All Blog
เงิน 26 บาทจะซื้ออะไรในห้างได้บ้าง
เมื่อวานเราออกไปทำธุระที่ธนาคารแล้วเราก็แวะห้างแถวนั้นซึ่งเราเดินเป็นประจำ ห้างที่ว่ามีทั้งส่วนห้างแล้วก็ส่วนพลาซ่าซึ่งส่วนใหญ่เราจะเดินแต่ส่วนของพลาซ่าเท่านั้น เดินเล่นไปมา เราก็พบว่าซื้อของแล้วมันมีเศษเหรียญหนักกระเป๋าเลยอยากกำจัดเศษเหรียญนั้นซะ นับไปนับมาเป็นจำนวนเงิน 26 บาท โดยเป็นเหรีญห้าหนึ่งเหรียญ เหรียญสองบาทหนึ่งเหรียญ และนอกนั้นเป็นเหรียญบาททั้งหมด แล้วท่าทางเราคงจะว่างมากเลยลองเล่มเกมส์กับตัวเองดู เพราะอยากรู้ว่ามันจะมีค่ามากแค่ไหน โดยตั้งเงื่อนไขว่าเจ้าเงิน 26 บาทนี้จะใช้ซื้ออะไรในห้างนี้ได้บ้าง จริงๆแล้วถ้าไม่อยู่ในห้างมันน่าจะหาซื้อของได้ง่ายกว่านี้ ก็เลยตั้งกฎไว้ว่าห้ามเป็นของกิน เพราะของกินหาง่าย อีกอย่างเรากินไปก็อ้วนเปล่าๆ ช่วงนี้อ้วนแล้วด้วย เลยไม่ซื้อของกิน และจะต้องเป็นของที่เราได้ใช้อยู่แล้ว ไม่ใช้ซื้อมาเสียทิ้ง ไร้สาระเปล่าๆ

ระหว่างที่คิดดังนั้นเราก็เริ่มๆมองหาที่กำจัดเศษเหรียญนี้ทันที โดยที่ก็ไม่รู้ว่าจะซื้ออะไรได้บ้าง ตอนแรกเดินเข้าวัตสันเพราะมันมีซื้อชิ้นที่สองราคาบาทเดียว แต่สินค้าที่จัดรายการก็ราคาแพงเกินยี่สิบหกบาททั้งนั้น พวกของถูกๆเช่น ทิชชู่ กระดาษซับมัน อะไรพวกนี้เรามีหมดแล้วเพิ่งจะซื้อไป ก็เลยไม่ได้ซื้ออะไรในนั้น หลังจากเดินวนอยู่ซักพักเราก็เห็นไอ้ที่คาดผมแบบที่มันเป็นอันใหญ่ๆแล้วเป็นเลื่อมสีเงิน สีทอง แบบที่เขากำลังฮิตกันตอนนี้ซึ่งเราก็อยากได้อยู่เหมือนกัน เลยเดินไปดูราคา ร้านแรกราคา 29 บาท สรุปว่าเกินงบเลยเดินต่อไป พอมาร้านที่สองเดินลึกเข้ามาด้านในไกลพอสมควร ถามราคา 39 บาท แพงกว่าอันเมื่อกี้อีกทั้งๆที่ทำเลแย่กว่านึกว่าราคาจะถูกกว่า

จนคิดว่าจะไม่ซื้อแล้ว แต่พอเดินเลยไปอีกทางตาดันไปมองเห็นร้านขายกิ๊บติดผมแล้วก็ที่คาดผม ทั้งร้านราคา 10 บาท เลยเดินเข้าไป และแล้วเราก็เจอไอ้ที่รัดผมแบบที่ต้องการเพียงแต่วัสดุนั้นแตกต่างกัน แต่ความระยิบระยับและความสวยงามเวลาที่ใส่แล้วเราว่าไม่แตกต่างกันเท่าไหร่เลย เลยซื้อมาได้หนึ่งชิ้น เหลือเงิน 16 บาท แล้วก็คิดต่อไปว่าเงินที่เหลือนี้จะซื้ออะไรได้อีก

เดินวนไปมาอยู่หลายรอบก็นึกขึ้นได้ว่าเราว่าจะซื้อหนังสืออ่าน และหนังสือที่เราชอบอ่านก็คือพวกขายหัวเราะนี่แหละ เล่มละ 15 บาท แต่บังเอิญว่าเล่มใหม่เราซื้อไปแล้ว ก็เลยคิดว่าจะซื้ออะไรดีน้า .... นึกไปนึกว่าก็คิดได้ว่าข้างบนห้างมันมีส่วนที่เป็นคลองถมอยู่นี่นา ตรงนั้นมีขายหนังสือมือสองอยู่ด้วยเลยขึ้นไปข้างบน และแล้วก็มาถึงเป้าหมาย เราเลือกหนังสือขายหัวเราะมือสองจำนวนสองเล่ม เล่มละเจ็ดบาท รวมเป็นสิบสี่บาท เหลือเงินอีกสองบาท

ตอนนี้นเราก็ว่าจะกลับบ้านแล้วเดินจนเมื่อยเลยคิดว่าเงินสองบาทเนี่ยจะเอาไปให้ขอทานในระหว่างทางเดินกลับบ้าน ถาหากเจอขอทานก็จะให้ แต่มีข้อแม้ว่าต้องเป็นขอทานที่ไม่นั่งเฉยๆ ต้องเป็นขอทานที่พยายามทำอะไรสักอย่างเพื่อแลกเงิน จริงๆแล้วตอนเด็กๆ ประมาณสามสี่ขวบ เวลาเราเดินออกไปข้างนอกกับแม่ แล้วเจอขอทานเรามักขอเงินแม่ไปให้กับขอทานทุกคนที่เราเห็น โดยที่แม่เราก็ไม่ได้ว่าอะไรกลับชอบที่เราเป็นเด็กใจดีเสียอีก เห็นกี่คนๆก็ให้หมดเลยคนละบาท แต่หลังจากที่เราโตขึ้น รู้ข่าวแก๊งค์ขอทานมากขึ้น หรือขอทานบางคนมือเท้าดีๆแต่ขอทานจนรวยกว่าพวกเราๆเสียอีกแต่ก็ยังยึดอาชีพขอทานเพราะรายได้ดี แถมหลังๆมีพวกมาขอเชิงกรรโชกทรัพย์อีกด้วย ประมาณว่าชอบบอกว่าเพิ่งออกมาจากคุกให้เอาตังค์ให้มันด้วย ประมาณนี้ ตั้งแต่นั้นเราก็เปลี่ยนไป เราไม่เคยให้เงินขอทานอีกเลย เราจะให้เฉพาะคนที่พยายามทำอะไรสักอย่างเพื่อแลกเงิน ไม่ใช่นั่งขอเฉยๆ ไม่ว่าจะแก่ เด็ก พิการขนาดไหนก็ตาม เพราะเราถือว่าคนพิการหลายคนเขายังสู้ชีวิตไม่มาขอทานอยู่แบบนี้ได้เลย คนที่สมควรจะได้เงินคือคนที่พยายามเพื่อที่จะหาเงินไม่ใช่มานั่งเฉยๆ ยิ่งถ้าเล่นเป็นดนตรีวงเราก็ให้ไปเลยยี่สิบบาททุกครั้ง

แต่น่าเสียดาย ระหว่างทางกลับบ้านเราเห็นขอทานแค่คนเดียว เป็นลุงแก่ๆที่นั่งเฉยๆ เราก็เลยเดินผ่านไป สรุปว่าเราเลยเหลือเงินกลับบ้านสองบาท แต่ใครจะไปคิดว่าแค่ไอ้เศษเหรียญในกระเป๋าที่หลายๆคนจะมองไม่เห็นคุณค่าของมัน เรากลับได้ของที่เป็นประโยชน์กับเราแถมยังกำจัดเศษเหรียญไปได้อีกด้วย ถ้าไม่คิดว่าเงินไม่กี่บาทจะซื้ออะไรได้บ้าง เราคงไม่ดั้นด้นเดินหาของถูกๆให้อยู่ในงบ เจออะไรก็คงซื้ออันนั้นไปแล้ว เกมส์นี้ทำให้เรานอกจากจะกำจัดเศษเหรียญที่หนักกระเป๋าแล้วยังซื้อของได้ในราคาประหยัดอีกด้วย แถมหนังสือนี่อ่านจบแล้วเอาไปขายร้านเขาได้อีก คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม นี่ต้องเป็นคนงกเท่านั้นนะถึงจะคิดได้ ฮ่าๆๆ ว่าแล้วก็ถ่ายรูปของที่ซื้อมาไว้เป็นหลักฐาน ไม่รู้คราวหน้าจะคิดเกมส์อะไรมาเล่นกับตัวเองได้อีก เป็นเอามากแฮะคนเรา




Create Date : 01 กันยายน 2550
Last Update : 1 กันยายน 2550 13:03:27 น.
Counter : 326 Pageviews.

1 comments
  
เคยได้โจทย์ประมาณนี้เหมือนกันครับ ต้นปี 2550 ที่ผ่านมานี้เอง นัดฉลองปีใหม่กับเพื่อนๆ โดยมีข้อกำหนดว่า ไหนๆ เป็นปี 2550 เลยต้องหาของมาจับฉลาก โดยราคาต้องเท่ากับ 25.50 บาท ห้ามขาด ห้ามเกิน

จำได้ว่าเดินหาอยู่นานมาก สรุปไปได้ซีอิ๊วขาวมาขวดนึงครับ 25.50 มันลดราคาอยู่พอดี รู้สึกจะจาก 27 บาท หรือไงนี่แหล่ะ เลยต้องเอาใบเสร็จไปยืนยันกับเพื่อนด้วยว่า 25.50 บาทจริงๆ
โดย: ภูสูง วันที่: 1 กันยายน 2550 เวลา:14:47:22 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

แอนนะยะ
Location :
สมุทรปราการ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เบื่อกับการมีชีวิตตามกระแสสังคม ต่อนี้ไปฉันจะมีชีวิตอย่างที่ฉันต้องการจะเป็นเท่านั้น แค่มีความสุขกับตัวเองและคนที่บ้านก็เพียงพอ