Group Blog
All Blog
|
◄ Chapter 9 : Sandwich artist มือโปร
เนื้อหาในบล็อกถูกปรับปรุง ณ วันที่ 3 July 2012 Chapter 9 : Sandwich artist มือโปร Sandwich artist ชื่ออาจฟังดูโก้เก๋ แต่ในความเป็นจริงแล้วมันก็คือตำแหน่งคนทำแฮมเบอร์เกอร์นั่นเองค่า ตำแหน่งนี้เป็นสิ่งที่ยากและเรียนรู้นานที่สุด แต่ในขณะเดียวกันถ้าเรียนรู้แล้วก็จะกลายเป็นสิ่งที่ง่ายที่สุดและสนุกที่สุดเช่นกันค่ะ เอาล่ะค่ะเด็กๆพร้อมกันแล้วหรือยังเอ่ย ? ไปดูเรื่องวุ่นๆที่เกิดขึ้นจริงหลังครัวกันเลยดีกว่าค่ะ PS : แนะนำว่าได้โปรดเปิด //www.mcdonalds.com/us/en/food/full_menu/sandwiches.html ในระหว่างอ่านด้วยค่ะ เพื่อการจินตนาการที่ล้ำลึกและเห็นภาพมากขึ้น สำหรับสิ่งแรกนะคะ น้องๆจะต้องมารู้จักกับส่วนประกอบบนโต๊ะทำแซนด์วิชกันนะคะ ตามหมายเลขเลยนะคะ ![]() 1 = Cheese หรือ American Cheese 2 = Leaf lettuce [ผักกาดหอม] 3 = Pickles [แตงกวาดอง] 4 = Shred lettuce [ผักกาดหั่นฝอย] 5. = Onion [หอมสับละเอียด] 6 = ชีสฝอย [เรียกว่าอะไรจำไม่ได้ แต่เข้าใจว่าน่าจะเป็น Cheddar cheese] 7 = Tomato [มะเขือเทศ] 8 = Angus Piclkes [แตงกวาดองไฮโซ] 9 = Ring onion [หอมแดงหั่นแว่น] 10 = Quarter onion [หอมหัวใหญ่หั่นไม่ละเอียดมาก] 11 = Barbecue sauce [ซอสบาร์บีคิว] 12 = Honey mustard sauce [ซอส Honey mustard] 13 = Ranch sauce [ซอส Ranch] นอกนี้ก็จะมีซอสต่างๆ คือ - Ketchup = ซอสมะเขือเทศ [ที่นี่ไม่มีซอสพริกนะ] - Mustard = มัสตาร์ด [ไม่ใช่บัสตาร์ดนะ 55+ ]- Mayonnaise = มายองเนส เรียกย่อๆว่า เมโย , มาโย - Mac sause = แมคซอส - Tartar sause = ทาร์ท่าซอส - เนยเหลว และชีสอีก 1 ชนิดเรียกว่า Swiss cheese เราจะเห็นว่า Pickle มีสองแบบ โดยทั้งสองแบบนี้จะต่างกันตรงที่ว่า อันนึงจะเป็นแบบไฮโซ เอาไว้ใส่ทุกเมนูของ Angus ส่วน onion มีสามแบบ Ring onion ก็เหมือนกับแตงกว่าไฮโซ คือเอาไว้ใส่ใน เมนู Angus เท่านั้น ส่วน quarter onion ชื่อก็บอกอยู่แล้ว แสดงว่าเอาไว้ใส่ในทุกเมนูที่เป็น quarter bun นอกนั้นใช้หอมสับธรรมดาหมดค่ะ เอาหล่ะค่ะ เรามาเริ่มเรียนรู้กันเลยดีกว่า nakoze ไปหารูปเมนูมาให้ ดังนั้นก็เทียบดูจากรูปภาพได้เลยค่ะ จะไล่ตั้งแต่ซ้ายไปขวานะคะ อ้อ Bun ทุกอัน จะมีส่วนฝากับส่วนก้น แล้วทีนี้เวลาใส่ Ketchup กับ Mustard เราจะใส่ที่ตัวฝาเสมอนะคะ 1. Angus Bacon & Cheese - ใช้ Angus bun - ใส่ Ketchup + Mustard - วาง Ring Onion + Angus pickle - วาง Bacon 3 ชิ้น - หยิบอเมริกันชีสมา 2 แผ่น แผ่นแรกวางทับ Bacon ที่เพิ่งวางไปเมื่อกี๊ ส่วนอีกแผ่นวางไว้ที่ฝา - วาง Angus meat ทับAmerican cheese ตรงส่วนด้านฝา เหยาะ seasoning เอา Bun ส่วนก้นมาประกบ ------------------------------------------ 2. Angus Deluxe - ใช้ Angus bun - ใส่ mustard + Mayonnaise [มายองเนส] - วาง Ring Onion + Angus pickle + tomato+ Leaf lettuce - วาง American cheese ที่ฝาและก้น bun - วาง Angus meat ทับชีส ด้านฝา เหยาะ seasoning เอา Bun ส่วนก้น มาประกบ ------------------------------------------ 3. Angus Mushroom & Swiss [เมนูโปรด nakoze เอง] - ใช้ Angus bun - ใส่ Mayonnaise [มายองเนส] - ใส่ mushroom 1 ช้อน - วาง Swiss Cheese ที่ฝาและก้นbun - วาง Angus meat ทับชีส ด้านฝา เหยาะ seasoning เอา Bun ส่วนก้น มาประกบ ------------------------------------------ 4. Big Mac [Bunสำหรับ Big Mac มี 3 ส่วน คือ ฝา กลางและก้น] - ใช้ Big Mac bun - แบ่งบันเป็นสองฝั่ง ฝั่งแรกคือฝาประกบกับไส้กลาง อีกฝันนึงมีแค่ก้นขนมปังอยู่เดี่ยวๆแยกต่างหาก - ใส่ Mac sauce ทั้งสองฝั่ง - onion + pickle + Shred lettuce ลงทั้งสองฝั่ง - วางอเมริกันชีสไว้ที่ก้น bun - วาง Reg.meat ทับชีสที่ฝั่งก้น - หยิบกลางมาวางทับ reg meat ที่เพิ่งวางไป - วาง reg.meat ทัีบกลางอีกที แล้วเอาฝา bun มาปิด ------------------------------------------ 5. Quarter Pounder with Cheese - ใช้ Quarter bun - ใส่ Ketchup + Mustard - quarter onion + pickle - วางอเมริกันชีสที่ฝาและก้น bun - วาง Quarter meat ทับชีสที่วางอยู่ฝั่งฝา bun แล้วเอาก้น bun มาปิดทับ ------------------------------------------ 6. Double Quarter Pounder with Cheese - ใช้ Quarter bun - ใส่ Ketchup + Mustard - quarter onion + pickle - วางอเมริกันชีสที่ฝาและก้น bun - วาง Quarter ทับชีสที่วางอยู่ฝั่งฝา bun - หยิบอเมริกันชีสที่ก้น bun มาปิดทับเนื้อ - วาง Quarter meat อีกชิ้นทับลงไป แล้วเอาก้น bun มาปิดทับ 7. Hamburger [no cheese , 1 meat] - ใช้ Reg. bun - ใส่ Ketchup + Mustard - Onion + pickle - วาง Reg.meat 1ชิ้นบนฝั่งฝาbun แล้วเอาก้นมาปิดทับ ------------------------------------------ 8. Cheeseburger [1 cheese , 1 meat] - ใช้ Reg. bun - ใส่ Ketchup + Mustard - Onion + pickle - วางอเมริกันชีสทับเครื่องปรุง - วาง Reg.meat ทับอีกที แ้ล้วเอาก้น bun มาปิด ------------------------------------------ 9. Double Cheeseburger [2 cheese , 2 meat] - ใช้ Reg. bun - ใส่ Ketchup + Mustard - Onion + pickle - วางอเมริกันชีสทับเครื่องปรุง - วาง Reg.meat ทับ แล้ววางอเมริกันชีสทับอีกที - วาง Reg.meat อีกชิ้นนึงลงไปอีกรอบ แล้วปิดด้วยก้น bun ------------------------------------------ 10. McDouble [1 cheese , 2 meat] - ใช้ Reg. bun - ใส่ Ketchup + Mustard - Onion + pickle - วาง Reg.meat ทับเครื่องปรุง แล้วเอาอเมริกันชีสมาว่างทับ meat อีกที - วาง Reg.meat ทับอีกทีนึง แล้วเอาก้น bun มาปิด ------------------------------------------ 11. Filet-O-Fish - ใช้ Steam bun - ฉีด Tartar sauce ลงบนฝาขนมปัง - ฉีกแบ่งครึ่งอเมริกันชีส แล้ววางทับ Tartar sauce - วาง Fish แล้วปิดด้วยก้น bun ------------------------------------------ 12. Southern Style Crispy Chicken Sandwich - ใช้ Steam bun - ฉีดเนยเหลวเป็นวงกลมบนส่วนฝา bun - วาง pickle - ใส่ Crispy Chicken แล้วเอาก้น bun มาประกบ ------------------------------------------ ![]() 13. Big N’ Tasty - ใช้ Quarter bun - ใส่ Ketchup - ใส่ Mayonnaise - Quarter onion + Pickle + Leaf lettuce + Tomato - วาง Quarter meat แล้วปิดด้วยก้น bun ------------------------------------------ 14. Big N’ Tasty [with Cheese] - ใช้ Quarter bun - ใส่ Ketchup - ใส่ Mayonnaise - Quarter onion + Pickle + Leaf lettuce + Tomato - ใส่อเมริกันชีสแล้วตามด้วย Quarter meat ก่อนจะปิดด้วยก้น bun ------------------------------------------ 15. Premium Crispy/Grill Chicken Classic Sandwich * สามารถใช้ไก่ได้ 2 แบบ คือ Grill chicken หรือ Crispy chicken ตามแต่ลูกค้าจะสั่ง โดยจะเรียกย่อๆว่า Grill Classic หรือ Crispy Classic เพื่อความสะดวก - ใช้ Honey Wheat Bun - ใส่ Mayonnaise - Leaf lettuce + tomato - ใส่ Grill chicken หรือ Crispy chicken แล้วปิดก้นบัน ------------------------------------------ 16. Premium Crispy/Grill Chicken Club Sandwich * ใช้ไก่ได้ 2 แบบ คือ Grill chicken หรือ Crispy chicken โดยจะเรียกว่า Grill Club หรือ Crispy Club เพื่อความสะดวก - ใช้ Honey Wheat Bun - ใส่ Mayonnaise - Leaf lettuce + tomato - วาง Bacon 3 ชิ้น - ปิดทับด้วย Swiss cheese - ใส่ Grill chicken หรือ Crispy chicken แล้วปิดก้นบัน ------------------------------------------ 17. Premium Crispy/Grill Chicken Ranch BLT Sandwich * ใช้ไก่ได้ 2 แบบ คือ Grill chicken หรือ Crispy chicken โดยจะเรียกว่า Grill Ranch หรือ Crispy Ranch เพื่อความสะดวก - ใช้ Honey Wheat Bun - ใส่ Ranch sauce ในลักษณะวนให้ทั่วฝาbun - Leaf lettuce + tomato - วาง Bacon 3 ชิ้น - ใส่ Grill chicken หรือ Crispy chicken แล้วปิดก้นบัน ------------------------------------------ 18. Chipotle BBQ Snack Wrap (Crispy/Grill chicken) * ใช้ไก่ได้ 2 แบบ คือ Grill chicken หรือ Crispy chicken โดยจะเรียกว่า Wrap Grill/Crispy Barbecue เพื่อความสะดวก * ในกรณี Wrap ทุกชนิด Grill Chicken จะใช้แค่ครึ่งชิ้น ส่วนCrispy Chicken จะใช้เป็น Strap แทน ไม่ใช่ Crispy Chicken แบบเมนู Premium sandwich - เอาแผ่น tortilla มาวาง [ลักษณะคล้ายแผ่นโรตี น่าจะเป็นอาหารของชาวแมกซิกัน] - ราด BBQ sauce ให้เป็นรูปตัว m - โรย Shred lettuce - โรย ชีสฝอย - วาง Grill chicken หรือ Crispy - ห่อ [เค้าจะสอนห่อเองค่ะ อธิบายไปก็ไม่เห็นภาพ] ------------------------------------------ 19. Honey Mustard Snack Wrap (Crispy/Grill chicken) * ใช้ไก่ได้ 2 แบบ คือ Grill chicken หรือ Crispy chicken โดยจะเรียกว่า Wrap Grill/Crispy Honey mustard เพื่อความสะดวก * ในกรณี Wrap ทุกชนิด Grill Chicken จะใช้แค่ครึ่งชิ้น ส่วนCrispy Chicken จะใช้เป็น Strap แทน ไม่ใช่ Crispy Chicken แบบเมนู Premium sandwich - เอาแผ่น tortilla มาวาง - ราด Honey mustard sauce ให้เป็นรูปตัว m - โรย Shred lettuce - โรย ชีสฝอย - วาง Grill chicken หรือ Crispy - ม้วนให้เป็นแท่งสวยงาม ----------------------------------------- 20. Ranch Snack Wrap (Crispy/Grill chicken) * ใช้ไก่ได้ 2 แบบ คือ Grill chicken หรือ Crispy chicken โดยจะเรียกว่า Wrap Grill/Crispy Ranch เพื่อความสะดวก * ในกรณี Wrap ทุกชนิด Grill Chicken จะใช้แค่ครึ่งชิ้น ส่วนCrispy Chicken จะใช้เป็น Strap แทน ไม่ใช่ Crispy Chicken แบบเมนู Premium sandwich - เอาแผ่น tortilla มาวาง - ราด Ranch sauce ให้เป็นรูปตัว m - โรย Shred lettuce - โรย ชีสฝอย - วาง Grill chicken หรือ Crispy - ม้วนให้เป็นแท่งสวยงาม ----------------------------------------- 21. Mac Snack Wrap - เอาแผ่น tortilla มาวาง - ใส่ Mac sauce - ใส่ onion + pickle + shred lettuce - ใส่ อเมริกันชีส ครึ่งแผ่น - แบ่งครึ่ง Quarter meat แล้ววางลงไป - ห่อ ----------------------------------------- เมนูแต่ละชนิด nakoze ใส่สีแยกไว้ให้ แสดงถึงความเป็นเมนูคล้ายๆกัน จะปรับเปลี่ยนนิดหน่อย แต่ก็ยังจัดอยู่ในประเภทเดียวกัน เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจและจดจำ สำหรับเมนูด้านบนทั้งหมดนี้จะเป็น Lunch เมนู ก็คือตั้งแต่ 11.00 น. ยาวไปจนกว่าร้านจะปิด ส่วนเมนูเช้านั้น บอกตรงๆว่าไม่รู้อะไรเลย เพราะว่า nakoze ไม่เคยโดนทำกะเช้าเลยค่ะ จริงๆแล้วหน้าที่ในร้านแมคโดนัลไม่ได้มีแค่นี้หรอกค่ะ เรายังมี Drive-thru , cashier , general worker อีก แต่ว่าทั้งหมดนั้นเป็นตำแหน่งที่ nakoze ไม่ค่อยได้ทำก็เลยไม่ทราบรายละเอียดมากเท่าไร ส่วนงานพวกล้างจานหรือกวาดถูพื้นและล้างห้องน้ำ ยิ่งบอกไม่ได้เลยเพราะว่าไม่เคยทำ จริงๆเคยแค่ครั้งสองครั้ง จะแหวกแนวบ้างก็มีได้แวะเวียนไปเป็น Drive thru วันเดียวเอง วันนี้ nakoze ก็เลยจะขอปิดหลักสูตร McDonald Tutorial เอาไว้แค่นี้ค่ะ หวังว่าสิ่งที่ nakoze เขียนขึ้นมา จะช่วยอำนวยความสะดวก ลดความกังวล และเป็นกำลังใจ ให้คนที่จะไปทำงาน McDonald ในปีอื่นๆนะคะ ส่วนใครที่พอเปิดมาแล้วเห็นว่ามันมากมายขนาดนี้ก็อย่ากังวลไปค่ะ ค่อยๆจำไปทีละนิดสองนิด ซัก 2 อาทิตย์ก็คล่องแล้วค่ะ PS : Chapter ที่เกี่ยวกับ McDonald ทั้งหมดนี้จัดทำขึ้นแค่เพื่อให้ความรู้แก่นิสิตและนักศึกษา ที่กำลังจะเข้าร่วมโครงการ work and travel ไม่ได้มีเจตนาเกี่ยวข้องกับธุรกิจการค้าแต่อย่างใด และกรุณาอย่านำไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตค่ะ PS 2 : nakoze ไม่ทราบทุกเมนูนะคะ เมนูที่ไม่ได้เขียนถึงส่วนมากจะเป็นเมนูมาใหม่ที่ร้านยังไม่มี (nakoze ไปทำแมคโดนัลตั้งแต่ปี 2010 ค่ะ) ![]() ที่ร้านแมคโดนัลอเมริกา เราไม่ได้เรียกแฮมเบอร์เกอร์ว่าแฮมเบอร์เกอร์เหมือนที่ไทยค่ะ แต่เราเรียกแฮมเบอร์เกอร์ว่าแซนด์วิช ◄ Chapter 8 : ทอด ทอด ทอด ทอดเข้าไปให้มันหลุดโลก!!
![]() Chapter 8 : ทอด ทอด ทอด ทอดเข้าไปให้มันหลุดโลก!! เอาหล่ะค่ะ เด็กๆจำหลักสูตรวิธีการทำขนมปังกับกริวได้แล้วหรือยังคะ ? ถ้ายังจำไม่ได้ กรุณาย้อนกลับไปอ่านด่วนค่ะ 55+ และบล็อกวันนี้บอกตามตรงว่าไร้สติมากๆไม่รู้ว่าจะตั้งชื่อว่าอะไรดี.....มันก็เลยออกมาอย่างที่เห็นนี่ล่ะค่ะ ![]() ตำแหน่งที่ nakoze จะมาเล่าในวันนีก็คือตำแหน่งผู้คุมเครื่องทอด (ไม่รู้ว่าภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไรจริงๆ) ![]() เอาหล่ะค่ะ ดูตามรูปเลยนะคะ nakoze ทำหมายเลข 1-7 กำกับไว้ ช่องหมายเลข 1 : เอาไว้ทอด McNaggets ค่ะ จะเห็นได้ว่า ตัวตะแกรง จะมีเส้นผ่ากลางตามยาว แบ่งตะแกรงออกเป็นช่องย่อยๆประมาณ 3-4 ช่อง (ขออภัยที่รูปไม่ชัดเท่าไร) McNaggets จะต่างกับไก่หรือของทอดชนิดอื่น ตรงที่ว่า McNaggets จะใส่เป็นถุงค่ะ เช่นครึ่งถุง หรือหนึ่งถุง แต่สำหรับของทอดอย่างอื่นจะนับใส่เป็นชิ้น พอใส่ McNaggets แล้ว ก็ให้ไปดูที่หมายเลข 6 ค่ะ จะมี 2 ปุ่มที่วงกลมไว้เห็นมั๊ยคะ เลือกกดเอาซักปุ่มค่ะ แล้วจากนั้นก็หย่อนตะแกรงที่ใส่นักเก็ตไว้เรียบร้อยแล้วลงไป น้ำมันจะกระเด็นนิดนึงตอนโดนน้ำแข็ง แต่สักพักมันก็จะหายไป เหลือแต่น้ำมันเดือดๆ และเช่นเดียวกันค่ะเราก็ยืนรอไปจนกว่าตัวนับเวลาจะหยุดที่เลข 0 ซึ่งก็จะมีเสียงเตือน จากนั้นเราก็เทแมคนักเกตของเราใส่ tray แล้วนำไปวางใส่ช่องสำหรับนักเกตได้เลยค่ะ ตะแกรงหมายเลข 2 : เอาไว้ทอด Chicken Selects (ไม่แน่ใจว่าเดี๋ยวนี้ยังมีเมนูนี้อยู่หรือเปล่า) Chicken Selects มีลักษณะคล้ายๆไก่ไม่มีกระดูกแต่ยาวกว่าหรือเรียกอีกชื่อนึงได้ว่า Straps เจ้าตะแกรงของ straps นี้จะเป็นตะแกรงธรรมดา ไม่มีเส้นแบ่งเหมือนแมคนักเกต เวลาทอดปกติถ้าไม่ใช่ช่วง busy เราจะทำอยู่ที่ประมาณ 3-5 ชิ้้นก็เพียงพอ เพราะว่าไม่ใช่เมนูยอดนิยม ไม่ค่อยมีคนสั่ง พอใส่ straps ลงไปเสร็จก็กดที่หมายเลข 7 ปุ่มใดปุ่มหนึ่งเหมือนเดิม ..... เริ่มสังเกตอะไรได้หรือเปล่าคะ ...? ใช่แล้วจ๊าา ถ้าใส่ตะแกรงของช่องไหน ก็กดอันที่อยู่ใต้ช่องนั้นค่ะ เช่น จะกดเลข 6 ก็ต่อเมื่อทอดตะแกรงที่ 1 จะกดเลข 7 ก็ต่อเมื่อทอดตะแกรงที่ 2 หรือ 3 ตะแกรงหมายเลข 3 : ไว้ทอด McChicken เนื่องจากร้านเราเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดในเมืองนั้น ของก็เลยขายได้เรื่อยๆ ปริมาณการทอดทีนึงก็จะอยู่ที่ 4-6 ชิ้น เพราะของไม่ค่อยทันเย็นก็ออกแล้ว เราเลยทำทิ้งไว้ได้ค่อนข้างเยอะ ตะแกรงหมายเลข 4 : เอาไว้ทอด Crispy Chicken Crispy Chicken คือไก่ชิ้นใหญ่ๆซึ่งก็คือชิ้นเดียวกันกับ Grill Chicken นั่นแหละ แค่เปลี่ยนจากการย่างเป็นทอดแทน และ Crispy Chicken นี้จะต่างกับ McChicken ในตะแกรงหมายเลข 3 หน่อยก็ตรงที่ MCchicken ดูภายนอกจะเห็นว่า มีเครื่องเทศโรยหน้า ส่วน Crispy Chicken ชิ้นจะใหญ่กว่าและไม่มีเครื่องปรุงใดๆ ตะแกรงหมายเลข 5 : ไว้ทอด Fish ตะแกรงทอดปลานี้จะแยกได้ง่ายเพราะพิเศษตรงที่ว่ามีช่องใส่เป็นช่องๆทำไว้โดยเฉพาะ ปลา1ชิ้น ต่อ1ช่อง ซึ่งการทอดปลาจะใช้เวลาไม่นานมาก แต่ปลาจะหายกรอบเร็วมาก ดังนั้นอย่าพยายามทำเผื่อค่ะ ให้ทำไว้พอดีๆ เช่นเดียวกันค่ะ พอหย่อนปลาลงในน้ำมันได้ก็กดปุ่มที่อยู่ในช่องด้านล่างซักปุ่มนึง รอจนถึงเลข 0 เอาเกลือมาโรย แล้วก็เก็บปลาเข้า tray ได้เลยค่ะ เอาล่ะค่ะ สำหรับตำแหน่งนี้ก็ง่ายๆ สบายๆ ไม่มีอะไรมาก ครั้งหน้า Chapter 9 ก็จะได้รู้จักกับตำแหน่งสุดท้าย ตำแหน่งคนทำแฮมเบอร์เกอร์กันเสียทีค่ะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ ![]() ในตำแหน่งคนคุมเครื่องทอดนี้เราจะคอยควบคุมการทอดของอาหารทุกชนิด ยกเว้นเฟรนช์ฟราย เพราะเฟรนช์ฟรายจะมีที่ทอดเป็นของตัวเองเรียกว่า Fries station (หากฟังเพี้ยนอาจได้ยินเป็นสถานีดับเพลิงก็เป็นได้) ซึ่ง nakoze ขอไม่พูดถึงตำแหน่ง Fries station นะคะ เพราะว่าไม่เคยโดนเด้งไปทำตำแหน่งนั้นเลยไม่ทราบข้อมูล ![]() Station นี้เป็นอะไรที่ง่ายมาก ไม่ต้องทำอะไรเลย หยิบโน่นทอด หยิบนี่ใส่อย่างเดียว แต่ว่าเราจะต้องเป็นคนช่างสังเกต ต้องรู้จักการกะปริมาณ รู้จักดูว่าช่วงไหนร้านจะ Busy และวันไหนที่ของอะไรจะขายได้เยอะ อย่างเช่นช่วง busy ส่วนมากจะเป็นช่วงเย็น ลากยาวตั้งแต่ 5 โมงเย็น - 1 ทุ่ม ช่วงนี้ของจะทำเผื่อเอาไว้ได้ เพราะไม่งั้นถ้ามีอะไรสะดุดนิดเดียวมันจะขายไม่ทัน ส่วนวันศุกร์ของที่ต้องเตรียมเยอะเป็นพิเศษคือเมนู Filet-O-Fish ที่มีปลาทอดเป็นส่วนประกอบ เนื่องจากเหตุผลบางประการของชาวคาทอลิก ที่มีความเชื่อในเรื่องการงดทานเนื้อสัตว์ใหญ่ในวันศุกร์ ก็เลยทำให้วันศุกร์เป็นเมนูที่จะต้องเตรียม stock ปลาไว้ในตู้แช่ให้เยอะกว่าวันอื่น ดังนั้นแล้วนอกจากตำแหน่งทอดที่ต้องทอดปลาเตรียมไว้ ตำแหน่งตรงขนมปังก็ควรจะจัดสรรเวลาทำ steam bun ให้ดี ตำแหน่งนี้แรกๆก็ต้องอาศัยถามเอาจากคนทำแฮมเบอร์เกอร์ว่าอะไรขาดเหลือ แต่ถ้าทำมาได้คล่องซักพักแล้ว ก็จะสามารถคาดคะเนและพิจารณาด้วยตัวเองได้เลยค่ะ แต่ก็ต้องระวังว่าถ้าหากทำเมนูของทอดออกมามากเกินไป ถ้าขายไม่ออกซักทีมันจะหายร้อน จนในที่สุดก็ต้องเททิ้งยกถาด ซึ่งจริงๆแล้วในช่องเก็บ tray เค้าจะมีปุ่มจับเวลา คือไม่ว่าจะย่างหรือทอดเนื้อออกมาเสร็จ พอเอา tray เข้าใส่ชั้นวางเราจะต้องกดปุ่ม มันก็จะเริ่มย้อนเวลาถอยหลัง ถ้ามันเป็น 0 เมื่อไรก็คือหายร้อนแล้ว ต้องเททิ้งให้หมด แต่ในความเป็นจริง เราก็จะแอบๆให้โอกาสมันอีกครั้งนึง โดยการกดรันอีกรอบ คราวนี้ถ้าถึง 0 จริงๆถึงจะทิ้ง เพราะไม่อย่างนั้นของเหลือบานเลยล่ะค่ะ ![]() อีกประการนึงที่สำคัญคือ McDonald ไม่ได้อนุญาติให้คุณเอาของเหลือกลับไปกินที่บ้าน ดังนั้นการแอบเอาขนมปังหรือหมู เห็ด เป็ด ไก่ ที่เค้าทิ้งแล้วกลับบ้านก็ถือเป็นความผิดค่ะ ยกเว้น manager จะเป็นคนบอกเองว่า อยากได้หรือเปล่า? ถ้าอยากได้ก็เอาไปได้นะ แบบนี้ถึงจะโอเคค่ะ เหตุผลที่เค้าทำแบบนี้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะของทุกอย่างที่ทิ้งลงถังขยะเค้าไม่ได้ทิ้งไปเฉยๆค่ะ manager จะเป็นคนนำไปตรวจอีกทีนึงว่ามีอะไรทิ้งไปบ้าง คือถ้ามีของที่ทิ้งเยอะเกินไป ก็จะแปลว่าเราทำของเหลือเยอะเกิน คราวหน้าก็จะได้ระมัดระวังไม่ทำเผื่อเอาไว้มาก อีกส่วนนึงก็คือเค้าต้องการให้เราทำงานจริงจังด้วยความรอบคอบ เพราะถ้าให้เอากลับบ้านได้ มันก็ทำทิ้งๆขว้างๆ แล้วเอากลับไปกินที่บ้านกันหมดน่ะสิ คือปัญหาเด็กแอบเอาของกลับไปบ้านนี่ไม่ใช่เรื่องตลกเลยนะ ที่โน่นเค้าค่อนข้างซีเรียส แต่มันก็กลายเป็นปัญหาระดับชาติเพราะเด็กไทยมีคนทำอย่างนี้ทุกปี อาจด้วยความไม่รู้หรืออะไรก็แล้วแต่ ยังไงก็ตาม ตอนนี้ได้ทราบแล้วถ้าไม่อยากมีปัญหาก็อย่าทำค่ะ ◄ Chapter 7 : ปิ้งๆ ย่างๆ สไตล์ Grill person
![]() Chapter 7 : ปิ้งๆ ย่างๆ สไตล์ Grill person หลังจากที่ผ่านงานด้าน Bun dropping มาเป็นที่เรียบร้อย ตำแหน่งใหม่ที่ nakoze จะมานำเสนอวันนี้ก็คือ แท่น แทน แท๊น ~ "Grill person" เองค่าาาา สำหรับหน้าที่ของ Grill person ก็คือยืนอยู่หน้าเตาอันใหญ่ๆ แล้วก็คอยย่างเนื้อ หมู เห็ด เป็ด ไก่ Grill person นี้ถือเป็นอีกหนึ่งงานในตำนาน เพราะว่างานหนักมากแถมร้อนและน้ำมันกระเด็นใส่อีกต่างหาก งานนี้เป็นตำแหน่งที่เด็กเวิร์ค แย่งกัน(ไม่)ทำมากที่สุด ซึ่งบางคนก็หลบหลีกได้จริง แต่ก็ขอแสดงความเสียใจกับหญิงและชายร่างบึ๊กด้วย เพราะท่าทางจะหลบยาก ตำแหน่งนี้ส่วนใหญ่เค้าจะให้ผู้ชายหรือไม่ก็คนที่ดูทะมัดทะแมงทำ หรือไม่ก็คนที่พูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ เพราะงานตรงนี้ไม่ต้องใช้ภาษามากเท่าตำแหน่งอื่นๆ เน้นใช้แรงงานอย่างเดียว ตำแหน่ง Grill person นี้ nakoze ได้ทำน้อยมาก ถึงน้อยที่สุดจะได้ทำก็ต่อเมื่อคนทำตำแหน่งนี้เค้าไปเบรก ซึ่งส่วนมากก็จะเป็นช่วงสั้นๆแค่ครึ่งชั่วโมง หนึ่งชั่วโมง ไม่เคยได้ทำเต็มกะซักที ที่เป็นอย่างนี้เพราะว่า nakoze มีหน้าที่ประจำเป็นของตัวเองคือเป็นคนคีบเนื้อใส่แฮมเบอร์เกอร์และทำแฮมเบอร์เกอร์ ซึ่งก็ถือเป็นโชคดีที่แดเนียล(นายจ้าง)เห็นแววฝีมือยอดกุ๊ก เลยไม่ต้องทำงานหนักเท่าไร แต่อย่างไรก็ตาม nakoze ก็จำเป็นที่จะต้องรู้หน้าที่และคำศัพท์ในตำแหน่งนี้ทั้งหมด ตำแหน่งกริว(Grill) สิ่งที่คุณต้องทำก็คือ เรียนรู้ชื่อเรียกและลักษณะของเนื้อทุกชนิด ซึ่งก็จะมี Reg meat = เอาไว้ทำ ชีสเบอร์เกอร์ ดับเบิ้ลชีสและบิ๊กแมค Quarter meat = เอาไว้ทำเมนูทุกชนิดที่ใช้ quarter bun Angus meat = ชื่อก็บอก เอาไว้ทำเมนู Angus ทุกอัน Grill Chicken = ไก่ย่าง Mushroom = แปลตรงตัว ได้ว่า [อี]เห็ด[ที่ไม่สด] 55+ ขั้นตอนต่อไปหลังจากเราจำชื่อเนื้อได้ทุกแบบแล้ว เราก็จะมารู้จักเตาย่างกันค่ะ สำหรับแมคสาขาที่ nakoze ทำงานอยู่ จะมีเตาอยู่ 2 เตา แต่ละเตาจะมีมีสองเพลท(plate) แต่ละ plate เรียกว่า G สรุปทั้งร้านก็จะมี 4G ได้ว่า gee gee gee gee baby baby baby Eotteokajyo Tteollineun Naneunyo ผีเกาหลีขึ้นสมองพาไปไกลแล้ว 55+ ย้อนกลับโดยด่วน เตาในร้าน nakoze ก็มี G1 G2 G3 และ G4 คาดว่าถ้าซื้อเพิ่ม ตัวหน้าอาจได้ชื่อ G-force :x ข้างใต้แต่ละ plate จะมีปุ่ม 3-4 ปุ่ม เช่น cancel , start , ปุ่มเลือกเมนู บลาๆ ซึ่งเวลาเราจะทำกริวแต่ละครั้ง ที่สำคัญมากก็คือต้องปรับเมนูด้านล่าง plate ให้ตรงกับประเภทเนื้อที่จะทำ เพราะเนื้อแต่ละชิ้นมีระยะเวลาการทำไม่เท่ากัน ดังนั้ันถ้าเราปรับเมนูผิดแล้ว ตัวจับเวลามันก็จะผิด จะทำให้เนื้อไหม้เพราะย่างนานเกินหรือเนื้ออาจจะไม่สุกเพราะเสร็จเร็วเกินไป และข่าวร้ายกว่านั้นคือ ถ้าเผลอลืมกดหรือกดผิดเมนู ต้องโล๊ะทิ้งยกชุดนะเออ ~ ต้องมีสตินิดนึง การทำงานของ Grill person ต้องคอยประสานงานกับคนที่ทำตรงตำแหน่งคีบเนื้อใส่แฮมเบอร์เกอร์ ให้เค้าคอยสำรวจว่า ตอนนี้เนื้ออะไรกำลังจะหมดหรืออันไหนเหลือเยอะเกินไปแล้ว ต้องการอะไรเพิ่มอีกมั๊ย nakoze จะยกตัวอย่างสถานการณ์การทำงานที่กริวให้ฟังนะนะคะ A : trey reg meat out !!! (แปลไทยได้ว่า เฮ้ย!! reg meat หมดถาดแล้วว่ะ trayแปลตรงตัวว่าถาด) B : โอเค เอาเท่าไร A : 16 per tray (เอาถาดละ 16 ชิ้น แต่ไม่รู้นะว่าจะเอาทั้งหมดกี่ถาด ต้องหันไปถามเพื่อให้แน่ใจอีกที) B : หยิบ reg meat มา 16 ชิ้น แต่!!เนื้อทั้ง16 ชิ้นจะไม่ได้ว่างใน G เดียวกันนะ กฏของแมคโดนัลคือให้วางเนื้อได้แค่ G ละ 8 ชิ้น โดยเป็นการวาง 3 3 2 แล้วกดปุ่มสตาร์ท ฝาของเตาย่างก็จะค่อยๆเลื่อนลงมาทาบเนื้อที่วางอยู่บนเตา ซึ่งการวางเนื้อไม่ใช่ว่างแบบฟรีสไตล์ นึกอย่างเหวี่ยงตรงไหนก็เหวี่ยง เราต้องกะระยะให้วางเนื้อพอดีและตรงกับฝาเครื่อง เพราะถ้าหากไม่พอดีกันแล้ว จะเกิดอาการที่เรียกว่า "เนื้อปลิ้น" ซึ่งเกิดจากการวางเนื้อห่างกันมากเกินไปจนมีบางส่วนที่มันไม่ถูกทับด้วยฝาเตา เสร็จแล้วก็ยืนรอ ตัวจับเวลาก็จะเริ่มนับถอยหลังไปเรื่อยๆ A : how long ? (แปลว่าอีกนานป่ะกว่าจะได้ reg meat เนี่ย) B : เหลืออีก 20 วิ (ระหว่างนี้ B ก็ไปเอา tray เนื้อจาก A มา แล้วเอามาปูแผ่นกระดาษซับน้ำมัน พอครบ 20 วินาที ฝาเครื่องจะเปิดโดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องไปช่วยยกนะเออ ~) แล้ว B ก็จะทำการแซะเนื้อ แล้ววางใส่ tray การวางนี้ก็ไม่ใช่สักแต่วางๆๆ แมคโดนัลก็มีกฏว่า tray นึงจะวางเนื้อได้แค่ 4 กอง กองละ 4 ชิ้น ดังนั้นในหนึ่ีง tray ก็จะมีเนื้อสูงสุดได้แค่ 16 ชิ้น หรือจะเนื้อวางเรียง 4 4 4 4 อยู่ใน tray นั้น จากนั้นก็เอาอุปกรณ์มาแซะทำความสะอาดเตาพร้อมใช้ปิ้งย่างในรอบต่อไป PS 1: เนื้อทุกชนิดจะมีวิธีการเหมือนกันหมด ที่ต่างก็จะแค่ระยะเวลายิ่งเนื้อหนาก็ยิ่งนาน เรียงจากระยะเวลาจากมากไปหาน้อยจะได้ว่า Angus > Quarter < Reg meat PS 2 : เวลาทำเนื้อ 1 เพลท จะวาง Reg meat ได้ 8 ชิ้น, Quarter ได้ 4 ชิ้นและ Angus ได้เพียง 2 ชิ้นเท่านั้น ![]() ต่อมาเป็นการทำ Grill Chicken หรือเนื้อไก่ย่าง (ไม่ใช่ไก่เป็นตัวแบบร้านส้มตำนะ) A : Grill Chicken tray out !! (ไก่หมดถาดแล้ว ย่างด่วน) B : เอาเท่าไร A : hmm... four (เอามาสี่ชิ้นพอ) B : ปรับเตาให้เป็น Grill Chicken ฉีดมาการีน [เหมือนเนยเหลว] ให้ทั่วเพลท ยกกรอบเหล็กสำหรับ ทำ grill chicken มาวางบนเพลทที่ฉีดมาการีนรอไว้แล้ว เอาไก่ย่างออกมาจากตู้แช่แข็ง วางลงไปในกรอบให้ครบ 4 ชิ้นตามที่ A สั่งมา เอาฝาปิดสำหรับย่างไก่มาครอบกรอบเหล็กอันนี้ ไอ้ฝานี่จะมีลักษณะพิลึกกึกกือ คือมีคล้ายๆถ้วยใส่น้ำอยู่ด้านบน จากนั้นเราก็จะต้องเติมน้ำให้เต็มถ้วยนั้น กดปุ่ม start แล้วก็ปล่อยมันทำงานไป นาฬิกาจะเริ่มนับถอยหลัง เมื่อเวลาลดลงถึง 0 เตาก็จะร้องเตือนให้เรามากลับด้านไก่ เราก็แค่เดินมาแล้วก็พลิกไก่เอาอีกด้านหันใส่เตา ปิดฝาครอบ แล้วเติมน้ำเต็มถ้วยเช่นเดิม แล้วรอจนถึง 0 อีกรอบ ก็แซะไก่ใส่ tray เสร็จเรียบร้อยก็จะได้ไก่ย่างหอมหวนชวนกิน(แต่ยังไงซะก็แพ้เขาสวนกวางไทยแลนด์ อยู่วันยังค่ำล่ะย่ะ) PS : เวลาทำ Grill Chicken นั้น ฝาเตาจะไม่ปิดครอบลงมา เนื่องจากว่าถ้าปิดลงมามันก็ติดกรอบเหล็กสิยะ ! ส่วน tray หรือถาดที่ใช้ใส่ grill chicken นั้นไม่ต้องนำออกมาจากช่องอุ่น เพราะถ้าเอาออกมาแล้ว น้ำที่อยู่ใน tray มันจะไม่ร้อน (ถาด Grill Chicken เป็นถาดชนิดเดียวที่ต้องเติมน้ำหล่อเลี้ยงไว้ด้านล่างตลอดเวลา) เราแค่รอให้ไก่สุก พร้อมแซะ แล้วค่อยไปแงะ tray ออกมาใส่ ![]() และอันสุดท้ายของตำแหน่ง Grill ที่nakoze จะมาสอนก็คือวิธีการทำเห็ด !!! A : ทำเห็ดที เห็ดเหี่ยวแล้ว B : สอนหน่อยทำไม่เป็น A : โง่จริงนะมึง มาๆเดี๋ยวกูทำให้ดู นี่ อย่างงี้ มึงปรับเตาให้เป็นคำว่า Mushroomนะ แล้วมึงนะฉีดมาการีน ไปสองสามที นี่ดูแบบกูนี่ แล้วมึงก็ไปหยิบเห็ดจากตู้เย็นมา เทลงไปขนาดนี้ B : เฮ้ย ไม่เยอะไปหรอวะ A : ไม่หรอก เดี๋ยวเห็ดสุกแล้วมันจะเหี่ยว อ่ะเสร็จแล้วกด start อย่าลืมเอามือมึงออกมานะ เดี๋ยวฝาเตาเม่งหนีบ B : เออน่ะ กูไม่โง่ แล้วถ้ามันเสร็จแล้วทำไงต่อวะ A : มึงก็เอาช้อนอันนี้แซะมันขึ้นมาใส่ tray เห็ดไว้ แล้วเอาไปให้กู จบ!! ![]() คนทำกริวส่วนมากมักจะได้แผลพุพองจากการถูกลวก ถูกนาบให้เก็บไว้เป็นที่ระลึก แต่ที่ nakoze ทำแมคมา ยังไม่เคยได้บาดแผลจากการทำกริวแม้แต่รอยเดียว (เพราะไม่ค่อยได้ทำ ฮ่าๆ) nakoze ไม่เคยโดยลวกหรือนาบ เป็นคนไม่มีปัญหากับความร้อน แต่ ..... ทีได้รอยมาเต็มแขน ตรงนั้นขูด ตรงนี้กระแทก ตรงนู้นบาด...บาดแผลทั้งหมดนั้นได้มาจากการ .... ล้างจาน nakoze เป็นคนธาตุไฟ ไม่ถูกกับน้ำ (เกี่ยวมั๊ยวะเนี่ย XD) เอาเป็นว่าใครโดนทำตรงนี้ ก็อดทนไว้นะจ๊ะ ทำๆไปมันก็สนุกดี มีน้ำมันกระเด็นพอให้ชุ่มฉ่ำ หน้าตาก็ดูมีน้ำมีนวล (เพราะหน้ามัน) แถมผมก็ได้หมักไอน้ำทั้งวัน (รมควัน) ฮ่าๆ และตอนนนี้ก็คงต้องแสดงความยินดีด้วยค่ะท่านผู้อ่าน ตอนนี้ทุกท่านก็เรียนรู้ที่จะทำกริวทั้งหมดแล้วค่ะ หน้าที่สุดท้ายที่ nakoze จะสอนก็คือการทำแฮมเบอร์เกอร์นั่นเองค่าาาา รอติดตามชมใน Chapter 8 นะคะ วันนี้ลาก่อนจ๊าาา ![]() ◄ Chapter 6 : ทำงานวันแรกกับBun Dropping
![]() Chapter 6 : ทำงานวันแรกกับBun Dropping พี่ลูกเกดเป็นคนแรกในกลุ่มเด็กไทยที่ได้ไปทำงานที่ร้านแมคโดนัล เพราะด้วยความเฮง(หรือความซวยก็ตามแต่)ที่พี่ลูกเกดดันไปนั่งหัวโต๊ะพอดี แกก็เลยต้องแหกขึ้ตาตื่นไปทำงานให้ทันในตอนเช้า ซึ่งช่วงนั้นยังเป็น Breakfast menu จะมีก็อาหารเช้าจำพวก แพนเค้ก , มัฟฟิ่น , เบอร์ริโต้แล้วก็ฮาร์ชบราวน์ กะเข้างานของพี่ลูกเกดจะเริ่มตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึงประมาณบ่ายโมง ซึ่งระหว่างกะของพี่ลูกเกดก็จะมีแทมแล้วก็นีน่าทยอยเข้างานตามเวลาของตัวเอง เวลางานของเด็กไทยจะทับซ้อนกันประมาณ1-2ชั่วโมง พอให้มีเพื่อนบ้าง พอบ่าย 2 ก็ได้เวลาเข้างานของ nakoze บ้านกับที่ทำงานนี่เดินเท้าไปประมาณ 5 นาทีก็ถึงค่ะ แค่ข้ามสี่แยกไปเท่านั้นเอง nakoze ไปถึงวันแรกไม่รู้ค่ะว่าสี่แยกที่อเมริกาเค้าไฮโซนะตัวเทอ เค้าจะมีคล้ายๆปุ่มกดสำหรับข้ามถนน เราก็แค่ยืนรอให้สัญญาณไฟมันเปลี่ยนไปเป็นรูปคนเดินก็ค่อยข้าม แต่ด้วยความที่เป็นคนที่ไม่ค่อยสังเกต nakoze ก็เลยนำแฟชั่นข้ามถนนแบบไทยๆค่ะ นางก็เล่นเดินตัดกลางถนนเลยค่ะ แถมไปยืนรอข้ามอยู่กลางถนนซะด้วย ![]() ดีเท่าไรที่ตำรวจไม่มาลากคอเข้าไปทัศนศึกษาที่คุก ![]() พอไปร้านถึงแดเนียลก็พาไปเอารหัสพนักงานเพื่อมาใช้ในการ clock in - clock out แล้วก็ส่ง nakoze ไปรู้จักกับเพื่อนใหม่ในครัว ในครัวตอนนั้นก็เหลือแทมกับนีน่าที่กำลังทำงานอยู่ ปล่อยให้ nakoze ยืนตื่นเต้นไม่นาน ก็มีคนมาแนะนำตัวว่าเป็น manager เธอเป็นผู้หญิงผิวสี อายุยี่สิบปลายๆ ชื่อว่าแอลลี่ แอลลี่ก็พา nakoze ทัวร์ชมห้องครัวรอบนึง แล้วก็แนะนำเพื่อนร่วมงานให้รู้จัก ซึ่งจะบอกว่า ข้อดีของการทำงานแมคอย่างนึงก็คือ !!!! ในนั้นมีแต่หนุ่มๆวัยขบเผาะทั้งนั้นเลย 55+ เพราะว่าแมคโดนัลมีนโยบายรับเด็ก high school เข้ามาทำงาน part-time nakoze ก็เลยได้รับอานิสง ยืนส่องหนุ่มให้กระชุ่มกระชวยทั้งวัน ![]() ยิ่งทำงานกะเย็นแบบ nakoze ด้วยแล้ว เป็นช่วงที่นักเรียนเค้าโรงเรียนเลิกพอดี โอ้ ~ นี่มันสวรรค์ชัดๆ พอแอลลี่พา nakoze ไปทัวร์ร้านเสร็จก็เริ่มเทรนงานให้ ในตำแหน่ง Bun droper แปลเป็นภาษาไทยง่ายๆก็คือคนหย่อนขนมปังนั่นหล่ะ หน้าที่นี้คิดๆดูเหมือนจะสบายนะ แต่พอทำแรกๆเม่งโคดสับสนเลย หน้าที่ของ nakoze ก็คือนั่งจำชื่อขนมปังเหล่านี้ให้ได้หมด ![]() 1. Regular bun หรือ Reg bun หน้าที่ของมันก็คือเอาไว้ทำเมนูแฮมเบอร์เกอร์ , ชีสเบอร์เกอร์ทุกชนิด 2. Quarter bun เอาไว้ทำเมนูที่มีคำว่า Quarter 3. Angus bun ก็เอาไว้ทำเมนูที่เป็น Angus ตามชื่อของมัน 4. BigMac bun เอาไว้ทำบิ๊กแมคอย่างเดียวเลย 5. Honeywheat bun เอาไว้ทำเมนูที่มีชื่อประมาณว่า Premium นอกจากขนมปังที่ต้องเอาหย่อนเข้าไปในเครื่องเพื่อปิ้งให้ร้อนแล้วที่นี่ยังมีขนมปังอีกแบบนึง เราเรียกมันว่า steam bun ซึ่งจริงๆแล้วมันก็คือ Reg bun ที่เอาไปเข้าเครื่องอบไอน้ำ เจ้า stem bun นี้จะเอาไว้ใช้ทำ 2 เมนู ก็คือ Filet-O-Fish กับ Southern Style Crispy Chicken พอจำหน้าตาและหน้าที่ของมันได้หมดแล้ว ทีนี้สิ่งที่จะต้องทำสำหรับตำแหน่ง Bun droper นี้ก็คือ เวลามีออเดอร์เข้ามา มันจะโชว์อยู่บน screen หรือว่าหน้าจอ เราก็แค่หยิบขนมปังหย่อนเข้าเครื่องให้ถูกต้องตามออเดอร์แค่นั้นเอง ถ้าถามว่าหน้าที่นี้เหนื่อยมั๊ย ? ไม่เหนื่อยหรอกค่ะ ยืนแล้วหย่อนอย่างเดียว แต่ว่ากล้ามขึ้นค่ะ เพราะมันต้องยกแขนขึ้นลง แล้วก็ได้แบกถาดขนมปังไปเปลี่ยนบ้างประปราย จริงๆดูแล้วเหมือนว่าหน้าที่นี้จะดูชิลที่สุด แต่ในความจริงแล้ว มันกลับเป็นหน้าที่ที่ nakoze รู้สึกว่า ม้นกดดันมากๆเลย เพราะมันเป็นเหมือนด่านหน้า เป็นด่านแรกที่จะส่งวัตถุดิบไปให้แผนกอื่นเค้าทำต่อ อย่างเวลาที่ลูกค้ามาเยอะๆเนี่ยมันจะทำแทบไม่ทัน เพราะกว่าจะรอเจ้าขนมปังน้อยออกมาจากเครื่อง มันก็ต้องใช้เวลาประมาณ 5-10 วินาที บางทีก็ต้องเปลี่ยนมือไปทำ steam bun ซึ่งอบไอน้ำ 12 วินาทีอีก ทีนี้พอขนมปังเราทำไม่ทัน มันก็ทำให้ส่วนอื่นๆช้าติดๆกันไปหมด ยิ่งถ้าวันดีคืนดี เจ้าขมปังมันตัวอวบอ้วนมากเกินไปทำให้ใส่ลงไปในเครื่องแล้วมันไปต่อไม่ได้ มันไม่ออกมาซักที ไอ้เราก็ยืนรออยู่นั่นแหละ สุดท้ายแล้วโน๊น มันขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ด โดนเผาซะเกรียม เดือดร้อนต้องแงะเครื่องแล้วเอาเจ้าขนมปังตัวแสบออกมาให้ได้ ถ้าเอาออกไม่ได้มันก็จะคาเครื่องแล้วก็ไหม้ มีควัน มีกลิ่นออกมาอีก อ่านดูคร่าวๆแล้วบางคนปวดหัว โอ้ยทำไมมันยุ่งยากอย่างนี้หนอ ไม่เป็นไรค่ะ ทำใจดีๆ สูดยาดมเข้าลึกๆ อาการเก้ๆ กังๆ พวกนี้อยู่กับเราไม่นานหรอกค่ะ พอมาทำตำแหน่งนี้ได้ซัก 2-3 วัน เริ่มคุ้นเคย คุณก็จะคล่องและเบื่อมันไปในที่สุดเองล่ะค่ะ ![]() 3 วันแรกของการทำงาน nakoze คิดได้อยู่อย่างเดียว " นี่กูเสียเงินแสนมาทำอะไรวะเนี่ย นี่กูกำลังทำอะไรอยู๊ มาลำบากทำไม๊ " วันๆได้ยืนอยู่กับที่ มีเพื่อนสนิทชื่อเครื่องปิ้งขนมปัง คุยกันจนซี๊ปึ๊ก ![]() แต่พอเวลาผ่านไปซักพักนึง เราเรียนรู้งานหมดทุกอย่างมันก็ไม่เหลือความกดดันแล้ว เราเริ่มสนุกกับงาน สนุกกับการใช้ชีวิตแบบเด็ก WAT มากขึ้น เอาล่ะค่ะ สำหรับวันนีก็คงไม่เหลืออะไรจะพูดเกี่ยวกับ ตำแหน่งนี้แล้ว สำหรับ Chapter ต่อไป nakoze จะมานำเสนอเรื่องราวในตำแหน่งที่เรียกว่าโหด หิน และเป็นตำแหน่งที่เด็กไทยกลัว(จะได้ทำ)มากที่สุด ก็คือตำแหน่ง Grill ค่ะ งานนี้เราจะได้มาพิสูจน์กันล่ะค่ะว่าการทำ Grill ที่แมคโดนัล จะเหมือนกับการย่างหมูย่างเกาหลีหรือไม่ เจอได้ในตอนต่อไป....วันนี้สวัสดีค่าาาาา ![]() ![]() ที่แมคโดนัลจะมีเมนูแบ่งเป็น 2 ช่วงค่ะก็คือ Breakfast menu กับ Lunch menu ซึ่งร้านของ nakoze จะเริ่ม Breakfast menu ตั้งแต่ประมาณ 7 - 11 โมงเช้า ![]() หลังจากนั้นก็จะเปลี่ยนเป็น Lunch menu ก็เป็นพวกแฮมเบอร์เกอร์ สลัดอะไรทั้งหลายแหล่ แมคโดนัลของไทยที่เราเห็น เมนูทั้งหมดนั่นน่าจะเป็นแค่ 1 ใน 3 ของอเมริกาเองมั้งค่ะ ที่อเมริกามีเมนูเยอะกว่านี้(ซึ่งหมายความเราก็ต้องจำเยอะขึ้น) แต่ก็มีของอร่อยๆเพียบเลยล่ะค่ะ ◄ Chapter 5 : Hello McDonald's
![]() แก้ไขเนื้อหา ณ วันที่ 22 Jun 2012 Chapter 5 : Hello McDonald's ![]() สำหรับปี 2010 นี้ งานที่ nakoze เลือกมาทำก็คือแมคโดนัล fastfood chain store ที่ใหญ่ที่สุดในโลก (ละมั๊ง nakoze คิดเองเออเอง )สำหรับค่าแรงที่นี่นั้น ให้แค่ชั่วโมงละ $7.25 เบรกไม่ได้เงิน แต่มีข้อดีตรงที่ได้ลดอาหาร 50% ดูเผินๆเหมือน $7.25 จะพออยู่พอกิน แต่คิดดูดีๆแล้ว ค่าบ้านเดือนละกว่า $300 มันก็หืดขึ้นคอเหมือนกัน ก่อนจะมาทำงาน nakoze ถึงขั้นลงทุนไปนั่งกินแมค หลังเลิกเรียนเกือบทุกวัน ไปสังเกตพฤติกรรมและสภาพแวดล้อมในการทำงาน นอกจากนี้ก็พยายามหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต แต่สิ่งที่ค้นพบกลับเป็นความว่างเปล่า ... อะไรกันนี่ !!! คนไปทำงานแมคกลับมาก็เยอะ ทำไม๊มันไม่มีใครมาบอกเล่ากล่าวขานกันบ้างเลยวะเฮ้ย !! ดังนี้ nakoze จึงสัญญากับตัวเองไว้ ว่าถ้ากลับมาจะมาถ่ายทอดเรื่องราวการไปเวิร์ค การทำงาน ให้ละเอียดและมากที่สุดเพื่อให้รุ่นน้องได้มีข้อมูลเป็นแนวทาง ดังนั้นแล้วตั้งแต่ chapter นี้ nakoze จะขอเล่าเรื่องหน้าที่ ลักษณะงาน การทำงาน กฏระเบียบของแมคโดนัลให้มากที่สุดเท่าที่จำได้ หลังจาก nakoze อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ พี่เบลล์ก็พาเด็กไทยทุกคนไปเจอกับนายจ้าง นายจ้างของเราเป็นฝรั่งผิวขาวอายุยี่สิบปลายๆ ตัวอวบอ้วนชือว่า Daniel(นามสมมุติ) วันแรกที่เข้าไปในร้าน ทุกๆคนดูเฟรนด์ลี่มาก nakoze ก็เลยหมดเรื่องกังวลใจไปได้มากพอสมควร Daniel เข้ามานั่งพูดคุยกับพวกเราที่โต๊ะกลมตัวหนึ่ง แนะนำตัวกันคร่าวๆจบ แดเนียลก็จะแบ่ง shift หรือแบ่งกะให้เด็กไทยแต่ละคนมาทำงาน ในเวลาที่แตกต่างกันออกไป วิธีการแบ่งกะของแกก็ง่ายมากค่ะท่านผู้ชมขา ด้วยความที่โต๊ะมันกลม แกก็ชี้เลยคนที่นั่งนอกสุด มาทำ 7 โมงเช้า คนถัดมา 9 โมงเช้า ต่อมา 11 โมงเช้า แล้วก็บ่าย 2 คนสุดท้ายเข้างานที่ 4 โมงเย็น อื้ม....ง่ายป่ะล่ะวิธีพี่แก ![]() nakoze ได้ทำงานกะบ่ายสองค่ะ ตอนแรกนี่แทบระเบิดจุกแชมเปญฉลองที่ไม่ต้องแหกขี้ตาตื่นมาทำงานเช้า แต่หารู้ไม่ว่าความซวยกำลังมาเยือน nakoze ช้าๆ โดยที่ nakoze ไม่เคยชะล่าใจ พอแบ่งกะกันลงตัวเรียบร้อย ก็ได้เวลาแจกยูนิฟอร์ม สำหรับสาขานี้เค้าให้ใส่เป็นเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีแดงสดดูเข้ากันดีกับกางเกงสีดำที่ไม่ใช่ยีนส์ และรายการของฟรีอย่างสุดท้ายก็คือหมวกค่ะ มันมีแบบเต็มใบและครึ่งใบ ให้เลือกเอาเองตามรสนิยม พอได้แจกของมาบางส่วน ก็ยังมีบางส่วนที่ขาดไม่ได้เอาไปก็เลยลำบากพี่เบลล์พาไปซื้ออีกแล้ว สำหรับสิ่งที่เป็นอย่างต่อมาในการทำงานร้านแมคโดนัลก็คือ รองเท้ากันลื่นค่ะ ไม่รู้ว่าสาขาอื่นเป็นอย่างไร แต่สาขา nakzoe กำหนดให้ใช้สีดำเท่านั้น คู่ที่ nakoze ได้มานั้น ไปหามาจาก K-mart ในราคาประมาณ $22 หลังหักคูปองส่วนลดที่ได้จากแมคมา เลือกรองเท้าต้องดูให้ดีนิดนึงนะคะ ให้มันพอจะกันลื่นได้หน่อย เพราะว่าในครัว....มันลื่นมาก นอกจากนี้แล้วก็มีเข็มขัดสีดำ ถุงเท้าสีดำ กิ๊บติดผม ยางรัดผม พอได้ของครบก็ปรากฏว่ามีเพื่อนบางคนไม่มีกางเกงสีดำ คราวนี้พี่เบลล์พาเราไปเลือกช็อปที่ร้าน Salvation Army ซึ่งเป็นร้านขายของมือ 2 โดยรายได้ที่ได้จากการขายจะบริจาคเข้ากองทัพสหรัฐ (ซึ่ง nakoze คาดว่าคงรวยอยู่แล้ว )ในร้านก็มีของมือสองละลานตาเลยค่ะ นอกจากเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ก็ยังมีของเล่นเด็ก โต๊ะ ตู้ เตียง ไม้กอล์ฟ ของเล่นเด็ก อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เรียกได้ว่าขายตั้งแต่สากกะเบือ ยันเรือรบเลยก็ว่าได้ หลังจากกลับมาจากการช็อปปิ้ง พี่เบลล์ก็พาพวกเราไปทำ Crew Orientation ที่สำนักงานของแมคโดนัล ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก พอไปถึงเจ้าหน้าที่ก็เตรียมเอกสารมาให้กรอกให้เซ็นต์ชุดนึงหน้าตาประมาณนี้ ![]() ด้านในก็จะมีพวก hand book , ไกด์ไลน์ กฏระเบียบ ข้อบังคับ ต่างๆนาๆ เสร็จแล้วเค้าก็ให้เราไปทดสอบกับคอมพิวเตอร์ นั่งดูวีดีโอไปจนจบก็ให้ตอบคำถาม และเนื่องจากว่าคอมพิวเตอร์มันไม่พอ nakozeกับแฟนต้า ก็เลยได้เข้าไปดูพร้อมกัน แล้วช่วยกันทำแบบทดสอบ สบายซะไม่มีล่ะ ![]() พอทำตามกระบวนการเป็นที่เรียบร้อย สำนักงานก็ปล่อยให้พวกเรากลับบ้านได้ เพื่อไปเตรียมตัว เตรียมใจเผชิญหน้ากับการทำงานจริงในวันรุ่งขึ้น... ![]() งานแมคโดนัลส่วนใหญ่แล้วเรทจะอยู่ที่ $7.25 - $8.00 หรืออาจจะมากกว่านี้ในบางพื้นที่ แต่โดยรวมแล้วได้เท่านี้แหละค่ะ แล้วก็เป็นการทำงานที่ต้องบอกว่าค่อนข้างหนักเมื่อเทียบกับเรทที่ได้ ![]() ก่อนจะเดินทางเช็คดูใน Job offer ให้ดีว่าเค้าระบุว่าต้องเอาอะไรมาบ้าง กางเกงสีดำที่ไม่ใช่ยีนส์แล้วก็เข็มขัดสีดำนี่เตรียมมาได้เลย จะได้ไม่ต้องมาหาซื้อที่นี่ เพราะไซส์ฝรั่งนี่ต่อให้เอวเท่า สะโพกเป๊ะ แต่ว่าความสูงเขามันมากกว่าเรา ![]() ถ้ามาซื้อกางเกงเอาที่นี่ขามันจะเหยียบพื้น แล้วเท่าที่เคยเดินหาซื้อมา ไม่นับของจากในห้างนะ เคยได้กางเกงผ้ายืดห่วยๆสีตกมาตัวนึงราคาตั้ง $16 แหนะ ส่วนรองเท้าอาจจะมาหาซื้อที่นี่ได้ เพราะที่ไทยไม่ค่อยมีรองเท้ากันลื่นขายเลย แบกมาก็หนักอีก หรือจริงๆใครจะใคร่แบกมาก็เป็นเรื่องที่ดีค่ะ อย่ามาหวังพึ่งน้ำบ่อหน้าให้มากนัก และสุดท้ายเรื่องของถุงเท้า nakoze แนะนำว่าให้ซื้อถุงเท้าสีดำ เพราะว่าการซักผ้าที่นี่พอซักเสร็จ เค้าจะเอาเข้าเครื่องอบผ้าทันที ไม่มีการมาแขวนตากบนราวเหมือนไทยแลนด์ ดังนั้นแล้วผ้าบางชนิดเวลาโดนความร้อนมันจะหด มันก็เลยทำให้เกิดอาการ "ขาลอย" แล้วทีนี้ถ้าใส่ถุงเท้าสีอื่นมันก็จะเด่นแลบออกมา ก็เลยให้ซื้อถุงเท้าสีดำเอาไว้กันขาลอยได้มากทีเดียว |
nakoze
ผู้ติดตามบล็อก : 60 คน [?]![]()
Link |

]




























ผู้ติดตามบล็อก : 60 คน [