Group Blog
 
All blogs
 
การตั้งชื่อกิจการ (ตอนที่ 3)

ชื่อกิจการคุณนั้นมีความสำคัญอย่างมาก ไม่เพียงมันจะส่งผลกับแบรนด์และการจดจำของผู้คน คุณยังต้องพิจารณาในแง่ของกฎหมายด้วย ชื่อบางชื่อคุณไม่สามารถนำมากำหนดเป็นชื่อกิจการได้ แล้วคุณจะรู้ได้อย่างไรว่าชื่อไหนที่เหมาะสมกับคุณที่สุด?

ชื่อกิจการมีความสำคัญอย่างมากต่อความสำเร็จของกิจการขนาดย่อม ชื่อที่ดีจะทำให้ธุรกิจเป็นที่พูดถึง (Talk of the town) ในขณะที่ชื่อที่ไม่เหมาะสมจะทำให้กิจการถูกวิจารณาจนพบกับความมืดมนจนอาจทำให้ธุรกิจต้องล้มเหลว ชื่อกิจการคุณควรแสดงถึงความเป็นมืออาชีพ คุณค่าและความพิเศษเฉพาะของสินค้าหรือบริการคุณ

มีการโต้เถี่ยงกันอย่างมากเกี่ยวกับการตั้งชื่อที่ดี ผู้เชี่ยวชาญบางคนเชื่อว่าชื่อที่ดีที่สุดคือชื่อธรรมดา เฉยๆ เพื่อให้ผู้คนจินตนาการเอง บางคนว่าควรเป็นชื่อที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจ เพื่อคนที่เห็นจะได้ทราบทันทีว่าธุรกิจคุณทำอะไร บางคนก็ว่าชื่อที่คิดขึ้นมาใหม่ (ประดิษฐ์คำขึ้นมาใหม่) เป็นชื่อที่จดจำได้มากกว่าชื่อที่เป็นคำทั่วไป แต่บางคนกลับว่าชื่อประดิษฐ์เป็นอะไรที่จะลืมได้ง่าย ในความเป็นจริง ชื่อประเภทไหนก็ตามที่สนับสนุนหรือมีประโยชน์ต่อกลยุทธ์การตลาดคุณ

คุณควรปรึกษาหรือขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในการตั้งชื่อถ้าธุรกิจของคุณ โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องแสดงชื่อกิจการให้โดดเด่นและชื่อมีผลต่อความสำเร็จของธุรกิจ ผู้เชี่ยวชาญจะทราบเกี่ยวกับกฎหมายการตั้งชื่อกิจการ พวกเขาสามารถแนะนำคุณได้ว่าชื่อไหนไม่ดีต่อธุรกิจคุณ และอธิบายได้ว่าทำไม่ชื่ออื่นถึงดีกว่า พวกเขาจะช่วยจัดการกับงานที่น่างงงวยนี้แทนคุณ และให้ผลงานที่น่าชื่นชมแก่คุณ
ค่าใช้จ่ายในการจ้างบริษัทที่เชี่ยวชาญการตั้งชื่อเริ่มจากไม่กี่พันเหรียญจนถึง $35,000 หรือมากกว่าในการพัฒนาชื่อ แต่ผลที่ได้ไม่เพียงชื่อที่ดีซึ่งน่าจดจำและง่ายต่อการจดจำแล้ว คุณยังจะไม่มีปัญหาเกี่ยวกับกฎหมายหรือข้อพิพาทอื่นๆ ซึ่งอาจจะทำให้คุณต้องสูญเสียทั้งเงินและเวลา

แต่ถ้าคุณต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายเงินส่วนนี้ เพราะอย่างไงชื่อที่คุณเลือกก็สะท้อนถึงแผนการตลาดคุณอยู่ดี ถ้าธุรกิจคุณเป็นธุรกิจขนาดเล็ก คุณก็สามารถตั้งชื่อเองได้ เพราะไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็เป็นความรับผิดชอบของคุณ และนี่คือขั้นตอนพื้นฐานที่ผู้เชี่ยวชาญในการตั้งชื่อใช้

เริ่มด้วยการตัดสินใจว่าคุณต้องการจะสื่ออะไรจากชื่อกิจการ เพื่อให้เกิดประโยชน์ที่สุด ชื่อกิจการควรจะเสริมส่วนประกอบสำคัญของธุรกิจคุณ เช่นถ้าธุรกิจคุณเป็นร้านอาหารทะเลที่สด คุณภาพสูง ชื่อและโลโก้ร้านจะต้องสื่อถึงสิ่งนั้นกับลูกค้า ดังสิ่งที่สำคัญและควรทำเป็นอย่างแรกคือธุรกิจของคุณคืออะไรและมีอะไรเป็นจุดเด่นน่าประทับใจ

ชื่อควรเป็นคำที่พัฒนาคำที่มีความหมายหรือเป็นคำที่รวมระหว่างคำประดิษฐ์กับคำที่มีความหมาย คนทั่วไปนิยมคำที่สามารถเข้าใดได้หรืออ้างอิงได้ แต่คุณก็ควรระวังมีความหมายแคบเกินไป เช่น ชื่อ “San Pablo Drives” จะทำอย่างไรถ้าบริษัทต้องการขยายกิจการไปอยู่ที่รัฐอื่นเช่นแคริฟอเนีย หรือมีลูกค้าที่รัฐชิคาโก้ และถ้าบริษัทต้องการขยายงานเข้าไปในส่วนของซอฟแวร์หรือส่วนประกอบอื่นของคอมพิวเตอร์

ชื่อที่เฉพาะเจาะจงใช้ได้ถ้าคุณตั้งใจจะให้กิจการคุณอยู่อย่างเดิมตลอดไป ถ้าคุณมีความทะเยอทะยานที่จะโตและขยายสาขา คุณควรมองหาชื่อที่มีความหมายกว้างๆ จำไว้ว่าชื่อจะต้องบอกสิ่งที่กิจการทำ ทำเลที่ตั้ง หรืออื่นๆ แต่ชื่อควรเป็นคำสั้นๆ ดังนั้นคุณควรโฟกัสว่าธุรกิจทำอะไร และอะไรที่คุณจะสื่อ คุณภาพ ความสะดวก หรือความแปลกใหม่ เลือกสิ่งที่สำคญที่สุด

ตัวอย่างเช่น “Italiatour” เพื่อโปรโมทแพกเกจทัวร์ไปอิตาลี มันไม่ใช่คำที่เป็นคำจริงๆ และมันมีความหมาย คนจะทราบทันที่ว่าเราต้องการเสนออะไร ยิ่งไปกว่านั้นชื่อ “Italiatour” ยังช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวอีกด้วย มันอาจแตกต่างออกไปถ้าเราใช้ “Italytour” แต่ “Italia” เป็นคำที่คนพูดภาษาอังกฤษคุนเคยและให้ความรู้สึก และเมื่อรวมกับคำ “tour” มันง่ายที่จะพูด มันพิเศษไม่เหมือนใคร แต่มีกลิ่นไอของอิตาเลียน

ก่อนที่คุณจะเริ่มคิดชื่อธุรกิจคุณ คุณควรกำหนดคุณสมบัติเด่นที่บ่งบอกสิ่งที่คุณต้องการให้ธุรกิจคุณเป็น เช่น ถ้าคุณต้องการเปิดร้านขนมปังที่อบด้วยเตาพิเศษ คุณอาจต้องการชื่อที่สื่อถึงความสด อุ่นจากเตา และบรรยากาศที่เหมือนอยู่บ้าน ชื่อประเภท “Kathy’s Bread Shop” หรือ “Arlington Breads” ไม่ได้สื่อถึงคุณสมบัติเหล่านี้เลย แต่ถ้าเป็น “Open Hearth Breads” จะให้ความรู้สึกโฮมเมด ร้อน และพึ่งออกจากเตา ยิ่งกว่านั้นถ้าในอนาคตคุณมีการขยายสายการผลิตให้มีขนมหลากหลายขึ้น คุณอาจเปลี่ยนชื่อเป็น “Open Heart Bakery” ซึ่งการเปลี่ยนนี้ไม่ได้มากจนทำให้ลูกค้าคุณต้องงง

คุณอาจเริ่มดูจากดิกชันนารี หนังสือ หรือ แมกซีน เพื่อให้เกิดไอเดีย คุณอาจขอให้เพื่อนหรือญาติช่วยคุณคิด ยิ่งมีคนช่วยคิดมากเท่าไหร คำที่ได้ก็จะมากตามไปด้วย ปกติบริษัทที่ให้บริการด้านการตั้งชื่อจะเริ่มจาก 800 ถึง 1,000 ชื่อ แต่สำหรับคุณอาจไม่มีเวลาคิดได้มากขนาดนั้นแค่ 10 ชื่อที่คุณรู้สึกดีกับมัน จากนั้นก็พิจารณามันในแง่มุมต่างๆ คุณจะสามารถตัดคำออกไปได้ครึ่งหนึ่ง สิ่งที่คุณต้องพิจารณาเพิ่มเติมหากคุณต้องการขยายกิจการไปยังประเทศต่างๆ คุณต้องแน่ใจว่าชื่อกิจการคุณไม่มีความหมายในแง่ลบในภาษาอื่น

ที่มา : aimanun.bloggang.com โดย Aimanun



Create Date : 22 มกราคม 2551
Last Update : 22 มกราคม 2551 9:42:44 น. 0 comments
Counter : 917 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ice coffee
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




Myspace Layouts & CommentsMyspace Layouts @ JellyMuffin.com
Friends' blogs
[Add ice coffee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.