Life is beautiful
Group Blog
 
All Blogs
 
พม่า 3 วัน 2 คืน – หงสาวดี – พระธาตุอินทร์แขวน - ย่างกุ้ง - สิเรียม (ตอนที่ 4.2)

จากนั้นเราก็ออกเดินทางต่อไปเพื่อไปทานอาหารกันค่ะ

ระหว่างทางพบตึกเก่า ไกด์บอกว่าเป็นตึกเก่าสมัยที่ยังเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษค่ะ เป็นตึกไม่กี่แห่งที่ยังไม่ได้ทำลาย



มื้อนี้เป็นอาหารจีนค่ะ แต่ไม่รู้ทำไมตั้งชื่อว่า Western Park



บรรยากาศภายในร้านค่ะ ที่เห็นลูกค้าทั้งหมดนั้นเป็นคนไทยหมดเลยนะคะ



อุปกรณ์และเครื่องเคียงมาเสิร์ฟก่อนเพื่อนเลยค่ะ



นางเอกถูกเสริฟ์มาเป็นจานแรก สลัดกุ้งมังกรค่ะ จานนี้อร่อยดี



และอาหารจานอื่น ๆ ก็ตามมา มีผักราดน้ำมันหอย เต้าหู้ทรงเครื่องแบบเซี่ยงไฮ้



ตามมาด้วย ขาหมู



และพระเอกก็ถูกเสิร์ฟ เป็ดปักกิ่งค่ะ แต่เป็ดเค้าไม่ได้แล่เพียงแต่หนังมาให้ เค้ามีเนื้อมาให้ด้วย



หลังจากนั้นก็โซ้ยอย่างเดียวเลย อร่อยมาก ลืมถ่ายรูปไปเลย

เมื่ออิ่มหนำกันแล้ว เราก็รีบเดินทางกันต่อค่ะ ไปเที่ยววัดแห่งสุดท้ายของทริปนี้ คือวัดพระตาหวานค่ะ

ระหว่างทางก็ผ่านสถานที่มากมาย เช่นในภาพนี้คือโรงพยาบาลแม่และเด็ก



และเราก็ได้ผ่านสถานทูตไทยประจำประเทศพม่าด้วย ทำด้วยไม้สักทั้งหลังเลย



มาถึงแล้วค่ะ วัดพระตาหวาน หรือ พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี ซึ่งเป็นพระนอนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศพม่า และมีความงดงามที่สุด ทั้งพระพักตร์และขนตาที่งดงาม รวมไปถึงพระจีวรที่มีความพริวไหวสมจริง และพระบาทมีภาพมงคล 108 ประการ และพระบาทซ้อนกันซึ่งแตกต่างกับศิลปะของไทย



ซูมใกล้สุดได้เท่านี้แหล่ะค่ะ พยายามจะให้เห็นว่าท่านทรงมีขนตาด้วย

ดวงตาของท่านเป็นแก้วค่ะ สั่งผลิตมาจากประเทศญี่ปุ่นโดยเฉพาะเลย



ทางวัดได้จัดทำนั่งร้านเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปเก็บภาพองค์ท่านทั้งองค์ได้ค่ะ



ภาพมงคล 108 ประการ ที่ฝ่าพระบาทค่ะ



เมื่อไหว้พระเรียบร้อยแล้ว เราก็พากันไปเดินชมร้านค้าที่อยู่ภายในบริเวณวัดค่ะ สินค้าส่วนมากก็จะเป็นสินค้าที่ทำมาจากไม้ เช่นไม้ฉลุ



หุ่นกระบอกอย่างนี้ ถ้าอยู่รวมกันหลาย ๆ ตัวในมุมมืด ๆ ก็ดูน่ากลัวเหมือนกันนะคะ



สิงห์ไม้ทาสีทองและมีกระจกสีประดับค่ะ



Happy Budda แกะจากไม้



จากนั้นเราเดินทางไปตลาดสก๊อตเพื่อซื้อของที่ระลึกกันค่ะ



สะพานลอยหน้าตลาดสก๊อตค่ะ ป้ายโฆษณาเต็มไปหมด นี่เป็นสะพานลอยไม่กี่แห่งที่เราได้เห็นในพม่าค่ะ



แผงขายทานาคาค่ะ เป็นแท่ง ๆ เลย



คนพม่าก็ฮิตดูหนังเกาหลีเหมือนกันค่ะ



ตอนนี้เราอยู่ในตลาดสก๊อตแล้วค่ะ สองข้างทางก็จะมีร้านขายของเยอะไปหมด ซอยเป็นล็อค ๆ เหมือนไปเดินจตุจักรเลย แต่อากาศร้อนมาก เหมือนว่าไม่มีทางลมระบายอากาศเลย



สินค้าที่ขายที่นี่มีอยู่ไม่กี่อย่างคือ ร้านขายพลอย/ทับทิม ร้านขายผ้า ร้านขายไม้สัก/ไม้หอม(ไม้กฤษณา) แกะสลัก ร้านขายหยก

ไม้หอมที่เค้าแกะสลักแกะได้สวยมากเลยค่ะ



องค์นี้เค้าขาย 5000 บาท



Happy Budda แกะจากไม้กฤษณา



เดินออกจากตลาดกันดีกว่าเพราะร้อนมากและไม่มีอะไรน่าซื้อเลย (สำหรับเรา) เดินมาก็มาเจอร้านขายทองค่ะ แต่ไกด์บอกว่าทองที่พม่าราคาแพงกว่าที่เมืองไทย และคุณภาพสู้ของบ้านเราไม่ได้ค่ะ (มิน่า เมื่อก่อนมาเอาของเราไป )



ร้านนี้เป็นร้านขายผ้าสำหรับไปตัดเสื้อหรือผ้านุ่งค่ะ



เดินออกมาด้านนอกริมถนน ที่ร้านขายผลไม้ เค้าไม่ใช้กิโลชั่งน้ำหนักเหมือนบ้านเรานะคะ ยังใช้ตาชั่งทดน้ำหนักเหมือนสมัยก่อนอยู่เลย



รถแท๊กซี่สาธารณะในพม่าค่ะ



ขณะเดินทางเพื่อจะไปสนามบิน ก็บังเอิญได้เห็นตำรวจจราจรพม่าค่ะ แต่งตัวซะเหมือนทหารในวังเลย



รถเรากำลังมุ่งไปยังเจดีย์สุเลค่ะ เจดีย์สุเลเป็นเหมือนวงเวียนหลักที่ถนนหลายสายมาบรรจบกันที่วงเวียนเจดีย์สุเลแห่งนี้



ด้านฐานเจดีย์เค้าทำเป็นห้อง ๆ ให้เช่าเปิดเป็นร้านค้าค่ะ เก๋ดี



ภาพนี้คืออาคารสถานีดับเพลิงค่ะ



ส่วนภาพนี้คืออาคารศาลากลางกรุงย่างกุ้ง



เสาแหลมสีขาวกลางภาพคืออนุสาวรีย์ประกาศเอกราช สร้างหลังจากพม่าหลุดพ้นการเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษค่ะ

คงคล้าย ๆ กับอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิบ้านเราอ่ะ



นี่ก็เป็นตึกเก่าสมัยยังตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษค่ะ ตอนนี้เป็นอาคารของเอกชน



รถเมล์พม่าค่ะ บนรถจะถูกถอดเบาะนั่งออกเกือบหมดเพื่อให้จุคนได้เยอะ ๆ



ขำกับป้ายสัญญาณจราจรนี้ค่ะ SLOW ตอนนี้วิ่งรถในเมืองเค้าก็จำกัด
ความเร็วไม่ให้เกิน 40 กม./ชม. อยู่แล้ว ถ้าวิ่งช้ากว่านี้คงกะให้เหลือ
แค่ 20



จะได้กลับบ้านแล้ว ป่านนี้น้องหมาคงคิดถึงเราแย่เลย เข้าคิวรอ check in นานมาก ตอนแรกนึกว่าไฟดับ ที่ไหนได้..printer เสีย... กะจะอาสาช่วยซ่อมแล้ว



555 สุดท้ายเราก็ได้ถ่ายภาพด้านหน้าของภัตตาคารเรือนกการะเวกแล้ว
ถึงแม้จะเป็นภาพวาดก็เหอะ



ภายในอาคารผู้โดยสารหน้า gate ค่ะ เก้าอีหลากสีดี แต่ช่างภาพชักจะหมดแรงแล้ว ภาพเลยสั่นอ่ะ



บรรยากาศลานจอดเครื่องบินตอนขามาเงียบเหงาอย่างไร ตอนขากลับก็ยิ่งดูเงียบเหงาเข้าไปใหญ่



อาหารค่ำบนเครื่องการบินไทยของเราในวันนี้ ไม่ค่อยอร่อยอ่ะ มันชืด ๆ



หลังจากฝืนกินอาหารไป เย้ๆๆ เครื่องบินจะลงจอดแล้ว ถึงบ้านเราแล้ว



เครื่องลงประมาณ 3 ทุ่มครึ่ง รับกระเป๋าแล้วก็รีบจับแท๊กซี่กลับบ้านเลย

คิดถึงน้องหมาที่บ้านจะแย่อยู่แล้วววว



เก็บตกเล็กน้อยอีก 2 ภาพค่ะ

ภาพแรกเป็นป้ายที่เสมือนใบเสร็จจ่ายค่ากล้องถ่ายภาพ

เราจ่ายไป 2 ที่เองคือที่เจดีย์ไจก์ปุ่น กับ ที่พระธาตุมุเตา



ส่วนภาพสุดท้าย คือเงินขวัญถุงที่ได้รับคืนมาจากตอนที่เราหยดเงินบริจาคที่องค์เทพทันใจบนพระธาตุอินทร์แขวนค่ะ เป็นแบงค์เก่าที่รัฐบาลเค้าเลิกใช้แล้ว



จบแล้วค่ะ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม

ทริปต่อไปที่จะรีวิวคือทริป กวางเจา - ซัวเถา - เสิ้นเจิ้น - ฮ่องกงค่ะ


Create Date : 30 กรกฎาคม 2552
Last Update : 30 กรกฎาคม 2552 17:55:49 น. 1 comments
Counter : 3373 Pageviews.

 
ไปเที่ยวจีนแล้วกลับมาเล่าให้ฟังอีกน้าจะรอชม


โดย: natalee IP: 124.120.143.87 วันที่: 30 กรกฎาคม 2552 เวลา:23:18:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

anapple
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add anapple's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.