินมัดจำไปเสียสนิท แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมสี่ปีผ่านมาอยู่ดีๆไอ้เรื่องค่ามัดจำมันดันเด้งปึ๊งขึ้นมาให้เราเจ็บใจเล่นซะงั้น ถ้าเขาบริการเราดีจริงอย่างที่พ่อเราว่าก็คงไม่คิดอะไรมากหรอก หรือถ้าเราลืมไปเลยซะก็คงเฉยๆ แต่นี่อยู่ดีๆดันนึกขึ้นมาได้ เนี่ยละน้าคนเราอยู่ดีๆก็หาเรื่องไม่สบายใจซะงั้น



Create Date : 07 สิงหาคม 2550
Last Update : 7 สิงหาคม 2550 12:50:43 น.
Counter : 403 Pageviews.

5 comments
  
ตอนนั้นคงโกรธจนลืมมั้งครับเนี้ย

อ่านแล้วหงุดหงิดแทนจัง
โดย: I.Brother วันที่: 7 สิงหาคม 2550 เวลา:14:52:06 น.
  
ชีวิตที่ผ่านมาถือว่าแล้วกันไป
ส่วนชีวิตใหม่วันพรุ่งนี้ขอให้มีความสุขกว่าที่เป็นอยู่หมื่นๆเท่าค่ะ
ขอให้มีความสุขค่ะ เป็นกำลังใจหั้ย สู้ๆ^^
โดย: --yeejin-- วันที่: 7 สิงหาคม 2550 เวลา:19:05:58 น.
  
หมีบริการแด ..อ่านตอนแรก ..งง..

ทะไมเราเก๊ทช้างี้ว๊า ...

อ่านแระ เซ็งแทนนะคะเนี่ย โดยเฉพาะเรื่องที่เมียเค้ามาแดกดันเนี่ย ..
โดย: ซซ วันที่: 7 สิงหาคม 2550 เวลา:19:55:02 น.
  
โดย: meaw_1985 วันที่: 9 สิงหาคม 2550 เวลา:19:14:59 น.
  
เห้อ อย่าคิดมากค่ะ
โดย: โลมาน้อยน่ารัก วันที่: 14 สิงหาคม 2550 เวลา:23:39:42 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

แอนนะยะ
Location :
สมุทรปราการ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เบื่อกับการมีชีวิตตามกระแสสังคม ต่อนี้ไปฉันจะมีชีวิตอย่างที่ฉันต้องการจะเป็นเท่านั้น แค่มีความสุขกับตัวเองและคนที่บ้านก็เพียงพอ