คนเรา... เลือกเกิดไม่ได้... แต่เลือกที่จะเป็นได้...
Group Blog
 
All Blogs
 

ธรรมชาติที่ 2 หลุมพลาง&บ่วงมาร

..........หลายๆคนที่อยากร่ำรวย แต่หลงตกลงไปในหลุมพลาง หลุมพลางที่คอยดักจับกันไม่ให้คนร่ำรวย มันมีด้วยหรือไอ้หลุมพลางอันนี้น่ะ... ในส่วนตัวผมผมมองเห็นหลุมพลางอันนั้นแล้วและก็เข้าใจแล้วจริงๆ เพราะพอเรามองออกไปเปรียบเทียบกับคนอื่นๆที่ยังวิ่งสาระวนเพื่อให้ร่ำรวยอยู่นั้น ผมก็จะเห็นว่าเขาติดบ่วงในหลุมพลางที่ผมกำลังจะพูดถึงนี้อยู่ เชื่อไหมครับ หลายๆ คน ที่ติดบ่วงนี้อยู่กลับไม่รู้ตัว แต่ก็จะคอยคร่ำครวญกับตัวเองเสมอๆ ว่าทำไมถึงไม่รวยกับเขาสักทีนะ...

..........จากข้อที่1 เรื่องความฝันที่ผมได้พูดถึงไปแล้วนั้น... มันจะเป็นจริงไม่ได้เลยหากคนที่ฝันมาตกหลุมพลางนี้จะดิ้นรน จะวิ่งสาระวนเท่าไร เหนื่อยจนหัวใจแทบขาด ก็ไม่สามารถร่ำรวยได้ มันเป็นเช่นนั้นจริงๆครับ ไอ้เจ้าหลุมพลางหรือบ่วงมารนี้ มันร้ายกาจเหลือเกิน เห็นหลายๆ คนติดอยู่ตรงนั้นแล้ว ผมก็เหนื่อยใจแทนเหมือนกัน เพราะเราจะบอกเขาไม่ได้เลย สาเหตุเพราะหลายๆ คน มีทัศนคติเกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่เหมือนเรา บอกไปก็มีแต่ เท่าทุนกับติดลบ ดีไม่ดีมองหน้ากันไม่ติดอีกต่างหาก แต่เราก็บอกไปเท่าที่เราจะบอกได้

..........ดังนั้นเคล็ดลับการร่ำรวยมันก็ยังคงเป็นเคล็ดลับเพื่อให้คนมาไขมันได้ เข้าใจเคล็ดลับแล้ว ก็ร่ำรวยไป ใครที่ยังไขไม่ออก ก็วิ่งสาระวนกันต่อไป ผมอดดีใจและสบายใจกับคนที่ไม่ได้ฝันถึงความร่ำรวยไม่ได้ เขาช่างมีความสุขเหลือเกินกับวิถีชีวิตที่พอเพียงของเขา ไม่ต้องดิ้นรนไขว่คว้า ใช้ชีวิตเท่าที่ตนเองมีและเป็น จริงๆ แล้วชีวิตคนเราก็มีเท่านี้แหล่ะ มีมากแค่ไหนก็ กินได้อิ่มเดียว ตายไปก็ขนเอาไปด้วยไม่ได้... ทั้งๆ ที่ผมเข้าใจธรรมชาติอันนี้ แต่ผมก็ยังอยากได้อยากมี เพราะดันไปรู้ธรรมชาติอีกอย่างที่ทำให้ร่ำรวยน่ะสิครับ

***หมายเหตุ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ ท่านที่อ่านโปรดใช้วิจารณญาณ พระพุทธองค์ ท่านทรงตรัสสรุปความได้ไว้ว่า

.........."จงอย่าเชื่อสิ่งใดๆ จนกว่าจะได้พิสูจน์สิ่งนั้นแล้ว"..........

พูดถึงเรื่องพระพุทธเจ้าแล้ว ท่านยังจำกันได้ไหมครับว่า โหรทั้งหลายได้ทรงทำนายท่านไว้ว่า ถ้าไม่ออกบวชก็จะเป็นมหาราชาที่เกรียงไกรที่สุด... และในพระไตรปิฎก ตอนหนึ่ง พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสกับสาวกทั้งหลายว่า

.........."ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ท่านคิดว่าใบประดู่ลายในมือเราตะถาคตนี้ กับใบประดู่ลายในป่านี้ ที่ไหนมีมากกว่ากัน"ภิกษุทั้งหลายก็ตอบว่า..."ใบประดูลายในป่านี้ ย่อมมีมากกว่าใบประดู่ลายในมือพระองค์พระเจ้าข้า"... จากนั้นพระองค์ทรงตรัสต่อไปว่า... "สิ่งที่เราตะถาคตได้ตรัสรู้นั้น มากมายเหมื่อนใบประดู่ลายในป่าแห่งนี้ แต่ที่เรานำมากล่าวมีเท่ากับใบประดูลายเพียงหยิบมือเดียวในมือของเรานี้ เพราะอะไรหรือ... ก็เพราะสิ่งที่เราตรัสรู้เหล่านั้น ไม่ใช่ทางนำไปให้พ้นทุกข์"...

..........แสดงว่าพระพุทธเจ้า ท่านทรงตรัสรู้ว่า จะเป็นราชาที่ยิ่งใหญ่ได้อย่าไรเหมือนกัน เพียงแต่ท่านเลือกที่จะเดินในเส้นทางของการพ้นทุกข์ ท่านจึงสั่งสอนแต่หนทางพ้นทุกข์เท่านั้น น่าเสียดายความรู้ในเรื่อง การตรัสรู้ที่นอกเหนือจากการพ้นทุกข์ที่ทรงหายไปกับท่าน แต่... แต่... แต่... เมื่อมีคนสามารถรู้ในเรื่องการพ้นทุกข์ และสำเร็จเป็นอรหันต์ได้ฉันท์ใด... ย่อมมีคนที่รู้ในเรื่องการสำเร็จเป็นผู้ยิ่งใหญ่ได้ฉันท์นั้น... เพราะมันเป็นเรื่องของธรรมชาติ เพียงแต่เรารู้และเข้าใจธรรมชาติ เราก็จะปรับตัวไปกับธรรมชาติได้...

..........ธรรมชาติของน้ำ ย่อมไหลลงสู่ที่ต่ำเสมอ คนที่รู้ธรรมชาติเรื่องนี้ ก็นำไปใช้ประโยชน์ได้มากมาย เช่นเรือและแพที่ใช้ล่องแก่ง ทำเงินให้เจ้าของได้มากมาย และสร้างความสนุกสนานให้กับผู้มาเล่น เจ้าของเรือหรือแพ เขาก็รู้ธรรมชาติอีกอย่างว่า มีทั้งคนสนใจมาล่องแก่งและคนที่ไม่สนใจ แต่คนสนใจก็มีมากพอให้เกิดเป็นธุรกิจได้... แถมเขายังรู้ธรรมชาติอีกว่า วัสดุอะไรลอยน้ำ วัสดุอะไรจมน้ำ แล้วถ้าอยากจะไหลทวนน้ำ จะต้องทำอย่างไร หรือแม้แต่เรื่องของปลาในน้ำ ปลาเป็นว่ายทวนน้ำส่วนปลาตายจะไหลไปตามน้ำ ฯลฯ นี่แค่เคล็ดลับ ธรรมชาติของเรื่องน้ำไหลลงที่ต่ำเสมอ ยังมีอะไรตั้งมากมายที่เกิดจากการไขเคล็ดลับธรรมชาติอันนี้ได้....

..........โอ๊ะ!..โอว!.. ทำไมเขียนยาวจังวุ๊ย... แต่ก็คงจะปูพื้นให้ผู้อ่านเข้าใจถึงเรื่องธรรมชาติได้ล่ะนะครับ จะได้ไม่ฝืนธรรมชาติกัน... ยังไม่ทันได้เล่าถึงหลุมพลางและบ่วงมารเลย... คงจะเหนื่อยอ่านกันแล้วสิครับ...

ความสะดวกสบาย.....

นี่เป็นหนึ่งในหลุมพลางหลายๆข้อ....
พอมีเงินเดือนปุ๊บ จัดสรรปันส่วนไว้ใช้จ่ายแล้ว เหลือพอที่จะผ่อนรถได้ ว่าแล้วก็เก็บเงินดาวน์... แต่บางคน คำนวนดูแล้ว กู้เงินมาดาวน์รถก็ได้นี่นา เงินที่เหลือใช้ ยังพอแบ่งไปจ่ายเงินกู้กับค่างวดรถได้....

และแล้ว.... แต่ละเดือน... แต่ละเดือน... เงินก็ถูกใช้หมดไป ไม่มีเหลือหลอ... บางเดือนขับรถไกลไปหน่อย ค่าน้ำมันกินเงินจนติดลบ....

4 ปี กว่าจะผ่อนรถหมด...หุหุ... หลุดจากบ่วงรถ ก็มาเป็นบ่วงบ้าน.... นี่แสนสาหัสยิ่งกว่า... 15 - 20 ปี เชียนะคู๊ณณณณ...

สรุปคือ ไม่มีเงินที่จะนำมาต่อเงิน(ลงทุน)... ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า วิถีชีวิตเขาคนนี้จะเป็นยังไง... คนที่รวย เขาจะไม่ทำแบบนี้เลยเด็ดดดดดดดขาดดดดดดด...

แล้วเขาทำยังไงเอ่ยยยยยย...

.................................................
มีลูกนกอินทรีย์ตัวหนึ่ง พลัดตกลงจากรัง...
เผอิญมีแม่ไก่พาลูกมาเลี้ยงผ่านมาพอดี...
ด้วยความสงสาร แม่ไก่จึงรับเลี้ยงลูกนกอินทรีย์ไว้...

.....เวลาผ่านไป จนลูกๆ เติบใหญ่ รวมทั้งลูกนกอินทรีย์ตัวนั้นด้วย...
อยู่มาวันหนึ่ง... เจ้าลูกนกอินทรีย์บังเอินมองขึ้นไปบนท้องฟ้า...
มองเห็นพยาอินทรีย์ กางปีกถลาลมอย่างสง่างาม...
มันเอ่ยขึ้นกับแม่ไก่ว่า...
..."แม่จ๋า... ถ้าหนูบินได้แบบนกอินทรีย์ก็ดีสินะ หนูจะได้บินให้สนุกไปเลย"...
แม่ไก่ตอบกลับไปว่า..."ลูกรัก... เราเป็นไก่ เราบินแบบนั้นไม่ได้หรอกจ้า"...

...โอ้อนิจจา ลูกนกอินทรีย์แท้ๆ.. แต่ต้องสูญเสียศักยภาพของตัวเองไป...

แล้วคุณล่ะ... รู้หรือเปล่าว่าตนเองอ่ะ เป็นแค่ลูกไก่...
หรือเป็นลูกนกอินทรีย์ที่ถูกเลี้ยงมาโดยแม่ไก่...
คนรอบข้างคุณ มักจะบอกคุณว่า ..."ทำไม่ได้หรอก"... แบบนี้หรือเปล่า

.....นี่ก็อีกหลุมพลางหนึ่ง คอยดักกันคนไม่ให้ร่ำรวย...

....................................................
ช้างน้อย.. ช้างน้อย.. น่ารัก...
มันเป็นลูกช้างป่า ถูกจับมาเลี้ยงโดยหมู่บ้านควานช้าง...
ขาของมันถูกล่ามด้วยโซ่ผูกติดไว้กับต้นเสา...
มันพยายามที่จะดิ้นให้หลุดให้ได้ เพื่อกลับเข้าไปยังป่า บ้านเดิมของมัน...
เมื่อใดที่มันจะเคลื่อนตัวหนี ขามันก็จะถูกดึงรั้งไว้ด้วยโซ่...
เจ็บขาสิครับ... แต่มันก็ยังพยายามดึงต่อไป เพื่อให้หลุด...
ครั้งแล้วครั้งเล่า... และก็เจ็บทุกๆ ครั้ง

ณ เวลาผ่านไป ช้างตัวนี้ได้เติมโตเป็นหนุ่มใหญ่...
ยามใดที่ควาญช้างพาเข้าไปลากไม้ลากสิ่งของ...
มันแข็งแรงแข็งแกร่งเหลือเกิน... จะหนักสักปานใด มันก็ลาก ก็ดันได้หมด...
แต่เมื่อยามใดก็ตาม ที่มันถูกเจ้าของล่ามขาไว้ด้วยโซ่เส้นเล็กเส้นเก่านั้น..
กับเสาไม้ต้นเล็กๆต้นนั้น...มันกลับเป็นไอ้เจ้าขี้แย ขี้อ่อนแอ ไปเสียนี่...
ทั้งๆที่มันสามารถดึงโซ่ให้ขาดได้ เพราะพลังของมันมหาศาลนัก...
แต่ ลองสังเกตุดูสิครับ เวลามันดึง มันจะดึงแค่พอโซ่ตรึงๆ
ขาของมันจะยกลอยนิดๆ...
แล้วมันก็ปล่อยขาลง... แล้วก็ดึงครั้งต่อไปอีก... แล้วก็ปล่อยลงอีก...
ครั้งแล้วครั้งเล่า

ความฝังใจในความเจ็บ ครั้งสมัยอดีตไงล่ะครับ...
และความคิดฝังใจว่า... มันไม่สามารถดึงให้หลุดได้หรอก ดึงแรงๆ ก็เจ็บขา...

โอ้อนิจจา... คนหลายคนที่เคยล้มเหลวมาแล้ว...และกำลังโทษตัวเองว่า
เราคงไม่สามารถประสบความสำเร็จได้... เหมือนคนอื่นเขาหรอก...
เขาเหล่านั้น ก็ดำเนินชีวิตเหมือนคนปกติทั่วๆไป...

คนธรรมดาๆ มักจะคิดอะไรธรรมดาๆ...
คนไม่ธรรมดา มักจะคิดอะไรที่ไม่ธรรมดา...

คิดแบบไหน ก็จะเป็นแบบนั้น...
หากคุณคิดเหมือนคนส่วนใหญ่... คุณก็จะมีวิถีชีวิตเหมือนคนส่วนใหญ่...
แล้วคนส่วนใหญ่ รวยหรือจนครับ???...

ในชีวิตผม... ยังไม่เคยเห็นคนที่ทำอะไรอย่างแรก แล้วประสบความสำเร็จเลยครับ...
ถึงแม้จะมี แต่ผมก็ไม่เคยเห็นเลย.. จะมีสักกี่คนนะ...

........นี่ก็อีกกับดักหนึ่งที่คอยดักกันไม่ให้คนร่ำรวย.............




 

Create Date : 17 กันยายน 2548    
Last Update : 17 กันยายน 2548 5:05:28 น.
Counter : 194 Pageviews.  

ธรรมชาติ ที่ 1 จงไฝ่ฝัน.... แต่อย่าเพ้อฝัน

อ่านเรื่องจับปลาแล้ว รู้สึกดีๆ กับความคิดดีๆ กับการเปรียบเทียบที่ช่วยให้เห็นภาพได้ดี ทำให้คนอ่านเข้าใจได้ดี พูดถึงเรื่องจับปลาแล้วก็อดคิดถึงประโยคนี้ไม่ได้

....."อย่าจับปลาให้เขากิน แต่จงสอนวิธีจับปลาให้เขา".....

เอาไว้ใช้กับคนที่เรารักนะครับ.....

ส่วนอันนี้เป็นของฝากครับ...

.....ตัวคัดกรองคนที่ประสบความสำเร็จกับคนที่ล้มเหลว.....

ตัวที่1.ความฝัน
.....จินตนาการณ์ของตัวเอง ในอนาคต เป็นสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการก้าวเดินของชีวิต หากขาดซึ่งจินตนาการณ์ในอนาคตของตนเองแล้ว ก็ยากที่จะมีเรื่องอื่นๆตามมา
.....ไม่แน่ใจว่า คนบ้าที่เดินๆ อยู่ตามท้องถนนก็ดี ในโรงพยาบาลบ้าก็ดี เขามีจินตนาการณ์ในอนาคตของเขาเองหรือเปล่า หรือมีแต่จินตนาการณ์แบบเพ้อฝัน พอดียังไม่เคยบ้า เลยยังไม่รู้ แต่ผมว่ามีผู้รู้นะ เดี๋ยวเค้าก็คงมาบอก
.....ต้องแยกให้ออกระหว่าง..... "ความฝัน" กับ "ความเพ้อฝัน" .....สองอย่างนี้เหมือนๆ กัน แต่ไม่เหมือนกัน เอ๊ะ!. ยังไงนะ... หุหุ ไม่ต้องอธิบาย ท่านก็คงจะพอแยกออกนะครับ...

ถึงผมจะเขียนเพียงนิดเดียว แต่ความสำคัญของมันนี่ มากจริงๆ นะครับ สามารถเขียนออกมาเป็น พ๊อกเก็ตบุ๊ค ได้เป็นเล่มเลยนะครับ ดังนั้น เรามาฝันกันเถอะครับ ฝันให้ไกลๆ ไกลเท่าไรก็ได้ ไกลเท่าที่เราจะฝันได้ และโอกาสต่อไป ผมจะมาพูดถึงการแปลงความฝัน ให้สามารถสัมผัสได้ มีโอกาสเป็นจริงได้นะครับ...

.....จงไฝ่ฝัน แต่ อย่าเพ้อฝัน...




 

Create Date : 17 กันยายน 2548    
Last Update : 17 กันยายน 2548 4:56:50 น.
Counter : 281 Pageviews.  


อนาวิน
Location :
นครราชสีมา Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




มีความฝันที่ยิ่งใหญ่ ถ้ายังไม่ตาย จะตะเกียกตะกายไปให้ถึง


คนเรา...
เลือกเกิดไม่ได้...
แต่เลือกที่จะเป็นได้...
Friends' blogs
[Add อนาวิน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.