Group Blog
All Blog |
◄ วิธีการกรอกฟอร์ม I-864
Form I-864 Affidavit of Support ฟอร์มนี้คือ form I-864 Affidavit of support เป็นฟอร์มที่จริงๆแล้วคนที่ซัพพอร์ตเราซึ่งก็คือคู่สมรสจะเป็นคนกรอก ข้อมูลในใบนี้จะเป็นข้อมูลของคู่สมรสเราค่ะ แต่อย่างที่ทราบว่าบางทีคุณชายทั้งหลายนี่งานยุ่งมากกว่าจะหาเวลามากรอกได้ก็นาน ดังนั้นแล้วใครที่อยากกรอกเอง ก็ลองศึกษาดูได้เลยค่ะ ฟอร์มนี้เตือนนิดนึงว่า ถ้าคุณมีลูกติด , สามีมีลูกติด ,จำนวน Household ในบ้านไม่เท่ากัน สามีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ปรับสถานะ สามีไม่ใช่ U.S citizen ถ้าคุณเข้าข่ายนี้อย่าลอกนะคะ ให้สปอนเซอร์ของคุณเป็นคนกรอกให้ค่ะ เพราะฟอร์มในตัวอย่างนี้ Nakoze ทำมาสำหรับคนที่โสดทั้งคู่ Householdsize มีแค่เราและสามีค่ะ
และอย่างเคยนะคะ ขอความกรุณาอย่าดาวโหลดแต่รูปภาพไปดูค่ะ โดยผ่านการเข้าประเทศด้วยวีซ่า K1
ฟอร์มนี้มีทั้งหมด 12 หน้ากระดาษนะคะ หน้า 1
-บรรทัดแรก I, ชื่อจริงชื่อกลาง นามกสุล คู่สมรสของเรา - 1.a. : ทำเครื่องหมายที่ 1.aแปลว่าบุคคลตามชื่อด้านบนกำลังจะไฟล์เพื่อซัพพอร์ตการย้ายถิ่นฐานของญาติหรือคู่สมรส(ตัวเรา) Part 2. InformationAbout the Principal Immigration (ข้อมูลของเรา)
-1.a Family name : นามสกุล -1.b Given name : ชื่อจริง -1.c Middle name : ชื่อกลาง Mailing Address - 2. a In care of name : ถ้าไม่มีตัวแทนรับจดหมายก็เว้นว่างเอาไว้ค่ะ - 2.b Street number and Name : ที่อยู่ - 2.c ถ้าคุณไม่มีเลข Apt= apartment / Ste= suit / Flr = floor คุณเว้นไปได้เลย กรณีนี้เรายกตัวอย่างว่าอาศัยอยู่ที่อพาร์ทเม้น ห้อง 102 จึงทำเครื่องหมายที่ Aptและใส่เลข 102 แต่ถ้าคุณไม่มีก็ไม่ต้องทำเครื่องหมายใดๆและข้ามข้อนี้ไปค่ะ - 2.d City or Town : เมือง - 2.e State : รัฐ - 2.f Zip code : รหัสไปรษณีย์ - 2.i Country : ประเทศ
---------------------------------------------------------------------------------------------------- หน้า 2
Part 2. Information About thePrincipal Immigration (ข้อมูลของเรา) ต่อ Other Information - 3. Country of Citizenship or Nationality: ประเทศที่ถือสัญชาติหรือเป็นพลเมือง - 4. Date of Birth : วันเกิดในรูปแบบ เดือน / วัน / ปี - 5. Alien registration number : เลข A-number คลิกเพื่อดูวิธีหาเลข A-number ที่นี่ - 7. Daytime telephone number : เบอร์โทรศัพท์ของเรา
Part 3 : Information about the immigrants You Are Sponsoring -1. I am sponsoring the principal immigration named in Part2. ตอบ Yes หมายถึงคู่สมรสของเราเป็นสปอนเซอร์ของผู้มีชื่อในพาร์ทที่ 2 (คู่สมรสจะเป็นสปอนเซอร์ให้เรา)
หน้า 3
Part 3 : Information about theImmigrants You Are Sponsoring ต่อ - 28. ตอบ 1 กรณีที่คู่สมรสสปอนเซอร์เราคนเดียว ไม่มีลูกติด
Part 4 : Informationabout You (Sponsor) ข้อมูลของคู่สมรส(ผู้เป็นสปอนเซอร์) Sponsor's Full Name - 1.a. Family name : นามสกุลคู่สมรส - 1.b Given name : ชื่อคู่สมรส - 1.c Middle Name : ชื่อคู่สมรส
Sponsor Mailing address - 2.a In care of name : ถ้าไม่มีตัวแทนรับจดหมายก็เว้นว่างไปค่ะ - 2.b Street number and Name : ที่อยู่ - 2.c ถ้าคุณไม่มีเลข Apt = apartment / Ste= suit / Flr = floor ไม่ต้องทำเครื่องหมายใดๆ ไม่ต้องใส่ตัวเลขเว้นไปได้เลยค่ะ - 2.d City or Town : เมือง - 2.e State : รัฐ - 2.f Zip code : รหัสไปรษณีย์ - 2.i Country : ประเทศ - 3 Is your current mailing address the same as your physical address : ที่อยู่รับจดหมายใช่ที่อยู่เดียวกับที่อาศัยอยู่จริงๆหรือไม่ถ้าใช่ตอบ Yes ถ้าไม่ใช่ตอบ No ถ้าไม่ใช่ให้กรอกต่อข้อ ข้อ 4a-4h
หน้า 4
Part 4 : Informationabout You (Sponsor) ข้อมูลของคู่สมรส(ผู้เป็นสปอนเซอร์) ต่อ - 5. Country of Domicile : ไม่รู้จะแปลเป็นไทยยังไงดี น่าจะหมายความประมาณว่าประเทศที่อาศัยอยู่ทุกวันนี้ประมาณนั้น ถ้าคู่สมรสไม่ได้ทำงานอยู่ในอเมริกาตรงนี้ก็ไม่น่าจะตอบ United States นะคะ - 6. Date of Birth : วันเกิดคู่สมรส ในรูปแบบเดือน/วัน/ปี - 7. City or Town of Birth : เมืองที่คู่สมรสเกิด - 8. State or Province of Birth : รัฐที่คู่สมรสเกิด - 9. Country of Birth : ประเทศที่คู่สมรสเกิด
Part 5 : Sponsor's Household Size พาร์ทนี้กรอกผิดกันกระหน่ำมากค่ะถ้าสามีคุณหรือคุณมีลูกติด อย่าตอบตามนะคะ กรณีที่เรากรอกคือไม่มีลูกค่ะ - ข้อ 1-8 ลอกตัวเลข ตามเลยค่ะ หมายความว่าสปอนเซอร์ซัพพอร์ตเราคนเดียว household size รวมเรา+สามี = 2คนค่ะ
หน้า 5
Part 6. Sponsor's Employment and Income - 1.a Employed as : ทำเครื่องหมายที่ข้อนี้กรณีคู่สมรสของคุณเป็นลูกจ้าง/พนักงาน(ไม่ใช่เจ้าของกิจการ) จากนั้นเขียนชื่อตำแหน่งงานลงในช่องว่าง - 1.a.1 Name of Employer 1 :ใส่ชื่อบริษัทที่คู่สมรสทำงานอยู่
- 2. My current individual annual income is : ใส่รายได้ต่อปีของคู่สมรส - 15. My current annual household income : ใส่รายได้ต่อปีของคู่สมรส(อย่างที่ย้ำแล้วย้ำอีกถ้า household เกิน 2 คนตรงนี้ก็จะไม่ใช่แค่รายได้คู่สมรสค่ะ)
หน้า 6
Part 6. Sponsor's Employment and Income ต่อ - 18.a Have you field a Federal income tax return for each of the three most recent tax years. : คู่สมรสของเราเคยยื่นจ่ายภาษีทุกปีเป็นเวลา 3 ปีย้อนหลังหรือไม่ ถ้าใช่ตอบ Yes ถ้าไม่ตอบ No - 18.b ถ้าเคยให้แนบเสานำ W2+1040 หรือ Tax transcript ย้อนหลัง 3 ปีมาด้วย (แม้จะเขียนว่า optional แต่ถ้าคุณไม่แนบครบ 3 ปี มีสิทธิ์โดนเรียกเอกสารเพิ่มสูงมากๆ) 19.a-c Tax year = ปีภาษี , Total income คือตัวเลขในใบยื่นภาษีของแต่ละปีเรียงโดยเอาปีล่าสุดขึ้นก่อนนะคะ
หน้า 7
ไม่ต้องกรอก
หน้า 8
Sponsor's Statement - 1.a คุณ(คู่สมรส) สามารถอ่านและเข้าใจภาษาอังกฤษทั้งคำถามและคำตอบที่อยู่ในฟอร์มนี้ใช่หรือไม่ ทำเครื่องหมายถูกค่ะ (ถามแบบนี้เพราะจริงๆคนกรอกต้องเป็นสปอนเซอร์ค่ะ)
หน้า 9
Part 8. Sponsor'sCOntract, Statement, Contact Information, Certification and Signater - 3. เบอร์โทรศัพท์คู่สมรสที่ติดต่อได้ในเวลาราชการ - 4. เบอร์โทรศัพท์มือถือคู่สมรส - 5. อีเมล์ของคู่สมรส - 6.a ลายเซ็นต์คู่สมรส - 6.b วันที่กรอกเอกสารนี้ ในรูปแบบ เดือน/วัน/ปี
หน้า 10
ไม่กรอก
หน้า 11
ไม่กรอก
หน้า 12
ไม่กรอก
ฟอร์มนี้เป็นหนึ่งในฟอร์มที่คนกรอกผิดมากที่สุด ถ้าคุณกรอกผิดแล้วคุณจะโดนเรียกเอกสารเพิ่มหรือให้กรอกใหม่ ถ้าไม่แน่ใจให้สปอนเซอร์เป็นคนกรอกให้นะคะ ย้ำนะคะ สำหรับใครที่ข้อมูลต่างไปจากนี้ให้คุณใส่ข้อมูลตัวเองนะ
◄ วิธีการกรอกฟอร์ม G-325A
Form G-325A Biographic Information
สำหรับฟอร์มนี้นะคะ คงที่ผ่านการทำวีซ่า K1 คงจะจำได้ว่าเราได้ผ่านการกรอกมาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งในการปรับสถานะนี้เราก็จะต้องกรอกอีกรอบหนึ่ง โดยในคราวนี้ข้อมูลทั้งหมดต้องปรับเปลี่ยนให้ตรงกับสถานะภาพในปัจจุบันค่ะ ฟอร์มนี้สำหรับคนไทยจะมีปัญหานิดนึงตรงเรื่องที่อยู่กับสถานที่ทำงาน เนื่องจากว่าชื่อถนน ชื่อจังหวัดของเรายาวมากจนใส่ในช่องไม่พอ ซึ่งเดี๋ยว Nakoze มีตัวอย่างในการแนบกระดาษเพิ่มให้ดูค่ะ
และอย่างเคยนะคะ ขอความกรุณาอย่าดาวโหลดแต่รูปภาพไปดูค่ะ
Nakoze ขอทำความเข้าใจก่อนนะคะว่าข้อมูลที่ปรากฏด้านล่างนี้
ฟอร์มนี้มีทั้งหมด 2 หน้ากระดาษนะคะ แต่กรอกจริงๆแค่หน้าเดียวค่ะ ถ้าหากเกินจากวันที่ดังกล่าวแล้วหรือฟอร์มมีการเปลี่ยนแปลงต้องใช้ความระมัดระวังด้วยตัวเองนะคะ หน้า 1
- Family name : นามสกุลหากเปลี่ยนเป็นนามสกุลสามี สามารถกรอกนามสกุลใหม่ได้เลยค่ะ - First name : ชื่อจริง - Middle name : ชื่อกลางหากไม่มีก็ข้ามไปค่ะ - Male = ผู้ชาย / Female= ผู้หญิง - Citizenship / Nationality : สัญชาติ, พลเมือง ตอบ Thai หรือ Thailand ค่ะ - File Number : ใส่ Alien number(A number) ค่ะ ดูวิธีค้นหา A-number ที่นี่ - All other names used (include namesb previous marriages) : ชื่อที่เคยใช้ รวมถึงชือนามสกุลก่อนแต่งงาน ถ้าใครมีการเปลี่ยนชื่อตัวหรือต้องอธิบาย คลิกที่นี่เพื่อดูวิธีแนบ Attachment - City and Country of Birth : จังหวัดและประเทศที่เกิด - U.S Social Security No. : หมายเลข SSN ค่ะ ถ้ายังไม่มีสามารถข้ามไปได้ - Family name, Father : นามสกุลของพ่อ - First name, Father : ชื่อพ่อ - Date of birth, Father : วันเกิดพ่อ ในรูปแบบ เดือน/วัน/ปี - City and Country of Birth, Father : จังหวัดและประเทศที่พ่อเกิด - City and Country of Residence,Father : จังหวัดและประเทศที่พ่ออาศัยอยู่ (ยึดตามทะเบียนบ้าน) - Family name,Mother (Maiden name) : นามสกุลก่อนแต่งงานของแม่ - First name, Mother : ชื่อแม่ - Date of birth, Mother : วันเกิดแม่ ในรูปแบบ เดือน/วัน/ปี - City and Country of Birth, Mother : จังหวัดและประเทศที่แม่เกิด - City and Country of Residence,Mother : จังหวัดและประเทศที่แม่อาศัยอยู่ (ยึดตามทะเบียนบ้าน) - Current husband or wife family name: นามสกุลของคู่สมรส หากไม่มีให้ใส่ None - First name : ชื่อจริงของคู่สมรส - Date of Birth : วันเกิดของคู่สมรสในรูปแบบ เดือน/วัน/ปี - City and country of birth : เมือง, รัฐและประเทศที่คู่สมรสเกิด - Date of Marriage : วันที่จะทะเบียนสมรสในรูปแบบ เดือน/วัน/ปี - Place of Marriage : สถานที่จดทะเบียนสมรสระบุเป็นเมืองกับรัฐค่ะ - Former husbands or wives : ตรงนี้ให้ใส่ข้อมูลอดีตคู่สมรสของคุณ หากไม่มีให้ตอบ None ถ้าหากมีให้ตอบตามคำถามในแต่ละช่อง - Applicant's residence last fiveyers. List present address first. : ระบุที่อยู่ที่เคยอยู่ใน 5ปีที่ผ่านมา ใส่ที่อยู่ล่าสุดไว้บรรทัดบนสุด ตรงนี้ถ้าใครใส่ชื่อได้พอก็รอกลงในช่องว่างแต่ถ้ากรณีที่คุณกรอกไม่พอ ให้เขียนว่า See attachment คลิกเพื่ออ่านวิธีเขียน Attachment ที่นี่ค่ะ - Applicant's last address outside the United States of more than 1 year : ใส่ที่อยู่นอกประเทศอเมริกาที่อาศัยอยู่เกิน1 ปี - Applicant's employment last five years : ใส่่ชื่อที่ทำงานและที่อยู่ย้อนหลัง 5 ปีโดยใส่ที่ทำงานล่าสุดไว้บรรทัดบนสุด หากไม่ได้ทำงานใส่ None - Last occupation abroad if not shown above : ใส่ชื่อและที่อยู่สถานที่ทำงานที่เคยทำที่ต่างประเทศยกเว้นที่กรอกมาแล้วบรรทัดบน ถ้าไม่มีใส่ None - This form is submitted in connection with an application for : หากกรอกเพื่อปรับสถานะให้ทำเครื่องหมายที่ Status as Permanent resident แต่ถ้าหากกรอกเพื่อยื่นขอวีซ่าK1 ให้ทำเครื่องหายที่ Other(Specify) แล้วพิมพ์ว่า I-129F แทนค่ะ - Signature of Applicant : เซ็นต์ลายเซ็นต์ ถ้าใครใช้นามสกุลสามี จะเริ่มใช้ลายเซ็นต์ใหม่ก็ไเลยค่ะ - Date : วันที่กรอกเอกสารเดือน/วัน/ปี - If your native alphabet is in other than Roman letters, write your name in your native alphabet below : ให้เขียนชื่อ นามสกุล เป็นภาษาไทยลงในช่อง ตามตัวอย่างค่ะ - Applicant : Print your name and alien registration number : บรรทัดสุดท้ายให้ใส่ตามนี้ค่ะ Family name = นามสกุล , Given name = ชื่อจริง , Middle name = ชื่อกลาง และ Alien registration number ดูวิธีค้นหา A-number ที่นี่ ---------------------------------------------------------------------------------------------------- หน้า 2 ![]() หน้า 2 ไม่มีอะไรต้องกรอกค่ะ ---------------------------------------------------------------------------------------------------- ย้ำนะคะ สำหรับใครที่ข้อมูลต่างไปจากนี้ให้คุณใส่ข้อมูลตัวเองนะ กรอกแล้วเช็คความถูกต้องจากหลายๆเวปไซต์นะคะ อีกเรื่องคืออย่าลืมปริ้นท์ออกมาเซ็นชื่อด้วยค่ะ ◄ วิธีการกรอกฟอร์ม G-1145
Form G-1145 e-Notification of Application/Petition Acceptance สำหรับฟอร์มG-1145 นี้ไม่ใช่ฟอร์มบังคับที่ต้องส่งค่ะ แต่ถ้าคุณส่งไปด้วยเจ้าฟอร์มนี้ล่ะจะมีประโยชน์มากๆในการติดตามสถานะการสมัครของคุณ แบบฟอร์มนี้จะให้คุณกรอกข้อมูลการติดต่อว่าเมื่อมีความคืบหน้าของเคสคุณนั้น ต้องการให้ส่งข้อความหรืออีเมล์ไปที่ไหน ดังนั้นแล้วถ้าคุณส่งฟอร์มนี้ไปด้วยแล้วนั้นข้อดีของมันก็คือคุณไม่จำเป็นต้องรอ จดหมายที่ส่งมาจากUSCIS แต่คุณจะได้รับข้อความทางโทรศัพท์หรือทางอีเมล์ซึ่งเร็วกว่ามากๆ จากนั้นคุณก็จะทราบว่าcase number ของคุณคืออะไรซึ่งก็เอาไปคอยเช็คสถานะในเวปไซต์ได้อีกที หรือถ้าคุณไม่ชอบคอยตามเช็คเวลามีอะไรคืบหน้านั้น USCIS จะส่งข้อความมาบอกที่เบอร์โทรศัพท์ที่คุณแจ้งไว้ค่ะ ในเมื่อข้อดีมีขนาดนี้แล้วไหนๆก็ไหนๆเราก็ควรจะส่งฟอร์มนี้ไปด้วยค่ะ อันนี้เป็นตัวอย่างข้อความอัพเดทจาก USCIS นะคะ ทุกครั้งที่มีการอัพเดทก็จะได้รับข้อความแจ้งให้ไปเช็คจากเวปไซต์อีกทีค่ะ เ
สำหรับการกรอกฟอร์มนี้ก็ง่ายมากๆค่ะ ถ้าอยากให้ข้อความมาหาเราก็ใส่เบอร์โทร-อีเมล์ของเรา แต่ถ้ากลัวอ่านไม่ออกบางคนใส่เบอร์โทร-อีเมล์สามีแทนก็ตามใจค่ะ แต่อย่างไรก็ตามชื่อจำเป็นต้องเป็นชื่อผู้สมัคร (ชื่อเรานะคะ) ดูวิธีกรอกได้ด้านล่างนี้ค่ะ
◄ วิธีการกรอกฟอร์ม I-485
Form I-485 Application to Register Permanent Residence or Adjust Status ก่อนอื่นขอความกรุณาอย่าดาวโหลดแต่รูปภาพไปดูนะคะ กรุณาอ่านข้อมูลตามด้านล่างนี้ประกอบไปด้วยเพื่อกันความผิดพลาด อนึ่งข้อมูลที่ปรากฏในนี้เป็นข้อมูลที่ Nakoze สมมุติทั้งสิ้น บุคคลและที่อยุ่ในข้อมูลนี้ไม่มีตัวตนแต่ประการใดค่ะ Nakoze ขอทำความเข้าใจก่อนนะคะว่าข้อมูลที่ปรากฏด้านล่างนี้ เป็นข้อมูลสำหรับการเปลี่ยนสถานะ(ยื่นขอกรีนการ์ด) โดยผ่านการเข้าประเทศด้วยวีซ่า K1 หญิง-ชายที่สมมุติขึ้นไม่เคยแต่งงานมาก่อน ทั้งสองฝ่ายไม่เคยผ่านการมีบุตร ฝ่ายชายรายได้เกินเกณฑ์การยื่นเอกสารปรับสถานะ ฝ่ายชายเป็น U.S citizen โดยกำเนิดค่ะ ฟอร์ม I-485 Application to Register Permanent Residence or Adjust Status เป็นฟอร์มที่ใช้สำหรับยื่นปรับสถานะที่อเมริกานะคะ ฟอร์มนี้มีทั้งหมด 6 หน้ากระดาษนะคะ ฟอร์มล่าสุดใช้ได้ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2517 ถ้าหากเกินจากวันที่ดังกล่าวแล้วหรือฟอร์มมีการเปลี่ยนแปลง ต้องใช้ความระมัดระวังด้วยตัวเองนะคะ เอาล่ะค่ะ ศึกษาจากรูปภาพก่อนนะคะ มีคำบรรยายอีกทีด้านลา่งภาพค่ะ หน้า 1 ![]() Part 1 เป็นการถามข้อมูลของผู้สมัคร(ตัวเรา)ค่ะ - Family Name : นามสกุล(หากใครเปลี่ยนมาใช้นนามสกุลสามีก็ให้ใส่นามสกุลใหม่ลงไปเลยค่ะ) - Given Name : ชื่อจริง - Middle Name : ชื่อกลาง หากไม่มีให้ข้ามไปค่ะ - Address : ที่อยู่ - Apt. No. : คนที่อยู่อพาร์ทเม้น ตรงนี้คือเลขห้องค่ะ แต่สำหรับใครที่ไม่ได้อยู่อพาร์ทเม้นหรือไม่มีเลขห้องก็ข้ามไปค่ะ - C/O(in care of) : ใช้ในกรณี่คุณให้คนอื่นรับจดหมายแทน ถ้าไม่มีก็เว้นว่างค่ะ - City : ชื่อเมืองที่คุณอาศัยอยู่ - State : ชื่อรัฐที่คุณอาศัยอยู่ - Zip Code : รหัสไปรษณีย์ - Date of Birth : วันเกิด ใส่ในรูปแบบ เดือน/วัน/ปี - Country of Birth : ประเทศที่เกิด - Country of Citizenship/Nationality : ระบุสัญชาติหรือพลเมืองค่ะ - U.S. Social Security No. : เลข SSN 9 หลัก หากยังไม่มีให้ข้ามไปค่ะ - A-number : หมายเลข Alien 9 หลัก ตรงนี้หาดูได้จากในใบ NOA 2 ค่ะ - Date of last Arrival : วันที่ๆเดินทางเข้ามาถึงอเมริกา ในรูปแบบ เดือน/วัน/ปี - I-94 record number : เลข I-94 เป็นตัวเลข 11 หลัก ดูวิธีค้นหา I-94 คลิกที่นี่ - Current USCIS Status : สถานะการเข้าเมือง ณ ปัจจุบัน ซึ่งผู้ถือวีซ่า K1 ตอบ K1 Visa Holder ค่ะ - Expires on : ให้ดูตรงคำว่า Admit until date ในใบ I-94 นะคะ ไม่ใช่บนวีซ่า ดูวิธีค้นหา I-94 คลิกที่นี่ Part 2 : Application Type ประเภทของการสมัคร - ตอบข้อ C คือ เราเข้าเมืองด้วย K1 visa วีซ่าสำหรับคู่หมั้นของ U.S. citizen คนที่เราแต่งงานด้วยแล้วภายใน 90 วัน ---------------------------------------------------------------------------------------------------- หน้า 2 ![]() Part3. Processing Information พาร์ทย่อย A : พาร์ทนี้เป็นข้อมูลของเราต่อนะคะ - City/Town/Village of Birth : จังหวัดที่เกิด - Current Occupation : อาชีพปัจจุบัน (เข้าใจว่าเข้าประเทศแล้วยังไม่สามารถทำงานได้ ให้ใส่ None หรือ Unemployed) - Your Mother's First name : ชื่อของมารดา - You Father's First name : ชื่อของบิดา - Provide your name exactly as it appers on your form I-94 : ชื่อ-นามสกุลตามที่เขียนในใบ I-94 - Place of Last Entry Into the United States : ตรงนี้ถ้าคุณผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองด่านแรกที่ไหน ตอบที่นั่นค่ะ เช่น คุณบินมาจากไทยโดยมีปลายทางคือ Denver, CO แต่คุณต้องเปลี่ยนเครื่องที่ Chicago, IL ก่อน ด่านแรกที่คุณผ่านด่านตรวจคนเข้าอเมริกาก็คือ Chicago, IL ค่ะ - In what status did you last enter? : สถานะที่เข้ามา ตอบว่า K1 Visa Holder - Were you inspected by a U.S. Immigration Officer ? : ถ้าคุณผ่านการตรวจคนเข้าเมืองคลิก Yes ค่ะ No คือคนที่หลบหนีเข้าเมืองค่ะ - Nonimmigrant Visa Number : ตรงนี้ให้ดูบนหน้าวีซ่า K1 ตามรูปด้านล่างนี้ค่ะ - Consulate Where Visa Was Issued : สถานทูตอเมริกาที่เป็นผู้ออกวีซ่าให้ - Date Visa Issued : วันที่ออกวีซ่าให้ ในรูปแบบ เดือน/วัน/ปี - Gender : เพศ Male = ชาย / Female = หญิง - Marital Status : สถานภาพ : Married = แต่งงาน / single = โสด / Divorced = หย่าร้าง / Widow = เป็นหม้าย - Have you ever applied for permanet resident status in the U.S.? : คุณเคยสมัครเป็นพลเมืองถาวรในประเทศสหรัฐอเมริกาหรือไม่ ถ้าเคยให้ตอบ Yes และระบุข้อมูล หากไม่เคยให้ตอบ No พาร์ทย่อย B ให้ระบุข้อมูลคู่สมรสและบุตรทุกคน หากไม่มีให้ใส่ None - Family name : นามสกุลของคู่สมรส - Given name : ชื่อคู่สมรส - Middle Initial : อักษรตัวแรกของชื่อกลางของคู่สมรส เช่น สามีคุณชื่อ Justin Baker Smith ชื่อกลางคือ Baker อักษรแรกของชื่อกลางคือ B - Date of Birth : วันเกิดของคู่สมรสในรูปแบบ เดือน/วัน/ปี - Country of Birth : ประเทศที่คู่สมรสเกิด - Relationship : ความสัมพันธ์กับบุคคลในชื่อ ตอบ Spouse ซึ่งก็คือคู่สมรส - A-Number : หากคู่สมรสของคุณเป็น U.S citizen โดยกำเนิด เค้าจะไม่มี A number ค่ะ ข้ามไปได้เลย - Applying with you : บุคคลนี้สมัครปรับสถานะพร้อมกันหรือไม่ ตอบ No ค่ะ ถ้าตอบ Yes จะเป็นกรณีที่ลูก,พ่อ,แม่ สมัครพร้อมกัน แต่คู่สมรสเรานั้นเป็น U.S Citizen อยู่แล้วค่ะ ---------------------------------------------------------------------------------------------------- หน้า 3 ![]() Part3. Processing Information (ต่อ) พาร์ทย่อย 3 - คุณเคยเข้าร่วมเป็นสมาชิกขององค์กรณ์, มูลนิธิ กลุ่ม หรือการรวมตัวของกลุ่มบุคคล รวมทั้งการเกณฑ์ทหาร ทั้งในประเทศสหรัฐอเมรกาและนอกสหรัฐอเมริกา หลังจากทีคุณมีอายุ 16 ปีบริบูรณ์หรือไม่ หากไม่เคยให้ใส่ None หากเคยอธิบายข้อมูลลงในตารางค่ะ - ข้อ 1-4 ตอบ No ค่ะ ---------------------------------------------------------------------------------------------------- หน้า 4 ![]() Part3. Processing Information (ต่อ) - ข้อ 5-16 ตอบ No ค่ะ ---------------------------------------------------------------------------------------------------- หน้า 5 ![]() Part3. Processing Information (ต่อ) - ข้อ 17-18 ตอบ No ค่ะ ---------------------------------------------------------------------------------------------------- หน้า 6 ![]() Part 5 : เป็นส่วนที่ให้เรายืนยันว่าเราสามารถอ่านและทำความเข้าใจทั้งคำถามและคำตอบในฟอร์มชุดนี้โดยไม่ได้ใช้ล่ามใช่หรือไม่ - Signature : เซ็นต์ลายเซ็นต์ที่ต้องการใช้ตั้งแต่บัดนี้ หากใครต้องการใช้นามสกุลสามี จะเริ่มเซ็นต์ด้วยนามสกุลใหม่เลยก็ได้ - Print Your Full Name : พิมพ์ชื่อ-นามสกุล หากมีชื่อกลางให้ใส่ไปด้วย - Date : วันที่กรอกแบบฟอร์ม ในรูปแบบ เดือน/วัน/ปี - Daytime Phone number : เบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ ---------------------------------------------------------------------------------------------------- ย้ำนะคะ สำหรับใครที่ข้อมูลต่างไปจากนี้ให้คุณใส่ข้อมูลตัวเองนะ กรอกแล้วเช็คความถูกต้องจากหลายๆเวปไซต์นะคะ อีกเรื่องคืออย่าลืมปริ้นท์ออกมาเซ็นชื่อด้วยค่ะ ◄ วิธีเข้าดูและปริ้นท์ใบ I-94
วิธีเข้าดูและปริ้นท์ใบI-94
I-94เรียกง่ายๆก็คือใบเข้าเมืองของประเทศสหรัฐอเมริกาค่ะ และเหมือนๆกับทุกประเทศ คือเวลาที่ใกล้ถึงปลายทาง พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินจะแจกใบขอเข้าเมืองมาให้ท่านกรอก ซึ่งเมื่อกรอกเสร็จแล้วก็จะต้องนำไปยื่นที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง สำหรับประเทศสหรัฐอเมริกานั้นเมื่อก่อนมีการใช้ระบบแจกใบนี้ให้เขียนบนเครื่องบินเช่นกันค่ะ แต่ต่อมาเมื่อเดือนเมษายน2013 ทางการก็ได้มีการเปลี่ยนแปลง จากการให้นักท่องเที่ยวเป็นคนกรอกมาเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างในปัจจุบัน ซึ่งเราไม่ต้องกรอกอะไรทั้งสิ้นค่ะข้อมูลทุกอย่างนี้ด่านตรวจคนเข้าเมืองจะเป็นคนทำ หลังจากนั้นหากมีเหตุให้ต้องการใช้ใบI-94 หรือต้องการเช็คว่าเราสามารถอยู่ได้ถึงวันไหน คุณถึงจะมากรอกข้อมูลเพื่อเอาใบI-94 ตามด้านล่างที่ Nakoze กำลังจะอธิบายค่ะ
1. เข้าไปที่เวปไซต์https://i94.cbp.dhs.gov/I94/#/home
2. เลือก Get most recent I-94
3. อ่านทำความเข้าใจแล้วเลือก Consent & Continue
4. กรอกข้อมูลลงไปในแต่ละช่องจากนั้นคลิก Next
5. ถ้าต้องการปริ้นท์ออกมาให้คลิก Print
6. ถ้าหากต้องการปริ้นท์ออกมาต่อเครื่องปริ้นท์เข้ากับคอมพิวเตอร์ จากนั้นเลือกชื่อเครื่องปริ้นท์ที่ต่อไว้แล้วกด Ok ถ้าหากต้องการเซฟข้อมูลเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ให้กด Adobe PDF แล้วกด OK มันจะเซฟเป็น PDF file ลงคอมพิวเตอร์ไว้
7. เมื่อปริ้นท์หรือเซฟแล้วเปิดไฟล์มาจะมีหน้าตาเป็นแบบนี้
ถ้าเวปไซต์มีการอัพเดทรูปแบบ ก็ให้ยึดแบบเดิมคือคำว่า Get most recent I-94 นะคะ สุดท้ายนี้ถ้าใครใส่ข้อมูลถูกต้องแต่ไม่สามารถเข้าถึงI-94 ได้ ก็มีความเป็นไปได้ว่า ด่านตรวจคนเข้าเมืองนั้นใส่ข้อมูลเราผิดค่ะ
|
nakoze
ผู้ติดตามบล็อก : 60 คน [?]![]()
Link |






























ผู้ติดตามบล็อก : 60 คน [