บอกแล้วไม่ฟัง
Group Blog
 
All blogs
 
=> เตรียมตัวก่อนวัยเกษียณ เปิดทางเลือก

ทุกคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Ageing Society) มากขึ้นทุกๆปี โดยในปี 2550 ที่ผ่านมา ประชากรไทยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 10.7% สูงเป็นอันดับ 2 ของเอเชีย รองจากสิงคโปร์ ที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุที่ 10.9% และประเมินกันว่าในปี 2568 หรืออีก 17 ปีข้างหน้าสัดส่วนดังกล่าวจะเพิ่มเป็น 20%


ด้วยเหตุนี้การผลักดันการมีหลักประกันชีวิตแบบบำนาญเป็นอีกหนึ่งคำตอบที่เป็นหลักประกันให้สังคมผู้สูงอายุ ดำรงชีวิตอยู่ต่อไปอย่างเพียงพอในการใช้จ่ายดูแลตัวเอง ทั้งด้านสุขภาพและค่าใช้จ่ายชีวิตประจำวันด้วยเครื่องมือช่วยเหลือในการออมเงิน ที่เรียกว่า "แบบประกันบำนาญ" โดยทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้กำหนดรูปแบบลักษณะของกรมธรรม์บำนาญไว้ 2 แบบด้วยกัน


1.สินค้าประเภทบำนาญเลี้ยงชีพ (Immediate Annuity) เป็นแบบจ่ายเงินรายปีทันที มีทั้งสำหรับผู้ต้องการวางแผนออมทั้งก่อนเกษียณและหลังเกษียณ ซึ่งบริษัทประกันจะจ่ายรายได้ประจำรายปีให้กับผู้เอาประกันทันที หลังจากที่ได้ตกลงทำประกันแล้วระยะหนึ่ง เช่น 1 เดือน, 3 เดือน ,6 เดือน หรือ 1 ปี โดยต้องมีการจ่ายเงินเป็นรายงวดอย่างสม่ำเสมอ และการจ่ายผลประโยชน์เงินบำนาญจะจ่ายตามการทรงชีพและหรือจ่ายโดยรับรองจำนวนงวดในการจ่ายที่แน่นอน


นอกจากนี้ ต้องมีการกำหนดช่วงอายุการจ่ายผลประโยชน์เงินบำนาญ โดยมีอายุเริ่มอย่างน้อยตั้งแต่อายุ 55 ปีขึ้นไปและต้องจ่ายเงินบำนาญถึงอายุ 85 ปีขึ้นไป ดังนั้น เรื่องการกำหนดผลประโยชน์ กรณีผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตในช่วงการรับบำนาญ เช่น ไม่เกินเบี้ยประกันภัยสะสมหักด้วยผลประโยชน์สะสมที่จ่ายให้ผู้เอาประกันภัยไปแล้ว หรือไม่เกินจำนวน 20% ของเบี้ยประกันภัยชำระครั้งเดียว เป็นต้น อีกทั้ง ในขณะที่ช่วงรับเงินบำนาญนั้น จะไม่สามารถเวนคืนกรมธรรม์ประกันภัยได้ แต่สามารถเวนคืนกรมธรรม์ ช่วงก่อนรับเงินบำนาญหรือกู้เงินตามเงื่อนไขกรมธรรม์ช่วงก่อนรับเงินบำนาญได้




2.ประกันบำนาญแบบจ่ายเงินรายปีที่เลื่อนการรับเงินออกไป (Deferred Annuity) ซึ่งผู้รับผลประโยชน์หรือผู้เอาประกันขอเลื่อนเวลาการรับเงินออกไป เช่นหลังตกลงทำสัญญา 2 ปีไปแล้ว เป็นต้น ซึ่งแบบประกันเงินรายปีที่เลื่อนการรับเงินออกไป ถือเป็นเรื่องใหม่ในตลาดประกันชีวิตไทย เพราะปัจจุบันยังเป็นการผสมผสานของแบบชั่วระยะเวลากับแบบตลอดชีพเข้าด้วยกัน หรือแบบบำนาญเลี้ยงชีพปกติ (Immediate Annuity) แต่แบบประกันที่ช่วยบริหารรายได้และค่าใช้จ่ายหลังการเกษียณหรือแบบประกันบำนาญแท้ยังไม่มี


ทั้งนี้เนื่องจากบริษัทประกัน ยังต้องรอการสนับสนุนจากกรมสรรพากรในการแก้ไขกฎการสำรองเงินประกัน ให้สอดคล้องกับลักษณะการบริหารเงินของประกันประเภทนี้ จะช่วยลดภาระภาษีให้กับธุรกิจ และทำให้มีโอกาสที่จะผลักดันผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบบำนาญแท้ๆ ออกมาเป็นรูปธรรมได้มากขึ้น


สิ่งสำคัญที่ผู้เอาประกันบำนาญควรรู้ คือ กรณีที่บริษัทจะไม่คุ้มครอง หากไม่เปิดเผยความจริงหรือแถลงความเท็จ บริษัทสามารถบอกเลิกสัญญาภายใน 2 ปี นับจากวันทำสัญญา รวมถึงการฆ่าตัวตายภายใน 1 ปี หรือถูกผู้รับประโยชน์ฆ่าตาย โดยผู้เอาประกันภัยต้องพิสูจน์การมีชีวิตช่วงรับบำนาญด้วยตัวเอง


ขณะเดียวกันนอกจากคำนึงถึงผลประโยชน์จากกรมธรรม์ที่ตรงกับความต้องการแล้ว ต้องไม่ลืม ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัทประกัน โดยเฉพาะเงินกองทุนและเงินสำรองประกันภัย เพราะแบบประกันบำนาญ เป็นกรมธรรม์ระยะยาว หากบริษัทประกันใดตั้งสำรองต่ำ ก็จะทำให้ขาดทุนได้


ดังนั้นจะสังเกตเห็นได้ชัดเจนว่า บริษัทประกันชีวิตใดที่ยังไม่มีความพร้อมเรื่องนี้ จะไม่ค่อยขายสินค้าประเภทบำนาญมากนัก เพราะสุดท้ายแล้วอาจต้องประสบปัญหาขาดทุนและส่งผลกระทบต่อลูกค้าโดยรวมได้


ที่มาจากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,557 15-18 สิงหาคม พ.ศ. 2553





Create Date : 17 สิงหาคม 2553
Last Update : 20 กันยายน 2553 10:13:34 น. 1 comments
Counter : 590 Pageviews.

 
รอกู้บำเหน็จตกทอดโดยใช้บำเหน็จตกทอดเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันจากธนาครรของรัฐ ดูจะมั่นคงกว่าบริษัทประกันครับ


โดย: ข้าราชการบำนาญ IP: 180.183.58.231 วันที่: 22 สิงหาคม 2553 เวลา:15:16:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

amaridar
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add amaridar's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.