แมวเหมียวเขี้ยวคม
Group Blog
 
All blogs
 

กรณีเหตุการณ์คุ๊กกี้รัน และประสบการณ์ที่ฉันเคยเจอ

ช่วงนี้ข่าวเด็กเอาโทรศัพท์มือถือของพ่อแม่มาเล่นเกม แล้วกดซื้อไอเท็มซื้อนั่นนี่จนเสียเงินหลักหมื่นหลักแสนกำลังดัง 

จะว่าอินตามกระแสมั้ย? 
ก็ไม่เชิงนะ เพราะเคสของพ่อแม่น้องที่อยู่พิจิตรฉันรู้มาก่อนแล้ว จากการเล่นในกลุ่มของจังหวัด (ฉันไม่ใช่คนพิจิตร แต่แม่ของฉันเป็นคนพิจิตร)
ส่วนตัวก็เคยมีคนเล่าเคสคล้ายๆ แบบนี้ให้ฟังเหมือนกัน แต่ยังดีที่ยอดเงินแค่ไม่กี่พัน และพ่อแม่เด็กก็มีเงินพร้อมจ่าย 

สิ่งที่ทำให้ฉันอยากจะเขียนบอกเล่า(หรือระบาย) ขึ้นมา ก็เพราะไปอ่านเจอบางบทความ และบางความเห็นที่กล่าวโทษพ่อแม่เด็กว่าไม่รู้จักดูแลลูก ไม่หัดตามเทคโนโลยี ฯลฯ 
ฉันไม่เห็นด้วยกับการโทษพ่อแม่(หรือผู้ปกครองคนอื่น) ของเด็กแต่ฝ่ายเดียว 
ง่ายที่สุดเลย ตัวฉันเองใช้เทคโนโลยีพวกนี้มาตั้งแต่อายุ 12-13 จนตอนนี้จะสามสิบแล้ว ฉันก็ยังต้องสอนให้แม่ของฉัน(ซึ่งไม่ใช่ชาวบ้านเลย) ใช้สิ่งเหล่านี้ และคอยอัพเดทให้ท่านตลอด 
แล้วกรณีพ่อแม่ผู้ปกครองที่เป็นชาวบ้านล่ะ? เขาจะไปทันของพวกนี้เหมือนนักธุรกิจหรือคนที่ตามเทคโนโลยีตลอดได้ยังไง 

มันไม่ยุติธรรมที่จะโยนความผิดไปให้พ่อแม่ว่าไม่รู้เทคโนโลยี บางความเห็นบอกว่า มีปัญญาซื้อสมาร์ทโฟนแต่ใช้ไม่เป็น 
ถามจริงๆ พวกคุณทั้งหลายที่ใช้สมาร์ทโฟน (รวมตัวของฉันเองด้วย) ได้ใช้ทุก App ที่มีให้หรือเปล่า?? แล้วเก่ง คล่องทุก App ที่มีหรือเปล่า?? 
แล้วชาวบ้าน คนค้าขาย คนที่ไม่ได้ทำธุรกิจ เขาจะรู้ทันเทคโนโลยีพวกนี้ทุกอย่่่างมั้ยคะ? 
ขนาดข้าราชการหลายๆ คนยังใช้ไม่เป็นเลย มีสมาร์ทโฟนไว้โทรเข้าโทรออก เล่นไลน์เล่นเฟส ไม่ได้ใช้อะไรเกินกว่านั้น 

หากพ่อแม่จะผิด ก็ผิดตรงที่ไม่ได้เข้มงวดเรื่องวินัยกับลูก มากกว่าผิดเรื่องไม่ทันเทคโนโลยี แล้วบอกว่าเด็กไม่รู้เรื่อง เด็กรู้เท่าไม่ถึงการณ์  
ฉันก็ไม่อยากเปรียบเทียบกับตัวเอง แต่เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ฉันอายุแค่ 12-13 เทคโนโลยีสมัยนั้นก็ช้ามาก โลว์มาก หายากมาก 
ฉันยังไม่เคยตกเป็นเหยื่อของเทคโนโลยีเลยแม้แต่ครั้งเดียว ฉันเล่นเกม แต่ฉันแทบไม่เสียเงินกับมัน ฉันเล่นอินเตอร์เน็ต แต่ฉันไม่เคยบ้าแชตบ้าคอมจนเสียการเรียนเลย
แล้วสมัยนี้เทคโนโลยีไปไกลและเร็วขนาดไหน เด็กแค่ไม่กี่ขวบก็เรียนรู้ได้หมดแล้ว ดังนั้นจะบอกว่าเด็ก- โดยเฉพาะเคสที่เด็กอายุ 18 แล้ว ไม่รู้เรื่อง รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ฉันว่ามันไม่ใช่แล้วล่ะ 
เด็กควรรู้และยอมรับว่าตัวเองหลง ควรรู้สึกผิดและสำนึกว่าตนหลงไปกับเทคโนโลยีจนทำให้พ่อแม่เดือดร้อน 

ส่วนตัวของฉันเอง ยอมรับว่าฉันควบคุมการใช้เงินในส่วนนี้ของตัวเองโดยการใช้ระบบเติมเงิน ถ้าฉันไม่เติม ก็ไม่ต้องใช้ ถ้าฟุ่มเฟือย เงินก็จะหมดให้เห็นๆ เป็นการควบคุมตัวเองในแบบที่ฉันพึงพอใจ 
บ่นมายาวเหยียดแล้ว คงต้องจบสักที 
ขอบอกปิดท้ายอีกนิดว่า ฉันไม่ได้พูดว่าพ่อแม่ไม่จำเป็นต้องรู้เทคโนโลยี แต่ฉันบอกว่า การโยนความผิดไปให้พ่อแม่ว่าไม่ทันเทคโนโลยีนั้น มันไม่เข้าท่า 

สวัสดีวันพุธสีเขียวค่ะ  เมี๊ยววว 




 

Create Date : 25 มิถุนายน 2557    
Last Update : 25 มิถุนายน 2557 9:20:01 น.
Counter : 551 Pageviews.  
Share to Facebook


สมุทรกัลยา
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




พิมค่ะ
แมวเหมียวตัวกลมๆ ขนนุ่มๆ
คุยได้ไม่กัด แต่ก่อนสัมผัสโปรดระวัง
=^ ^=
เหมียว....
Friends' blogs
[Add สมุทรกัลยา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.