Update! • Kenny Keng Web• Activity • Article • Imagine • My ARTWORK • BackPack/Journey • Sketch • All Art • alphafo

alphafoBasic Sketch • • 333 STUDIO KENNY KENG Blog


ALPHA FO
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 58 คน [?]








**อันนี้ก็สำคัญครับ กับเรื่องของสิทธิ
คือว่าถ้าหากเพื่อนๆท่านใด
ต้องการนำภาพหรือบทความไปเผยแพร่
กรุณาแจ้งผมด้วยนะครับ

**ขอบคุณครับ**

alphafo

New Article : JAN 2015

Art trip : My Journey
• "แบ่งเขต ไม่แบ่งใจ ; ไทย ลาว เวียดนาม"ฮานอย1 เวียดนาม:13/02/15
• "แบ่งเขต ไม่แบ่งใจ ; ไทย ลาว เวียดนาม" ซาปา3 เวียดนาม:31/01/15
• "แบ่งเขต ไม่แบ่งใจ ; ไทย ลาว เวียดนาม" ซาปา2 เวียดนาม:16/01/15
• "แบ่งเขต ไม่แบ่งใจ ; ไทย ลาว เวียดนาม" ซาปา1 เวียดนาม:14/01/15
• "แบ่งเขต ไม่แบ่งใจ ; ไทย ลาว เวียดนาม" เดียนเบียนฟู เวียดนาม:09/01/15
• "แบ่งเขต ไม่แบ่งใจ ; ไทย ลาว เวียดนาม" หลวงพระบาง ลาว:07/01/15
• "แบ่งเขต ไม่แบ่งใจ ; ไทย ลาว เวียดนาม" ไชยบุรี2 ลาว:26/12/14
• "แบ่งเขต ไม่แบ่งใจ ; ไทย ลาว เวียนาม" ไชยบุรี1 ลาว:25/12/14
• "แบ่งเขต ไม่แบ่งใจ ; ไทย ลาว เวียดนาม" ปาด แปด 8:23/12/14
• "เริ่มใหม่...ได้ทุกเมื่อ":25/02/14
• "ปั่นคิดที่กองโค":19/12/12
• "12 12 12":12/12/12

• "ลับแล ซะที" :06/08/12

• BEST OF THE BEST:05/03/12

alphafo

• กาแฟสดบ้านหมึกจีน coffee and china's art gallery:16/02/12

Update! • อุปกรณ์การวาด carbon powder
•เทคนิคการทำเฟรมเขียนสีน้ำมัน
•เทคนิคการทำเฟรมสีน้ำมัน
•ปลอกต่อดินสอ EE กรณีดินสอของท่านหดสั้นจุ๊ดจู๋
•การทำสมุดเสก็ตซ์อย่างง่ายและประหยัด
•ภาพตัวอย่างสีชอล์ก 1
•ภาพตัวอย่างสีชอล์ก 2
•ภาพตัวอย่างสีชอล์ก 3



Update!เทคนิค ขั้นตอน การวาดภาพการ์ตูน
• : เทคนิคการวาดภาพผงคาร์บอนพระเจ้าตากสินมหาราช และพระยาพิชัยดาบหัก
• การวาดการ์ตูนล้อเลียน
• พื้นฐานการวาดการ์ตูน
•เทคนิคการวาดภาพคนสีชอล์ก(หลวงปู่แดง)
•เทคนิคการวาดภาพคนเหมือนเต็มตัวสีน้ำมัน
•การวาดเส้นสีคนเหมือน แบบหญิง
•การวาดเส้นสีคนเหมือน แบบชาย
•เทคนิคการวาด carbon powder
•การวาดสีชอล์กแท่ง พระยาพิชัยดาบหัก
•การแก้ไขภาพสีน้ำมัน landscape
•เทคนิควาดภาพสีน้ำมัน Landscape
•พื้นฐานการวาดภาพสำหรับผู้เริ่มต้นใหม่(Basic)
•เทคนิคการวาดเส้นหุ่นนิ่ง(Drawing)
•เทคนิคการวาดเส้นภาพเหมือน(portrait) "ตา"
•เทคนิคการวาดเส้นภาพเหมือน(portrait) "จมูก"
•เทคนิคการวาดเส้นภาพเหมือน(portrait) "ปาก"
•เทคนิคการวาดเส้นรูปคนเหมือนด้วยดินสอ EE(drawing portrait-woman)
•เทคนิคการวาดเส้นคนเหมือน (Drawing sketch)
•เทคนิคการวาดเส้นรูปคนเหมือนภาพสีด้วยสีชอล์กแท่ง(pastel portrait)
•เทคนิคการใช้สีชล์อกแบบ drawing
•เทคนิคการแกะสติ๊กเกอร์แบบปลอกล้วย(จริงๆ)

alphafo ART ARTICLE :
• "เที่ยวไปกับถ่าน"ตอนที่ 6(สุดท้าย): โบนัสพิเศษกับงานศิลปะ
• "เที่ยวไปกับถ่าน"ตอนที่ 5 : วิธีการวาดภาพให้ได้ (เอาจริงซะที 2)
• "เที่ยวไปกับถ่าน"ตอนที่ 4 : วิธีการวาดภาพให้ได้ (เอาจริงซะที 1)
• "เที่ยวไปกับถ่าน"ตอนที่ 3 : ตามหามุมบันทึก(วาดเส้น)
• "เที่ยวไปกับถ่าน"ตอนที่ 2 : ทำไมต้องเป็นถ่าน?
• "เที่ยวไปกับถ่าน" ตอนที่ 1: เด็กน้อยกับฝาบ้าน
**ภาพสเก็ตซ์สีชอล์กน้ำมัน
**เทคนิคประสม...ใคร ??
ศิลป์(ป่ะ) “ต้องเป็นตัวของตัวเองดิ๊” ...

ภาพวาดที่ฉีก: ผมยืนมองภาพพร้อมกับฟังเสียงหล่น..
ANATTA: วันที่ความหดหู่ หดเหี่ยว หรือเหี่ยวจนหด...
alphafo
alphafo

alphafo
alphafo


Sketch crawl ร่วม Sketch กับเพื่อนๆทั่วโลก

alphafo ALPHA FOCUS หนังสือพิชัย เมืองเล็กฯ เรื่องราวเกี่ยวกับเมืองหน้าด่านของสยามประเทศในอดีต.....
alphafo
โอกาสที่ท่านมุ้ยมอบให้ สิ่งที่ผมเฝ้าศึกษาและสังเกตุ จะมีเรื่องราวและข้อมูลไปพ้องกับใครบางท่านเข้าอย่างจัง...


alphafoอยากหาอะไรเพิ่มเติม ก็ช่องนี้เลยครับ

Custom Search

สร้างลิงค์

free counters

Start : 12 -01-2011 Time 10:10 a.m.
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ALPHA FO's blog to your web]
Links
 

 

เทคนิคการวาดภาพสีน้ำมัน landscape


 


ART TRIP : เส้นทางแห่งงานศิลปะ
เทคนิคการวาดภาพสีน้ำมัน landscape

หลังจากเรียนรู้วิธีทำเฟรมเพื่อเตรียมพร้อมกับการสร้างงานศิลป์กันไปเรียบร้อยแล้ว

คราวนี้เราต้องมาร่างรูปกันก่อนละครับ
ก่อนอื่นต้องมีโจทย์ก่อน ถึงจะมีจำเลย ...อ่ะ
โจทย์ของผมที่ได้คือ บ้านในป่าที่มีน้ำและภูเขา
เราเองคงต้องหาข้อมูลกันมาเพิ่มเติมหรือประกอบด้วยล่ะครับ




เมื่อวางแผนเรียบร้อย...ฮืมมมม เดี๋ยว!

วางแผนคือเราต้องจินตนาการให้เห็นภาพที่เสร็จแล้วของเราน่ะครับ
ใช้จินตนาการจ้องมองเข้าไปในเฟรมที่โล่งและขาวอันนี้
นี่แหละครับกระบวนการนี้คงต้องผ่านการสเก็ตซ์หาแบบกันก่อน
แต่ถ้ามีภาพอยู่ในหัวแล้วก็ลุยเลยครับ
สเก็ตซ์บนนั้นเลย ย้ำอีกครั้งนะครับค่อยๆทำไม่ต้องรีบหรือเร่งแต่ประการใดครับ

เพราะการวาดภาพสีน้ำมันถ้า แบบเราไม่แน่นอนแล้ว งานศิลป์ของเราคงต้องล้มพับนอนหงายเก๋ง
หาทางออกเพื่อทำให้ภาพจบได้อย่างแสนอยากเย็น
แต่ก็ยังดีกว่าสีน้ำแหละครับ เพราะสีน้ำมันยังแก้ไขได้ ลงสีทับได้
ส่วนสีน้ำ ถ้าแบบไม่ชัวร์จิตใจลังเลก็เรียบร้อยเลยครับ ภาพเจ๊งเลย


มาดูการร่างรูปนี้บ้างนะครับ
ก่อนอื่นต้องหาเส้นระดับสายตาของภาพก่อนครับ
เมื่อวางตำแหน่งได้แล้วก็ทำการร่างด้วยมุมมองแบบ perspective
สาเหตุที่ทำแบบนี้ก็เพราะจะไม่ทำให้ภาพของเราดูแปลกๆทั้งจม ทั้งเอน เบี้ยว จนผิดตา
อย่างภาพนี้ตีฟ(perspective)ของบ้าน จะต้องเปลี่ยนจากแบบหมด
อีกทั้งแสงและเงาก้อยู่คนละทิศทางกับภาพรวม จึงต้องปรับเปลี่ยใหม่ทั้งหมด

เมื่อกำหนดเส้นได้พอประมาณแล้วก็ทำการร่างภาพแบบคร่าวๆก่อน
ด้วยการประมาณด้วยสายตาและขนาดของวัตถุด้วยตีฟทางสายตาของเราเอง


จากนั้นก็เก็บรายละเอียดการร่างไป

เลยครับ 
ดูภาพก่อนว่าเราจะให้ตรงไหนเป็นพระเอก และจุดรวมสายตา
ยังไม่ต้องรีบร้อนลงสีนะครับ สำรวจตรวจสอบให้แน่นอนก่อน
นั่งมองสักวันเต็มๆก็ได้ แต่ไม่ต้องถึงกับนั่งน้ำยายยืดนะคุบ(ซูบววว์.. ซดน้ำลายกลับ อิอิ)
มองไปเรื่อยๆแล้วเราจะเห็นข้อผิดพลาดตรงโน้นนิด นี่หน่อย
ค่อยๆแต่งแต้ม ไปจนกระทั่งมั่นใจ แล้วค่อยถอยออกมาพักหายใจก่อน เฮ้อ!รอดไปหนึ่งขั้นตอน

คราวนี้ก็เตรียมอุปกรณ์ก่อนครับ
เรียกว่าต้องเอาให้พร้อม เพราะเวลาเขียนๆอยู่แล้วต้องหาของโน้น นี่ นั่น
มันจะทำให้สมาธิกระเจิงไม่เกิดการต่อเนื่อง
ลงพื้นอยู่ดีๆมัวหาลินซีส พอหาเจอ อ่ะ ..ถึงไหนหว่า(ประจำ)

อุปกรณ์มีอะไรบ้างมาดูกันครับ

1. สีน้ำมัน(Oil colour)
- การวาดภาพสีน้ำมันจะใช้ยี่ห้ออะไรก็ได้ครับตามสะดวก แต่ผมจะใช้ปนๆกัน(เพราะไปซื้อแล้วไม่มี)
ผมจะแยกให้นะครับว่าตามที่ผมเคยเขียนมานั้นผมใช้แบบไหน ส่วนใครจะชอบยังไงตามถนัดเลยครับ
บางคนอาจไม่ชอบแบบผมเลยก็ได้ และที่ใช้อยู่มีสองยี่ห้อครับ
ROWNEY - ผมว่าจะออกลักษณะเจลจะมากไปหน่อยน่ะครับและสีก็สดใช้เขียนLandscapeนอกสถานที่ได้เหมาะทีเดียว
Winsor & Newton - ยี่ห้อนี้ผมจะชอบมากครับเนื้อสีแน่นละเอียดดีแบบนี้เหมาะกับ Portraitครับ
นอกนั้นก็ตามสะดวกเลยครับมีหลากหลายยี่ห้อแต่ผมเคยใช้แต่สองแบบนี้น่ะครับ

2.น้ำยาผสม หรือ ลินซิส(Linseed)มีอีกสองแบบที่ผมใช้อยู่ครับ(อาจมีมากกว่านั้นก็ได้)
แบบที่ว่านี้คือ
-แบบธรรมดา ซึ่งแบบนี้ต้องคอยเป็นเวลาอย่างต่ำก็สามวันแหละครับถึงจะแห้ง(ขึ้นอยู่กับความดูดสีของผ้าใบด้วย)
สำหรับลินซิสแบบนี้เหมาะสำหรับการเก็บรายละเอียดของงานแบบเปียก(สียังไม่แห้งง่ายๆ) ปัดไปถูไปเพิ่มสีไปได้
-แบบแห้งเร็ว(Liquin) แบบนี้จะใช้ผสมกับแบบแรกเพื่อให้แห้งเร็วขึ้นก็ได้
หรือจะใช้เพียวๆในบางจุดหลังเก็บงานตอนหมาดๆหรือแห้งก็ได้ตามแต่ลักษณะการเก็บงานหรืองานที่เร่งๆครับ

3.น้ำมันสน เอาไว้ล้างพู่กันครับ

4.พู่กันอ่ะดิ๊ มีทั้งแบบแบนและกลมครับ เอาไว้ใช้ตามลักษณะของงาน
-พู่กันแบน เอาไว้เก็บงานพื้นที่ใหญ่ และสีโดยรวมทั้งภาพ
-พู่กันกลม เอาไว้เก็บรายละเอียดของงานหรือเอาไว้ปัดรอยต่อของสีให้เนียนเรียบหากัน

5.เกียงผสมสี (ก็เอาไว้ผสม+ขูดจานสีไง)

6.ขาตั้งรูป มีไว้สะดวกดีครับทั้งการปรับตำเหน่งหรือการวางของ

7.ตู้วางสี ถ้าไม่มีใช้อะไรก็ได้ครับแต่ถ้ามีก็สะดวกดีมีไว้สำหรับการเก็บสีและเป็นจานสีได้ด้วย
(ของผมจานสีใช้กระจกครับ)

8.ผ้าเช็ดพู่กัน(ห้ามเอาเช็ดหน้า)

9.เก้าอี้ กับห้องทำงาน




ทีนี้มาลุยกันเลยครับ
การวาดภาพสีน้ำมันนี่ตามเทคนิคที่ผมใช้ผมจะลงจากสีที่ลึกสุดก่อนครับ(เข้มไปอ่อน)
หลายๆท่านทำไปผสมขาวไป ขอบอกว่าอย่าเพิ่งนะครับ
ไม่งั้นสีขาวจะไปกวนสีที่เข้มๆของเรางานจะเป็นแป้งสีจะออกขุ่นๆน่ะครับ
สีที่ผมเก็บซ้อนไว้ก่อนคือสีขาวครับ
และสีที่ผมไม่เคยใช้เลยก็คือสีดำ



สาเหตุที่ไม่ใช้สีดำเพราะว่าเมื่อสีนี้ไปโดนกับสีอื่นแล้วค่ากลางของสีอื่นจะหายไปด้วยน่ะครับ
ทำให้ค่าของสีที่ต่อกันจะไม่ซอฟลูกกะตาเท่าที่ควร
ผมจะใช้(Winsor)สองสีนี้คู่กันครับคือสีม่วงเบอร์28(Magenta)กับสีเขียวเบอร์37(Sap Green)
ลงเก็บไปเรื่อยๆครับกับทุกที่ที่เราคิดว่าเป็นส่วนที่เข้มจนหมดทั้งภาพ
ถ้าพื้นที่ที่เราต้องการเข้มกว่านี้(เก็บตอนหลัง)ก็ใช้น้ำเงินเบอร์ 15(Cobalt Blue)
หรือ เบอร์ 21(French Uttramarine)ผสมเติมเข้าไป



จากนั้นก็เริ่มสีน้ำหนักที่สองหรือระยะที่สองครับ
ใช้สีตามระยะก่อนนะครับ (หน้า กลาง หลัง)พยายามเบรคสีให้อยู่โทนเดียวกันทั้งภาพ
ก่อนที่จะควักสีขาวออกมาผสมสีในจานสีพร้อมกับการเบรคสีไปในตัว
ลงไปเรื่อยๆครับจนเต็มภาพ อย่าให้เป็นก้อนสีหรือเห็นรอยผ้าใบนะครับ
เพราะถ้าสีแห้งแล้วจะตามมาเก็บสีแบบเดิมค่อนข้างลำบาก

เมื่อลงพื้นเสร็จเรียบร้อยก็รอครับ เก็บโน้นนิดนี่หน่อยไปเรื่อยๆ
อย่าใจร้อนนะครับ ที่เรากำลังทำอยู่นี้เป็นการวาดภาพสีน้ำมันแบบเขียนเปียกน่ะครับ(ไม่รู้ว่าศัพท์วิชาการเขาเรียกว่าอะไร)



รออีกวันต่อมาเราต้องมาคอยดูสีครับ
ว่ามันหนึบๆหรือว่ายังไม่มีทีท่าจะแห้งหรือแห้งเรียบร้อยไปแล้ว
ตอนนี้ก็เรียกว่าเก็บงานตอนหมาดๆล่ะครับ
คือสีต้องหมาดๆไม่เปียกหรือแห้งสนิท
เราค่อยๆเพิ่มเติมเข้าไปครับสีบางส่วนที่จมอยู่สามารถคัดสี*ขึ้นมาได้เลย
(*คัดสี คือ การลงสีเดิมเก็บทับเพื่อเน้นบางส่วนให้เด่นขึ้น)
ถึงตอนนี้ก็เริ่มใช้พู่กันกลมแล้วล่ะครับ แบนๆกลมสลับกันไปตามความถนัดและจังหวะของสี



เก็บรายละเอียดไปเรื่อยๆครับกับจังหวะสีที่หนึบๆ
เพราะการวาดภาพสีน้ำมันกับสีที่หนึบหนับจะทำให้สีที่เราเพิ่มไปนั้นยังซอฟเป็นส่วนหนึ่งของงานอยู่ครับ
เก็บไปเรื่อยๆไม่ว่าจะเป็นท้องฟ้า น้ำหรือเขา ทีละนิดทีละหน่อย ทีละส่วน
ค่อยๆไปครับ
ค่อย
ค่อย
ไป





อีกวันต่อมาหรือสองวันหลังจากที่เราเก็บไปเรื่อยๆเล็งแล้วเล็งอีกเล็งอีกก้เล็งแล้ว
จะตีลังกาเล็งจนตาเอียง ตัว หัว เอียงไปตามๆกัน
ก็มาถึงตอนเก็บแห้งซะทีครับ

การวาดภาพสีน้ำมันแบบเก็บแห้งคือการคัดเพิ่มสีให้เด่นขึ้นมาครับ
จะเป็นการเก็บรายละเอียดของภาพเล็กๆน้อยๆ
จากพื้นที่ใหญ่ๆที่เราลงไปหมดทั้งเฟรมแล้ว คุมโทนสีได้แล้ว
เราก็ค่อยๆเก็บไปเรื่อยๆครับ



จากนั้นก็รออีกรอบ
รอจนเมื่อทุกอย่างแห้ว เอ๊ย!แห้งสนิทก็ทำการเคลือบ Picture Varnish Glossy
ต้องเคลือบงานกันหน่อยครับเพราะว่าไม่งั้นสีที่เราลงภาพไปนั้น จะมันหรือด้านไม่เท่ากันทั้งภาพครับ
สาเหตุเพราะการที่เราทับสีหรือการเก็บหมาดเก็บแห้งนั่นเอง





จนสุดท้ายเราก็จะได้งานศิลปะภาพสีน้ำมันที่เสร็จสมบูรณ์
เอาไว้นั่งดู นอนดู ยืนเรียกเพื่อนๆมาดูกันได้ตามอัธยาศัยเลยครับ
หวังว่าพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ คงสนุกกับการวาดภาพสีน้ำมันนะครับ
ค่อยๆฝึกไปครับ อย่าใจร้อน ใจเย็นๆครับ
ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการทำสิ่งที่ตนรักนะครับ





ภาพสีน้ำมัน Landscape เพิ่มเติมครับ









 

Create Date : 01 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 3 กุมภาพันธ์ 2558 15:40:43 น.
Counter : 42349 Pageviews.  

เทคนิคการร่างภาพวาดเส้น Drawing sketch


ภาพนี้เป็นเจ้าของประโยคอมตะครับ
"จินตนาการสำคัญกว่าความรู้"
อัลเบริต์ ไอน์สไตน์ ที่ผมพยายามจะสเก๊ตซ์มาให้ใกล้เคียงเท่าที่ทำได้
เพราะเป็นเพียงภาพสเก๊ตซ์น่ะครับ
เราจึงไม่ต้องลงรายละเอียดกันให้วุ่นวายมากมายนัก
เอาความรู้สึกเข้าเป็นที่ตั้ง ไม่ต้องเอาความรู้สึกนอน(เดี่ยวขี้เกียจ หุหุ)

เริ่มจากการร่างภาพเลยครับ
การร่างภาพ เราควรต้องมองโครงหน้ารวมๆให้เป็นรูปทรงเรขาคณิตก่อนครับ
มีเส้นแกนกลางของใบหน้า
ที่ผมเคยบอกก็คือ จุดเริ่มต้นอยู่กลางกระโหลก
ลากมาถึงบริเวณปลายคาง
นี่ก็คือแกนกลาง 



ภาพอาจจะดำๆหน่อยนะครับ เพราะปรับให้เข้ม ไม้งั้นจะไม่เห็นรอยดินสอที่ร่างเอา
แนะนำให้ร่างแบบเบาๆนะครับ และใช้ดินสอEE ร่างเลย จะได้คุ้นเคยการวางน้ำหนักมือ
ถ้าเส้นมันยังเข้มไป ก็คงต้องฝึกให้ร่างจนกว่าจะเบาได้นั่นแหละครับ
ที่สำคัญอย่าท้อแท้ หรือท้อถอยซะก่อนนะครับ เพราะการฝึกทักษะต้องใช้การทุ่มเทมากพอสมควร




จากนั้นก็เริ่มกำหนด แบ่งระดับเส้นบนใบหน้าละครับ ว่าอะไรอยู่ตรงไหน
เส้นแบ่งระหว่างตา จมูก และก็ปาก (ที่ลากตัดตรงใบหน้านั่นแหละครับ)
เมื่อแบ่งแล้วจึงกำหนดลักษณะของตาขึ้นมา
จากการฝึกฝน วาด ตา จมูก ปากที่ผ่านมา คงทำกันได้บ้างแล้วนะครับ




เมื่อได้เส้นจนพอใจแล้ว ก็ทำการล๊อคน้ำหนักเลยครับ ใช้เป็นน้ำหนักบางๆเพื่อที่เราจะเก็บแรเงาเป็นลายเส้นต่อไป
ลงน้ำหนักรวมไปเรื่อยๆครับ แต่งโน้นเติมนี่เข้าไป
อย่าลืมนะครับ ! เราต้องค่อยๆเพิ่มน้ำหนักครับ ถ้าลงแรงมากเกินไปเราจะแก้ไขลำบาก




จากนั้นก็ค่อยๆเก็บรายละเอียดครับ
เริ่มจากตา เพราะดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจจริงๆ อย่าที่ใครๆเขาก็พูดกัน
เก็บไปเรื่อยๆครับ จำได้หรือเปล่าครับสำหรับการฝึกวาดตา จมูก ปาก (ถ้าท่านที่มาใหม่ เด๋ยวทำลิงค์ให้ครับ)




ทีนี้ก็ไล่น้ำหนัก ค่อยๆเก็บมาเรื่อยๆครับ ตามแต่จะถนัด
บางคนเก็บตาให้เสร็จก่อนทั้งสองข้าง
บางคนก็ทีละข้าง เพลินไปเรื่อยๆ
ส่วนภาพนี้ของผม ทำๆลุกๆน่ะครับ อารมณ์เลยไม่ต่อเนื่อง
เก็บไปเรื่อยๆ ครับ




ใกล้แล้วใช่มั้ยครับ
เราดูโน้นเช็คนี่ไปเรื่อยๆครับ
เน้นอีกรอบก็คือ ค่อยๆเพิ่มน้ำหนักครับ อย่าใจร้อน




คราวนี้จะลองเก็บรายละเอียดมาที่หูครับ
จากนั้นก็ลองตรวจดูน้ำหนักรวมของหน้า
อย่าลืมนะครับ นี่เป็นเพียงภาพสเก๊ตซ์(Drawing sketch)
ที่เราจะพัฒนาไปสู่การเก็บงานที่ละเอียดขึ้นหรือการวาดภาพบุคคล(portrait) อีกครั้งในอนาคต
แบบนี่มีไว้สเก็ตซ์ไปทุกที่ครับ มีแค่กระดาษกับดินสอ




นี่แหละครับ เอาลายเส้นตามแต่ละอารมณ์และสถานการณ์นั้นๆก็พอครับ
ขอให้ผู้ฝึกมีความสุขมากๆกับการ drawing sketch นะครับ


อันนี้เป็นตัวอย่างงาน ผงคาร์บอนครับ
สำหรับการเก็บรายละเอียดจริงๆ คงต้องใช้เวลากันสักหน่อย
เอาไว้จัดเวลาได้ คงได้มีโอกาสมาแนะนำอีกครับ ^^








**เทคนิคการวาดเส้นภาพเหมือน(portrait) "ตา"
**เทคนิคการวาดเส้นภาพเหมือน(portrait) "จมูก"
**เทคนิคการวาดเส้นภาพเหมือน(portrait) "ปาก"






 

Create Date : 27 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 3 กุมภาพันธ์ 2558 15:31:28 น.
Counter : 20180 Pageviews.  

พื้นฐานการวาดภาพคนเหมือน 3 "ปาก" ( How to draw portrait 3)

และแล้วก็มาถึงปากจนได้ หลังจากที่หลายๆท่านเขียน "ตา" พาเพลิน(หรือไม่เพลิน อ่ะ)
ไปจนถึงเขียน "จมูก" จนสุขอุรา
และ ต่อมาก็มาถึง "ปาก" ปากที่บางครั้งพาจนเอาซะงั้น
ปาก เป็นสิ่งหนึ่งที่ธรรมชาติให้มนุษยมีแค่อันเดียว
แต่บางคนกลับใช้เปล่งเสียงกระทบอากาศ ได้ไพเราะเสนาะหู
จนถึง ทุบกระหน่ำจิตใจคนได้แตกละเอียด แบบไม่ต้องงอนง้ออาวุธใดๆ


และเราก็จะมารู้จักกับ ปากกัน ที่ไม่ใช่ ปากกา
หลายๆท่านฝึกไป บ่นไป ท้อไป แท้ไป
ว่าเมื่อไหร่หนอจะพ้นจะบ่วงกรรม ทายาทอสูรการฝึกฝนอันทรหดอันนี้ไปได้
วาด"ตา"มาจนพรุน ยังไม่เป็นลูกกะตา วาด"จมูก"จนเลิกเพลิน ก็ยังเป็นเพียงแค่ รูสองรูที่โผล่อยู่ในใบหน้า
ใจเย็นๆครับ ใจเย็นๆ พื้นฐานมันก็แบบนี้แหละครับต้องรอเวลา
และใช้เวลากับมันอย่างมากในการทุ่มเทฝึกฝน
เพื่อวันหนึ่ง เราจะไม่พึ่งพาการดราฟรูปอีกต่อไป
การวาดภาพคนเหมือน ยังเป็นพื้นฐานไปอีกหลายสิ่งหลายอย่าง
ทั้งการเสก็ตซ์ ไปจนถึงความมั่นใจไปในงานศิลปะที่แตกออกไปเป็นแขนงต่างๆ

เพราะถ้าเรารู้แสง เงา พื้นผิว เราจะมั่นใจไปกับอีก หลากหลายผลงาน
อ่ะ...เพลิน ไปถึงไหนแล้วเนี่ยะ

"ปาก" เป็นสิ่งที่เราจำเป็นต้องฝึกฝน ไม่แพ้ส่วนอื่นๆบนใบหน้า
เพราะไม่งั้นแล้ว เวลาวาด ปากอาจแห้ง บวม เป่ง จนผิดเพี้ยน
ทำให้ตาอันหวานหยดย้อยของเราที่อุตสาห์วาดมาหมดค่าไปทันที

เริ่มแรกเลยครับ ต้องมองแบบให้เป็นรูปทรงเลขาคณิตก่อน
แล้วบรรจงร่างเบาๆลงไป
กรุณามั่นใจตัวเอง ด้วยการใช้ดินสอ EE เพียงอย่างเดียวนะครับ
วาดบ่อยๆ ฝึกมากๆ เดี๋ยวก็คุ้นเคยกับน้ำหนักมือไปเอง

ส่วนใหญ่แล้ว ปากบนมักมีนำ้หนักมากกว่าปากล่าง
สาเหตุเพราะ เราทุกคนมีขอบปากบังอยู่
ควรฝึกปากหลายๆรูปแบบ แต่ครั้งแรก อย่าเพิ่งเห็นฟัน
ไม่งั้นจะกลายเป็นคนฟันไม่เข้า(..)ไปโดยไม่ได้ตั้งใจ
"ปาก" มักเกี่ยวพันกับกล้ามเนื้อบนใบหน้าเสมอ


ทั้งยิ้ม หัวเราะ ร้องไห้ หรือจะห้อยไปด้วยก็แล้วแต่ละปาก แต่ละแบบไป
ที่แน่นอนที่สุด ก็ฝึกวาดปากของเราเองในกระจกดูก่อน
จะวาดนาน สังเกตุมากแค่ไหนก็ได้ แบบผู้เป็นแบบไม่เขินอายหรือกระแนะกระแหนเอาได้
ค่อยๆเพิ่มค่อยๆเติมไปเรื่อยๆ




จนเสร็จสมบรูณ์
หลังจากนั้นก็ฝึกวาดแบบเห็นไรฟันบ้าง
เห็นฟันเวลายิ้มบ้าง หลายๆแบบ หลายมุม
ก่อนที่ เราจะเริ่มนำมาประกอบรวมกันจนเป็นรูปหน้าแบบเต็มๆใบหน้า
ลองดูตามแบบที่นำมาเป็น ตัวอย่างนะครับ


ค่อยๆเก็บรายละเอีจดไปทีละนิดๆ
ค่อยเพิ่มน้ำหนักไปนะครับ อย่ารีบเร่ง
โดยเฉพาะน้ำหนักที่เราจะเน้นภายหลัง
อย่างบริเวณ มุมปาก หรือร่องปากเอาไปว้ท้ายสุดเลยครับ
ที่สำคัญ อย่าลืมเว้นไฮไลท์บริเวณปากล่างที่เป็นก้อนเนื้ออยู่สองก้อนปากล่างด้วยนะครับ
ดูเรื่องแสงเงาให้ดี ว่าแสงเข้าด้านไหน ไฮไลท์ก็จะอยู่บริเวณด้านนั้นแหละครับ




เมื่อได้น้ำหนักจนพอใจแล้ว
อย่าลืมเน้นนะครับ บริเวณที่้เข้มสุด ก็ตรงส่วนที่ลึกที่สุดนั่นแหละครับ
ลองสังเกตุดูนะครับ
สุดท้าย อย่าท้อหรือเลิกล้มไปก่อนนะครับ
พลังใจ ความมั่นคงทางอารมณ์และความมุ่งมั่น ต้องมีไว้ครับ
ฝึกพื้นฐานต้องอดทนครับ เพื่ออนาโค้ดดดดด
ขอให้สนุกและมีความสุขกับการดรออิ้งภาพคนนะครับ



ครั้งหน้าเป็นเรื่องหูนะครับ
สั้นๆ
ก่อนที่จะรวมหน้าเป็นรูปเป็นร่างซะที









 

Create Date : 03 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 3 กุมภาพันธ์ 2558 15:22:53 น.
Counter : 19937 Pageviews.  

พื้นฐานการวาดภาพคนเหมือน 2 "จมูก"( How to draw portrait 2)


หลังจากฝึกฝนเชิงยุทธแห่งการวาด "ตา" มาได้พอสมควร(ทำไมไม่พอสมนึกบ้างเนอะ)
วาดลูกตาหลากหลายรูปแบบจนช่ำชอง ทั้งแบบตรง เฉียง 45 องศา 90 องศา เอียงซ้าย ขวา
ถ้านึกไม่ออก(แสดงว่าไม่ได้ฝึก)กลับไปดู





ส่วนต่อมาที่ต้องฝึกต่อไปนั่นก็คือ "จมูก"
ตรงนี่ก็เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้หน้าดูแบนหรือมีมิติรูปร่างขึ้นมาได้
สาเหตุ เพราะจมูกจะโผล่ขึ้นมามากสุดบนใบหน้า
เป็นก้อนๆพุ่งออกมาจากกระโหลกของเรา
การวาดรูปเหมือน มีอยู่หลากหลายพื้นฐานแตกต่างกันไป
ขึ้นอยู่กับใครจะอยู่สำนักหรือสำนึกไหน
จมูกเองก็เป็นส่วนสำคัญอีกส่วนที่ไม่สามารถทิ้งไปได้
การสังเกตุ แสงและเงานั่นก็คือพื้นฐาน คือ แสงเข้าด้านไหน เงาจะอยู่ตรงข้ามเสมอ


มาเริ่มร่างกันเลยครับ
คงต้องร่างรอยดินสอให้เบาที่สุดเท่านที่จะเบาได้ เป็นโครงรูปทรงเลขาคณิตอย่างง่าย ไว้ก่อน
จากนั้นเมื่อตรวจสอบดูแล้ว ว่าไม่บิด เบี้ยว สั้น ยาว จนเกินไป ก็ค่อยๆเริ่ม เพิ่มน้ำหนัก
ย้ำนะครับว่าค่อยๆเพิ่ม อย่าเร่ง อย่ารีบ ค่อยๆทำ ค่อยสะกิด ค่อยๆเกลี่ยหรือใครจะเขี่ยก็ได้
ปัญหาอย่างหนึ่งสำหรับผู้ฝึกใหม่ก็คือ อัตราการเร่งกดทับของน้ำหนักภาพ
ไม่ต้องรีบครับ ไม่ต้องรีบ ช้าๆได้ภาพเล่มงาม
บางคนเริ่มดำปึ๊ดมาเลย เวลามีปัญหาจะแก้ไขลำบากครับ
เพราะลงเงาแล้ว กรุณาอย่าลบ มันจะทำให้กระดาษและภาพของท่านช้ำ
รวมทั้งจิตใจที่ช้ำกว่าเมื่อเห็นภาพที่บรรจงวาดมามีแววเจ๊งอย่างเห็นได้ชัดเจนขึ้น
ค่อยๆ เพิ่มน้ำหนักไปเรื่อยๆ เรื่อยๆครับ


ตอนนี้ก็ค่อยๆ เพิ่มน้ำหนักให้ชัดเจนขึ้น ตรงไหนส่วยสว่างสุด หรือ ไฮไลท์ก็เว้นไว้
บริเวณไหนเป็นรีเฟกซ์ ก็ต้องสังเกตุกันดีๆ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะอยู่บริเวณ ปลายจมูกและปีกจมูก
สาเหตุเพราะมันแหลม พุ่งออกมา


ลองฝึกดูนะครับ
ให้หลากหลายแบบเข้าไว้
ถ้าหาแบบไม่ได้ก็ในหนังสือ เลือกเอาแบบที่แสงเงาชัดๆหน่อย
เริ่มจากด้านเอียงๆ เฉียงๆสัก 45 องศา จะเยี่ยมเลย เพราะแสงเงาชัดเจน
เลือกที่จมูกเห็นสันชัดหน่อยครับ อย่าเพิ่งเลือกแบบจอแบนเพราะนั่นแสงเงาไม่ค่อยตัดกันเปรี้ยงปร้างเท่าไหร่
มีตัวอย่างง่ายๆมาเพิ่มอีกชิ้นครับ ลองฝึกดูนะ
ผมว่าไม่มีอะไรเกินความพยายามหรอกคุณว่ามั้ย
เมื่อเราฝึกมาก เรียนรู้จักข้อผิดพลาดมากๆเข้า แล้วแก้ไข
วันหนึ่ง เมื่อเราสามารถควบคุมมันได้ เราจะสนุกและเมามันส์กับมัน
ขอแต่เพีบงอย่าท้อล่ะ เมื่อเริ่มฝึกแล้วให้ลืมคำว่าถอยไปก่อน
ใส่เกียร์เดินหน้า ฝึก ฝึก แล้วก็ ฝึก ฝึก ฝึก
เป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ ขอให้สนุกและมีความสุขในการฝึกฝนนะครับ
ไว้คราวหน้าเป็นการวาดปากนะครับ









 

Create Date : 29 มกราคม 2553    
Last Update : 3 กุมภาพันธ์ 2558 15:13:17 น.
Counter : 16917 Pageviews.  

พื้นฐานการวาดภาพคนเหมือน 1 "ตา" ( How to draw portrait 1)

กว่าจะกระดิกตัวตัดสินใจทำงานชุดนี้ขึ้นมาก็คิดแล้วคิดอีกพอสมควร
ว่าฝีมือพื้นๆอย่างเรา จะไปแนะนำชาวบ้านที่ไหนได้
ในเมื่อมีระดับจอมยุทธ ทั้งจ้าวยุทธจักรอยู่ทุกหนแห่ง
แต่...เอาเป็นว่า ผมมาบอกกล่าวกัน ในสิ่งที่ผมรู้ตามที่ผมคิดก็แล้วกัน

หลายๆท่าน เห็นบรรดาจอมยุทธทั้งหลายที่เก่งกาจ
และช่ำชองในเชิงยุทธด้านนี้ ต่างใฝ่ฝันถึงวันที่จะทำให้ได้เป็น ต้นแบบเราบ้าง
หรือถ้าทำไม่ได้ หรือไม่เหมือน อย่างน้อยใกล้เคียงก็ยังดี
จึงได้ฝึกฝนอย่างเอาเป็นเอาตาย ในช่วงต้นๆ
อาจได้ 1 วัน 2 วัน หรือ 1 เดือน
แต่แล้วภาพฝันก็พลันสลาย ในเมื่อหลายๆอย่างไม่เป็นดั่งใจคิด

ตาเบี้ยว ปากแหว่ง หูกาง หน้าแบนเป็นพื้นกระดาน
ด้วยสาเหตุเหล่านี้และอีกสารพัดสารพัน
ทำให้สูญเสียความเชื่อมั่น ความมั่นใจ
และในที่สุดก็ถอยทัพกลับไปตั้งหลัก
บางคนไม่กลับมาเตะงาน portrait หรืองานภาพเหมือนในฝันสุดเลิฟอีกเลย

หลายๆครูบาอาจารย์ รวมถึงเหล่าบรรดากูรูผู้รู้ทั้งหลาย
ต่างก็พยามยามบอกกล่าวให้รับรู้เรื่องราวการฝึกหัดกันอยู่มากมาย
และสิ่งหนึ่งที่ทุกคนต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า
ฝึก ฝึก ฝึก ฝึก แล้วก็ฝึก
และสำทับขึ้นมาอีกว่า ควรสังเกตุให้ได้ สังเกตุให้ดี ว่าแต่ละจุดผิดพลาดหรือดีอย่างไร

ผมเองก็ได้แต่จดจำ ฝึกฝนแล่าเรียน สังเกตุ และอดทน จนเริ่มทำได้บ้าง
จึงได้นำมาบอกเล่าให้ทุกท่านที่กำลังจะเริ่มต้น เริ่มไปแล้ว หรือกลับมาเริ่ม
ให้รับทราบ ให้ได้เข้าใจอย่างที่ผมเข้าใจ สักเล็กน้อย
แล้วที่เหลือๆ ก็ต้องไปหาต่อกันเองตามแหล่งข้อมูลที่ตนเองมีอยู่

ผมอยากจะบอกว่าการเขียน portrait หรือภาพเหมือนนี้
ก็เหมือนกับการฝึกเขียนตัวอักษร ก.เอ๋ย ก.ไก่  ถึง  ฮ.นกฮูกตาโต
เพราะเมื่อฝึกเขียนกันได้ หลังจากนั้น ก็ต้องไปฝึกผสมคำเอาเอง
และเมื่อผสมคำได้ เขียนได้ก็คงต้องเริ่มหาสำนวนที่เป็นของตัวเอง
หรือจะพูดกันให้ดูเป็นทางการหน่อย ก็ "เป็นตัวของตัวเอง"

พล่ามมานาน...ยังไม่ได้บอกเลยว่าให้ทำอะไรก่อน
แต่ผมเชื่อว่าหลายๆท่านกว่าจะมาถึงตรงนี้
คงต้องมีพื้นฐานการวาดภาพมาแล้วบางส่วน
ถ้ายังงงๆ หรือลืมไปแล้ว ก็คงต้องกลับไปดูก่อน
ถึงการฝึกขีด ฝึกวาด...

นึกออกหรือยังครับ...
ถ้านึกออกแล้ว ก็เริ่มจากจุดที่เค้าเรียกว่าเป็นหน้าต่างของดวงใจ
หรือ เป็นส่วนที่สำคัญส่วนหนึ่งของภาพ
นั่นก็คือ "ดวงตา" ดวงตานี้ไม่ตุง เพราะไม่ใช่ดวงตา ตุงฯ
แต่เป็น "ดวงตา" ที่เป็นหน้าต่างของ "หัวใจ" อันหวาบหวิว
ความรู้สึกจะสดใส เศร้าสร้อย เริงร่า หรือมึนงง หรือหมองคล้ำเป็นตาปลาทู
ก็ขึ้นอยู่กับการช่างสังเกตุและการฝึกหัดน่ะครับ

เขียนเยอะๆ วาดมากๆ สักร้อยสักพันดวง
ลองถามท่านจอมยุทธแห่งงานศิลป์เกี่ยวกับ portrait หรือ ภาพเหมือน ดูก็ได้ครับว่า
ตั้งแต่เขาวาดภาพเหมือนมา เขาฝึกวาดตากันไปกี่ดวง
แต่ละคนก็ได้แต่ วาดแล้ว วาดอีก วาดอีกแล้วก็วาดแล้ว อยู่นั่นเอง
และการฝึกวาดตาที่มีสมาธิที่สุดก็คือ วาดในห้องประชุม ฮิๆๆๆ(ตีลูกมึน)
เขาก็พูดกันไป เราก็วาดของเราไป อันไหนที่เราอยากคุยด้วยก็หยุดคุยกับเขาสักนิด



การขึ้นตา ส่วนใหญ่ เราก็จะขึ้นกันประมาณนี้นี้แหละครับ
คือมองให้เป็นรูปทรงเรขาคณิตไว้ก่อน
เอาทีละดวงก่อนก็ได้ครับ แล้วค่อยจัดการเป็นคู่
ทั้งแบบด้านตรง เอียงสี่สิบห้าองศา หรือด้านข้าง
ฝึกเยอะๆครับ หลายๆแบบ


จากนั้นก็ต้องสังเกตุล่ะครับว่า ตาแต่ละคนหรือตาที่เราวาดนั้นเป็นอย่างไร
อันไหนสมควรตัดออก ก็ตัด อย่างขี้ตา ก็ไม่ต้องไปขยันเก็บมัน
ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว ขอบตาด้านบนจะเข้มกว่าน่ะครับ
ที่เข้มกว่าเพราะขนตาบน ยาวกว่าขนตาด้านล่าง
ฮืม..หรือว่าใครขนตาล่างยาวกว่าบน ก้ลองดูกันเองนะครับ หุหุหุ

ที่สำคัญส่วนของสิ่งที่ดำสุด คือเรติน่า  
เจ้าเรติน่านี้ จะอยู่คู่กับส่วนที่สว่างสุดของภาพ นั่นก็คือ ไฮไลท์ หรือแสงกระทบแก้วตานั่นเอง
ตรงนี้เองแหละครับ ที่จะทำให้ดวงดวงนั้น ดูบอด หรือดูสดใส



เมื่อวาดตาแล้วก็เลยมาที่คิ้วสักนิดนะครับ
ว่าอย่าเขียนคิ้วให้ดำปึ๊ดเท่ากันเหมือนนางเอกงิ้วไปหมดทั้งหน้า
คิ้วเองก็มีส่วนรับแสงเหมือนกันครับ
นั่นก็คือส่วนกระโหลกที่โหนกออกมาบริเวณคิ้ว
ตรงที่นักมวยโดนต่อยแตกบ่อยๆนั่นแหละครับ


ฮืม...บทความเริ่มยาวแล้วล่ะ
คราวหน้า จะมาเพิ่มเรื่อง จมูก ปาก แล้วก็หู อีกนะครับ
ตอนนี้ฝึกเขียนตาให้ได้อย่างต่ำสักร้อยดวงกันก่อนนะครับ
อย่าลืมนะครับว่า เรากำลังฝึกเขียนทีละส่วนอยู่ครับ
เมื่อถึงเวลานั้น
เราจะมาผสมรวมทั้งใบหน้าในเข้ากันด้วยกันครับ

เราจะค่อยๆเรียบเรียงและรวบรวม
 เหมือนกับเรียงร้อยตัวอักษรนี้ให้น่าอ่าน สวยงาม และเป็นเรื่องเดียวกัน
ขอให้สนุก และโชคดีในการฝึกฝนนะครับ





How to drawing portrait--พื้นฐานการวาดภาพคนเหมือน--How to drawing portrait--พื้นฐานการวาดภาพคนเหมือน





 

Create Date : 21 ธันวาคม 2552    
Last Update : 3 กุมภาพันธ์ 2558 15:11:12 น.
Counter : 28297 Pageviews.  

1  2  3  4  5  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.