สาวหวานน่ารักที่สุด
Group Blog
 
All blogs
 

โปรแกรมเล่นการ์ดเมจิก Magic work station

เวปเจ้าของโปรแกรมจ้า
step 1 โหลด
โปรแกรมตัวหลักในการจัดแต่งชุดไพ่ครับ

step 2 install มันแล้วก็

step 3 โหลด
โปรแกรมที่เป็นpatchMTG
และ copy ทับลงใน folder magicworkstation

มันจะมีข้อมูลการ์ดให้ แต่ถ้าอยากได้รูปด้วยก็โหลดตาม link ข้างล่างจ้า


โปรแกรมที่ให้ไปมันมี server อยู่แล้วหาคนเข้าไปเล่นด้วยได้เลย นี่ผมก็กำลังรื้อๆมันขึ้นมาใหม่เหมือนกันไม่ได้เล่นนานล่ะ

ภาพการ์ดรุ่นใหม่ Raven of Guild


9th Editions


Saviors of Kamigawa


Betrayor of Kamigawa


โหลดโปรแกรมเสร็จแล้วโหลดตัวนี้ต่อเอาไป uncompress ใน folder pics เลยจ้า อย่าลืมกด update กันด้วยเด้อ วิธี update ก็ Tools ==> check MWS site for update




 

Create Date : 08 กันยายน 2549    
Last Update : 8 กันยายน 2549 21:01:13 น.
Counter : 276 Pageviews.  




 



ขั้นตอนการเล่นในแต่ละเฟส และสเตป



เนื่องจากการเล่น Magic the Gathering เป็นการเล่นแบบ "เทิร์นเบส" คือผู้เล่นจะผลัดกันเล่นคนละตา หรือคนเทิร์น และในแต่ละเทิร์น จะแบ่งกันเป็นเฟส และในบางเฟสจะแบ่งสเตปย่อยลงไปด้วย เรามาทำความรู้จักขั้นตอนการเล่นในแต่ละเทิร์นกันดีกว่า






การเริ่มต้นเล่น


             สำรับการ์ด หรือเดค


            
ผู้เล่นแต่ละคนจะมีสำรับการ์ด หรือเดคเป็นของตนเอง มีจำนวนการ์ดในเดคไม่ต่ำกว่า 60 ใบสำหรับการเล่นแบบปกติ หรือ 40 ใบ สำหรับการเล่นแบบบูสเตอร์ดราฟต์หรือซีลเดค (การเปิดกล่อง Tournament และ Booster Pack ออกมาแล้ว จัดเดคเล่นกันเดี๋ยวนั้นเลย) และมีการ์ดที่ชื่อซ้ำกันได้ไม่เกิน 4 ใบต่อเดคสำหรับการ์ดแต่ละชื่อ


             เริ่มเกมส์


            
ตอนต้นเกมส์ ผู้เล่นจะต้องสับการ์ดในเดคของตัวเอง แล้วให้ผู้เล่นอีกฝ่ายหนึ่ง ตัดอีก 1 ครั้ง หลังจากการตัดแล้ว กองการ์ดเราจะกลายเป็น Library จากนี้ให้เปิดการ์ดขึ้นมา 7 ใบ จากบนสุดของLibrary

            
ในขั้นตอนนี้ ถ้าผู้เล่นไม่พอใจการ์ดบนมือ อาจจะขอเปลี่ยนการ์ดได้ โดยการสับการ์ดให้ตัดแล้วหยิบใหม่ แต่จะหยิบได้น้อยลง 1 ใบ เรียกว่าการ Muligan เช่น ถ้าขอ Muligan ครั้งแรก จะหยิบได้ 6 ใบ ถ้าทั้งสองฝ่ายพอใจคือยอมรับการ์ดของตนแล้ว คือไม่มีใครขอ Muligan อีกแล้ว ก็จะทำการเสี่ยงว่าใครจะเล่นก่อน อาจจะใช้โยนหัวก้อย หรือที่นิยมกันคือเปิดการ์ดในกองว่าใครได้การ์ดที่มีค่าร่ายสูงกว่าอีกฝ่าย ผู้แพ้จากการเสี่ยงจะต้องเริ่มเล่นก่อน เว้นแต่ได้เล่นกันมาแพ้ชนะกันแล้ว จะถือว่า ให้คนที่แพ้ในรอบที่แล้วเล่นก่อน


             เฟส และสเตป ในแต่ละเทิร์น (Phase & Step)


            
ตาเล่นแต่ละตาของผู้เล่น เราเรียกว่า "เทิร์น" (Turn) ในเทิร์นก็มีเฟสต์ และสเตปย่อยดังต่อไปนี้:-


 


















1. Beginning Phase
1.1 Untap Step
1.2 Upkeep Step
1.3 Draw Step
2a. Main Phase #1
3. Combat Phase
3.1 Beginning of Combat Step
3.2 Declare Attackers Step
3.3 Declare Blockers Step
3.4 Combat Damage Step
3.5 End of Combat Step
2b. Main Phase #2
4. End Phase
4.1 End of Turn Step
1.2 Clean Step


            
ตามกติกาของ Magic the Gathering นั้นทุกเทิร์นจะต้องมีเฟส แม้จะเล่นตามเฟสนั้นหรือไม่ ถ้าเล่นไม่ได้ หรือไม่ต้องการเล่นเฟสนั้น ก็ต้องต้องผ่านเฟสไป จะข้ามเฟสไม่ได้







          
1. ช่วงเริ่มต้นเทิร์น - Beginning Phase


            
            
1.1. อันแทป - Untap Step

            
            
ในขั้นนี้ ผู้เล่นเจ้าของเทิร์นจะนำการ์ดทุกใบที่ถูก Tap อยู่ในเทิร์นที่แล้ว จับตั้งขึ้นมา คือการ Untap ต้องทำกับการ์ดทุกใบที่ Untap ได้ การ์ดที่ยกเว้นว่าไม่ Untap ต้องเป็นการ์ดที่ถูก Abilities ไม่ว่าจากตัวมัน หรือจากการ์ดใบอื่น ไม่ให้ Untap ในเฟส Untap เท่านั้น ในช่วงนี้ผู้เล่นทั้งสองฝ่าย จะไม่มีสิทธิการเล่น ที่จะร่ายคาถาหรือใช้อบิลิตี้ใดๆ

            
            
1.2. อัพคีพ - Upkeep Step

            
            
อัพคีพ (Upkeep) นี้คล้ายๆกับ "การกระทำที่ต้องทำเพิ่มเติม" การจะต้องอัพคีพ หรือไม่ ขึ้นกับ ผลที่กำหนดไว้ในหน้าการ์ดเป็นสำคัญ เป็นไปได้ทั้งผลดีและผลร้าย เช่น อาจจะเพิ่มพลังชีวิต (Life Point) ยิงคู่ต่อสู้ให้ หรือในผลร้าย เช่น ต้องจ่าย Mana ให้ทุกๆ อัพคีพ หลังจากที่อบิลิตี้ต่างๆ ที่เกิดผลในช่วงอัพคีพขึ้นสแตกไปแล้ว ผู้เล่นจะได้รับสิทธิการเล่น โดยผู้เล่นเจ้าของเทิร์นหรือ แอคทีฟ เพลเยอร์ (Active Player) จะเป็นฝ่ายได้สิทธิการเล่นเพื้อร่ายคาถาหรืออบิลิตี้ก่อน คาถาที่ใช้ในช่วงนี้ได้ ต้องเป็นคาถาระดับอินสแตนท์ หรือความเร็วเท่าอินสแตนท์เท่านั้น ส่วนอบิลิตี้นั้นสามารถใช้ได้ทั้งหมด เว้นแต่มีข้อยกเว้นที่อบิลิตี้นั้นๆเอง

            
            
1.3. จั่วการ์ด - Draw Step

            
            
ขั้นตอนนี้อนุญาตให้ผู้เล่นจั่วการ์ดได้ 1 ใบจากกอง เว้นแต่ Effect จากการ์ดบางใบทำให้จั่วได้มากกว่านั้น หรือไม่ให้จั่วเลย การจั่วจะไปจั่วก่อนดรอว์สเตปนี้ไม่ได้ ถือว่าผิดกติกาและจะเป็นการเอาเปรียบได้ อย่างไรก็ดี หลังจากเฟสนี้ ผู้เล่นยังสามารถจั่วการ์ดได้อีกตามคาถาหรือ Abilities ของการ์ด อย่างไรก็ดี ผู้เล่นจะต้องจั่วการ์ด 1 ใบโดยไม่มีสิทธิเลือก เพราะถ้าเขาไม่มีการ์ดใน Library ให้จั่ว จะแพ้ทันที





            
2a. เมนเฟสครั้งแรก Main Phase #1


            
ช่วงเมนเฟสนี้คือช่วงที่เตรียมตัวก่อนเข้าสู่การต่อสู้ นั่นเอง มีสองช่วง คือก่อนและหลังการสู้รบหรือ Battle Phase ช่วงเมนเฟสนี้ไม่มีสเตป แต่จะถูกควบคุมด้วย Stack ผู้เล่นจะสามารถร่ายคาถาใดๆก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น ครีเอเชอร์ เอนชานส์เม้นท์ อาร์ติแฟค ซอร์สเซอร์รี่หรืออินสแตนท์ และใช้อบิลิตี้ใดๆได้ทั้งหมด หรือลงแลนด์ก็ได้ เพียงแต่การลงแลนด์นั้นสามารถทำได้ครั้งเดียวในหนึ่งเทิร์น แต่จะเลือกลงในเมนเฟสไหนก็ได้ คาถาที่ร่ายได้ในช่วงนี้คือคาถาทุกชนิด ซึ่ง ในเมนเฟสนี้ผู้เล่นจะได้สิทธิการเล่นโดยผู้เล่นเจ้าของเทิร์นจะได้สิทธิการเล่นก่อน การเล่นเมนเฟสนี้ทำได้จนกว่าฝ่ายเจ้าของเทิร์นจะผ่านไปเฟสไป หลังจากที่ไม่มีคาถาใดรอเกิดผลอยู่บนสแตก และไม่มีใครจะร่ายคาถาหรือใช้อบิลิตี้ใดๆอีกแล้ว







           
3. การสู้รบ - Combat Phase


            
            
เฟสนี้คือการสั่งให้ครีเอเชอร์ เข้าโจมตีกันนั่นเอง ซึ่งผู้เล่นเจ้าของเทิร์น หรือ แอคทีฟเพลเยอร์ จะได้เป็นฝ่ายสั่งให้ ครีเอเชอร์ของตน บุกเข้าโจมตีผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ซึ่งถือว่าเป็นผู้เล่นฝ่ายรับ ในช่วงนี้ผู้เล่นที่เจ้าของเทิร์น จะได้รับสิทธิให้ร่ายคาถาหรือใช้อบิลิตี้ ได้ก่อน จากนั้นสิทธินี้จะผ่านไปยังผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามร่ายคาถา ระดับอินสแตนท์ หรือใช้ อบิลิตี้ มาช่วยในการโจมตี เช่น ยิงทำลาย ครีเอเชอร์ ฝ่ายตรงข้าม หรือเพิ่มพลังให้ ครีเอเชอร์ ของเราก็ได้ แต่การร่ายครีเอเชอร์ เอนชานส์เม้นท์ อาร์ติแฟค การลงแลนด์ หรือร่ายคาถาซอร์สเซอร์รี่ จะทำในเฟสนี้ไม่ได้เลย

                         
3.1 เริ่มการต่อสู้ - Beginning of Combat Step

            
            
ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายจะได้สิทธิในการเล่นคาถาก่อนจะกำหนดให้ครีเอเชอร์เข้าโจมตี โดยผู้เล่นฝ่ายเจ้าของเทิร์น (Active Player) จะได้สิทธิในการเล่นคาถาหรือ อบิลิตี้ใดๆก่อนในช่วงนี้ การจะป้องกันมิให้ฝ่ายเจ้าของเทิร์นโจมตี เช่น การสั่งแทปครีเอเชอร์เพื่อไม่ให้เป็นตัวโจมตีได้ ต้องทำในช่วงนี้เท่านั้น

            
            3.2 กำหนดตัวครีเอเชอร์ที่จะโจมตี - Declare Attackers Step

            
            
ผู้เล่นเจ้าของเทิร์นจะกำหนดว่าจะให้ ครีเอเชอร์ตัวไหนบุกไปโจมตีบ้างในช่วงนี้ การกำหนดนี้ทำได้ครั้งเดียวเท่านั้น และต้องทำการแทบครีเอเชอร์ที่จะใช้โจมตีให้เห็นด้วย ยกเว้นจะมีครีเอเชอร์บางชนิด ที่บุกได้โดยไม่ต้องแทบ Creatureที่จะบุกเข้าไปได้ในช่วงนี้นั้นจะต้องไม่ติดสภาพ Sommoning Sickness หรือสภาพต้องห้ามโจมตีต่างๆ ด้วย การบุกนี้ถือว่าครีเอเชอร์แต่ละตัวบุกเข้าโจมตีพร้อมกัน จะแบ่งกันบุกทีละทีไม่ได้ รวมทั้งการบุก ต้องถือว่ามุ่งโจมตีเข้าไปใส่ผู้เล่น (Player) ไม่ใช่บุกเข้าไปหาครีเอเชอร์ และฝ่ายบุกกำหนดไม่ได้ว่าจะให้ครีเอเชอร์ตัวไหนมาเป็นตัวป้องกัน ยกเว้นการ์ดบางใบที่มีความสามารถพิเศษบางอย่าง

            
            
เมื่อกำหนดตัวบุกได้แล้ว ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายจะได้สิทธิในการเล่นคาถา โดยผู้เล่นฝ่ายเจ้าของเทิร์น จะได้สิทธิ (Priority) ในการร่ายคาถาหรือ ใช้อบิลิตี้ใดๆก่อน

            
           3.2 กำหนดตัวครีเอเชอร์ที่จะป้องกัน - Declare Blockers Step

            
            
คราวนี้ผู้เล่นฝ่ายรับ คือผู้เล่นที่ไม่ใช่เจ้าของเทิร์น จะได้กำหนดว่าให้ครีเอเชอร์ตัวไหนมารับครีเอเชอร์ตัวที่บุกบ้าง ครีเอเชอร์ที่จะกำหนดให้เป็นตัวป้องกันนี้ จะต้องเป็น ครีเอเชอร์ ที่นำมาใช้ป้องกัน หรือ บล๊อกได้ คือ ครีเอเชอร์ที่ไม่ถูกแทบ หรือมีข้อแม้ว่าบล๊อกไม่ได้ การเลือกป้องกันนี้ไม่ต้องแทบ และสามารถเลือกป้องกันได้ว่าจะบล๊อกตัวไหน และสามารถใช้ครีเอเชอร์หลายๆตัวเข้าบล๊อกครีเอเชอร์ตัวบุกตัวเดียวได้ แต่จะใช้ครีเอเชอร์ตัวเดียวป้องกันครีเอเชอร์ที่โจมตีหลายๆตัวไม่ได้ เว้นแต่มีความสามารถพิเศษบางอย่าง หลังจากครีเอเชอร์ถูกกำหนดให้บล๊อกแล้ว จากนี้ไม่ว่ามันจะถูกแทบหรือไม่ ก็ไม่สำคัญ ถือว่าสามารถ Deal Combat Damage ได้แล้ว (ตรงนี้ที่ต่างไปจากกฎเก่า) ครีเอเชอร์ที่เป็นตัวบล๊อกนี้ อาจจะเป้นครีเอเชอร์ทียังติดสภาพ Summoning Sickness อยู่ก็ได้

            
            
หลังจากกำหนดครีเอเชอร์ตัวบล๊อกแล้วจากนี้ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายยังมีสิทธิร่ายคาถาหรือใช้อบิลิตี้ได้อีกครั้งหนึ่ง โดยผู้เล่นฝ่ายเจ้าของเทิร์น จะได้สิทธิการเล่นก่อน เช่นกันกับเสตปอื่นๆ ในเฟสนี้

            
            3.4 การคำนวณความเสียหาย - Combat Damage Step

            
            
ถ้าฝ่ายโจมตีนั้นบุกเข้าไปโดยไม่มีครีเอเชอร์ของฝ่ายป้องกันเข้ามาบล๊อก หรือผู้เล่นเลือกที่จะไม่ป้องกัน พลังโจมตีของครีเอเชอร์ที่โจมตีไปทั้งหมดนั้น จะกลายเป็นความเสียหายแก่พลังชีวิต หรือไลฟ์พ๊อยน์ (Life Point) ของผู้เล่นฝ่ายรับ แต่ถ้าฝ่ายป้องกันในเลือกใช้ครีเอเชอร์เข้าไปป้องกันหรือสั่งบล๊อก แล้ว ไม่ว่าครีเอเชอร์ที่เข้าไปบล๊อกนั้นจะตายหรือไม่ ถือว่าป้องกันสำเร็จ ความเสียหายที่ครีเอเชอร์ตัวโจมตีที่ถูกครีเอเชอร์ฝ่ายป้องกันเข้ารับไว้แล้ว จะไม่เข้าผู้เล่น เว้นแต่ครีเอเชอร์ ฝ่ายโจมตีไปนั้น จะมีความสามารถแทรมเปิ้ล (Trample) พลังโจมตีที่เหลือของมันหลังจากหักกับพลังป้องกันของCreatureตัวรับแล้ว จะเข้าตัวผู้เล่นฝ่ายรับ

            
            
การเข้าโจมตีกันของCreature ปกติจะถือว่าเข้าโจมตีพร้อมๆกัน พลังโจมตีของตัวบุก จะลบพลังโจมตีของตัวรับ และในทางกลับกันก็เช่นกัน ถ้าใครพลังป้องกันเป็น 0 ถือว่าตาย เว้นแต่ตัวใดที่มีความสามารถอื่นๆ เช่น First Strike, Flanking (โปรดดูในเรื่องความสามรรถของครีเอเชอร์) ผู้เล่นฝ่ายบุกจะเป็นผู้ได้สั่งกำหนดความเสียหายจากการสู้รบ หรือ Assign Damages ความเสียหายจากการสู้รบนี้ก็จะขึ้นไปรอเกิดผลบนสแตกด้วย

            
เมื่อ ความเสียหายจากการสู่รบ หรือคอมแบต แดมเมจ (Combat Damages) ขึ้นสแตก ไปแล้ว ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายก็ยังมีสิทธิเล่นคาถาหรืออบิลิตี้ตามสิทธิการเล่นอยู่ ซึ่งผู้เล่นเจ้าของเทิร์นจะได้สิทธิก่อน อย่างไรก็ดีในช่วงสเตปนี้ ครีเอเชอร์ จะ ทำความเสียหาย หรือดีลแดมเมจ ตามที่ได้ กำหนด ไว้และขึ้นสแตกไปแล้ว ผลจะเป็นไปเช่นที่ กำหนดนั้นเสมอ ไม่ว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปก็ตาม ( เช่น ครีเอเชอร์ หายไป Power ของ ครีเอเชอร์ เปลี่ยนแปลง ฯลฯ ) ดังนั้นที่มีคนสงสัยว่า เขาสั่งบุกแล้วเรา สั่งให้ครีเอเชอร์ของเขาขึ้นมือไป หรือยิง ครีเอเชอร์ ตัวที่บุกเข้ามาทิ้ง เราจะได้รับความเสียหายหรือไม่ คำตอบคือ ถ้ามาทำตอนสเตป นี้ก็ไม่ทันแล้ว หรือการยิง ครีเอเชอร์ ตัวรับตายในช่วงนี้ก็ไม่เกิดผลอะไร ถือว่าตัวรับนั้นได้บล๊อกสำเร็จแล้ว จากนั้น คอมแบตแดมเมจ จะ เกิดผล ตาม แสตก ซึ่งถ้า ครีเอเชอร์ ตัวใดที่ได้รับความเสียหายต่อพลังป้องกันจนตาย จะตายในลง เกรฟยาร์ด ไปในสเตป นี้

            
           3.5 ช่วงจบการต่อสู้ - End of Combat Step


            
            
ในช่วงนี้ อบิลิตี้เงื่อนไข ใดๆที่จะเกิดผลในช่วง End of Combat อบิลิตี้นั้นๆจะขึ้นสแตกไปรอเกิดผลขึ้นในตอนนี้ จากนั้นผู้เล่นทั้งสองฝ่ายจะได้รับสิทธิการเล่นอีกครั้ง ก่อนจะข้ามไปใน เมนเฟสที่สอง








            
2b. เมนเฟสครั้งที่สอง - Main Phase #2


            
ช่วงเมนเฟสหลังนี้ก็เหมือนเมนเฟสแรก ผู้เล่นจะสามารถร่ายคาถาหรือใช้อบิลิตี้ใดๆ หรือลงแลนด์ก็ได้ (ถ้ายังไม่ได้ลงในเมนเฟสแรก) การร่ายคาถาโจมตี การร่ายครีเอเชอร์ เพื่อเตรียมลงมาเป็นตัวป้องกัน ในเทิร์นหน้า การร่าย เอนชานส์เม้นท์ การร่ายคาถาเพิ่มเติม ช่วยเหลือ ฯลฯ ได้หมดไม่ว่าจะเป็น ซอร์สเซอร์รี่ หรือ อินสแตนท์ แต่ต้องขึ้นกับลำดับขั้นของการเกิดผล ด้วย โดยเจ้าของเทิร์นจะได้สิทธิการเล่นหรือพริออร์ริตี้ก่อน





            
4. เฟสจบเทิร์น - End Phase


            
            
4.1. ช่วงจบเทิร์น - End of turn Step

            
            
ช่วงนี้ อบิลิตี้เงื่อนไข ใดที่จะเกิดผลหรือสิ้นผลเมื่อ End of Turn จะขึ้นไปรอเกิดผลบนสแตก จากนั้นผู้เล่นทั้งสองฝ่ายจะได้รับสิทธิการเล่น โดยผู้เล่นเจ้าของเทิร์นจะได้รับสิทธิการเล่นก่อน

            
            4.2. ช่วงสิ้นผลต่างๆ - Clean Step

            
            
ในช่วงนี้ ถ้าผู้เล่นถือการ์ดเกิน 7 ใบในมือ จะต้องทิ้งการ์ดลง เกรฟยาร์ด ให้เหลือในเมือไม่เกิน 7 ใบ และความเสียหายใดๆ ของ ครีเอเชอร์ ที่ได้รับ จะกลับมาเป็นปกติ หรือเกราะในการลดเว้นความเสียหายหรือการรีเจเนอร์เรท จะสิ้นผลในช่วงนี้ด้วย และความสามารถที่สิ้นสุดเมื่อ End of turn ก็จะมาสิ้นผลลงในช่วงนี้เอง จากนั้นผู้เล่นทั้งสองฝ่าย จะได้รับสิทธิการเล่น โดยผู้เล่นเจ้าของเทิร์นจะได้รับสิทธิการเล่นก่อน








Create Date : 26 พฤษภาคม 2548    
Last Update : 26 พฤษภาคม 2548 21:57:02 น.
Counter : 470 Pageviews.  

พื้นที่ คาถา และอบิลิตี้

ก่อนที่จะเข้าสู่ขั้นตอนการเล่นในแต่ละเฟสในหนึ่งเทิร์น มีสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจก่อนการเล่นบางอย่าง นั่นคือเรื่องของพื้นที่ต่างๆในเกมส์ และสถานะของการ์ด การร่ายคาถาและรู้จักกับอบิลิตี้

พื้นที่ส่วนต่างๆของเกมส์

ในระหว่างการเล่น เรากำหนดส่วนต่างๆในเกมส์เป็นพื้นที่ หรือที่เรียกว่า "โซน" พื้นที่ในเกมส์ที่สำคัญๆ ได้แก่
บนมือ (Hand) หมายถึงการ์ดที่ถืออยู่บนมือ ตามปกติแล้วเราจะสามารถถือการ์ดบนมือกี่ใบก็ได้ เว้นแต่ในช่วงจบเทิร์นหนึ่งๆของผู้เล่นแต่ละคน จะมีการเช็คว่า ถือการ์ดเกินกว่า 7 ใบหรือไม่ ถ้ามีการ์ดอยู่บนมือเกินกว่า 7 ใบในช่วงจบเทิร์น ผู้เล่นจะต้องทิ้งการ์ดบนมือให้เหลือไม่เกิน 7 ใบ แต่ถ้าในระหว่างเกมส์ช่วงอื่นๆ ผู้เล่นจะสามารถถือการ์ดบนมือได้อย่างไม่จำกัด
กองจั่วการ์ด หรือไลบรารี่ (Library) เป็นกองของการ์ดที่ยังไม่ได้ใช้ วางคว่ำหน้าไว้บนโต๊ะ ผู้เล่นจะจั่วการ์ดขึ้นจากไลบรารี่นี้ในช่วงเริ่มเกมส์ 7 ใบ และจากนั้นจะได้จั่วครั้งละ 1 ใบ ทุกๆเทิร์นในช่วงเริ่มต้นเทิร์น ผู้เล่นไม่จำเป็นต้องให้ผู้เล่นอีกฝ่ายหนึ่งดูการ์ดในไลบรารี่ของตน
กองทิ้งการ์ด หรือเกรฟยาร์ด (Graveyard) เกรฟยาร์ดนี้ไว้ใช้ทิ้งการ์ดคาถาที่ใช้แล้ว เช่น Sorcery และ Instant รวมทั้งเป็นที่ๆการ์ดที่เป็นเพอร์มาเน้นท์ที่ถูกทำลายแล้วจะต้องทิ้งลงเกรฟยาร์ดนี้ด้วย เช่น ครีเอเชอร์ที่ตายจากการสู้รบ เอนชานส์เม้นท์ หรืออาร์ติแฟคที่ถูกทำลาย เกรฟยาร์ดนี้ต้องวางหงายหน้าขึ้น และผู้เล่นคนอื่นสามารถตรวจดูเกรฟยาร์ดของผู้เล่นแต่ละคนได้
พื้นที่การเล่น หรืออินเพลย์ (In Play) พื้นที่การเล่น หรืออินเพลย์นี้ เป็นพื้นที่บนโต๊ะสำหรับวางการ์ดประเภทเพอร์มาเน้นท์ ได้แก่ แลนด์ ครีเอเชอร์ เอนชานส์เม้นท์ และอาร์ติแฟค ไม่มีการกำหนดว่าในอินเพลย์นี้จะวางเพอร์มาเน้นท์อะไรอย่างไร แต่มีคำแนะนำว่า ควรวางแลนด์ไว้บนพื้นที่ใกล้ตัวคุณก่อน ถัดจากนั้นไปจะเป็นครีเอเชอร์และอาร์ติแฟค อย่างไรก็ดี ผู้เล่นคนอื่นๆ จะต้องสามารถมองเห็นการ์ดทุกใบบนอินเพลย์นี้ได้อย่างชัดเจน











พื้นที่การเล่น หรืออินเพลย์ (In Play)

Inplay Zone



กองจั่วการ์ดหรือ
ไลบรารี่ (Library)


Library


กองทิ้งการ์ดหรือ
เกรฟยาร์ด (Graveyard)


Graveyard


การ์ดบนมือ หรือ
แฮนด์ (Hand)


Hand



นอกจากนี้ยังมีส่วนการเล่นอีกสองส่วน ที่ไม่ได้ถูกแสดงไว้จริงๆในการเล่น แต่ก็สมควรได้รู้ไว้ คือ
ออกจากเกมส์ หรือรีมูฟฟรอมเกมส์ (Remove from Game) ในบางครั้ง คาถาหรืออบิลิตี้จะให้ส่งเพอร์มาเน้นท์ หรือการ์ดบางใบออกจากเกมส์ไปโดยถาวร การออกจากเกมส์นี้จะไม่ใช่เกรฟยาร์ด เป็นการพ้นจากการเล่นในเกมส์นั้นๆไปเลยจริงๆ ไม่สามารถเรียกกลับมาได้ (เว้นแต่ความสามารถของคาถาหรืออบิลิตี้นั้นจะกำหนดให้นำกลับมาได้ในภายหลัง) ส่วนรีมูฟฟอร์มเกมส์นี้ต้องแยกไว้ต่างหาก โดยหงายหน้าไว้ให้ผู้เล่นคนอื่นตรวจดูได้
ส่วนรอเกิดผล หรือ แสตก (Stack) เมื่อคาถาถูกร่าย หรืออบิลิตี้ถูกใช้ มันจะไม่เกิดผลทันที แต่จะไปรอเกิดผลอยู่บนส่วนรอเกิดผลที่เรียกว่า สแตก (Stack) (เราจะพูดกันเรื่องสแตกกันอีกครั้งอย่างละเอียด)

สถานะของการ์ด

เนื่องจากการแบ่งพื้นที่เล่นที่ต่างกัน ทำให้สถานะของการ์ดนั้นต่างออกไปด้วย การ์ดใบเดียวกัน ถ้าอยู่บนพื้นที่เล่นต่างกันจะมีสถานะไม่เหมือนกัน ได้แก่
การ์ด (Card) ได้แก่การ์ดที่อยู่บนมือ ในไลบรารี่ หรือในเกรฟยาร์ด
คาถาหรือสเปล (Spell) ได้แก่การ์ดที่ร่ายลงมาจากบนมือแล้ว และรอเกิดผลอยู่บนสแตก
ชนิดของการ์ด (Card Type) คือเมื่อคาถาเกิดผลแล้ว จะกลายเป็นสิ่งต่างๆ ตามแต่ชนิดของการ์ดนั้นระบุไว้ เช่น กลายเป็นครีเอเชอร์ เป็นเอนชานส์เม้นท์ เป็นอาร์ติแฟค เป็นซอร์สเซอร์รี่ หรืออินสแตนท์





 

Create Date : 26 พฤษภาคม 2548    
Last Update : 26 พฤษภาคม 2548 21:42:52 น.
Counter : 211 Pageviews.  

เมจิก เดอะ แกธเธอร์ริ่ง คืออะไร?

เมจิก เดอะ แกธเธอร์ริ่ง (Magic the Gathering)
เป็นเกมส์ที่ใช้แผ่นการ์ดเป็นอุปกรณ์ในการเล่น
ซึ่งผู้เล่นแต่ละคนจะมีการ์ดของตนเองหนึ่งสำรับหรือ เดค (Deck)
เพื่อนำไปเล่นกับผู้อื่นซึ่งผู้เล่นแต่ละคน
ต้องจัดหาเดคมาเองเพื่อเล่น ซึ่งการ์ดในเดคจะถูกจัดตามแนวทาง
และรูปแบบการเล่นของผู้เล่นแต่ละคนซึ่งจะแตกต่างกันออกไป ในเกมส์นี้มีการ์ดกว่า 4,000 ใบ
และรูปแบบการเล่นแตกต่างกันไปหลากหลายรูปแบบวิธี
ผู้เล่นสามารถสามารถนำการ์ดที่ตนมีมาแลกเปลี่ยนหรือซื้อขายกันได้
เรียกว่า Tradable Card Game ซึ่งนอกจากการเล่นตามปกติแล้ว
การ์ดเมจิกเดอะแกธเธอร์ริ่งแต่ละใบยังมีภาพประกอบที่สวยงาม
สามารถเก็บไว้ได้เช่นของสะสมอย่างหนึ่ง รวมทั้งการ์ดพิเศษที่แทรกสารโลหะขณะพิมพ์เพื่อให้เกิดประกายแวววาวงดงาม
ที่เรียกว่าการ์ดฟลอยด์ Foil
การ์ดเกมส์ชนิดนี้มีต้นกำเนิดในประเทศสหรัฐอเมริกา
โดยนักคณิตศาสตร์ชื่อนายริชาร์ด การ์ฟิลด์ (Richard field)
และผลิตโดยบริษัท วิซาร์ด ออฟ เดอะ โคสต์ จำกัด (Wizards of the Coast, Inc)
ปัจจุบันเมจิกเดอะแกธเธอร์ริ่งมีผู้เล่นอยู่ทั่วโลกเป็นจำนวนมาก
เช่นในสหรัฐอเมริกา เยอรมัน เบลเยียม ฝรั่งเศส เสปน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และมาเลเซีย
ซึ่งสากลถือเป็นกีฬาในร่มชนิดหนึ่ง มีผู้ที่เล่นเกมส์นี้เป็นอาชีพ
และการแข่งขันของตนเองถึงระดับชิงแชมป์โลก
ซึ่งมีการถ่ายทอดโทรทัศน์ไปทั่วโลกผ่านทางช่อง ESPN 2 และมีสมาคมกำกับดูแลการแข่งขันที่เรียกว่า DCI

ในการเล่น คุณจะสมมติตัวเองว่าเป็นจอมเวทย์ที่มีพลังชีวิตอยู่ทั้งหมด 20 จุด
การแพ้ชนะจะเกิดขึ้นเมื่อผู้เล่นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีพลังชีวิตเป็น 0 จุดหรือต่ำกว่า
วิธีการลดพลังชีวิตของฝ่ายตรงข้ามคือ ใช้การ์ดที่เป็นขุนพล หรือทหาร
ที่เรียกว่าครีเอเชอร์ (Creature) โจมตีเข้าไป หรือใช้การ์ดเวทย์มนตร์เพื่อสนับสนุนการรบของเรา
ขัดขวางการวางแผนต่อสู้ของฝ่ายตรงข้าม

แต่ก็ไม่ใช่ว่า ใครที่มีการ์ดพลังมากๆหรือราคาแพงแล้วจะชนะได้เสมอไป
หรือใช้ครีเอเชอร์ตัวใหญ่มหึมาเข้าโจมตีกัน เพราะการเล่นจะถูกจำกัด "มานา"
ซึ่งเป็นเหมือนทรัพยากรหรือพลังเวทย์ของคุณ คาถาที่มีอานุภาพมากๆ
หรือครีเอเชอร์ที่เก่งฉกาจจะต้องใช้พลังเวทย์จำนวนมากในการใช้มัน
ซึ่งคุณสามารถเรียกพลังเวทย์ของคุณได้จากการ์ด "แลนด์" (Land)
ซึ่งคุณสามารถนำมันลงเล่นได้ ครั้งละ 1 ใบต่อ 1 ตาเล่นหรือ "เทิร์น" (Turn) เท่านั้น
ถ้าคุณใส่คาถารุนแรง ครีเอเชอร์ที่มีพลังหรือความสามารถมาก แต่ไม่มีพลังเวทย์พอที่จะเรียกมัน ก็ไม่สามารถเอาชนะในเกมส์นี้ได้

ดังนั้นความสนุกของเกมส์นี้อยู่ที่การวางแผนในการเลือกใช้การ์ดแต่ละใบ
ในสำรับของตัวเอง เพื่อผสมผสานให้เกิดความได้เปรียบในเกมส์มากที่สุด
มีวิธีการต่อสู้มากมายหลายรูปแบบในการเล่นแต่ละเกมส์
ซึ่งคุณจะสามารถวางรูปแบบการเล่นของคุณได้อย่างอิสระ จากการเลือกใช้การ์ดทั้งหมดกว่า 3,000 ใบที่มีในเกมส์นี้นั่นเอง




 

Create Date : 26 พฤษภาคม 2548    
Last Update : 26 พฤษภาคม 2548 21:25:55 น.
Counter : 409 Pageviews.  

แนะนำการ์ดในเรื่องครับ

สงครามภายในตอนแรกจะมีการ์ดที่ถูกใช้ดังนี้ครับ

ใบยิงสี่ดาเมจจุดชนวนใบแรกครับ



หนูกินไพ่บนมือครับแต่พอโดดลงมาแล้ว..


เจ้านี่ก็ตลบหลังยิงสามดาเมจเข้าหัวซะงั้น


ที่เหลือขอโชว์เฉพาะการ์ดที่เป็นคีย์ของเรื่องนะครับ เริ่มที่ wrath of god



นางฟ้าใจร้าย อโครมา เธอทำได้ทุกอย่าง


กับนางฟ้าจำแลง เอ็กเซ้าท์


และมังกรสุดเท่ห์คลินมันท์





 

Create Date : 08 พฤษภาคม 2548    
Last Update : 8 พฤษภาคม 2548 1:53:05 น.
Counter : 208 Pageviews.  


akinis
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add akinis's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.