การอ่านจากหน้าจอฤาจะสู้การอ่านจากหน้ากระดาษ
สวัสดีครับ สำหรับบล็อกเทคโนโลยีส่งท้ายปีนี้ (แต่คิดว่าจะยังไม่ใช่บล็อกสุดท้ายของปีนี้นะครับ) ผมขอเล่าเรื่องเกี่ยวกับการอ่านหนังสือจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้ฟังก็แล้วกันนะครับ จริง ๆ ค่อนข้างจะเลือกยากอยู่ครับว่าจะเอาเรื่องอะไรมาเล่าให้ฟังดี แต่ผมเห็นว่าผมเริ่มเขียนบล็อกแรกที่นี่ด้วยเรื่องที่เกี่ยวกับการเขียน (การ์ตูนและนวนิยายกับการเขียน ) ก็ขอปิดท้ายปีนี้ด้วยเรื่องการอ่านก็แล้วกัน ภาพจาก pro.corbis.com พวกเราคงจะทราบกันมาบ้างนะครับว่าในปัจจุบันมีหนังสือที่เรียกกันว่าหนังสืออิเลกทรอนิกส์ออกมาให้อ่านกันมากขึ้น ซึ่งหนังสือแบบนี้ก็คือหนังสือที่เป็นไฟล์ที่เราเปิดอ่านได้จากคอมพิวเตอร์โดยตรง มีนักวิเคราะห์หลายคนคาดการณ์ว่าหนังสือแบบนี้จะมาแทนที่หนังสือแบบธรรมดาที่เป็นกระดาษ แต่จากงานวิจัยโดยศาตราจารย์ Anne Mangen ที่ Norway's University of Stavanger ได้ค้นพบว่าการอ่านจากหน้าจอคอมพิวเตอร์จะทำให้สมองเครียดกว่าการอ่านจากหน้ากระดาษโดยตรง เหตุผลจากงานวิจัยดังกล่าวก็คือการได้สัมผัสและเปลี่ยนหน้ากระดาษจะช่วยเพิ่มความสามารถในการดูดซับข้อมูล ในขณะที่การอ่านหนังสือจากหน้าจอคอมพิวเตอร์จะรบกวนกระบวนการดังกล่าว ศาตราจารย์ Mangen บอกว่าการอ่านจากหน้าจอจะทำให้เกิดรูปแบบใหม่ของกระบวนการรับรู้ ซึ่งจะทำให้ผู้อ่านเสียความสมบูรณ์ ความสงบ และความมีส่วนร่วม เมื่อเทียบกับการอ่านจากหนังสือจริง ๆ ศาตราจารย์ Mangen เชื่อว่าการเรียนรู้ต้องการเวลาและการฝึกฝนทางด้านจิตใจ ซึ่งสื่อรูปแบบใหม่ไม่สามารถที่จะให้สิ่งเหล่านี้ได้ สำหรับคำกล่าวที่ว่าคนรุ่นใหม่อ่านหนังสือน้อยลง หรืออ่านได้ไม่มากเท่าคนรุ่นก่อนนั้น ศาตราจารย์ Mangen กล่าวว่าก็ไม่น่าจะเป็นคำกล่าวที่จริงนัก เพราะจริง ๆ คนรุ่นใหม่อาจจะอ่านมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพียงแต่เขาอาจจะอ่านจากสื่ออื่น ๆ ที่ไม่ใช่หนังสือ ความแตกต่างอยู่ที่ว่าเมื่ออ่านจากสื่อที่เป็นอิเลกทรอนิกส์ มันก็จะสูญเสียคุณลักษณะต่าง ๆ ที่เคยได้จากการอ่านหนังสือจริง ๆ เท่านั้น ในส่วนตัวผมค่อนข้างเห็นด้วยกับงานวิจัยนี้นะครับ อาจเป็นเพราะเป็นคนที่เติบโตขึ้นมาพร้อมกับการอ่านหนังสือ ในความเห็นของผมข้อดีของหนังสืออิเลกทรอนิกส์ ก็คือการที่ไม่ต้องใช้กระดาษ เป็นการลดการใช้ทรัพยากรของโลก สามารถพกพาไปกับเราได้สะดวก โดยใส่ไว้ในอุปกรณ์พวก PDA และถ้าเราต้องการจะค้นหาส่วนที่เราต้องการ ก็สามารถทำได้สะดวกกว่าจากหนังสือจริง ๆ แต่สิ่งที่ผมเห็นว่าเป็นปัญหา ก็อย่างที่งานวิจัยบอกไว้ครับ คือผมจะไม่สามารถสร้างสมาธิให้อยู่กับหนังสือได้นานเหมือนกับการอ่านหนังสือจริง เช่นพอเราจะคลิกเพื่ออ่านหน้าต่อไป บางทีมันก็วอกแวก ถามตัวเองว่าลองเข้าไปเยี่ยมบล็อกเพื่อน ๆ เราหน่อยดีไหมอะไรอย่างนี้น่ะครับ จริง ๆ ผมมีหนังสือในรูปแบบอิเลกทรอนิกส์อยู่หลายเล่มเหมือนกันครับ บางทีก็ไปอ่านจากเว็บที่ผมเป็นสมาชิกอยู่ แต่ผมไม่เคยอ่านได้จบเล่มเลย ผมจะใช้หนังสือเหล่านี้เพื่อค้นหาข้อมูลที่ต้องการ หรือตัดข้อความหรือรูปภาพเพื่อนำมาเป็นเอกสารประกอบการสอนเท่านั้น ถ้าต้องการอ่านให้ได้ข้อมูลจริง ๆ ผมจะสั่งพิมพ์ออกมาครับ ภาพจาก tonymilne.blogs.com ขอปิดท้ายบล็อกนี้ด้วยความดีใจครับ ตอนนี้ลูก ๆ ของผมทั้งสองคนหันมาอ่านหนังสือแบบที่ไม่ใช่การ์ตูนกันแล้วครับ เรื่องที่เขาอ่านกันก็คือแฮรี พอตเตอร์ ก็รู้สึกดีใจครับที่ลูก ๆ ชอบอ่านหนังสือกัน และก็หวังว่านี่จะเป็นจุดเริ่มทีทำให้เขาได้หาหนังสือดี ๆ มาอ่าน เพื่อพัฒนาความรู้ ความสามารถในการอ่าน และการเขียนต่อไป คำสำคัญ: หนังสือ, หนังสืออิเลกทรอนิกส์ อ้างอิง The Reading Center, University of Stavanger News เข้าอ่านล่าสุด 29 ธ.ค. 2551
Create Date : 29 ธันวาคม 2551
Last Update : 8 กุมภาพันธ์ 2552 1:45:23 น.
10 comments
Counter : 1335 Pageviews.
โดย: redclick วันที่: 29 ธันวาคม 2551 เวลา:13:22:04 น.
โดย: coji วันที่: 29 ธันวาคม 2551 เวลา:14:06:56 น.
โดย: หอมกร วันที่: 29 ธันวาคม 2551 เวลา:15:15:07 น.
โดย: รัชชี่ (รัชชี่ ) วันที่: 29 ธันวาคม 2551 เวลา:16:43:50 น.
โดย: Why England วันที่: 29 ธันวาคม 2551 เวลา:17:56:25 น.
โดย: zkaru วันที่: 29 ธันวาคม 2551 เวลา:20:40:38 น.
โดย: Mega-Batt วันที่: 29 ธันวาคม 2551 เวลา:21:18:43 น.
โดย: AJono วันที่: 29 ธันวาคม 2551 เวลา:22:27:32 น.
โดย: หอมกร วันที่: 30 ธันวาคม 2551 เวลา:14:45:39 น.
โดย: OvO วันที่: 31 ธันวาคม 2551 เวลา:17:38:42 น.
Location :
[Profile ทั้งหมด]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [? ]
สวัสดีครับ สำหรับบล็อกนี้ผมก็ตั้งใจจะให้เป็นข่าวสารที่น่าสนใจทางคอมพิวเตอร์ ทั้งข้อมูลด้านเทคโนโลยีที่น่าสนใจ การพัฒนาโปรแกรม และงานวิจัยต่าง ๆ อาจแทรกไปด้วยเรื่องอื่นๆ บ้าง ตามแต่อารมณ์และสถานการณ์ครับ ยินดีรับความคิดเห็นของทุกคนครับ
สมัยก่อนถ้าเราต้องการงานวิจัย ที่อยู่อีกซีกโลกหนึ่ง มีขบวนการที่ยุ่งยากหลายขั้นตอนและค่าใช้จ่ายสูงมากค่ะ อาจจะต้องรอนานเป็นเดือนเชียวนะคะ กว่าจะได้ข้อมูลมาทำงานวิจัย แต่ปัจจุบัน แค่คลิกเดียวข้อมูลเสิร์ฟถึงโต๊ะทำงานในเสี้ยววินาที
แต่ธรรมชาติของคนนี่คะ อยากรู้อยากเห็น แวะโน่นแวะนี่ เรื่อยไป เลยทำให้เสียเวลาทำงานไปเยอะค่ะ
ข้อสอบยังอยู่ในลิ้นชักโต๊ะ คงต้องตรวจกันข้ามปีเชียว หุ หุ