All Blog
◄ Chapter 4 : Ames,IA...ที่รัก

แก้ไขเนื้อหา ณ วันที่ 22 Jun 2012

Chapter 4 : Ames,IA...ที่รัก



จากสนามบิน Seattle ที่เพิ่งจากมาได้ไม่นาน nakoze ต้องไปแวะต่อเครื่องที่ Memphis,TN

จาก Seattle ก็นั่งหลับสับปกหงกมาส่ว่างที่ Memphis,TN ประมาณ 7.30 น

ก็รีบเดินจ้ำอ้าวหา gate ที่จะต่อไปยัง Des Moines,IA

(เมือง Ames,IA ที่ nakoze จะเดินทางไป มันไม่มีสนามบินที่ใช้ในการคมนาคม แต่เป็นในเชิงพานิชย์

ทำให้ nakoze ต้องไปลงเครื่องบินที่ Des Moines,IA ซึ่งก็คือเมืองหลวงของรัฐไอโอว่าค่ะ)


nakoze มีเวลาต่อเครื่องแค่ชั่วโมงเศษๆก็เลยต้องรีบกันหน่อยล่ะงานนี้ ฮึ่มๆ

พอหาเกทได้ก็มานั่งรอ มองไปรอบข้างก็ไม่รู้จักใคร และก็ไม่มีใครจะรู้จักกรูเช่นกัน

มองไปทางซ้ายก็เจอกลุ่มวัยรุ่นนอนอยู่บนพื้นเอากระเป๋าปิดหน้าไว้ (มันคงไม่มีที่นอนที่ดีกว่านี้)

มองไปทางขวาก็เจอคุณลุงแก่ๆกางหนังสือพิมพ์นั่งอ่าน

มองกลับมาที่ตัวเองก็ไม่เห็นอะไรนอกจากความเงียบเหงา เหว่ว้า เย๊ย!!ว้าเหว่

นั่งสังเกตพฤติกรรมของผู้คนรอบข้างได้ไม่นาน ก็ถึงเวลา boarding ขึ้นเครื่องซักที

nakoze เดินขึ้นเครื่องเป็นคนท้ายๆ ทำให้มองเห็นได้ถนัดตาว่า .....

ไฟลท์นี้มีผู้โดยสารเต็มลำกะจากสายตาคร่าวๆแล้วประมาณ 20 ที่นั่ง !!!

โอ้ ม๊าย ก๊อดดดดด!!! เครื่องบิน 20 ที่นั่ง แม่เจ้า จะเล็กไปไหน

บอกตรงๆว่าตอนนั้นตัวเองก็ยังไม่แน่ใจ ว่าเจ้าเครื่องบินไซส์มินิลำนี้จะพา nakoze ไปรอดปลอดภัยได้หรือเปล่า

พอขึ้นนั่งประจำที่ได้ nakoze ก็เริ่มจากชินบัญชร นะโมตัสสะ คาถาพาหุง ก่อนจะมาจบที่ อะระหังสัมมา

พอสวดมนต์จบครบทุกบท เครื่องบินลำนี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะทะยานขึ้นฟ้า

10 นาทีผ่านไป ..... ไร้ซึ่งเสียแมลงหวี่

20 นาทีผ่านไป ..... เริ่มมีเสียงผู้โดยสารคุยกัน

25 นาทีผ่านไป ..... มีการประกาศจากกัปตันว่าอะไรซักอย่าง แต่ทุกคนบนเครื่องสบถอย่างหัวเสีย

30 นาทีผ่านไป ......... ทุกอย่างยังคงเงียบสงัดเหมือนเดิม

คือด้วยความที่หูยังไม่ชินภาษา nakoze ก็จินตนาการต่างๆนาๆ โอ้ยเครื่องมันเล็ก มันเก่า

มันจะไปไหวมั๊ยวะ แล้วที่ต้อรอนี่มันซ่อมอะไรตรงไหนวะเนี่ย ยิ่งคิดยิ่งกลุ้ม โอ้ยๆๆๆ

จนในที่สุดสจ๊วตหนุ่มได้ขึ้นมาประจำที่พร้อมกัปตัน อันเป็นสัญลักษณ์ว่าเราคงพร้อมจะเดินทางกันแล้ว

nakoze แทนที่จะดีใจ กลับใจเสียมากกว่าเดิมเพราะยังคิดมากเรื่องความปลอดภัยในชีวิต

กระทั่งเจ้านกเหล็กกางปีกขึ้นฟ้าได้สำเร็จนั่นแหละถึงคลายความตึงเครียดลงไปได้หน่อย

เครื่องบินลำน้อยทะยานฝ่าหมู่เมฆทมึน ที่ดูแล้วน่าจะใหญ่โตกว่าเครื่องบินหลายสิบเท่า

ทุกครั้งที่เสียเครื่องจักรหยุดทำงาน ... มันเป็นจังหวะเดียวกับที่....หัวใจ nakoze หยุดเต้น

คือด้วยความที่ไม่เคยขึ้นเครื่องบินลำเล็กขนาดนี้มันก็ยิ่งตื่นเต้น

ยิ่งเห็นว่าเครื่องขึ้นไม่ได้ตามกำหนดการ ก็ยิ่งใจเสีย

สุดท้าย nakoze ก็นั่งเครื่องบินจนค้นพบสัจธรรมว่า อันตาบอด จักมองไม่เห็น

อันหูหนวกจักไม่ได้ยินเสียง  อันตาบอดและหูหนวกพร้อมๆกันก็จักไม่เสียว

ดังนั้น nakoze ก็เลยทำการ "หลับ" เพื่อลดความกดดัน

แล้วมันก็ได้ผลจริงๆค่ะท่านผู้ชม nakoze มาตื่นอีกทีนึงตอนเค้าลดระดับเพดานบิน

nakoze ก็เลยตาสว่างขึ้นมา (เพื่อภาวนาขอให้เครื่องลงอย่างปลอดภัย)

และสุดท้ายก็ไม่มีอะไรน่ากลัวอย่างที่คิด เท้าของ nakoze แตะสนามบินได้อย่างปลอดภัย

ว่าแล้ว nakoze ก็ไปลากกระเป๋าคู่ชีพ 2 ใบเขื่องออกไปยังโถงผู้โดยสารขาออก

เพื่อไปสมทบกับเพื่อนๆอีก 5 คนจากมหาวิทยาลัยอื่นที่มาถึงก่อนหน้า

สมมุติชื่อตัวละครนะ ก็มีพี่ลูกเกด แฟนต้า  นีน่า พิมและแทมผู้ชายคนเดียวในกลุ่ม

พร้อมกับพี่คนไทยที่ไปใช้ชีวิตอยู่ที่โน่น แล้วบังเอิญเป็น manager McDonald สาขาที่เราทำพอดี

ชื่อพี่เบลล์นามสมมุติ   พี่เบลล์พา nakoze และเพื่อนๆขับรถกลับไปยังที่พักของเราที่เมือง Ames,IA

ระหว่างทาง nakoze ก็ได้ตระหนักถึงสิ่งนึงว่า

เอิ่ม...ข้างทางนี้มีแต่ต้นไม้ ใบหญ้า ใบหญ้าและต้นไม้

เริ่มทำใจได้ในระดับหนึ่งว่าเมืองเอมส์ที่เราจะไปอาศัยอยู่ 3 เดือนนี้มันคงจะไม่ bling bling เท่าที่คิด





ขับรถไม่นานก็มาถึงเมือง Ames,IA ที่ nakoze จะต้องใช้ชีวิตที่นี่ในช่วงปิดเทอม

พี่เบลล์พา nakoze เข้าไปส่งที่บ้านพัก ซึ่งก็ไม่ใช่บ้านสวยหรูอลังการอะไรหรอก มันคือสิ่งที่เรียกว่า Motel

แต่ nakoze จะเรียกมันว่าบ้าน  เพราะไม่ว่ามันจะเล็ก แคบ เหม็นและเก่าแค่ไหน

แต่มันก็เป็นที่ๆให้ความสุขกับ nakoze ตลอดเวลาที่ได้ใช้ชีวิตอยู่

ด้านล่างนี่ล่ะค่ะ บ้านใหม่ของnakoze

ราคาเบ็ดเสร็จ 3 เดือนรวมทุกอย่างแล้ว $850 แต่ยังไม่รวม deposit $200 ที่จ่ายไว้ตั้งแต่ตอนอยู่ไทย

มี wireless ให้ใช้ด้วย ความเร็วแจ่มทีเดียว






เปิดประตูเข้าไปก็เจอกับกลิ่นอับๆปะปนไปกับกลิ่นบุหรี่จางๆ

ผสมกลิ่นฮีตเตอร์ที่คงทำงานมาหนักมาตลอดอายุของมัน

แต่พี่ลูกเกดเล่าว่านี่ยังโชคดีนะเนี่ย เพราะว่าวันที่พี่ลูกเกดมาถึงกลิ่นมันถึงใจกว่านี้เยอะ

พี่ลูกเกดจัดแจงเอาสเปรย์ปรับอากาศมาฉีดบรรเทาไปแล้วรอบนึง

ในห้องของ nakoze มีอยู่ 3 เตียงด้วยกัน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็เป็นของพี่ลูกเกด ของแฟนต้าและnakoze

ส่วนพิม นีน่าและแทมนอนอยู่อีกห้องนึงซึ่งก็อยู่ข้างๆกัน ซึ่งภายหลังพวกเราได้ค้นพบวิธีการติดต่อ

พูดคุยผ่านช่องทางพิเศษที่ไม่ต้องเดินออกไปนอกห้องให้ยุ่งยาก

เพียงแค่คุณเคาะผนังห้อง แล้วก็พูดดังๆหน่อย เพียงเท่านี้ห้องของเราก็สื่อสารกันได้ตลอด 24 ชั่วโมง



เป็นไงคะ ที่พัก nakoze มีเตียงใหญ่ๆนุ่มๆน่านอนมั๊ยล่ะ



ต่อมาก็เป็นมุมทำครัวค่ะ nakoze สอดส่ายสายตาสำรวจห้อง ก็พบว่าในห้องนี้ไม่มีอุปกรณ์ทำอาหารใดๆเลย

เห็นป่ะแบกมาทำไมให้หนักตั้งแต่แรกวะเนี่ย

จะมีก็แต่ตู้เย็นและไมโครเวฟขนาดกระทัดรัดแล้วก็อ่างล้างจาน

พื้นที่ทำอาหารเล็กๆค่ะ



รกไปหน่อยแต่การันตีความอบอุ่นค่ะ !!!

ห้องนอนของพวกเรามีห้องน้ำในตัว แถมที่ดีกว่านั้นก็คือมีอ่างอาบน้ำให้ด้วยล่ะ



อยู่สำรวจห้องต่อได้ไม่นานก็ขอปลีกตัวไปอาบน้ำ หลังจากที่ผิวหนังไม่ได้สัมผัสน้ำมานานกว่า 35 ชั่วโมง!!

อาบน้ำซู่ซ่าชื่นใจเดินออกมาเสร็จ พี่เบลล์ก็ถามว่า nakoze พกขันไปด้วยหรอ 55+

อันนี้เป็น talk of the town มาก....ก็แหม ใช้ขันราดมันสะใจกว่าใช้ฝักบัวตั้งเยอะ

nakoze ใช้เวลาแต่งตัวไม่ถึง 5 นาที ก็พร้อมออกไปเจอหน้านายจ้าง

นายจ้างของ nakoze จะเป็นอย่างไร .....

nakoze จะได้ทำงานตำแหน่งไหน .....

ติดตามชมได้ในตอนต่อไปค่ะ





เวลาที่ต้องรอเปลี่ยนเครื่องไม่ว่าสนามบินไหนก็ตาม ให้คอยเช็ค flight board (ไม่รู้เค้าเรียกอย่างนี้หรือเปล่า)

แปลง่ายๆก็คือบอร์ดที่ใช้ดู flight status , เวลาแล้วก็ gate นั่นแหละ

หมั่นเช็คบ่อยๆ เพราะว่า gate มันเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

อย่างตอนขากลับ nakoze วิ่งเปลี่ยน gate อยู่ 3 รอบ

ส่วนเพื่อนอีกคนลืมดูของตัวเองมาเห็นว่ามันเปลี่ยน gate ตอนเหลืออีกไม่กี่สิบนาที งานนี้วิ่งตาเหลือก





เรื่องบ้านพักต้องมีการตกลงกันให้แน่ใจกับเอเจนซี่ตั้งแต่อยู่ไทย

ว่างานที่จะไปทำมีการจัดหาที่พักให้หรือไม่ ถ้ามีจะต้องมัดจำเท่าไรและมัดจำนี้จะได้คืนเต็มจำนวนไหม ?

นอกเหนือจากค่าบ้านจะต้องจ่ายค่าอะไรเพิ่มเติมอีกหรือไม่ และบ้านมีรายละเอียดอะไรบ้าง

มีอินเตอ์เน็ต มีเตาอบ เตาผิง เครื่องครัวอะไรให้บ้างต้องถามให้ละเอียดค่ะ

สำหรับงานในเมืองใหญ่ๆ เช่น NYC, Washington D.C ส่วนมากจะไม่มีบ้านพักให้

การจะเลือกบ้านพัก nakoze แนะนำว่า คุณควรได้มาเห็นด้วยตาของตัวเองค่ะ

อย่าง nakoze เจอบ้านนึงในอินเตอร์เน็ต ค่าเช่าแค่เดือนละ $350 ตกใจมากเลยค่ะ ถูกดีจริงๆ

ปรากฏว่าพอไปดูสภาพจริงปุ๊ป  อย่าเรียกมันว่าห้องเลยค่ะ

เรียกว่าซอกหลืบที่บังเอิญเตียงมันยัดได้พอดีจะเหมาะสมกว่า

เพราะห้องที่ว่านี้ไม่มีประตูค่ะ มีแค่ผ้าม่านบางๆกั้นระหว่างเสา 2 ต้นเอาไว้

แถมห้องก็รวมหญิงชาย บรื๋อ...ยอมเสียเงินเพิ่มอีกนิดได้ที่พักที่ถูกใจดีกว่าค่ะ





ก่อนจะออกเดินทาง  ส่งเมล์ไปคุยกับนายจ้างให้เรียบร้อยว่านายจ้างจะมารับหรือให้เดินทางไปเอง

บอกวันเวลา ไฟลท์บิน สนามบิน กับนายจ้างให้ชัดเจนที่สุด

ถ้าเดินทางไปเอง ต้องหาตารางรถ  หาวิธีการเดินทางให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้

เช่นเดียวกันถ้านายจ้างเอ่ยว่าจะมารับก็อย่าเพิ่งวางใจค่ะ

ต้องหาทางไปเองกันเหนียวเอาไว้ก่อน เผื่อเค้าจะติดธุระกระทันหัน ไม่สามารถมารับเราได้






Create Date : 18 สิงหาคม 2553
Last Update : 22 มิถุนายน 2555 21:15:18 น.
Counter : 2351 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

nakoze
Location :
  United States

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 60 คน [?]



New Comments