บอกแล้วไม่ฟัง
Group Blog
 
All blogs
 
=> หลักประกันทางการเงินสำหรับผู้สูงอายุ ตอนที่ 3

หลักประกันทางการเงินสำหรับผู้สูงอายุ ตอนที่ 3


รศ.ดร.วิพรรณ ประจวบเหมาะ


สัปดาห์นี้ขอเรียนเชิญ รศ.ดร.วรเวศม์ สุวรรณระดา อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ และรองคณบดีวิทยาลัยประชากรศาสตร์ มาเป็นแขกรับเชิญของคอลัมน์ต่อค่ะ ครั้งนี้จะเป็นเรื่องการเตรียมหลักประกันทางการเงินเพื่อยามสูงอายุตอนจบ


สัปดาห์ที่แล้วได้บรรยายให้ท่านผู้อ่านเห็นถึงความสำคัญ
ของ "บำนาญ" และเล่าถึงข้อเสนอระบบบำนาญใหม่ตามร่าง พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติของรัฐบาลชุดปัจจุบัน มีวัตถุประสงค์เพื่อดึงประชาชนไทยกลุ่มที่ยังขาดหลักประกันด้านบำนาญ ซึ่งก็คือกลุ่มแรงงานนอกระบบให้มีโอกาสเข้าถึงหลักประกันนี้อย่างถ้วนหน้า แนวคิดระบบบำนาญตามร่าง พ.ร.บ.นี้อยู่บนพื้นฐานของการออม โดยที่แต่ละคนจะมี "บัญชีส่วนบุคคล" หรือกระปุกออมสินของตนเอง ประชาชนถูกคาดหวังให้ออมเงินอย่างสม่ำเสมอ โดยที่รัฐบาลร่วมสร้างหลักประกัน สมทบเงินร่วมลงกระปุกด้วย

กองทุนการออมแห่งชาติจะรับผิดชอบนำเงินในแต่ละกระปุกไปบริหารจัดการให้เกิดดอกออกผล เมื่ออายุ 60 ปีเงินที่อยู่ในกระปุกทั้งสามส่วน (เงินออมของตน เงินสมทบของรัฐบาล และดอกผล) จะกลายมาเป็นเงินบำนาญรายเดือนให้เราจนสิ้นอายุขัย


นอกจากบำนาญแล้ว กองทุนฯ ยังจัดให้มีสวัสดิการเสริมเพื่อสมาชิกด้วยเหมือนกัน แม้จะไม่มากก็ตาม กล่าวคือ ถ้าหากเสียชีวิตก่อนวัยอันควร เงินในกระปุกที่ยังคงอยู่จะแปรสภาพไปเป็นบำเหน็จตกทอดให้กับทายาท หรือหากเราตกอยู่ในภาวะทุพพลภาพตั้งแต่ยังหนุ่มและออมเงินต่อไปไม่ไหว รัฐบาลจะช่วยออมแทนให้ส่วนหนึ่งต่อไปจนมีอายุ 60 ปีดังนั้นในอนาคตจึงยังคงได้รับบำนาญ แต่ก็อาจจะไม่มากเมื่อเปรียบเทียบกับหากเราไม่ตกอยู่ในภาวะทุพพลภาพและออมเงินเองได้


ภายใต้ระบบนี้ (หนึ่ง) ประชาชนตระหนักและรักษาวินัยในการออมอย่างเคร่งครัดเสมือนหนึ่งเป็นเจ้ามดในนิทานอีสป "เจ้ามดกับจิ้งหรีด" ที่คอยเก็บอาหารทีละเล็กทีละน้อยสะสมไว้ในรังของตน (สอง) รัฐบาลสร้างแรงจูงใจด้วยการสมทบเงินร่วม (สาม) กองทุนการออมแห่งชาติได้บริหารจัดการเงินอย่างมืออาชีพเพื่อให้เกิดดอกออกผล โปร่งใสและตรวจสอบได้ จะเป็นปัจจัย "สามประสาน" ที่ทำให้กองทุนการออมแห่งชาติทำหน้าที่เป็นเสมือน "ลูกหลานที่ดี" คอยห่วงใยดูแลด้านการเงินให้กับพวกเขาเหล่านั้นยามชราภาพไปจนสิ้นอายุขัย


นอกจากนั้นแล้วระบบบำนาญลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมในการแบกภาระของประชาชนอย่างมีศักดิ์ศรี ผู้รับบำนาญก็ไม่ต้องแบมือขอรัฐบาลแต่เพียงฝ่ายเดียวอีกทั้งยังไม่ส่งผลต่อภาระทางการเงินการคลังของรัฐบาลมากมายนัก ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือรูปแบบระบบบำนาญของกองทุนการออมแห่งชาติ จะไม่ผลักภาระทางการเงินไปให้ลูกหลานของเราเกินกว่าที่จำเป็น


สังคมไทยต้องตระหนักว่าการออกแบบระบบบำนาญในยุคนี้อยู่ภายใต้บริบททางประชากรที่เข้มงวด การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรสู่สังคมสูงวัยเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว การลดลงของอัตราภาวะเจริญพันธุ์ทำให้จำนวนประชากรเด็กลดลงเรื่อยๆ แม้กระทั่งประชากรวัยทำงานก็มีแนวโน้มลดลงเช่นกัน หากเราสร้างระบบบำนาญในลักษณะที่ดึงทรัพยากรจากลูกหลานของเรามาอย่างไม่ลืมหูลืมตา เช่น หากใช้มาตรการเบี้ยยังชีพถ้วนหน้าเพียงอย่างเดียวมาแก้ปัญหาหลักประกันทางการเงินสำหรับผู้สูงอายุแล้ว ภาระทางการเงินการคลังนี้ก็จะถูกส่งต่อออกไปเรื่อยๆ สู่รุ่นลูกรุ่นหลาน เหมือนเวลาเราเล่นไพ่อีแก่กินน้ำอย่างไรก็อย่างนั้น คนร่วมวงไพ่คนสุดท้าย (ลูกหลานในอนาคต) ที่จับได้ไพ่อีแก่ (ภาระทางการเงินการคลัง)จะเป็นฝ่ายแพ้ (รับภาระนั้นไป)


ความมั่นคงทางการเงินสำหรับผู้สูงอายุนั้น มิได้จำกัดเฉพาะแต่เพียงการมีรายได้ในแต่ละเดือนสำหรับการดำรงชีวิตเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้สภาวการณ์ที่สังคมเปลี่ยนสู่สังคมสูงวัย ลูกหลานที่จะมาคอยดูแลพ่อแก่แม่เฒ่ามีจำนวนลดลงเรื่อยๆ สวนทางกับจำนวนผู้สูงอายุ ซึ่งมีจำนวนและสัดส่วนเพิ่มมากขึ้น คาดการณ์กันว่าจะมีจำนวนผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพาช่วยเหลือตนเองได้น้อยและต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิดเพิ่มมากขึ้น


หากผู้สูงอายุไม่มีลูกหลานที่จะมาคอยดูแล หรือครอบครัวไม่สามารถทำหน้าที่ "ลูกหลานที่ดี" ได้ นอกเหนือจากเรื่องใครจะมาดูแลท่านแทน จะจ้างคนมาดูแลได้หรือไม่จะมั่นใจกับสถานบริบาลเอกชนที่มีอยู่ได้มากน้อยเพียงไรหรือภาระทางการเงินจะตามมาสักเพียงไรที่จะหาซื้อ"บริการลูกหลานที่ดี" เหล่านั้นมาทดแทน ยังจะมีเรื่องการสร้างความมั่นคงทางการเงินในด้านทรัพย์สินให้กับผู้สูงอายุด้วยเหมือนกัน ในกรณีที่ผู้สูงอายุต้องพึ่งพาผู้อื่นจนกระทั่งทำธุรกรรมทางการเงินด้วยตนเองไม่ได้ ลูกหลานที่ดีที่ไหนจะมาช่วยดูแลทรัพย์สินที่สะสมมาตลอดชีวิตด้วยน้ำพักน้ำแรงของท่าน หรือแม้แต่เงินบำนาญรายเดือนของท่าน


สัปดาห์หน้าจะขออนุญาตเปิดประเด็นใหม่เรื่อง "การดูแลระยะยาวเพื่อความมั่นคงสำหรับผู้สูงอายุ" ซึ่งเป็นประเด็นการเตรียมการสู่สังคมสูงวัยที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่ง


รศ.ดร.วิพรรณ ประจวบเหมาะ อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญและมากประสบการณ์ด้านประชากรศาสตร์ จากวิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะมาประจำการบอกเล่าเรื่องราวน่ารู้เกี่ยวกับประชากรไทย ทุกๆ วันอาทิตย์ ในคอลัมน์ 100 ปีปรีดิ์เปรม

--จบ--


ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์





Create Date : 15 กันยายน 2553
Last Update : 7 ตุลาคม 2553 17:11:49 น. 0 comments
Counter : 491 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
amaridar
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add amaridar's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.