Group Blog
 
All blogs
 

If my feeling had a sound it would sound like this.







Cause this music can put a human being in a trance like state and ..deprive it for the sneaking feeling of existing.

Cause music is bigger than words and wider than pictures.

If someone said that ________ are the stars, I would not object.
If the stars had a sound ..it would sound like this.

The Punishment for these solemn words can be hard. Can blood boil like this at the sound of a noisy tape that I've heard.
..I know one thing.
On Saturday, the sky will crumble together(or something) with a huge bang ..to fit into the cave.






"Yes! I Am a Long Way from Home" is the opening track on the Scottish post rock band Mogwai's 1997 debut album, Mogwai Young Team. It received a positive reception from music journalists, with album reviews focusing mainly on the effectiveness of the dynamic contrast featured within the song, the band's usage of instrumentation, and the track's overall representation of the band's genre at the time.





Words adapt from wikipedia / track link from gogear.com

This blog is dedicate to my sneaking feeling of existing that on the long way from home at the time.

Please feel free to fill in the blank on your own word.




 

Create Date : 12 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 12 พฤษภาคม 2552 13:20:27 น.
Counter : 645 Pageviews.  

ก็แค่อยากจะเขียนถึงมัน



Its over....You dont need to tell me...
คิดว่าหลายๆคนคงเคยมีความหลังกับบางเพลง แบบว่าฟังที่ไร เหตุการณ์ตอนนั้นก็หวนกลับมาเหมือนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

I hope you re with someone who makes you feel safe in your sleeping tonight....
ถ้ามันเป็นเรื่องที่ดี เราก็มีความสุขทุกครั้งที่ได้ฟัง แต่ถ้าเป็นเรื่องไม่ดี มันก็พาลให้เราเจ็บกันไป เจ็บกับเนื้อเพลงและอดีตที่คอยทิ่มแทง

I wont kill myself, trying to stay in your life. I got no distance left to run
มันเป็นอาการแบบนี้กับเพลงที่อยากได้ยิน อยากนึกถึงมันอีก แต่ก็ทั้งๆที่รู้...

When you see me...please turn your back and walk away
10ปีก่อน รักครั้งแรก ผลลัพธ์คือความชอบช้ำและไม่สมหวัง...เป็นน้ำเน่าที่ simply มากๆ

I dont want to see you cos I know the dreams that you keep is wearing me
ผมจำได้ว่า ผมซื้อแผ่น single ของ blur "No Distance Left to Run" ให้เธอคนนั้นเป็นของขวัญวันเกิดในช่วงที่สถานการณ์มันหมิ่นเหม่เหลือเกิน

When your coming down, think of me here. I got no distance left to run
หลายวันหลังจากนั้น ผมได้คุยกับเธอคนนั้น ผมไม่ได้ถามอะไรมากถึงฟีดแบ๊ค แต่ก็ยังเลี่ยงไม่ได้ที่จะได้ยินสิ่งที่บอกออกจากปาก
"เพลงเศร้าจัง เพลงของใครเหรอ เพราะดี"


Its over, I knew it would end this way...I hope youre with someone who makes you feel that this life is the night
"ชอบก็ดีแล้ว หวังว่านะ อย่าลืมฟังบ่อยๆล่ะกัน"

And it settles down, stays around spends more time with you
...ในตอนนั้นผมรู้แก่ใจตลอดมา ถึงเส้นขนาน และความสัมพันธ์ ที่สำหรับผมมันก็แค่ ก็แค่การจบเรื่องๆหนึ่ง

I got no distance left to run
นั่นสิ...แล้วใยจะต้องอาวรณ์อดีตอีกเล่า






No Distance Left to Run ซิงเกิ้ลที่สามของคณะ blur จากอัลบั้ม 13 ซึ่งออกในปี 1999 เพลงนี้ขึ้นถึงอันดับ 14ใน UK Chart

No Distance Left to Run เป็นเพลงที่ถูกเขียนขึ้นโดยนัยถึงความสัมพันธ์อันแตกร้าวระหว่าง Damon Albarn กับ Justin Frischermann แฟนสาวในขณะนั้น


ถ้ารู้สึกว่าอ่านบล๊อคนี้แล้วงง ให้อ่านทีละ"สี"(เทาหรือฟ้าก่อนก็ได้)และสิ่งที่เขียนต่อท้ายไม่ใช่การแปล

บล๊อคนี้มอบแด่อดีตอันทรงพลานุภาพครับ




 

Create Date : 15 มีนาคม 2552    
Last Update : 15 มีนาคม 2552 1:35:39 น.
Counter : 299 Pageviews.  

...มาตามสัญญา...

จริงๆblogนี้เขียนเสร็จไว้ตั้งแต่ราวๆกลางเดือนกุมภาฯ เป็นblogที่ผมค่อยๆเขียนเอาไว้นานแล้ว และเนื่องด้วยหลายๆอัลบั้มเพิ่งได้ฟังตอนปลายปี มันก็เร็วไปที่จะบอกว่าเจ๋งสุดๆหรือเปล่า มันเลยนานจนข้อมูลมันout จนไม่ได้เอามาpublish...จนออนเอ็มกับพี่อาย ^^

ครับผม ตามสัญญา Out แล้วก็ขออภัยครับ


No One Does It Like You - Department of Eagles


TOP ALBUMs OF 2008 (ฉบับปีของmesia)


Apartment Kunpa - สมรสและภาระ
Listen & Die: ดึกแล้วคุณขา, ใบหน้าของเรา, สิ่งที่อยู่นอกใจ
ถ้าสองอัลบั้มก่อนหน้านี้คือต้มยำกุ้งรสแซบ สมรสและภาระคือต้มข่าไก่ที่กลมกล่อมนุ่มลิ้มด้วยกะทิและพริกแห้ง ... สมรสและภาระทิ้งโจทย์ให้อัลบั้มต่อไปของพวกเขาเป็นเรื่องยาก นั่นเพราะชุดนี้มันไร้ที่ติ



Moderndog - ทิงนองนอย
Listen & Die: วันสุดท้าย, ย้อนเวลา, เสน่หา
กลับสู่ความเรียบง่ายและสิ่งที่ได้คือความคลาสสิกแบบไทยแท้ อบอุ่น นุ่มนวล และฟังได้ไม่รู้เบื่อ อีกหนึ่งจุดเด่นคือการบันทึกเสียงที่สุดยอด สมกับที่บินไปมิกซ์กันถึงแนชวิวล์...เค้าใส่ใจในทุกรายละเอียดจริงๆ



Conor Oberst - Conor Oberst
Listen & Die: Sausalito, Get Well Cards, Moab, Souled Out!!!
กึ่งโฟลค์กึ่งร๊อค แบบไม่รู้ว่าจะเอาไงแน่ แต่แบบนี้หล่ะที่ชอบ เป็นอัลบั้มที่เหล่าแฟนๆ Bright Eyes จะต้องมีไว้บูชา



Okkervil River - The Stages Name
Listen & Die: Plus One, You Can't Hold the Hand of a Rock and Roll Man, Love to a Monster
แม้ว่าพวกเขาจะออกงานใหม่แน่ปีนี้ แต่ The Stages Name กลับเป็นอัลบั้มที่ฟังบ่อยเฉลี่ยตลอดทั้งปี 2008 ที่ผ่านมา เป็นโฟลค์ร๊อคที่เท่ในแบบหนุ่มใหญ่ผู้ผ่านโลกมามากมาย



Fleet Foxes
Listen & Die: White Winter Hymnal, Ragged Wood, Your Protector, Meadowlarks
สั้นๆนะครับ...Fleet Foxes ทำให้ผมลืมความดีทั้งปวงของ The Decemberists ไปซะหมดใจ



Department of Eagles - In Ear Park
Listen & Die: No One Does It Like You, Teenagers, Classical Records
ถ้าหากคุณบูชาวงดนตรีอย่าง Animal Collective, Panda Bear หรือ Grizzly Bear ไม่มีเหตุผลใดๆที่จะไม่จับอัลบั้มนี้วางไว้เคียงข้างกัน



Helios - Caesura
งานเพลง instrumential ชิ้นเยี่ยมทีผสมผสานระหว่างเพลง postและ ambient ในสัดส่วนที่ไม่มากและไม่น้อยเกินไป Caesura พาเราไปรู้จักโลกอีกด้านของSigur Ros



The Killers - Day & Age
Listen & Die: Human, Spaceman, Joyride
หากจะถามแฟนเพลงส่วนใหญ่ของ The Killers 90% คงบอกเหมือนๆกันว่า Day & Age ไม่ใช่อัลบั้มที่ดีที่สุด แต่ถ้าถามว่าชอบกันมั้ย 100% บอกได้เลยว่าชอบมาก ...Day & Age ประหารความสดที่เคยมีใน Hot Fuss แล้วเกิดวงดนตรีวงใหม่อย่างสมบูรณ์ !!



Run Dan Run - Basic Mechanica
Listen & Die: multi-colored lights, your name escapes me
อัลบั้มนี้ได้มาจากการถูกรางวัลของ yesindie.com แต่ขอบอกว่าวงชื่อแปลกนี้ทำเพลงได้ไม่ธรรมดา เป็นอินดี้พ๊อพที่แสนจะคึกคัก ซาวนด์เหมือนกับ Death Cab for Cutie ในวันที่ไร้ Ben Gibbard



ภูมิจิตร - Found and Lost
Listen & Die: New World Order, อัตวินิบาตกรรม, ทุกวันนั้น+hiddentrack
ภูมิจิตรสลัดคราบวงที่ดูเงอะๆงั้นๆในงาน live in a day เมื่อหลายปีก่อน มายืนบนแถวหน้าของวงการอินดี้ได้อย่างเต็มภาคภูมิ ภูมิใจที่ได้ฟังภูมิจิตร !!



Mogwai - Young Team (Remaster)
Listen & Die: ทุกเพลง esp. Yes I am a Long Way From Home
ขอบคุณค่าย Jointt Thailand ที่เอามาขายในราคาสุดคุ้ม และคงไม่ต้องสาธยายอะไรมากเกี่ยวกับความเทพของ MYT ...กินข้าว อาบน้ำ ปะแป้ง เปิดเพลง เสียบหู และฟังมัน ...Welcome to Young Team !!



She & Him - Volume One
Listen & Die: Why Do You Let Me Stay Here?, This Is Not a Test, Change is Hard, Really Got A Hold On Me.
เขาเล่นให้เธอร้อง และเธอร้องให้เขาเล่น Volume One กลายเป็นส่วนผสมที่สุดจะลงตัว และมันดีพอที่จะทำให้คนเกลียดพ๊อพต้องชอบ คนเบื่อเพลงโฟลค์จะต้องหลงรัก




Best Track of 2008
White Winter Hymnes - Fleet Foxes
No One Does It Like You - Department of Eagles
Yes I am a Long Way From Home - Mogwai

10 Most Play Count in 2008
On Your Own - The Verve (A Northern Soul)
White Winter Hymnes - Fleet Foxes
Human - The Killers
ย้อนเวลา - Modern Dog
Yes I am a Long Way From Home - Mogwai
สิ่งที่อยู่นอกใจ - Apartment Kunpa
All You Get From Love is A Love Song - The Carpenters
บางสิ่ง - Pause (Mild)
ไถ่เธอคืนมา - ปู พงษ์สิทธิ์ (รวมฮิต)
Easy/Lucky/Free - Bright Eyes (Digital Ash in a Digital Urn)

Late Addition
Lightspeed Champion - Falling of the Lavender Bridge




 

Create Date : 09 มีนาคม 2552    
Last Update : 9 มีนาคม 2552 14:54:15 น.
Counter : 544 Pageviews.  

มาย playlist - big nothing Elliott




พอดีได้ฟังพี่ต้อมคุยกับนุ่นเรื่อง Elliott Smith ศิลปินหนุ่มผู้ล่วงลับที่สามารถแต่งเพลงที่มีประโยคอย่าง comedy of error ได้ พี่ต้อมบอกว่ากำลังฟังเพลงสนุกๆของ Elliott Smith อย่าง Speed Trail , Son of Sam, Picture of Me ผมก็คิดย้อนกลับไป จริงๆแล้วหลายเดือนที่ผ่านมาผมแทบไม่ได้หยิบงานของ Elliott Smith ออกมาฟังเลย รวมทั้งเดือนตุลาฯที่ผ่านมาที่ว่าจะเขียนถึงเขาก็ไม่ได้เขียนอีก

สาเหตุเพราะไม่ได้เลิกเห่อ หรือเลิกคิดถึง แต่คงเป็นเพราะเพลงของเขาเหมาะสำหรับฟังให้ช่วงอารมณ์นั้นๆของชีวิตมากกว่า

บางครั้งอารมณ์ก็มีผลต่อเสียงเพลง
และบางครั้งจะฟังเพลง ก็ต้องมีเรื่องมาจุดประกาย



ครั้นพอได้ฟังพี่ต้อมคุยกับนุ่น ใจก็นึกอยากฟังขึ้นมา ขากลับจากงานพี่อายเลยเปิดงานของหนุ่ม Elliott ฟังในรถ กำลังจะเลือกอัลบั้ม แต่ก็นึกขึ้นมาได้ว่าเคยทำ playlist แบบรวมเพลงส่วนตัวเอาไว้ พอลองหมุนไปฟังแล้วรู้สึกเพราะมากมาย จนอดแปลกใจไม่ได้ว่าตัวเองก็เลือกเพลงได้เพราะไม่เบา(นิดนึง)

เล่าสู่กันฟังครับผม

My Playlist
Angel in the Snow (NewMoon disc1)
Alameda (Either/Or)
Ballard of Big Nothing (Either/Or)
Walt#2 (XO)
Miss Misery (OST Goodwill Hunting)
Rose Parade (Either/Or)
LA (Figure 8)
Either/Or (NewMoon disc2)
First Timer (NewMoon disc1)
Thirteen (NewMoon disc1)
Say Yes (Either/Or)
The Biggest Lie (Elliott Smith)
Punch and Judy (Either/Or)
Junk Bord Trader (Figure 8)
Baby Britain (from album: XO)
Coming up Rose (Elliott Smith)
Whatever-Folk song in C (NewMoon disc2)
Indenpendence Day (XO)
Bled White (XO)
Wouldn't Mama be Pround? (Figure 8)
Good to Go (Elliott Smith)
Between the bars (Either/Or)
See You Later (NewMoon disc2)
2.45AM (Either/Or)

ขออภัยที่ไม่สามารถนำมาให้ฟังได้ทั้งหมด


Elliott Smith

แฟนๆของ Elliott Smith ที่อาจมีเพียงน้อยนิดในพื้นที่แห่งนี้ ถ้าหากผ่านมาอ่านก็อย่าลืมโพส playlist ของท่านมาแลกกันฟังได้ครับ




 

Create Date : 15 ธันวาคม 2551    
Last Update : 18 ธันวาคม 2551 0:33:51 น.
Counter : 345 Pageviews.  

...Manic Street Preachers live in Bangkok...

ผมตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่ๆ เพื่อบอกว่ามันจบลงแล้ว และคงไม่มีวันเกิดขึ้นได้จริง




ครับ อย่างน้อยผมคงไม่มีอะไรบอกไปมากกว่าคำว่า เสียใจ มันเศร้าใจ สิ้นหวัง มิพักเอ่ยถึงเรื่องการเมือง(ของใคร)ที่มีเข้ามาตลอดวัน ที่ล้วนชวนให้จิตใจอึดอัด

วันนี้ทั้งวัน ผมนั่งลุ้นกระทู้จากเว๊ปของ 100rock รวมทั้งกระทู้สดจากห้องเฉลิมกรุง พันทิป เป็นระยะ สมาธิทำงานมันแตกซ่านไปแล้ว อย่างน้อยก็วันนี้ที่เป็นเอามาก เพราะมันตัดสิน มันลุ้นว่าตกลง ความฝันที่ผมรอคอยมา 10 ปี มันจะเป็นจริงหรือเปล่า


คำตอบสุดท้ายออกมาหลัง 18.00น ผ่านทาง เว๊ปของ 100rock
ทุกอย่างคือจบ



จะว่าไปผมถอดใจตั้งแต่การโทรไป check flight กับสายการบินคาร์เทย์ แพซิฟิก เมื่อตอนบ่ายแล้ว ...flight CX701 ไม่ Operate แล้วจะมีหวังได้ยังไง Public flight ไม่ใช้ Charter ที่เช่าเหมาลำจะลงที่ไหนก็ได้

รู้ทั้งรู้ ๆ แต่ใจมันอดไม่ได้ที่ยังแอบมีความหวัง


หลายคนอาจจะได้ทันดูเมื่อสมัยปี 94 แต่ตอนนั้นผมแค่ ม.1 ยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจอะไร ตอนนี้ผมยังโทษตัวเองที่รู้จักพวกเขาช้าไป Manics เข้ามาในชีวิตเมื่อตอนปี 1998 พลิกโฉมโลกที่เคยมอง พลิกโฉมเพลงที่เห็นและรับรู้ และผมนับถือพวกเขาโดยไม่ต้องพึ่งพาการชักจูงจากสื่อใด ...แค่เทปคลาสเส๊ต และเนื้อเพลงที่แปลได้บ้างไม่ได้บ้าง ก็เพียงพอ


เขียนมาถึงนี่ ผมคงบ้าไปพอตัวเหมือนกัน จะตัดพ้ออะไรกันมากมายกับการไม่ดูแค่คอนเสิร์ต ครับ คิดแบบนั้นก็ไม่ผิด แต่สำหรับผม Manics ไม่ได้เป็นแค่วงดนตรีที่ผมรัก แต่มันคือสัญลักษณ์ทางใจที่ไม่รู้จะบอกออกมาเป็นตัวหนังสือได้อย่างไร


ผมรัก Manics ครับ เมื่อรักไม่สมหวังก็ย่อมจะเจ็บเป็นธรรมดา...

เขียนไปแล้วก็ยิ่งดูน้ำเน่า



ระหว่างทางกลับมาที่บ้านวันนี้ บน BTS ผมใส่หูฟังและเล่นเพลงจาก Generation Terrorists เพื่อกลบเสียงอื่นรอบตัว ย้อมความผิดหวังด้วยเพลงของพวกเขา แต่มันกลับทำให้ผมยิ่งเศร้า ยิ่งเมื่อตอนที่เพลงเล่นมาถึงแทร็ค Motorcycle Emptiness ท่อนฮุกที่ร้องว่า under neon loneliness, motorcycle emptiness ผมได้ยินชัดถึงคำว่า emptiness ที่เหมือนมันลอยออกมากจากเพลง


ความว่างเปล่า ? ...ผมคงรู้สึกเช่นนั้นจริงๆ








 

Create Date : 27 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 28 พฤศจิกายน 2551 14:19:41 น.
Counter : 646 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  

Mesia_82
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Mesia_82's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.