Update! • Kenny Keng Web• Activity • Article • Imagine • My ARTWORK • BackPack/Journey • Sketch • All Art • alphafo

alphafoBasic Sketch • • 333 STUDIO KENNY KENG Blog


ALPHA FO
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 58 คน [?]








**อันนี้ก็สำคัญครับ กับเรื่องของสิทธิ
คือว่าถ้าหากเพื่อนๆท่านใด
ต้องการนำภาพหรือบทความไปเผยแพร่
กรุณาแจ้งผมด้วยนะครับ

**ขอบคุณครับ**

alphafo

New Article : JAN 2015

Art trip : My Journey
• "แบ่งเขต ไม่แบ่งใจ ; ไทย ลาว เวียดนาม"ฮานอย1 เวียดนาม:13/02/15
• "แบ่งเขต ไม่แบ่งใจ ; ไทย ลาว เวียดนาม" ซาปา3 เวียดนาม:31/01/15
• "แบ่งเขต ไม่แบ่งใจ ; ไทย ลาว เวียดนาม" ซาปา2 เวียดนาม:16/01/15
• "แบ่งเขต ไม่แบ่งใจ ; ไทย ลาว เวียดนาม" ซาปา1 เวียดนาม:14/01/15
• "แบ่งเขต ไม่แบ่งใจ ; ไทย ลาว เวียดนาม" เดียนเบียนฟู เวียดนาม:09/01/15
• "แบ่งเขต ไม่แบ่งใจ ; ไทย ลาว เวียดนาม" หลวงพระบาง ลาว:07/01/15
• "แบ่งเขต ไม่แบ่งใจ ; ไทย ลาว เวียดนาม" ไชยบุรี2 ลาว:26/12/14
• "แบ่งเขต ไม่แบ่งใจ ; ไทย ลาว เวียนาม" ไชยบุรี1 ลาว:25/12/14
• "แบ่งเขต ไม่แบ่งใจ ; ไทย ลาว เวียดนาม" ปาด แปด 8:23/12/14
• "เริ่มใหม่...ได้ทุกเมื่อ":25/02/14
• "ปั่นคิดที่กองโค":19/12/12
• "12 12 12":12/12/12

• "ลับแล ซะที" :06/08/12

• BEST OF THE BEST:05/03/12

alphafo

• กาแฟสดบ้านหมึกจีน coffee and china's art gallery:16/02/12

Update! • อุปกรณ์การวาด carbon powder
•เทคนิคการทำเฟรมเขียนสีน้ำมัน
•เทคนิคการทำเฟรมสีน้ำมัน
•ปลอกต่อดินสอ EE กรณีดินสอของท่านหดสั้นจุ๊ดจู๋
•การทำสมุดเสก็ตซ์อย่างง่ายและประหยัด
•ภาพตัวอย่างสีชอล์ก 1
•ภาพตัวอย่างสีชอล์ก 2
•ภาพตัวอย่างสีชอล์ก 3



Update!เทคนิค ขั้นตอน การวาดภาพการ์ตูน
• : เทคนิคการวาดภาพผงคาร์บอนพระเจ้าตากสินมหาราช และพระยาพิชัยดาบหัก
• การวาดการ์ตูนล้อเลียน
• พื้นฐานการวาดการ์ตูน
•เทคนิคการวาดภาพคนสีชอล์ก(หลวงปู่แดง)
•เทคนิคการวาดภาพคนเหมือนเต็มตัวสีน้ำมัน
•การวาดเส้นสีคนเหมือน แบบหญิง
•การวาดเส้นสีคนเหมือน แบบชาย
•เทคนิคการวาด carbon powder
•การวาดสีชอล์กแท่ง พระยาพิชัยดาบหัก
•การแก้ไขภาพสีน้ำมัน landscape
•เทคนิควาดภาพสีน้ำมัน Landscape
•พื้นฐานการวาดภาพสำหรับผู้เริ่มต้นใหม่(Basic)
•เทคนิคการวาดเส้นหุ่นนิ่ง(Drawing)
•เทคนิคการวาดเส้นภาพเหมือน(portrait) "ตา"
•เทคนิคการวาดเส้นภาพเหมือน(portrait) "จมูก"
•เทคนิคการวาดเส้นภาพเหมือน(portrait) "ปาก"
•เทคนิคการวาดเส้นรูปคนเหมือนด้วยดินสอ EE(drawing portrait-woman)
•เทคนิคการวาดเส้นคนเหมือน (Drawing sketch)
•เทคนิคการวาดเส้นรูปคนเหมือนภาพสีด้วยสีชอล์กแท่ง(pastel portrait)
•เทคนิคการใช้สีชล์อกแบบ drawing
•เทคนิคการแกะสติ๊กเกอร์แบบปลอกล้วย(จริงๆ)

alphafo ART ARTICLE :
• "เที่ยวไปกับถ่าน"ตอนที่ 6(สุดท้าย): โบนัสพิเศษกับงานศิลปะ
• "เที่ยวไปกับถ่าน"ตอนที่ 5 : วิธีการวาดภาพให้ได้ (เอาจริงซะที 2)
• "เที่ยวไปกับถ่าน"ตอนที่ 4 : วิธีการวาดภาพให้ได้ (เอาจริงซะที 1)
• "เที่ยวไปกับถ่าน"ตอนที่ 3 : ตามหามุมบันทึก(วาดเส้น)
• "เที่ยวไปกับถ่าน"ตอนที่ 2 : ทำไมต้องเป็นถ่าน?
• "เที่ยวไปกับถ่าน" ตอนที่ 1: เด็กน้อยกับฝาบ้าน
**ภาพสเก็ตซ์สีชอล์กน้ำมัน
**เทคนิคประสม...ใคร ??
ศิลป์(ป่ะ) “ต้องเป็นตัวของตัวเองดิ๊” ...

ภาพวาดที่ฉีก: ผมยืนมองภาพพร้อมกับฟังเสียงหล่น..
ANATTA: วันที่ความหดหู่ หดเหี่ยว หรือเหี่ยวจนหด...
alphafo
alphafo

alphafo
alphafo


Sketch crawl ร่วม Sketch กับเพื่อนๆทั่วโลก

alphafo ALPHA FOCUS หนังสือพิชัย เมืองเล็กฯ เรื่องราวเกี่ยวกับเมืองหน้าด่านของสยามประเทศในอดีต.....
alphafo
โอกาสที่ท่านมุ้ยมอบให้ สิ่งที่ผมเฝ้าศึกษาและสังเกตุ จะมีเรื่องราวและข้อมูลไปพ้องกับใครบางท่านเข้าอย่างจัง...


alphafoอยากหาอะไรเพิ่มเติม ก็ช่องนี้เลยครับ

Custom Search

สร้างลิงค์

free counters

Start : 12 -01-2011 Time 10:10 a.m.
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ALPHA FO's blog to your web]
Links
 

 

การวาดการ์ตูน(ภาพล้อเลียน)


 


ART TRIP : เส้นทางแห่งงานศิลปะ
การวาดการ์ตูน(ภาพล้อเลียน)


เมื่อประมาณหลายปีก่อนหน้าโน้นนนนน...
มีหนังสือที่ออกมาอยู่ชื่อหนึ่ง
ชื่อว่า "ปลื้ม"
ปลื้มจริงๆ กับผู้ที่ทำหนังสือเล่มนี้ออกมา
ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจชิ้นเยี่ยมในการอยากวาดรูปของเด็กหัวโตคนหนึ่ง


หน้าตาหนังสือก็เป็นแบบนี้แหละครับ
พอจะจำกันได้หรือเปล่า

นับตั้งแต่วันนั้น จนถึงวันนี้
ไม่รู้ว่าพี่ๆเป็นยังไงกันบ้าง
แต่อยากบอกให้รับรู้จังเลยว่า
หนังสือของพวกพี่ เป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจของผมให้เริ่มต้นฝึกเขียนรูป
วาดภาพมาจนถึงปัจจุบัน

ปัจจุบันที่จะนำเกล็ดเล็กๆ ที่ผมพอมีมาบอกเล่า แบ่งปัน
กับชาวโลกรุ่นใหม่ รุ่นต่อไป ที่พัฒนาการ การรับรู้ดีขึ้นเรื่อยๆ
แต่กลับเลือกใช้บริการ สิ่งอำนวยความสะดวกมากเกินไป
จนส่วนใหญ่ทิ้ง หนีหายไปจากการฝึกฝนทักษะ ฝีมือที่ติดตัว
โดยไม่ต้องอาศัยปลั๊กไฟไว้คอยเสียบเปิดเครื่อง

สำหรับการวาดภาพการ์ตูนล้อเลียน
เราเองคงต้องรู้จักตัวตนเจ้าของภาพบ้างพอสมควร
หรือต้องรู้ว่าเขาต้องการอะไร
จุดเด่นของแต่ละคนอยู่ตรงไหน
เราต้องการเพิ่มปมเด่น หรือปมด้อยให้ฮาตรึม
หรือเอาแค่พอยิ้มบางๆกับความทรงจำดีๆ

เราถึงจะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อม
ระหว่างเขากับเราออกมาจนกลายเป็นภาพวาดล้อเลียน



อย่างภาพตัวอย่างนี้ น้องเขาเป็นวิศวกร ส่วนแฟนเขาเป็นพยาบาล
แล้วสายลมบางๆก็หอบกาลเวลาพัดพามาให้ทั้งคู่ได้พบกัน
เป็นความน่ารักเล็กๆ และความประทับใจที่ น่าจดจำ
และเก็บบันทึกไว้ในภาพแห่งความทรงจำณ ขณะหนึ่งในรูปแบบของการ์ตูน


ภาพนี้ใช้สีไม้ในการเสก็ตซ์ ซึ่งก็ให้ความรู้สึกไปอีกแบบ
ในลักษณะง่ายๆ บางเบา เย็นๆ
แตกต่างจากสีโปสเตอร์ที่ดูสดใส ดุเดือด
หรือใช้จังหวะการปาดสีอย่างเมามันส์ (ตัวอย่างปก"ปลื้ม")
เก็บไว้ดูและฝังความทรงจำดีๆลงไปในนั้น

การฝึกวาดความรู้สึก วาดตา จมูก ปากของตัวการ์ตูนก็สำคัญครับ
ฝึกการดูงานของคนอื่นเยอะๆ สังเกตุ สดจำ และฝึกฝนทักษะฝีมือเพิ่ม

อีกทั้งบุคลิคต่างๆของตัวการ์ตูนก็จำเป็น
นิสัยใจคอของตัวการ์ตูนที่เราจะฝึกวาดนั้นเป็นอย่างไร

ถ้าเราอยากจะสร้างตัวการ์ตูนใหม่ของเราขึ้นมาเลย
หรืออยากจะเสก็ตซ์ภาพ+ลักษณะนิสัยของการ์ตูนที่เรากำลังออกแบบก็ได้





ลองกำหนดแบบคร่าวๆแบบนี้ไว้ก็ได้ครับ
นี้เป็นครอบครอบของ ศิลปินดังกับเจ๊จุง(พี่สาว)ของเขา
ยังมีหลายๆตัวละครประกอบกันอีกคับคั่งครับ
ทำไว้แบบนี้ เก็บไว้ก่อน สมองจะได้มีพื้นที่เหลือไว้คิดเรื่องอื่นต่อไป

ฝึกมองโน้นี่ ทดสอบ ทดลองวาด เสก็ตซ์ ไปเรื่อยๆครับ
ถ้าอยากทำแค่สนุก ไม่ต้องกังวลว่าต้องเอาถึงระดับมืออาชีพก็ได้
ผลงานที่ออกมาจากใจด้วยความมุ่งมั่น
มีค่ามากกว่าผลงานที่เร่งรีบ ร้อนรน เป็นไหนๆครับ


ไปเรื่อยๆ สบายๆ ไม่รีบไม่ร้อน
เชื่อเหอะครับว่า เราจะได้ผลงานที่บางทีเราไม่คาดคิดเลยว่าจะทำได้ขนาดนี้

สำหรับผม ยังไม่รู้ว่าจะทำหน้าที่นี้ไปได้อีกนานแค่ไหน
แต่สิ่งที่ได้รู้และมีอยู่กับตัว จะพยายามถ่ายทอดแบ่งปันกันใช้
แบบนี้ไปจนกว่า จะหมดไส้หมดพุงละครับ


ขอให้สนุกและเป็นสุขกับทุกเส้นทางที่ได้เลือกเดินนะครับ



มีพื้นฐานการวาดอารมณ์ของตัวการ์ตูน ลองเข้าไปชมนะครับ
• พื้นฐานการวาดการ์ตูน:7/06/11

เทคนิด ขั้นตอนสำหรับการวาดการ์ตูนแบบต่างๆครับ
• เทคนิคการวาดภาพการ์ตูน 2 
• เทคนิคการวาดการ์ตูน (ทิกเกอร์)
• การวาดภาพการ์ตูนล้อเลียน 
• พื้นฐานการวาดภาพการ์ตูน



Keywords : พื้นฐานวาดภาพการ์ตูน วาดการ์ตูนง่ายๆ อารมณ์ตัวการ์ตูน เทคนิควาดการ์ตูน การ์ตูนล้อเลียน

alphafo




 

Create Date : 13 มิถุนายน 2554    
Last Update : 16 กรกฎาคม 2555 17:04:28 น.
Counter : 30691 Pageviews.  

พื้นฐานการวาดภาพการ์ตูน



ART TRIP : เส้นทางแห่งงานศิลปะ
พื้นฐานการวาดภาพการ์ตูน


การ์ตูน......

นั่นดิ๊
.....การ์ตูน


การ์ตูนกับชีวิตเราที่สัมผัสกันมาตั้งแต่เด็กน้อย
ที่มีโดเรม่อน โนบีตะ หมีโยกี และอื่นๆอีกมากมายในโลกของเด็ก
โลกของใครคนหนึ่งที่เราคิดว่าเป็นเราในสมัยอดีต
เพราะเมื่อมองกลับมาดูในตอนนี้แล้ว
ยังอดสงสัยไม่ได้เหมือนกันว่า
"ทำไมเราทำตัวอย่างนั่นวะ..รู้งี้.........? ...ก็ดีละ"

จนกระทั่งเด็กไม่น้อยสักนิด?
เราก็เริ่มคุ้นเคยกับ ซาเอบะ เรียว ยูริ
กระทั่งถึงเธอหลายคนที่อยู่ในหนังสือเล่มน้อย
( หรือใหญ่ แล้วแต่โอกาส) ที่ยืมเพื่อนมา
แล้วซ่อนตัวอยู่ใต้ที่นอน หมอน หนังสือเรียน และอื่นๆที่คิดว่า
จะพ้นสายตาผู้ปกครอง(แต่ก็ไม่รอด)

หลายๆท่านอยากวาด อยากหาพื้นฐาน อยากเรียน แต่ไม่มีโอกาส
หรือมีโอกาสแต่ก็ไม่เคยฝึกฝน เพราะสิ่งเหล่านี้
จะทำให้ดีได้ ก็ต้องผ่านการฝึกฝน จนมีประสบการณ์เท่านั้น
(แม้แต่วันเดียวก็เป็นประสบการณ์)


สิ่งหนึ่งที่ต้องเตรียมคือ ใจ
กระดาษกับดินสอตามมาติดๆ
จากนั้นเมื่อฝึกจับ ลากจนคล่องแล้วค่อยใช้ปากกา
หรือจะร่างด้วยดินสอก่อน แล้วค่อยตัดเส้นด้วยปากกา ก็ไม่มีใครว่า



เมื่อเตรียมเรียบร้อยแล้ว เราก็มาฝึกการใช้เส้น
ขีดอย่างมั่นใจ ลากให้ช่ำชองเหมือนกับเป็นมาจากชาติก่อนไปเลย
ไม่ต้องกลัว ว่ากันว่า...

ความกลัวเกิดจากเรา...
.... ความกล้าก็เช่นเดียวกัน


ทั้งเส้นตรง เอียง เฉียงขึ้นลง เอียงซ้ายขวา จัดไปเต็มๆ อย่าได้ยั้ง
จัดหนักไปเลย.... ลุ้ย



เมื่อฝึกจนถนัด กระดาษหมดแล้วหมดอีก
เขียนซ้ำๆ อยู่จนรู้จักนิสัยของเส้นต่างๆ รวมทั้งนิสัย(ขี้เกียจ)ของตัวเองแล้ว
เราก็ควรจะเริ่มมาประกอบร่างกัน
จากมนุษย์ก้างปลาที่มีรูปร่างต่างๆ เป็นมนุษย์เส้นหยัก
มนุษย์พอง สารพัดท่าทางที่จัดใส่ลงไป อย่าได้ยั้งมือ
ฝึกสังเกตุจากคน การ์ตูน หรือหาแบบมาให้เหมาะ
เพื่อเรียนรู้จักท่าทางให้พร้อม แล้วค่อยลุย กระบวนท่าต่อไป



เมื่อรู้จักนิสัยการขยับ
ก็อยากรู้จักใบหน้า และอารมณ์
หรือใครอยากจะจับอารมณ์ก่อนก็ได้
แล้วค่อยไปจับลักษณะต่างๆ ไม่ว่ากัน

ไม่มีก่อนหลัง

เน้นการอยากที่จะทำ รักที่จะฝึกฝนเป็นใช้ได้
เดี๋ยวสมองอันมหัศจรรย์ของเรา จะจัดการหาวิธีให้เอง
เราบังคับตัวเองให้เดินเข้าไปทำแค่นั้นก็พอ




ลองดูกันให้ดี หน้าไหนความรู้สึกอะไร
เราว่าอันไหนก็อันนั้นแหละครับ
วาดไปคิดไป จินตนาการตามไปกับตัวการ์ตูน
นี่แหละครับ ความสุขง่ายๆที่เราสามารถหาเองได้
แบบไม่ต้องซื้อหา




จากนั้น เราอาจจะนึกสนุก มาทำเป็นเรื่องราว
เขียนเป็นเรื่อง แต่งเป็นเล่มก็ได้
วาดไป จิ้นไป ฮา(เอง)ไป
ไม่ต้องสนคนรอบข้าง ที่อาจมองว่าเราต๊อง(ต๊องจริงไม่มีสแตนด์อิน)
เพราะนี้เรากำลังอยู่ในโลกของเรา...ทางของเรา..งานของเรา



บางที เขียนภาคแรกจบไปแล้ว
นึกอยากมันส์ๆ อยากเขียนภาคสองต่อก็ได้
ก็จัดการตัวเองซะ มาเร็ว แคลมเร็ว.... เสร็จเร็ว ฮืมมม



เรียบร้อย หายอยาก วาดจนได้
วาดแบบง่ายๆให้ถนัด
ก่อนที่ครั้งต่อไป เราจะเริ่มแบบ พอให้เป็นมนุษย์ซะที




เทคนิด ขั้นตอนสำหรับการวาดการ์ตูนแบบต่างๆครับ
• เทคนิคการวาดภาพการ์ตูน 2 
• เทคนิคการวาดการ์ตูน (ทิกเกอร์)
• การวาดภาพการ์ตูนล้อเลียน 
• พื้นฐานการวาดภาพการ์ตูน




Key words :วาดการ์ตูน พื้นฐานวาดภาพการ์ตูน วาดการ์ตูนง่ายๆ อารมณ์ตัวการ์ตูน เทคนิควาดการ์ตูน

alphafo




 

Create Date : 07 มิถุนายน 2554    
Last Update : 16 กรกฎาคม 2555 17:04:36 น.
Counter : 64303 Pageviews.  

ภาพวาดสีชอล์ก (หลวงปู่แดง สิริภทฺโท)



ART TRIP : เส้นทางแห่งงานศิลปะ
เทคนิคการวาดภาพสีชอล์ก

คราวนี้เป็นภาพของหลวงปู่แดงครับ หลวงปู่แดง สิริภทฺโท ปัจจุบันจะอายุครบ 96 พรรษา ในวันที่ 5 เมษายนนี้
ผมจึงนำวิธีการวาดในสไตล์สีชอล์กมาแนะนำ
ด้วยภาพๆนี้แหละครับ



ในเรื่องของรายละเอียดตั้งแต่การร่างภาพ จนถึงการลงสี และการใช้สีสัน
ผมเองได้บอกกล่าวแนะนำมาพอประมาณแล้ว ลองหาอ่านกันดูนะครับในนี้แหละ



มาครั้งนี้ผมเอาภาพซึ่งน่าจะถือซะว่าเป็นตัวอย่างอีกตัวอย่างหนึ่งไว้ประกอบนะครับ
ภาพนี้เป็นครูอาจารย์ที่ผมเคารพครับ จึงอยากฝากไว้กับทุกท่านที่ฝึกฝน
เอาไว้เป็น แบบฝึกเพื่อพัฒนาฝีมือกันต่อไป

หลวงปู่แดง สิริภทฺโท เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังเมืองอุตรดิตถ์เป็นศิษย์เอกของหลวงพ่อไซร์ วัดช่องลม
ในหมู่พระเกจิอาจารย์ด้วยกันยังยกย่องท่านว่า เป็นผู้มีวิชาอาคมแกร่งกล้าทั้งด้านไสยเวทที่ใช้ร่วมกับสมุนไพร ด้านแคล้วคลาด ด้านเมตตามหานิยมดูดวง ผูกดวง



สำหรับวัตถุมงคลที่สร้างชื่อให้กับหลวงพ่อแดงมากที่สุด
ตะกรุดลูกปืนเสือสมิงตะกรุดหนังเสือไฟ ตะกรุดลูกปืน ตะกรุดมหาสะท้อน
ตะกรุดเมตตาสาริกาสมเด็จพระยาไก่แก้ว ผ้ายันต์พญาไก่แก้ว
และขุนแผนฝังตะกรุดเงินตะกรุดทองปัจจุบันอายุ 96 พรรษา 21
ดำรงตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาสวัดห้วยฉลองราษฎร์บำรุง
หมู่ที่ 2บ้านห้วยฉลอง ต.ถ้ำฉลอง อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์




อัตโนประวัติ เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 5 เมษายน 2459 ปีมะโรง
ที่บ้านนาตารอด ต.หาดงิ้ว อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์
โยมบิดา-มารดา ชื่อ นายพลอยและนางบางเพ็ชรสวัสดิ์
เป็นบุตรคนที่ 7 ในจำนวนพี่น้อง 7 คนช่วงอายุได้ 12 ปี
บิดามารดาพาไปบวชเณรกับหลวงพ่อฮวบ
เจ้าอาวาสวัดสามัคยาราม ต.บ้านด่าน อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์
เนื่องจากฐานะทางบ้านยากจน



ช่วงที่บวชเณรอยู่นั้นด้ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย
และศึกษาตำราเรียนสมุน ไพรจากใบลานพร้อมทั้งศึกษาคาถาบาลี
เลขยันต์จากหลวงพ่อฮวบ เป็นเวลา 4 ปี
ก็ได้สึกออกมาช่วยเหลือพ่อแม่ทำงานกระทั่งอายุครบได้ 20 ปี
ก็ได้อุปสมบท มีหลวงพ่อไซร์ ติสฺสโร เจ้าอาวาสวัดช่องลม (วัดหนองเหี้ย)
ต.แสนตอ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์เป็นพระครูอุปัชฌาย์



จากนั้นได้ศึกษาวิชาไสยเวท วิชาอาคมด้านแคล้วคลาด ผูกดวง ดูดวง
พร้อมทั้งเรียนภาษาบาลีและตำรายาสมุนไพรเพิ่มเติมอย่างตั้งใจ
จนเรียน สำเร็จและเรียนจนกระทั่งจบนักธรรมตรี
บวชเรียนอยู่ได้นานเกือบ 8 ปีสึกออกมา
และมีครอบครัวรวมระยะเวลาที่เล่าเรียนอยู่
กับหลวงพ่อฮวบและ หลวงพ่อ ไซร์นานถึง 13 ปี



เมื่อมีครอบครัวแล้วก็ได้นำวิชาที่เล่าเรียนมาประกอบ อาชีพเป็นหมอสมุนไพร
รักษาโรคทั่วไปและโรคร้ายให้กับชาวบ้าน
โดยเฉพาะโรคฝีดาษหรือไข้ทรพิษที่ใครเป็นแล้วก็ตามมักจะรักษาไม่หาย
แต่เมื่อมาถึงหมอแดงโรคร้ายดังกล่าวจะหายไปทันที
เพราะเชื่อกันว่าได้นำตัวยา สมุนไพรชนิดหนึ่งมาต้มพร้อมกับเป่ามนต์ไสยเวทไปด้วย



ระหว่างที่เป่ามนต์ไสยเวทก็ได้ระลึกนึกถึงพระพุทธชิน ราช
ซึ่งเป็นพระครูบาอาจารย์ใหญ่ประจำมณฑลภาคเหนือ
ในระหว่างที่เคี่ยวตัวยาทำให้ได้ยาที่ สมบูรณ์แบบ
จนได้รับฉายาว่า พ่อเลี้ยงแดงมีชื่อเสียงโด่งดังไปในหมู่บ้าน
และดังไปไกลทั่วทุกสารทิศในภาคเหนือ



อยู่กับครอบครัวจนมีบุตร-ธิดารวมกัน 4 คนช่วง
เวลาเช้าและเย็นมักจะหาเวลาเข้าวัดสม่ำเสมอ
เพื่อ ปฏิบัติธรรม ถือศีลภาวนาหรือแม้แต่อยู่ที่บ้านก็หาเวลานั่งสมาธิ
และปฏิบัติธรรมมิได้ขาดจนคนในหมู่บ้านเลือกให้เป็นมรรคนายกวัด



ในช่วงมีพิธีงานบวชงานบุญก็จะเรียกหาใช้ให้เป็นผู้นำทางด้านศาสนพิธี
ถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์นำสวดมนต์เช้า สวดมนต์เย็น
และนำสวดในพิธีต่างๆ ที่สำคัญทางศาสนากระทั่งอายุได้ 73 ปี
บุตร-ธิดาได้โตจนมีครอบครัวสามารถเลี้ยง หาดูแลตนเองได้แล้ว

จึงได้บวชเป็นพระภิกษุอีกครั้ง



โดยมี หลวงพ่อฟักภูริปัญโญหรือพระครูนิกรธรรมรักษ์เจ้าอาวาสวัดหาดงิ้ว
ต.หาดงิ้วอ.เมืองจ.อุตรดิตถ์ เป็นพระครูอุปัชฌาย์
มีพระอาจารย์วิเชียร เจ้าอาวาสวัดเกาะเรไร
และพระอธิการอารมณ์ เจ้าอาวาสวัดช่องลม ต.แสนตอ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์
เป็นพระคู่สวดกรรมวาจาจารย์-อนุสาวนาจารย์



หลังจากที่บวชแล้วก็ได้มาอยู่ที่ พักสงฆ์ห้วยฉลอง บ้านห้วยฉลอง
หมู่ที่ 2 ต.ถ้ำฉลอง อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์
โดยมีญาติโยมร่วมกันสร้างกุฏิมุงหลังคาสังกะสีให้จำพรรษาอยู่เพียงรูปเดียว
พร้อมทั้งสร้างโรงอบยาสมุนไพร เพื่อรักษาโรคด้วยไสยเวทให้ชาวบ้านในหมู่บ้าน
ทั้งได้นำวิชาความรู้ด้านอาคมแคล้วคลาด เมตตามหานิยม ผูกดวง ดูดวง ตามที่ได้เล่าเรียน

หลวงปู่แดง กล่าวว่าการดำรงตนเป็นพระภิกษุต้องยึดเอาศีล 227 ข้อเป็นที่ยึดเหนี่ยว
พร้อมกับหมั่นสวดมนต์ไหว้พระ นั่งภาวนาทำจิตสมาธิให้มั่นและแน่วแน่
นึกถึงครูบาอาจารย์ที่พร่ำสอนมาคติธรรมที่สั่งสอนลูกศิษย์ลูกหาคือ
ผู้ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบแล้ว ย่อมจะทำให้ชีวิตมีแต่ความก้าวหน้า มั่งมีศรีสุข
ครอบครัวมีแต่ความอบอุ่น

สำหรับสิ่งที่คนทั่วไปยกย่องเป็นเกจิอาจารย์นั้น
หลวงพ่อแดงบอกว่ารู้สึกเฉยๆ ไม่ได้นิยมชมชอบกับสิ่งที่เยินยอออกมา
ก็ได้แต่อุเบกขานิ่งเสีย เงินที่ได้มาก็ตั้งใจที่จะทำการสร้างอุโบสถให้สำเร็จ ลุล่วงเพียงอย่างเดียว
ยึดมั่นในหลักคำสอน ทำดีย่อมได้ดี ทำชั่วย่อมได้รับผลที่ไม่ดีตอบแทน
กรรมเป็นเครื่องชี้วัดของคนทุกผู้ทุกนาม

สำหรับมุมมองเครื่องรางของขลังและวัตถุมงคลต่างๆนั้น
หลวงพ่อแดงบอกว่าเครื่องรางของขลังเป็นวัตถุอย่างหนึ่ง
ที่สามารถเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของคนให้มีสมาธิ จิตใจไม่ฟุ้งซ่าน
เมื่อไม่ฟุ้งซ่านก็เกิดความศรัทธาในสิ่งนั้น
ความศรัทธาบวกกับคุณงามความดีที่ได้สร้างสะสมเอาไว้
ก ็จะก่อให้เกิดพลังอำนาจ


และพลังนี้จะเป็นผู้ทำลายสิ่งชั่วร้ายที่จะเกิดกับตน
อยู่ที่ว่ามีความเชื่อมากน้อยแค่ไหน
ผู้ที่มีวัตถุมงคลหรือเครื่องรางของขลัง จะต้องยึดมั่นถือมั่นทำในสิ่งที่ดี
ถือศีล 5 ศีล 8 ผลดีก็จะตอบแทนภายหลัง
แต่ถ้าทำชั่วเครื่องรางของขลังต่อให้ดีแค่ไหน ก็ใช่ว่าจะคุ้มครองคนชั่วได้



ขอบคุณข้อมูลประวัติหลวงปู่แดง จากบล๊อก pleoclubonline ด้วยครับ

อันนี้เป็นลิงก์เกี่ยวกับภาพสีชอล์กและคำแนะนำ
มีหลายๆแบบ และตัวอย่าง ลองเลือกดูกันตามสบายครับ

•**การวาดเส้นสีคนเหมือน แบบหญิง
•**การวาดเส้นสีคนเหมือน แบบชาย
•**การวาดสีชอล์กแท่ง พระยาพิชัยดาบหัก
•**เทคนิคการวาดเส้นรูปคนเหมือนภาพสีด้วยสีชอล์กแท่ง(pastel portrait)
•**เทคนิคการใช้สีชล์อกแบบ drawing
•ภาพตัวอย่างสีชอล์ก 1
•ภาพตัวอย่างสีชอล์ก 2
•ภาพตัวอย่างสีชอล์ก 3



alphafo




 

Create Date : 03 เมษายน 2554    
Last Update : 21 มิถุนายน 2554 23:24:22 น.
Counter : 8238 Pageviews.  

มือคู่ คู่มือ(ข้างที่ถูกลืม)



ART TRIP : เส้นทางแห่งงานศิลปะ
คู่มือการใช้งาน

นั่นแหละครับ คู่มือการใช้งาน การใช้มือเป็นคู่หรือมีไว้คู่กันกับมือก่อนจะใช้
ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่ว่าจะซื้ออะไรมาก็ตามจะเปิดดูคู่มือ ภายหลังเสมอหลังจากใช้งานแล้ว
เหมือนกับโทรศัพท์เครื่องใหม่ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ไม่ได้ ศึกษากันก่อนใช้เลย
ตะลุยไปโดดๆแบบนั้นแหละ...แล้วค่อยมาศึกษาดูว่ามีอะไรเพิ่มเติมจากที่เราไม่รู้บ้าง
ถือว่าเป็นการพจญภัยและลุ้นไปในตัวว่าเราจะสามารถทำได้มั้ย

ผมเคยถามหลายๆท่านดูว่ามื่อครั้งออกมาดูโลกใหม่ๆ มีคู่มือการใช้งานติดมาด้วยหรือเปล่า
รู้หรือเปล่าว่าเราจะใช้ร่างนี้กันแบบไหนได้บ้าง
คำตอบคือ คู่มือไม่มี มีแต่มือมาเป็นคู่ๆ และเท้าอีกอย่างละข้าง ซึ่งก็ถือว่าเป็นคู่เหมือนกัน
นี่แหละครับเป็นที่มาของบทความนี้ของผมว่ามืออีกข้างของผมนั้น
นอกจากทำหน้าที่คอยประคองให้ทุกอย่างสะดวก เป็นผู้ช่วยที่ดีของอีกข้างที่ถนัดแล้ว
ยังสามารถลงสนามเป็นตัวจริงแทนข้างถนัดได้หรือเปล่า

แค่สงสัยเท่านั้นเองมือซ้ายของผมเริ่มประท้วงว่า
"เฮ้ย!เราก็ทำได้นะเฟ้ย..ลองดูป่ะ"
นั่นจึงเป็นหน้าที่ของผมที่จะให้โอกาสเขาได้ใช้งานหน้าที่หลักบ้าง
สิ่งที่เขาเองไม่เคยได้มีโอกาส แสดงความสามารถอย่างเต็มที่
เพราะ ไม่มีคู่มือการใช้งานของร่างนี้ เราจึงต้องหาเอง



รู้มาอีกอย่างคือเราสามารถพัฒนาร่างนี้ได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องอาศัยซอฟแวร์ตัวใหม่จากที่ไหน
เราสามารถพัฒนาเองได้ ออกแบบได้เองว่าจะให้ทำอะไรได้บ้าง
ขึ้นอยู่กับความอดทนของตัวเครื่อง ฮืมมม...เราเองก็รอรุ่นใหม่ออกไม่ได้ด้วยดิ๊
ขืนรอรุ่นใหม่ออกมา เราก็ไม่ได้ใช้งาน เพราะฉะนั้นเราเองต้อง อัพเดทการใช้งานเอง
เครื่องเก่าๆนี่แหละ...



ว่าแล้วก็ลงมือ ร่างภาพและวาดออกมาจนกลายเป็นตัวการ์ตูน
กับภาพเสก็ตซ์แบบง่ายๆ ก็พอไปวัดไปวาได้
ยิ่งได้ค้นคว้า ยิ่งเห็นความสามารถพิเศษของมนุษย์หลายๆคนที่ พัฒนาร่างไปได้มากมาย
แต่ละคนทำได้สารพัด ไม่ซ้ำแบบกัน เราเองเพิ่งพัฒนาได้นิดหน่อยเอง
แต่แค่นี้ก็พอรู้แล้วว่า "เราสามารถใช้งานได้ ถ้าเราอนุญาติตัวเองด้วยตัวเอง"




ลองไปหาวิธีการใช้งานร่างนี้กันนะครับ ยังมีหลายๆอย่างที่เรายังไม่ได้ใช้งานอีกมากทีเดียว
อย่าปล่อยให้ร่างนี้ เหมือนกับบรรดาฟรังชั่นทั้งหลายที่มีอยู่ในโทรศัพท์ราคาแพง
ที่หลายๆท่านซื้อมาโดยไม่ได้ถูกใช้งานเลยนอกจาก โทรออกกับรับสายและดูนาฬิกา เท่านั้นเอง





 

Create Date : 24 มกราคม 2554    
Last Update : 24 มกราคม 2554 8:06:25 น.
Counter : 1318 Pageviews.  

เทคนิคการวาดสีน้ำมัน (ภาพคนเต็มตัว)



ART TRIP : เส้นทางแห่งงานศิลปะ
เทคนิคการวาดสีน้ำมัน (ภาพคนเต็มตัว)



เอาล่ะนะ เริ่มเลย.....ลุ้ย!
(ภาพนี้ ขนาด 38 cm. x 48 cm. ครับ)

ก็คงต้องเตรียมตัวให้เรียบร้อยละครับ เตรียมทั้งกาย เวลา และใจ
อุปกรณ์พวกผ้าใบเขียนรูปCanVas พู่กันกลม แบน จานสี ผ้าเช็ด เกียงผสมสี( E-10 SEIKAI )
ลินซิสธรรมดา(Linseed Oil) หรือแห้งเร็ว(Liquin) น้ำมันสน

เพราะต้องรอจังหวะ รอเก็บตามขึ้นตอนแต่ละอย่าง
ใจร้อนก็อาจพลาดได้ง่ายๆครับ เพราะเส้นที่เราร่างไว้นั้นจะหายไปหมด
เรียกหาคืนกลับไม่ได้ เส้นหาย ถ้าดรอว์อิ้งไม่ได้ภาพจะเพี้ยนไปหมดแหละครับ

เพราะฉะนั้นต้องค่อยๆวางแผนก่อนแล้วก็ลงตามแผนครับ

เตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างเรียบร้อยหรือยัง.... เตรียมให้เรียบร้อยนะครับ
ที่เหน่งๆ ที่เราต้องใช้กันอยู่ตามภาพเขียนที่ผมเขียนแนวนี้ก็มีประมาณนี้ครับ



ส่วนใหญ่แล้วผมจะเขียนภาพเหมือนสีน้ำมันผมจะใช้สีของ WInsor & newtonครับ
สาเหตุเพราะ สีวินเซอร์นี้ผมชอบที่เป็นเนื้อสีดี เนื้อเป็นเนื้อ
บางยี่ห้อจะเป็นคล้ายๆกับเจลน่ะครับ ดูเนื้อสีมันไม่แน่น เขียนก็ไม่แน่น
ยิ่งผมด้วยก็ยังเขียนไม่ค่อยแน่นเหมือนกัน แหะๆๆ
ซึ่งสียี่ห้ออื่นเหมาะสำหรับเขียนภาพทิวทัศน์ landscapeมากกว่า
แต่ก็ไม่ใช่เขียนไม่ได้นะครับ เพราะภาพนี้ผมก็ใช้ปนๆกันอยู่เหมือนกัน
ทั้งของ Winsor และก็ Rowney เขาบอกจอมยุทธ์ที่ดีย่อมไม่เลือกอาวุธ(ไม่มีจะให้เลือก อ่ะซิ T T)



มาดูเบอร์สีที่ผมใช้นะครับ ผมจะถนัดเรียกเป็นเบอร์ๆไปครับ เวลาบีบสีในจานก็เรียงตามนี้เลย
เริ่มตั้งแต่ สีขาว ใช้เบอร์ 40 titanuim white ครับ เนื้อจะขุ่นๆหน่อยไม่ขาวปิ๊งมาก
ตามด้วย สีเหลอืง เบอร์ 8 Cadmuium Yellow Pale Hue
เหลืองส้ม เบอร์ 9 cadmium yellow hue
ส้ม เบอร์ 4 Cadmium Orange hue
แดงแจ๋น เบอร์ 5 Cadmium red hue
ม่วงลึกลับทรงเสน่ห์ เบอร์ 28 Mageta
เขียวใบไม้โดนเบรค เบอร์ 37 Sap green
สีฟ้า เบอร์ 10 จำชื่อไม่ได้นึกก่อน สีหมดด้วย ลืมด้วย เฮ้อ!
เอ่อ Cerulean Blue Hue
น้ำเงิน เบอร์ 15 cobalt blue hue
น้ำเงินอีก เบอร์ 21 French Uttramarine
สีน้ำเงินเข้มปั๊ด เบอร์ 33 Prussian Blue
ม่วงหวาน เบอร์ 16 Cobalt Violet hue

มีคู่สีอีกคู่ครับที่ใช้คู่กันแทนสีดำ
คือเขียว เบอร์43 และ แดงเบอร์ 1 ซึ่งผมไม่ค่อยใช้เหมือนกันครับ
(ส่วนใหญ่สีคู่นี้จะใช้ผสมกันแทนสีดำในงานวาดภาพเหมือนจริง)
แต่ที่ไม่ใช้เลยคือ สีดำครับ ผมไม่ใช้เลย เวลาเจอค่าสีอื่นแล้วด้านสนิทเลยครับ
บางเทคนิค บางคนจะมีสีน้ำตาลเบอร์ 3(Burnt Umber)หรือ สีเหลืองน้ำตาลเบอร์44 (Yellow Ochre)
แต่ผมก็ไม่ใช้ ผมจะใช้สีผสมเอาครับ 28+4+21 จะได้ค่าของสีที่คลุมโทนสีได้ ภาพไม่หลุดเกิน
แค่ เบอร์ 4,5,28,37 นี่ก็ได้น้ำหนักเกือบครบแล้วล่ะครับ



เริ่มจากน้ำหนักลึกบนใบหน้าก่อนครับล๊อคตาก จมูก ปาก โครงหน้าให้เรียบร้อย
ก็ใช้สีนี้ครับ เบอร์ 28+37 สีนี้จะเป็นสีน้ำหนักที่เข้มสุดในภาพนี้เลยครับ
สาเหตุเพราะสีที่เราใช้ผสมกันเวลาโดนสีอื่นก็จะเข้ากันได้ง่ายครับ
แล้วค่อยมาต่อสีเอาทีหลังเพิ่มเติมได้ ไม่ทำให้ผิวหนังเป็นแป้ง ไม่มีเลือดเนื้อน่ะครับ





แนะนำสีอีกคู่ที่ใช้ด้วยนะครับต่อไปเลย คือเบอร์ 4+37 ครับ
ใช้ต่อสีกันไปกับพื้นเข้มที่เราลงไว้ก่อน
ไม่ต้องตกใจนะครับว่า โหยยยย ทำไมหน้าดำจังฟุ้ย
เดี๋ยวพอสีครบแล้วจะเห็นใบหน้าเลยครับว่าสีที่เราลงไปนั้นเข้มยังไม่พอ



เอาน้ำหนักเข้มๆก่อนนะครับ
ภาพนี้ผมอยากให้ BG นั้นเข้มออกซีเปีย ผมจึงต่อสีก่อนนะครับ
เพื่อไม่ให้ใบหน้านั้นหลุดลอยออกมาจาก BG มากเกินไป



จากนั้นก็เริ่มแตะขาวได้แล้วครับ
จิ้มเข้าไปแทรกๆ กับสีเบอร์ที่เราลงไว้เมื่อกื้ก่อน
(28+37)+40,(4+37)+40 ฮ่าๆๆ เป็นสมการเลยฟุ้ย



นี่แหละครับค่อยๆเพิ่มไปเรื่อยๆ
จำไว้อย่างครับว่า อย่าเห็นอะไรก็ผสมขาวไปเรื่อย ไม่งั้นเดี๋ยวหน้าเป็นแป้งได้ง่ายเลยครับ
อีกอย่างก็ตรงบริเวณ จมูก แก้ม คาง ปาก
เราจะใช้สีแดงเบอร์ 5 ผสมเข้าไปด้วยนะครับ เวลาเจอกับ 40 แล้วจะใสทีเดียวครับ
สำหรับบริเวณส่วนหัว เราจะใช้ เบอร์ (4+37)+9+40เข้าไปครับ
ถ้าส่วนที่โดนแสง เราจะใช้ผลลัพท์ของ(4+37)+9+40=?+8+40 เข้าไปอีกครับ

ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆครับ ล๊อคส่วนที่เป็นเนื้อหนังให้หมดก่อน
ทำแบบเดียวกันครับ คือใช้เบอร์ 28+37 ลงซอกลึกสุด
แล้วใช้ 4+28+37 ลงไล่ต่อน้ำหนักมา เป็น 4+37>9+4+37=8+40หรือ9+40

ยากจังฟระ..= ="....แหะๆๆ
อย่าเพิ่งงงแถมเบื่อนะครับ หัดจำเบอร์สีให้ได้ก่อน เรียงตามที่บอกไว้ตอนแรกไปเลย

จากนั้นก็ลงเสื้อผ้าครับ คลุมโทนสีให้อยู่นะครับ

ลงสีหลักไปแล้วก็ยังไม่อยากยุ่งกับขาว 40 มากน่ะครับ
สีขาวเบอร์ 40 นะครับไม่ใช่เหล้าขาว40ดีกรีมาผสมยาดอง อิอิอิ
สาเหตุเพราะเดี๋ยวสีมีจะไปกวนกันในจานสี แต่ติดพู่กันนิดเดียวก็เป็นเรื่องแล้วครับ
ลงสีที่ใกล้เคียงกันก่อน ก่อนที่จะใช้ขาวผสมเยอะ



มาถึงตรงนี้แล้วสังเกตุใบหน้านะครับว่า มืดเหมือนตอนลงน้ำหนักตอนแรกหรือเปล่า
ใช่ครับ รูปอาจไม่มืดแล้ว แต่หน้าเริ่มจะมืดแล้วละซิ ถ้าอ่านมาถึงตรงเนี่ยะ อิอิ ใจเย็นๆครับ
ที่ตอนแรกดูสีที่เราลงล๊อคภาพไปมืดๆคงเป็นเพราะสายตาเราน่ะครับ
พอเห็นขาวพื้นที่ใหญ่ๆ สีอื่นที่ใส่ลงก็พลอยให้เข้มไปหมด (เน๊อะ เห็นอะไรขาวๆ เต็มสีอะไรไปก็เข้ม)
เมื่อลงBG แล้วก็ลงผ้าจนเต็มครับ


เป็นอันเสร็จ รอบแรก อย่าเพิ่งไปเกลี่ยสีนะครับ
เพราะเดียวสีอ่อนติดปลายพู่กันมา จะทำให้ไปกวนน้ำหนักเข้มหายไป
สีที่แทรกตัวเข้าหากันแล้วค่าของสีจะพลอยหายไปด้วยน่ะครับ

ทิ้งไว้ 1 คืนครับ



สายๆเช้าต่อมาก็ลองเอามือแตะๆภาพดูนิดน่ะครับว่ามันหนึบๆหรือยัง
อย่าให้แห้งหรือยังเปียกชุ่มอยู่เลย เขาเรียกว่าเก็บตอนหมาดๆน่ะครับ
เอาพู่กันเปล่าๆ ขนไม่เปียกไม่นุ่มเกินไป มาเกลี่ยะรอยต่อของสีตอนที่มันหนึบๆนี่แหละครับ
บางเทคนิคเขาปาดเป็นทีพู่กันเลยไม่ต้องเกลี่ยครับ

ส่วนบางเทคนิคก็ต้องคอยปัด ยิ่งเขียนแบบรูปถ่ายนี่ (แบบป้ายหนังสมัยก่อน)
จะมีค่าต่อของสีอยู่น่ะครับ เทคนิคแบบนี้จะมีสีเฉพาะอยู่น่ะครับ
เวลาสีโดนกันนี่จะเป็นอีกสีหนึ่งทันทีเลย
เช่นบริเวณหน้า และส่วนที่มีขนอยู่ จะใช้ฟ้าเบอร์ 10 เข้าผสมด้วย
เวลาสีโดนกันจะกลายค่าเป็นอีกแบบครับ แต่สไตล์นี้จะอีกแบบหนึ่ง



เก็บตอนหนึบๆนี่ก็เพลินดีครับ ถ้าใครชอบต่อสี แทรกสีก็ได้เลย ตามสบาย
จะเอาแบบ สีสันหลากหลายยังไงก็ได้เพราะสีที่หนึบหนับอยู่จะเข้ามาเบรคสีที่เราต่อไปโดยอัตโนมัติครับ
สำหรับทรงผมนี้ผมใช้เบอร์ 21 แทรกเข้าไปน่ะครับ จะเป็น 4+37+21(5-10%)
แล้วก็ใช้พู่กันกลมค่อยๆแตะเกลี่ยะไปครับ
เอาสีแรงๆเข้าแทรกแบบนี้ ถ้าภาพนี้แห้งก็เรียบร้อยเลยครับ
สีจะหลุดออกจากน้ำหนักรวมของภาพทันที ต้องระวังและฝึกกะจังหวะดีๆครับ



จากนั้นก้คัดสีแสงขึ้นครับ แทรกเข้าไปตรงไหนน่าจะมีเลือดหน่อย
หรือแสงเข้ามาแบบจึ๋งหนึบหน่อยก็ค่อยๆคัดครับ
เหลือผ้าต่อครับ ทำแบบเดียวกับเนื้อหนังมังสาเลยครับ




วันต่อมา............(ต่อมาก็หนีดิ๊)...เฟี้ยววววววว


รออีกวันครับ......
หรือจนกว่าภาพจะแห้ง เราก็เอาสีที่สว่างสุดมาคัดภาพขึ้นครับ
ค่อยๆคัดส่วนที่สว่างสุดขึ้นมา เพราะค่าสีเดิมแห้งไปแล้วครับ
เวลาที่เราคัดสี ค่าสีใหม่จะขึ้นมากระแทกตาเต็มๆ ป๊าป! เข้าให้ อู้ยยย!!







ต่อสีไป เก็บงานไปเรื่อยๆนะครับ เดินลุกมาดูบ้าง
วนรอบงานบ้าง ทำโน้นทำนี่แล้วกลับมาดูครับ
วนแล้วกลับมาทำงานต่อด้วยนะครับ ไม่ใช่ชิ่งออกไปเรื่อยๆแบบผม อิอิ
(งานไม่เสร็จสักที แวะโน้นแวะนี่ประจำ เฮ้อ!)





ตรงไหนที่สีไม่ต่อกันนักก็ใช้พู่กันแบนแหละครับ ค่อยๆปาดให้สีต่อกัน
ปาดแบบปัดๆแหละครับ ให้สั้นที่สุด เอาแค่รอยต่อของสีก็พอ อย่าลากยาว



จากนั้นก็จัดการแต่ง BG ซะครับ ว่าเราอยากให้เป็นแบบไหนอย่างไร
จะมาเปลี่ยน BG ตอนนี้ไม่ทันแล้วล่ะครับ เพราะค่อของสี และโทนสี
ที่เราทำไว้ตั้งแต่ตอนแรกเป็นแบบนี้แล้วล่ะครับ
เราจึงต้องเห็นภาพที่เราทำนั้นเสร็จตั้งแต่เป็นเฟรมขาวๆแล้วล่ะครับ

รออีกสัก 2 วัน ให้ภาพแห้งสนิทครับ
รอ.......



จากนั้นก็ต้องเคลือบ Picture Varnish ให้เรียบร้อยครับ
ถามว่าไม่เคลือบได้มั้ย ....ก็ได้ครับ
แต่ภาพมันจะด้านๆบ้าง มันๆบ้างเพราะเราลงหลายรอบ
ค่าของสีบางส่วนก็จมหายไปก็เลยต้องเคลือบแหละครับ กันแมลงด้วย

แบบก่อนเคลือบกับหลังเคลือบครับ


ผลงานที่เสร็จสมบูรณ์ครับกับภาพของ
หลวงพ่อพุทธทาส อินทปัญโญ
ผู้ที่ใช้งานศิลปะเป็นสื่อในการเข้าถึงธรรมอย่างง่ายๆแบบ เซน

สุดท้ายก็ต้องยอมรับกับความไม่สมบูรณ์แบบของภาพนี้ด้วยละครับ
คงมีอยู่หลายจุดด้วยกัน
ซึ่งก็คงเหมือนกับชีวิตของเราที่ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบเช่นเดียวกัน

เราจึงต้องพอใจ และใช้ชีวิตที่มีอยู่ให้เป็นสุขอย่างง่ายๆแต่เป็นของจริงน่ะครับ
ในขณะเดียวกันก็ต้องศึกษาเรียนรู้และพัฒนาทักษะตนเองเพิ่มเติมด้วย

และคงต้องฝากข้อคิดเกี่ยวกับการมองภาพเกี่ยวกับงานพุทธศาสนาไว้
โดยท่านได้กล่าวไว้ดังนี้ครับ




"การศึกษาธรรมจากภาพนั้นในชั้นแรกสุด
จะต้องดูให้ออกเสียก่อนว่า มันเป็นภาพอะไรหรือเขามุ่งหมายเขียนภาพอะไรนั่นเอง
ชั้นที่สอง จะต้องพิจารณาจนเข้าใจความหมายของภาพนั้นๆว่า
มุ่งจะแสดงความอะไรโดยแท้จรงถึงที่สุด
และในชั้นที่สามซึ่งควรจะเป็นชั้นสุดท้ายนั้น
คืดการน้อมนำเอาภาวะแห่งความหมายนั้น เข้าสู่จิต
หรือภาวะของตนเอง ที่กำลังเป็นอยู่จริง ซึ่งอาจทำให้เราถึงกับสะดุ้ง
เพราะภาพนั้นได้ด่าเรา สอนเรา ล้อเรา
ถึงขนาดเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในสันดานของเรา
ซึ่งหมายความว่ามันได้ช่วย ชำระกิเลสของเราได้ไม่น้อยทีเดียว"


....................พุทธทาส อินทปัญโญ



นี่แหละครับเอามาฝากกันเล็กๆน้อยๆ
หวังว่าทุกท่านคงมีความสุข กับการเขียนภาพสีน้ำมันนะครับ




alphafo




 

Create Date : 04 ตุลาคม 2553    
Last Update : 28 กุมภาพันธ์ 2557 18:16:49 น.
Counter : 9726 Pageviews.  

1  2  3  4  5  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.