blog of ...PORLA

Ciao Italy : Rome 2




Ciao Italy : Rome 2
ฮาโหลอิตาลี : โรม 2



ต่อกันภาค 2
เพื่อนๆที่มาแก๊งค์เดียวกันต้องกลับตอนเช้าแล้ว
ส่วนอีกแก๊งค์ที่บังเอิญมาพักที่เดียวกัน เค้าก็มีเวลาเที่ยวโรมแค่วันเดียว
เค้าเลยจะใช้บริการรถ City tour วิ่งทั่วเมือง 13 ยูโรทั้งวัน
เหมาะกับคนที่อยากดูเมืองให้ทั่วๆ แต่ไม่มีเวลามากนัก
รถจะวิ่งรอบเมือง ผ่านสถานที่สำคัญๆ ทั้งหมด ขึ้น-ลงรถได้ตลอดเวลา
เมืองท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมีบริการทัวร์แบบนี้กัน

ส่วนปอเดินเที่ยวโรมตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ไม่คิดจะไปจอยรถทัวร์กะเพื่อน
เพราะวันนี้คิดว่าจะไปวาติกันมิวเซียมไฮไลท์ของโรมกัน




เรากะจะนั่งรถเมล์สายปกติไปวาติกัน แต่หลงไปไหนก็ไม่รู้ เลยไปซะไกล
กางแผนที่ถามคนในรถกว่าจะรู้เรื่อง -*-
ต้องย้อนกลับมาใช้บริการ Metro จนได้
ทีแรกไม่นั่งเมโทรเพราะได้ยินกิตติศัพท์ของที่นี่จากเพื่อน
ทั้งโดนล้วงกระเป๋า โดนจับก้น เพื่อนโดนล้วงกล้องไปด้วย (เลยหวั่น)
กะจะนั่งรถเมล์ดูเมือง มานั่งเมโทรแทนล่ะเพราะไม่อยากไปวาติกันสาย ต้องต่อแถวนาน
ใช้เมโทรก็ไม่มีทางหลง เพราะสถานีโผล่มาแถววาติกันพอดี
ขอยืนยันว่าปลอดภัยดีทั้งร่างกาย และ ทรัพย์สิน

Vatican Museum (Musei Vaticani)
มาถึงแต่เช้า เราก็ยังต้องต่อแถวจากกรุ๊ปทัวร์จีนอีกล่ะ
(อุ่นใจเนอะ เจอคนหน้าหมวยเหมือนกันล่ะ สงสัยจะกรุ๊ปเดียวกับที่เจอตรงน้ำพุเทวี)
ตอนซื้อตั๋วก็พยายามหลอกล่อคนขายบัตร เอาบัตรซื้ออาหารจาก CHN school มาลดราคาค่าตั๋ว
เค้าต้องใช้บัตรนักเรียนเนอะ เราก็ไม่ได้ทำมาด้วยสิ
ส่วนเพื่อนทำบัตรนักเรียนอะไรมาก็ไม่รู้จากเมืองไทย isce isic อะไรซักอย่างนี่แหละ
ก็ไม่เห็นจะใช้ลดราคาได้เลย แล้วมันต้องใช้บัตรไรฟ๊ะ?
ถ้ามีบัตรนักเรียนก็เสียราคาแค่ 8 ยู
ส่วนเราหลอกคนขายไม่สำเร็จก็เสียตังค์ไป 12 ยู
(ต้องมีทั้งรุป และวันเกิดที่บัตร ถึงจะใช้ได้ อายุไม่เกิน 26 ด้วยมั้ง)

เข้ามิวเซียมตอน 10.55 น.
กว้างใหญ่มาก ก็เดินดูเรื่อยๆ ไม่มีอะไรอยากดูเป็นพิเศษ
รู้จักแต่อันดังๆ เพราะคนมุงเยอะๆ (น่าจะแปลว่าดัง)




ดูอะไร ดูด้วยคน


ส่วนใหญ่เป็นภาพวาด กะปูนปั้น ของแบนินี่ คนเดียวกะที่ปั้นน้ำพุเทวี
(หาสาระจากบล๊อกนี้ไม่ได้เลยนะเนี่ย...ไม่หาข้อมูลเลย)



















ชอบทางเดินนี้อ่ะ








เห็นหน้าเราสะท้อนในกระจกป่าว?






เดินไปดูห้องสำคัญ มีภาพ Creation of Adam
เค้าห้ามถ่ายรูปเด็ดขาด ใช้แฟลชก็ไม่ได้
พอมีคนยกกล้องถ่าย ยามก็จะตะโกนห้ามถ่าย
แต่คนเยอะ ก็หลุดรอดสายตาได้อยู่ดี
แหงนหน้ามองจนเมื่อยคอ ควักกระจกออกมาดูแทน
ถ่ายผ่านกระจก ไม่ทำลายงานศิลป์ใช่ป่ะยาม?




ดูกลับหัวก็ยังสวยนะก๊ะ







วันนี้วาติกันมิวเซียมจะปิดบ่ายโมง แต่ก็เดินข้างในจนทั่วแล้ว
ออกมาสวนข้างนอก แล้วก็บันไดวนอันสวยงาม
ไม่ได้ลองส่งจดหมายจากไปรษณีย์วาติกัน เค้าว่ามีความเที่ยงตรงที่สุด







วน วน วน





เดินไป St.Peter ระหว่างทางเจอร้านเจลาโต
เห็นคนเยอะๆ ตามไปดูมั่ง แต่จำชื่อร้านไม่ได้
เป็นร้านไอติมเล็กๆ คนขายคนเดียว มี10กว่ารส
เลือกได้ 3 รส 2 ยู แถมวิปครีมอีกพูนเลย
อร่อยและถูกที่สุดที่กินมาล่ะ ข้าวกลางวันไม่ต้องนึกถึงเลย

St.Peter มหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดในโลก ใช้เป็นที่จัดงานสำคัญทางคริสต์ต่างๆ
ใต้วิหารเป็นที่เก็บศพของโปปด้วย







กินติมเสร็จก็ต่อแถวเข้าข้างใน มีคอกเลี้ยวไปมา แต่เรามาเช้า ยังไม่ต้องต่อแถวเท่าไร
ต้องถอดโค้ทเดินผ่านเครื่อง x-ray
โบสถ์ใหญ่สวยงาม ไม่รู้จะบรรยายยังงัย แต่ไม่ได้ขึ้นไปยอดโบสถ์เพราะเสียตัง
แต่ไมเคิลแองเจโล ออกแบบหลังคาโดมของ St.Peter นะ (บอกทำไม?)
แต่ลงไปสุสานไม่เสียตัง เลยลงไปดู
มีโลงหินอ่อน โลงโบราณมากมาย (ศพยังอยู่ในนั้นจิงๆ ใช่มั้ย?...)
มีคนมาหน้าโลงโปป จอนปอลที่2 ที่พึ่งตายไป
นั่งคุกเข่าแล้วอธิฐาน ดูเงียบๆ ขนลุกชะมัด










ปอล่าเองก๊ะ...กว่าจะมีรูปเป็นของตัวเอง(เพื่อนถ่าย)











ลำแสงพิฆาต





ทะลุเห็นพื้นข้างล่างเลย








อันนี้สวยมาก


หมดบ่ายที่เหลือไปในโบสถ์ ออกมาก็เย็นแล้ว
เจอยามเฝ้าโบสถ์ใส่ชุดที่น้ำเงิน เป็นหนุ่มๆ หน้าตาดีดี ทั้งนั้น
มัวดูไม่ได้ถ่ายรูป (แนะว่าถ้าไปไม่น่าพลาดถ่ายรูปยามนะ)










แล้วก็เดินเล่นๆ ไปเรื่อย
กินพาสต้าคาโบนาลา กลับโฮส

ตอนเช้านั่งรถไฟ 2 ยูไปสถานี Champino
ต่อบัสอีก 2 ยู ไปสนามบิน
2 ชั่วโมงก็ถึงฮอลแลน Eindhoven แล้ว

--จบโรมและอิตาลีทริปจ้า--







 

Create Date : 03 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 3 พฤษภาคม 2550 22:03:39 น.
Counter : 883 Pageviews.  

Ciao Italy : Rome 1




Ciao Italy : Rome 1
ฮาโหลอิตาลี : โรม 1


ไปเที่ยวโรม 2 วัน เลยขอแยกเป็นบล๊อกยาว ๆ 2 บล๊อกเด้อล่า




ดูแผนที่โรมประกอบเรื่องไปนะจ๊ะ

วันจันทร์
ตื่นตี 5 เพื่อจะไปขึ้นรถบัสสาย R2 ไปสถานีรถไฟ
ต้องไปยืนรอรถเพราะไม่มีตารางรถแน่นอนแบบที่ฮอลแลนด์
ตั๋วรถไฟที่ซื้อไว้ออก 6 โมง ไปถึงทันเวลาพอดี
ส่ง sms ไปหาเพื่อนที่ล่วงหน้าไปโรมเมื่อวันก่อน ว่าเราจะไปถึงโรมเช้านี้
กดส่งปุ๊บ โทรสับก็ดับปั๊บ เพราะไม่ได้ชาร์ทแบตมาหลายวัน ไม่รู้ว่าเพื่อนจะได้รับ sms รึป่าว




ในรถไฟ และหนุ่มอิตาเลียน





ดูวิว แว๊บๆ

1 ชม จากเนเปิ้ลก็ถึงโรมพอดี "Stazione Centrale Roma" สถานีใหญ่โตบิ๊กเบิ้ม
ผู้คนเดินขวักไขว่เหมือนจะหาเพื่อนไม่เจอ แต่ก็ดันเจอเพื่อนยืนยิ้มหวานต้อนรับเราอยู่หน้าสถานี
พร้อมกับยื่นแผนที่ "Stargate hostel" และท้อกกี้วอลกี้สีแดงให้เครื่องนึง แล้วเพื่อนก็ล่วงหน้าไปก่อน
ส่วนเราเมื่อได้แผนที่แล้วก็เดินออกจากสถานีเลี้ยวไปหลังสถานีแป๊บนึงก็เจอโฮสเทลที่เพื่อนส่งแผนที่มา
เตียงละ 11-13 ยูโรไม่แน่ใจ เป็นห้องรวม 6 เตียง เตียงสะอาด...แต่ห้องน้ำรวมเน่าไปนิด...อยู่ 2 คืนทนเอา
ส่วนกลุ่มเพื่อนเป็นห้อง 8 เตียงและเพื่อนมี 8 คนพอดี เหมือนได้ห้องส่วนตัวไปเลย...อิจฉาจัง
เลยบอกโรงแรมว่าเพื่อนไอที่มันมากัน 8 คนอ่ะ ขอเอาของไปเก็บที่ห้องพวกมันหน่อยได้มั้ย
โฮสมันก็คงเห็นหน้าเอเชียๆเหมือนกันมั้ง บอกไปว่าไทยแลนด์ๆ มันก็ยอมให้กุญแจโดยดี (แหมเชื่อใจกันง่ายจังเนอะ)
เก็บของเสร็จก็ไปขอแผนที่เมืองแล้วก็ออกตามเพื่อนโลด
เพื่อนว่าไปเจอกันที่ "Colosseum" เดินตามแผนที่ไปเรื่อยๆ ก็เปิดวอคุยกันว่าเดินถึงไหนกันแล้ว


เรา : "เฮ้ย...ฮาโหลได้ยินป่าว"
เพื่อน : "เฮ้ย..อยู่ไหนแล้ว"
เรา : "ยังไม่เห็นโคลอสเซียมเลย เจอแต่เวสป้าเต็มถนน"
เพื่อน : "มึงสบายดีป่าว"
เรา : "เออ กุสบายดี"
เพื่อน : ตามมาล่ะกัน...ซ่าาาาาาาาาาาาาา
เรา : วอ2 เรียก วอ1 เปลี่ยน........!!!!!







เจอนี่ก่อน



นักข่าวสาว รายงานสด

เดินไปจนถึงโคลอสเซียม รู้สึกทึ่งที่ไอซากหักๆนี่มันอยู่มาได้นานจนถึงวันนี้ได้งัย
ใหญ่โตมาก เหมือนว่าตัวเองตัวเล็กลง
เสียค่าเข้า 7 ยู แต่ไม่เข้าไป -*-
ด้านนอกมีนักท่องเที่ยวเต็มไปหมด ส่วนใหญ่เป็นคนจีน และยี่ปุ่น -*- อีกแล้ว
วอหาเพื่อนก็เดินวนจนเจอกันพอดี...มันกลมนี่เนอะ เพื่อนให้แอปเปิ้ลเขียวมาลูกนึงเป็นข้าวเช้า
ผลไม้ที่นี่อร่อยและราคาถูกกว่าที่ฮอลแลนด์นัก ส้มลูกเล็กหวานอร่อยดีกินแล้วชุ่มคอ
ระหว่างนั้นเจอเพื่อนที่อยู่เบลเยี่ยมก็มาเที่ยวที่นี่ด้วยเหมือนกัน อิตาลีเล็กเนอะ




เจอล่ะ




ใหญ่จิง




ดูสิ รูปนี้มีไรผิดปกติ?




สมัยก่อนเค้าไว้ใช้สู้กะสิงโตจิงหรอ?

ร่ำลาแล้วเดินออกมาเรื่อยๆ เจอซากหักพังอีกมากมาย คิดในใจดังๆ ว่าเหมือนอยุธยาจังแฮะ










ถ้าไม่มีเสาโรมัน ก็เหมือนอยุธยาใช้ได้เลย






















ดูจากแผนที่เห็นมีเกาะกลางแม่น้ำ "Fiume Tevere" เล็กน่ารัก แล้วก็เถียงกันว่าจะไปเกาะนั้นยังงัย
เลี้ยวซ้ายหรือขวา เราคิดว่าไปทางซ้ายใกล้กว่า อีกกลุ่มก็แยกไปทางขวา
เราเดินแป๊บเดียวก็ถึงสะพานแล้ว วอหาเพื่อนอีกกลุ่มว่าถึงไหนแล้ว
มันก็บอกว่าถึงสะพานแล้วเหมือนกัน บ้ารึงัยก็กุยืนอยู่บนสะพานเนี่ยไม่เห็นพวกมึงเลย
อิอิ กลัวเสียฟรอม เพราะท้ากันว่ามาถึงทีหลังต้องเลี้ยงเจลาโต
ในเกาะก็ไม่มีอะไร มีแต่ตึก วอหาเพื่อนอีกที
เพื่อนก็มาแก้ตัวว่ายืนรออยู่บนสะพานตั้งนาน ...แน่ะ... ยังมีหน้ามาพูดอีก



นี่งัยสะพาน





รออยู่ตรงเนี้ย ไม่เห็นได้งัย

พลพรรคพวกพร้อมก็ออกเดินกันต่อไปจนถึง "Fontana dei Quattro Fiumi"
เป็นน้ำพุแห่งแม่น้ำ ที่รวมทั้ง ไนล์, คงคา, ดานูบ, เพลท
ที่เปียซซ่านาโวน่า โดยแบร์นินี่ มีรูปปั้นเทพต่างๆ




รูปนี้ ทำขาว-ดำเฉพาะรูปปั้นทำไมไม่รู้













เดินดูถ่ายรูปกันจนเบื่อแล้วจึงนั่งรถกลับไปสถานี Termini
ในสถานีมีร้านขายของแบรนด์เพียบเพื่อนเราที่ยังไม่ได้ซื้อของฝากก็ควักกันใหญ่
ส่วนเราก็ยืนดูตาละห้อย ตามระเบียบ เพื่อนๆเดินเข้าร้านนู้นออกร้านนี้จนหลงกัน
เลยแยกเดินไปเที่ยวที่อื่นดีกว่า
เห็นเวสป้าที่นี่ขี่กันได้ทั้งชายและหญิง มีแผ่นกันลม และผ้าใบคลุมตั้งแต่แฮนด์ลงมาจนถึงที่วางเท้า
เหมือนขี่รถแล้วห่มผ้าไปด้วยเลย น่าจะอุ่นสบาย

เดินต่อเรื่อยไปจนถึงบันไดสเปน "Piazza di Spagna" ช่วงเวลาผีตากผ้าอ้อมพอดี (เอามาเกี่ยวทำไม)
ประชาชนทุกวัยต่างมานั่งทอดหุ่ยกันที่นี่ เบื้องหน้าก็คือถนนช้อปปิ้งที่มีสินค้าแบรนด์ดังมากมาย
ดูเผินๆ คล้ายบันไดสยามเซ็นเตอร์สมัยที่ยังไม่มีพารากอน






เจอวนิลาสกายซะก่อน

กลับมาที่แมลงวันสเปน... เอ้ย บันไดสเปน (เล่นทำไมมุขนี้?)
เจอร้านแรก Gucchi คนต่อแถวยาวเลยออกมานอกร้าน
ไม่รู้จะเหมือนร้านหลุยส์ที่ฝรั่งเศสรึป่าว จ้างให้คนอื่นต่อแถวและซื้อกระเป๋าให้เพราะจำกัดให้ซื้อคนละ 2 ใบ
เดินเสียเวลากะถนนนี้มาก เพราะทั้งแวะดูมั่ง เดินเบียดกะคนมั่ง




แหล่งช้อปปิ้ง (ทำตาโต)




แถวยาววววว

จนมาถึง "Trevi Fountain" เพื่อนเราเรียกว่าน้ำ-พุ-เท-วี
ผลงานชิ้นเอกของแบร์นินี่ ที่มีประชากรนักท่องเที่ยวเอเชียรวมตัวกันมากที่สุด
ส่วนใหญ่จะโยนเหรียญข้ามไหล่ลงน้ำเพราะเชื่อว่าจะได้กลับมาอิตาลีอีกครั้ง
เราก็ไม่เชื่ออะไร จึงไม่ได้โยน (ทำให้ปัจจุบันยังนั่งอยู่นี่ไม่ได้กลับไปเที่ยวไหนเลยน่ะสิ!!)
เพื่อนเรามันเอาเหรียญสิบบาทโยนไปเป็นกำ ดูเผินๆ คล้ายเหรียญ 2 ยูโรเลยเชียว...
มีแหล่งดูทรัพย์รายล้อมอยู่มากมาย ทั้งคนถ่ายรูปโพรารอย ขายดอกกุหลาย ของที่ระลึก
เร้านเสื้อผ้า แต่เราต้องเสียเงินกับร้านเจลาโตทุกที
หนาวๆแบบนี้ เลือกเข้าไปกินไอติมเย็นๆ ในร้านอุ่นๆ ดีกว่า (งง มั้ย)
หลังจากชิมแทบทุกรสในตู้แล้ว (คนขายก้ใจดีมาก ยอมให้ชิมอยู่นั่น)
ฟันธงว่าร้านเจลาโตหน้าน้ำพุเทวี เจลาโต"รสเมลอน"อร่อยที่สุดมีเนื้อกรุบๆ ด้วย




ถ่ายก็ไม่สวย...ชิ




โยนเหรียญมาทางนู๋มั่งก็ได้นะ

เดินกลับโฮสเทล ...
ด้วยความบังเอิญหรืองัยไม่รู้ เจอเพื่อนอีกกรุ๊ปมาพักที่เดียวกัน
เค้าบังเอิญจองโฮสนี้ไว้ผ่านทางเนต พบปะหน้ากันกรี๊ดดีใจกันลั่นเลย
...อิตาลี กล๊ม กลม









 

Create Date : 18 เมษายน 2550    
Last Update : 18 เมษายน 2550 22:49:58 น.
Counter : 2554 Pageviews.  

Ciao Italy : Capri




Ciao Italy : Capri
ฮาโหลอิตาลี : คาปรี ที่แห่งนี้มิเคยลืม


กลับมาอีกครั้งหลังจากทิ้งบล๊อกไปนาน
อย่าเปนไรอีกน้า ใจเสีย เพราะเคยเขียนไดอะรี่ไว้ที่นึงแล้วเว็บเค้าล่ม
เซ็งเป็ดไปเลย

วันนี้ตั้งชื่อบล๊อกเลี่ยนดีจังเนอะ เอาชื่อคล้องจองไว้ก่อน ที่เหลือจะเป็นมงคลเอง ??
ต่อจากคราวก่อน เราไปนอนที่เนเปิ้ลคืนนึง เพราะตอนเช้าจะไป คาปรี
เกาะใกล้ๆ เนเปิ้ลที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่รู้จักกันดี




แผนที่

นอนโฮสเทล bella capri ที่เนเปิ้ลใกล้ท่าเรือไปเกาะคาปรีมากๆ
โฮสนี้มีข้าวเช้าให้ด้วย ฟาดเรียบแล้วหยิบครัวซองเป็นของแถมติดมือไปด้วยอีก
เดินไปท่าเรือแต่เช้าเลย ซื้อตั๋วเรือบริษัท Caremare คนละ 5 ยูโร
เพื่อขึ้นเฟอร์รี่ลำใหญ่เบิ้ม
ออกไปเดินเล่นระเบียงเรือ เห็นวิวเนเปิ้ล สวยมาก
ถ่ายรูปมาแต่โดนควันเรือรมซะตัวดำเลย เห็นภูเขาลิบๆ ไม่รู้ว่าใช่ภูเขาไฟรึป่าว?




ป้อมอะไรน้า?








เห็นเมืองลิบๆ


















กลับเข้ามานั่งในเรือ คนบนเรือก็น้อย ไม่มีไรทำ
หลับซะชั่วโมงนึงก็ถึงเกาะคาปรีแล้ว







ตึกสวยจัง









น้ำใสได้ใจที่สุด
เหยียบเกาะปุ๊บได้ยินเสียงคุ้นแต่ไกล
นักท่องเที่ยวยุ่นปี่นี่เอง รวยจิงมาเที่ยวกันเพียบเลย
แอบเห็นเค้ากางคู่มือท่องเที่ยวเกาะเป็นภาษายี่ปุ่นละเอียดยิบ
จะไปถามก็ไม่รู้จะได้เรื่องรึป่าว เพราะเราก็ไม่ได้เตรียมตัวเที่ยวมาเลย -*-
เลยเดินตามเค้าไปซะงั้น หุหุ
ไปดูเวลาเรือขากลับเอาไว้ก่อน ถ้านอนบนเกาะก็แพงเนอะ

เดินไปขึ้นรถบัส 1 ยู ขึ้นเขาเข้าเมือง
ทางเข้าเมืองเป็นถนนแคบๆ เป็นหน้าผาด้วยเห็นทะเลเลยแต่ควักกล้องมาถ่ายไม่ได้ อยู่บนรถคนเยอะพอดี-*-
เข้าไปในเมือง มีร้านกาแฟ น่านั่งมากมาย
ร้านเสื้อผ้าเยอะแยะ ป้าด้า กุจจี่ หลุยติงต๊อง เบเนติงต๊อง เปิดบนเกาะซะ
เป็นเพราะหน้าหนาว หรือวันอาทิตก็ไม่รู้ ร้านไม่เปิดซักร้าน




ตึกสวย











เกาะคาปรีมีชื่อเสียงเรื่อง เลมอน
มีต้นส้ม เลมอน ปลูกทั่วไปหมดเลย มีร้านขายของที่ระลึกเยอะเลย
ไปเหมา เยลลี่เลมอน 3 ยู ช็อกโกแลตเลมอนสีเขียว 1.5 ยู
เพื่อนซื้อ limoncello เหล้าทำจากเลมอนขวดสวยๆเปนของฝาก


พูดถึงอีเหล้าเลมอนเชโล่ ขวดใหญ่ๆ ก็ราคาไม่ใช่ย่อย
ปอเคยเททิ้งโดยไม่รู้มาแล้ว ตอนที่ฝึกงานเค้าทำ granita
หวานเย็นอิตาเลียนทำจาก น้ำ+น้ำตาล+น้ำผลไม้ใส่เหล้า
เชพมันผสมเลมอนเชโล่ลงไปทั้งขวดใส่ถาดแช่เย็นไว้
เราก็เจือกเอาน้ำในถาดนั้นไปเททิ้งที่โคนต้นไม้ซะเลย
โทษฐาน เกะกะที่วางของ
พอเชพมันรู้ไม่ด่าปอหรอก แต่โดนล้อประจานทั้งครัวเลย-*- จำแม่นเลยเรื่องนี้




ดูแผนที่สิ




อืม




อืม....งง


นั่งรถต่อจะไปหาดอีกฝั่งของเกาะ แต่ก็นั่งมั่วๆ ไม่มีข้อมูลอีก
ลงถามคนแถวนั้น เค้าก็พูดอังกิตไม่ค่อยได้
พอเค้าว่านั่งรถสายนี้ไปก็ถึง ก็เลยนั่งไป
รถก็ถึงจริงๆ เพราะกลับมาที่เดิม ....เย้

ไปต่อที่ Sorrento แทนเนอะ ซะงั้น
ไหนๆ ก็กลับมาที่ท่าเรือแล้ว ซื้อตั๋วจาก Capri - Sorrento 5 ยูโรจ้า
กินครัวซองที่แอบหยิบมาบนเรือ 30 นาทีก็ถึงซอเรนโตแล้ว
เมืองเล็กๆ น่ารัก สวยงาม
ทำไมเมืองที่อิตาลี เล็ก น่ารัก สงบเงียบจังอ่ะ ชอบอีกล่ะ เซียน่าก็ชอบ
ซื้อตั๋วเรือกลับเนเปิ้ลเอาไว้ก่อน ดูเวลาแล้วมีเวลาเที่ยวอีก 4 ชม. บนเกาะ













ซื้อตั๋วตรงนี้แหละ



นั่งบัส 2 ยู วนมันรอบเมืองเลย ลงจอดตรงหน้าร้านขายของ
วันนี้ก็ดูเงียบๆ เลยเดินเข้าสวนส้ม ปลูกส้มเต็มเลย
สุดสวนมีร้านส้ม เลยเดินกลับ ^-^




ดูส้มสิ




ส้ม




สวนส้ม


เข้าร้านเจลาโต ร้านนี้สงสัยจะดังเพราะมีรูปดาราถ่ายที่ร้าน ติดไว้เต็มฝาเลย
หนาวขนาดนั้นยังฟาดเจลาโต 3 ยู โคนบิ๊กเบิ้ม กินซะให้หายหนาว
ออกจากร้านได้ยินเสียงคุ้นๆ ไม่ใช่ยุ่นปี่ล่ะ
พี่ไทยนี่เอง มาไกลขนาดนี้ยังเจอกันอีก แต่ก็เดินไปคนละทาง อิอิ
ใกล้เวลาเรืออกล่ะ เลยเดินกลับท่าเรือ เดินลงบันไดมา เจอฝรั่งแก่2ผัวเมีย
แซวว่าหนาวขนาดนี้ยังกินไอติมอีก ก็หนูยังวัยรุ่นอยู่นี่ป้า 55+




ลงบันได














ซากอะไร























ท่าเรือ


กลับเนเปิ้ลมาก็ 6 โมงพอดี
เดินเข้าเมืองเนเปิ้ลไปกินพิซซ่ากัน เพื่อนว่าที่นี่มีร้านต้นตำรับ แต่จำชื่อไม่ได้
แต่ร้านจะอยู่ใกล้มิวเซียม ไปถึง Museo Nazionale อีกครึ่งชม.เค้าก็จะปิดแล้ว
เลยเดินดูกันแค่ร้านขายของที่ระลึก ดูหนังสือเค้านิดหน่อย

หิวแล้ว ร้านพิซซ่าที่ว่า ท่าทางจะหาไม่เจอ เอาร้านแถวนั้นก็ได้ฟ๊ะ
มีเตาถ่านด้วยร้านนี้ท่าจะโอ
เข้าไปเจอกรุ๊ปยี่ปุ่นยุ่ยปี่อีกแล้ว ไม่รู้ใช่กรุ๊ปที่เจอกันที่เกาะรึป่าว
ร้านนี้เงียบๆ มียี่ปุ่น กะโต๊ะเราอีกโต๊ะทั้งร้าน
สั่งแค่พิซซ่า 1 ถาด พาสต้า 1 จาน จำหน้าไม่ได้ล่ะ แบ่งกันกะเพื่อน
พิซซ่าแป้งหอมอร่อยใช้ได้ ส่วนพาสต้าใส่ร๊อกเก็ตด้วย
จบด้วย Tiramisu กะ Espresso
จ่ายไปคนละ 12.5 ยู
กลับโฮสหลับฝันดี










ภาพมัวอีก-*-







 

Create Date : 25 มีนาคม 2550    
Last Update : 25 มีนาคม 2550 22:32:29 น.
Counter : 954 Pageviews.  

Ciao Italy : Naple




Ciao Italy : Naple
ฮาโหลอิตาลี : เนเปิ้ล นาโปลี...มาฟรี(มาเฟีย)แดนใต้


ตั้งชื่อให้ "ลี" กะ "ฟรี" คล้องไปงั้น ไม่ได้มีความหมายไรเป็นพิเศษ
แล้วโลโซกรุ๊ปก็นั่งรถไฟทั้งคืนมาถึงเนเปิ้ล 6 โมงเช้า
หน้าตาแต่ละคน ยังกะผีดิบ อดหลับอดนอน
เมืองเนเปิ้ล (NAPLE) เมืองใหญ่อันดับ 3 ของอิตาลี
และเป็นเมืองท่าเรือที่สำคัญทางตอนใต้แถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนของประเทศอิตาลี





ก่อนออกมาจากฟอเร้นหยิบโบรชัวร์ โฮสเทลไว้เลยลองเดินหาดู
เดินจากสถานีรถไฟไปเรื่อยๆ (ตามแผนที่) จนถึงโฮสเทลที่เล็งไว้
Hostel bella capri ห้องก็พอใช้ได้ แถมอยู่ใกล้ๆ ท่าเรือที่จะไปเกาะคาปรีด้วย
ฝากของแล้วไปเดินเที่ยวกันแต่เช้าเลย
เดินไปถึงที่แรกใกล้ๆ โฮสเทล เป็นป้อมใหญ่ยักษ์




Castel Nuovo (The Maschio Angioino )

อยู่ด้านหลังท่าเรือ ก็เข้าไปเดินดูไม่ค่อยมีอะไรมาก
เดินตามชายฝั่งโขดหินไปเรื่อยๆ วิวสวย น้ำใสเป็นสีเขียว







รูปปั้นใคร?






เช้าๆ เงียบดี










คนมาตกปลากัน







หนาวๆ แบบนี้ มีอิตาเลียนเป็นคู่ๆ ยืนจูบกันแต่เช้าเลย (สงสัยเค้าหนาว)
เดินเลาะริมน้ำไปเรื่อยๆ










ช้านนั่งตกปลาอยู่ริมตลิ่ง













เดินไปจนถึงอีกป้อม The Castel dell' Ovo ป้อมหินปูนสร้างโดยชาวโรมัน
เป็นสถาปัตยกรรมประจำเมืองเนเปิ้ล
มีทั้งกำแพง ระเบียงให้ดูวิวได้ เห็นบ้านอยู่ไกลลิบๆ ลดหลั่นตามเขา







เดินขึ้นไปกัน













ชะโงกลงไปดูสิ




น้ำเขียวอี๋เลย




ปืนใหญ่อันถัดไป มีฝรั่งคู่นึงนั่งบนปืนแล้วจูบกันไม่สนใจใคร


อีกฝั่งเป็นที่จอดเรือยอร์ช Borgo Marinari
บนป้อมลมแรง แดดแรงยังงัยก็หนาวอยู่ดี ไม่อยากถ่ายรูปเลย







ลงจากป้อมเดินเลาะริมอ่าว




ถนนเป็นชั้นๆ เลย




ตึกสีสวย







เข้าเมืองเดินขึ้นเขาเจอร้านให้ช้อปมากมาย
ตอนนี้ช่วงบ่ายๆแล้ว เค้าปิดร้านหลับกันหมดหรอ มีเปิดบางร้านเอง
(เคยได้ยินมาว่าเค้าปิดร้านนอนกันตอนบ่ายๆ)







แต่นักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักก็ยังเดินกันไปมาอยู่ดี
รวมทั้งพวกเรา...นักท่องเที่ยวกระเป๋าเบา -*-
เดินไปจนสุดถนน เจอจตุรัส
Largo di Palazzo ที่ตั้งของพระราชวังเก่า Palazzo Roale







มีถนนอีกทางเชื่อมลงไปถึงอ่าวได้
มีตึกเป็นโดมคล้ายๆที่มิลานเลย แต่มิลานสวยกว่า
ตอนยืนรอเพื่อน เราไปมองหน้าเด็กผู้ชายคนนึง อายุน่าจะ10ขวบ
คงหากินแถวๆนั้นแหละ คาดว่าเป็นลูกของยัยโรซี่
(ยัยโรซี่คือ คนจร)
พอมันเห็นเรามองหน้า เด็กมันก็วิ่งมาจับนม -*-
ออกแนว ตบไปที่หน้าอกมากกว่าไม่ถึงกะจับหรอก
เพราะใส่เสื้อโค้ดตัวหนามาก ไม่ได้กระเทือนถึงนม
แต่ตกใจ นึกว่าจะโดนกระชากกระเป๋า




ที่เกิดเหตุ

แล้วก็เดินกลับโฮสเทลเพราะเพื่อนฝากกระเป๋าไว้ได้ถึง 4 โมงเย็น
เพื่อนคนอื่นเค้าไปโรมกันก่อน เพราะเค้าจองตั๋วกลับก่อนเราล่วงหน้า1วัน
พากันไปกินพิซซ่า ชื่อร้าน Osigria Angioini เจ้าของโฮสแนะนำมา
อยากจะบอกว่างั้นๆ สงสัยมันเป็นญาติกะโฮสเทลมั้ง -*-

แล้วก็เดินไปสถานีรถไฟ เพื่อนซื้อตั๋วไปโรมกัน
ปอซื้อตั๋วรถเมล์ 2 ยูจากร้านขาย นสพ. นั่งกลับโฮสเทล
กลับมาห้องเจอแบกแพกเกอร์ออสซี่ 2คน (ชายทั้งคู่) เที่ยวมาทั่ว เยอรมัน สวิส แล้วมาจบที่เนเปิ้ล
อืม ฟังเค้าเล่า ท่าทางเที่ยวเยอะแล้ว เห็นมีโปสเตอร์วาติกันด้วย
แล้วเค้าก็ออกไปหาของกิน
เราก็ปีนขึ้นเตียงนอน หลับอย่างรวดเร็ว







 

Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2550    
Last Update : 27 กุมภาพันธ์ 2550 22:35:58 น.
Counter : 824 Pageviews.  

Ciao Italy : Siena





Ciao Italy : Siena
ฮาโหลอิตาลี : เซียน่า หุบเขา เร้นรัก






หอบผ้าผ่อนจากฟอเร้น ใจง่ายหนีตามชายชู้ไปเซียน่า
ซื้อตั๋วแบบเป็นกลุ่ม 6 คนขึ้นไป จากฟอเร้นไปเซียน่า 4.5 ยู
ดูสถานที่น่าเที่ยวจากหนังสือดวงดาวโดดเดี่ยวแล้ว
เห็นมีทุ่งหญ้าสวยงามมากมายที่เซียน่า เมืองเล็กๆที่ไม่ค่อยมีใครไปแวะ
เป็นเมืองใกล้ๆ จากฟอเร้นไปปิซ่า เป็นเมืองบนเขา เร้นรัก
แต่ระหว่างทางก็ไม่เห็นเจอต้นหญ้าเลย เข้าใจว่าในรูปมาเป็นหน้าร้อน
บ้าไปแล้ว พวกแกมาเที่ยวเดือน มกรา หน้าหนาวนะเฟ้ย
ฝากกระเป๋าไว้แล้วนั่งรถจากสถานีรถไฟเข้าเมือง 2 ยู

















เป็นเมืองบนเขา แต่ร้านค้าก็มากมาย มียี่ห้อแปลกๆแต่ดูไฮโซเพียบเลย
ตั้งใจจะไป Duomo ประจำเมือง ระหว่างทางก็เดินผ่าน บ้านเมือง

























มีแต่ตึก

















Piazza del Campo เป็นจตุรัตไว้สำหรับแข่งม้า 2 กค และ 16 สิงหา
มีลานกว้าง คนมานั่งตากแดดกัน เลยไปนั่งตากแดดมั่ง อุ่นสบาย
วิ่งเข้าหาแดดทุกที หนาวมาก











































































เดินต่อไปถึง Duomo สีเขียวสวยงาม
แต่ด้านหน้าปิดซ่อมอีกล่ะ แต่เข้าข้างในได้อยู่

















ถ่ายรูปพอใจ เดินกลับไปท่ารถ













ถ่ายเพื่อน









ขายไรหว่า





นัดกันไว้ที่ Mc (เข้าห้องน้ำฟรีด้วย จ๊าบไปเลย)
รอเพื่อนมาจนครบ มีวิทยุมือถือ ก็วอเรียกกัน เมืองเล็กมากๆ













เย็นนี้จะนั่งรถไฟจาก siena - pisa เพราะเพื่อนยังไม่ได้ไปเที่ยว
แล้วจะนั่ง(นอน)รถไฟจาก pisa - napel ประหยัดค่าที่พักได้ 1 คืน





ถึงปิซ่าก็เย็นแล้ว ก็รีบเดินไปหอเอนกัน แต่ปอมาเที่ยวตั้งแต่วันแรกๆแล้ว
ก็ได้บรรยากาศตอนเย็นอีกรอบ













เมืองแคบมาก จนเจอเพื่อนอีกกรุ๊ปที่มาเที่ยว แล้วเค้าพักโรงแรมที่นี่
หลังจากไปถ่ายรูปใต้หอเอน แบบมืดๆแล้ว









ไปกินพิซซ่า ที่เมืองปิซ่าอีกแล้ว
แล้วก็ไปขอนั่งเล่น อาบน้ำที่โรงแรมที่เพื่อนพัก
(เจ้าของโรงแรมใจดีมาก หรือหน้าตาเอเชียแบบเราดูเผินๆคล้ายกัน เลยจำไม่ได้)
ตี1 ได้เวลานอนต่อในรถไฟ เป็นห้องๆ โทรมๆ ไม่สวยหรอก นั่งได้ 6 คน
จองไว้แล้วแต่ก็มีคนมานั่งมั่ว แถมก่อนย้ายที่ให้เรา มองหน้าอีก (แอบกัว)
ปิดม่าน ปิดประตู ปิดไฟ นั่งหลับเบียดๆกัน
แต่ข้างนอกก็เสียงดังตลอดเวลา หลับไม่ค่อยลง
เพราะเพื่อนกลุ่มนี้เคยโดนล้วงตังมารอบนึงแล้วบนรถไฟจากเยอรมัน-เวนิส
ถึง napel 6โมงเช้า









 

Create Date : 20 กุมภาพันธ์ 2550    
Last Update : 20 กุมภาพันธ์ 2550 21:50:30 น.
Counter : 857 Pageviews.  

1  2  

aiyazawa9051
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เริ่มขีดๆ เขียนๆ จากไดอารี่ส่วนตัว พอโตขึ้นได้ท่องโลกกว้างจึงอยากเก็บความทรงจำไว้ด้วยการเขียนลงบล็อคตั้งแต่ปี 2006 จากนั้นก็หยุดเขียนเพราะทำงานและติดเฟสบุ๊ค ช่วงนี้จะเน้นลงภาพที่ IG แต่ในบล็อคนี้จะพยายามอัพบ่อยๆ เท่าที่ความขี้เกียจจะอำนวย ^^
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add aiyazawa9051's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.