รวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจัดฟันร่วมกับผ่าตัดขากรรไกร
คลิปนี้อีฟได้รวบรวมคำถามเกี่ยวกับการจัดฟันร่วมกับผ่าตัดขากรรไกรที่หลายคนถามกันเข้ามาบ่อยๆ มาตอบ 
หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับคนที่กำลังหาข้อมูลนะคะ
พูดคุยกันได้ที่ Facebook Page: https://www.facebook.com/abcdever




Create Date : 27 มกราคม 2559
Last Update : 27 มกราคม 2559 23:53:16 น.
Counter : 1844 Pageviews.

4 comment
[Part 3] ครั้งหนึ่งในชีวิตกับการจัดฟัน+ผ่าตัดขากรรไกร





หมอทำอะไรให้บ้าง?

ตอนหมอมาเยี่ยม หมอเล่าให้ฟังว่า เคสนี้ยากและทำเยอะ

ขากรรไกรบนผ่าเป็น 3 ชิ้น ยกขึ้น 8 มม. และถอยเข้า 4 มม.

แก้ขากรรไกรเอียงด้วยการยกข้างซ้ายขึ้นมากกว่าข้างขวา

ส่วนขากรรไกรล่าง ก็ตัดเป็น 3 ชิ้น แล้วเลื่อนเข้าให้พอดีกับ

ขากรรไกรบน ซึ่งทำให้หน้าสั้นลง และกลม

ประกอบกับอีฟคางสั้นอยู่แล้ว หมอเลยตัดเอากระดูกมุมกราม

มาเสริมคางให้ แต่คางอีฟเบี้ยวนิดนึง 

คือหน้าไม่สมมาตรอยู่แล้ว จมูกเบี้ยว คางเบี้ยว 

คิดว่าเพราะนังขากรรไกรที่โตผิดรูปผิดร่างนี่แหละ 

ที่พาอย่างอื่นเบี้ยวไปด้วย

แต่เรื่องคางหมอบอกแก้ได้ ตอนผ่าเอาเพลทออก


ภาพเอ็กซเรย์ 

ซ้าย: หลังผ่าตัดวันที่ 3 

ขวา: ก่อนผ่าตัด

ออกจากโรงพยาบาลแล้วกลับไปอยู่หอ การปฏิบัติตัวก็เหมือนตอนอยู่

โรงพยาบาล คือต้องดูแลเรื่องความสะอาดในปาก

พยาบาลกับหมอย้ำว่าให้ลุกเดิน ออกกำลังกายบ่อยๆ 

จะได้หายไวๆ

พอกลับมาอยู่บ้านมีอาการข้างเคียงคือ ปวดหูตอนกลางคืนค่ะ

แก้ไขด้วยการใช้เจลประคบเย็นโปะไว้ตลอด แล้วก็กินยาแก้ปวด

ประมาณ 3-4 วันอาการที่ว่าก็หายไปเอง

 อีกอย่าง หมอห้ามเคี้ยวเด็ดขาดเป็นเวลา 6 สัปดาห์ค่ะ

ช่วงแรกต้องกินอาหารเหลวใสอย่างเดียว 

พอครบ 2 สัปดาห์ ตัดไหมแล้ว ก็กินอาหารเหลวได้

ตอนตัดไหม ก็เจ็บนะ แต่แบบพอทนได้ หมอมือเบามาก 

หลังจาก 6 สัปดาห์เริ่มเคี้ยวอาหารอ่อนๆได้ 

แต่ยังห้ามพวกอาหารเหนียวๆ แข็งๆ ต้องรอให้กระดูกประสานกันก่อน

ความเศร้าคือ กว่าจะเคี้ยวได้น้ำหนักข้าพเจ้าก็ลดฮวบลงไป

เกือบ 5 กิโล จากผอมอยู่แล้ว กลายเป็นผอมมากกกก

อาการหลังผ่าตัดทั้งหมดก็มีเท่านี้แหละค่ะ

ทีนี้มาดูรูปพัฒนาการความบวมกัน


ใบหน้าจะค่อยๆ ลดบวมจนประมาณเดือนที่ 6 ถึงจะเป็นหน้าจริง

หมอบอกยังไงก็จะมีแก้มนะ เพราะหน้าสั้นลง 

แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาสำหรับอีฟค่ะ ชอบมีแก้มอยู่แล้ว มันดูเด็ก อิอิ


หลังผ่าตัด 3 สัปดาห์


ช่วงแรกๆ ยังยิ้มเห็นฟันไม่ค่อยได้ เพราะมันยังบวมๆ ตึงๆ 



หลังผ่าตัด 1 เดือน





หลังผ่าตัด 2 เดือน



หลังผ่าตัด 3 เดือนครึ่ง



และปัจจุบัน คือหลังผ่าตัด 4 เดือนค่ะ

ตอนนี้ยังต้องจัดฟันต่อ ให้ฟันเข้าที่ 

แล้วพอถึงเวลากระดูกสมานกันดีแล้ว หมอจะนัดผ่าเพลทไทเทเนียม

ที่ใช้ยึดกระดูกไว้ด้วยกันออก 

ส่วนฟัน เมื่อเข้าที่หมอจะถอดเหล็กออกให้ และใส่รีเทนเนอร์แทนค่ะ


หลังผ่าตัดรู้สึกยังไง?

โอย รู้สึกดีมากกกกกค่ะ เหมือนได้เกิดไหม่ 555

การเคี้ยวดีขึ้น เวลาเคี้ยว ข้าวไม่กระเด็นออกจากปาก

เพราะหุบปากได้แล้ว (สิ่งนี่ที่ไฝ่ฝันมานาน)

ขากรรไกรไม่ลั่นให้ปวดใจแล้ว

หน้าที่เปลี่ยนไปแบบญาติจำไม่ได้ ทำให้รู้สึกมั่นใจมากขึ้น

เวลายิ้ม เหงือกไม่ออกมาสวัสดีชาวโลกแล้ว

สามารถถ่ายรูปมุมข้างแบบดูแล้วไม่เป็นแก้วหน้าม้าได้แล้ว ฮ่าาา

มีหลายคนเห็นรูปในเฟสบุ๊กแล้วเข้าใจว่าอีฟไปศัลยกรรมความงามมา

จริงๆ การผ่าตัดขากรรไกรก็คือการศัลยกรรมอย่างหนึ่ง

แต่มันเป็นการศัลยกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาความผิดปกติค่ะ 

การที่หน้าตาดูดีขึ้น มันคือผลพลอยได้

จริงๆ อีฟคิดว่าหน้าใหม่นี้มันคือหน้าปกติที่มันควรจะเป็น

บางคนไลน์มาถามว่าไปทำอะไรมา ทำไมหน้าเล็กลง

ทำที่ไหน จะไปทำบ้าง 

อีฟก็อธิบายไปว่า แบบที่อีฟทำคือสำหรับคนที่มีปัญหาขากรรไกรค่ะ

ถ้าไม่ได้มีปัญหาที่ว่า แต่อยากกรามเล็กลง จมูกโด่ง หน้าเรียว ฯลฯ

ต้องทำศัลยกรรมความงาม ซึ่งทำโดยหมอคนละด้านกัน


สำหรับคนที่กำลังมีปัญหาขากรรไกร

และกำลังตัดสินใจว่าจะทำดีหรือเปล่า แนะนำให้ปรึกษาหมอค่ะ

ต้องเป็นหมอเฉพาะทางด้วยนะคะ เพราะไม่ใช่หมอฟันทุกคน

จะจัดฟันแบบร่วมกับการผ่าตัดขากรรไกรได้

ทางที่ดี ควรจะไปปรึกษาหมอหลายๆคนค่ะ

อย่างไรก็ตาม สุดท้ายตัวเราต้องเป็นคนตัดสินใจเอง

ที่มารีวิวครั้งนี้ ไม่ได้ต้องการเชิญชวนให้ทุกคนทำตามนะคะ

แต่แค่อยากแบ่งปันประสบการณ์ของตัวเอง

การผ่าตัดขากรรไกร เป็นการผ่าตัดใหญ่

ยิ่งถ้าผ่า 2 ขากรรไกร ต้องดมยาสลบ 

ซึ่งมีผลข้างเคียงที่เราจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อดมยาไปแล้ว

แบบเบาหน่อยก็คือ ตื่นมาแล้วเวียนหัว อาเจียน 

เจ็บคอจากการใส่ท่อช่วยหายใจ

แต่ถ้าหนักคือ ไม่ตื่นเลย >>> เสียชีวิตค่ะ

ข้อมูลเหล่านี้ เจ้าหน้าที่จะแจ้งเรา และให้เราเซนรับทราบและยินยอม

ก่อนทำการผ่าตัด

ซึ่งหมายความว่า ถ้าเกิดอะไรขึ้น ญาติจะไปเรียกร้องอะไรไม่ได้

นอกจากนี้ ผลข้างเคียงอีกอย่างคืออาการชาค่ะ

เท่าที่ทราบมา ชาเกือบทุกคน ต่างกันตรงที่จะชาตรงส่วนไหน

บางคนชาเกือบทั้งหน้า และใช้เวลานานกว่าจะหายชาทั้งหมด

บางคนชาไม่หายตลอดชีวิตก็มี

ซึ่งถ้าส่วนที่ชาไม่กระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันก็โอเค

แต่ถ้าเป็นส่วนที่จำเป็นต้องใช้งาน อย่างริมฝีปาก 

ก็คงเป็นปัญหาอยู่ไม่น้อย

ก่อนตัดสินใจ อยากให้หาข้อมูลเยอะๆ นะคะ


สุดท้าย (จะจบละๆ ฮ่าๆ) อยากเล่าเรื่องความประทับใจ

นอกจากความสะอาด สะดวกสบาย ของห้องพักที่โรงพยาบาลแล้ว

พยาบาลที่แผนกผู้ป่วยในของโรงพยาบาลทันตกรรม ม.มหิดล

น่ารักมากกกกกก (ก.ไก่ล้านตัว)

ดูแลดีมาก กดปุ่มเรียกปุ๊บ เข้ามาปั๊บ ใส่ใจคนไข้ขั้นสุด

ไม่ได้จ้างพยาบาลพิเศษ แต่ก็เหมือนมีพยาบาลอยู่ด้วยตลอด

พี่พยาบาลก็พูดจาน่ารักเป็นกันเอง ชวนคุยไม่ให้เครียด

 แถมพาออกไปเดินเล่นชมวิวด้วย 

ขอชื่นชมและขอบคุณมากๆ ที่คอยดูแลค่ะ <3


ที่อยากเล่าก็มีเท่านี้แหละ   

ขอจบการรีวิวแต่เพียงเท่านี้นะคะ

เอาไว้มีอะไรเพิ่มเติม จะมาอัพเดทใหม่น้า

พบกันใหม่บล็อกหน้า 

สวัสดีค่ะ ^^


พูดคุยกันได้ที่เพจ https://www.facebook.com/abcdever





Create Date : 30 มิถุนายน 2558
Last Update : 10 มกราคม 2560 16:59:15 น.
Counter : 14550 Pageviews.

60 comment
[Part 2] ครั้งหนึ่งในชีวิตกับการจัดฟัน+ผ่าตัดขากรรไกร



ต่อนะคะ
20 ก.พ. 58  มาแอดมิทที่ชั้น 10 โรงพยาบาลทันตกรรม

ตอนประมาณสี่โมงเย็น อีฟจองห้องพิเศษเอาไว้

ค่าห้องคืนละ 2,000 บาทค่ะ

(แต่ไม่ใช่ห้องแพงที่สุดนะคะ มีห้องพิเศษ VIP อีก)

บรรยากาศในห้องสะดวกสบายตามในรูปเลยค่ะ



พรีเซ็นเตอร์กับมุมโต๊ะอาหารติดหน้าต่าง 


ในห้องมีตู้เย็น ไมโครเวฟให้ด้วย  

ใกล้กับเตียงคนไข้มีโซฟาเบดสำหรับญาตินอนเฝ้า 


เตียงคนไข้สามารถปรับระดับได้ด้วยปุ่มข้างเตียง 


เบื่อๆ ก็เปิดทีวีดูได้ บางทีก็รู้สึกว่ากำลังอยู่ในโรงแรม

มากกว่าโรงพยาบาล 555

หลังจากเข้าห้องมา ก็จะมีพยาบาลมาอธิบายทุกอย่างที่เราจำเป็นต้องรู้

รวมถึงสร้างความเข้าใจให้กับญาติด้วยว่า

อาการหลังผ่าตัดของคนไข้จะเป็นยังไง ไม่ต้องตกใจ 

เพราะญาติส่วนใหญ่จะตกอกตกใจเมื่อเห็นสภาพคนไข้หลังผ่าตัด

ส่วนข้าพเจ้ามีเวลาสวาปามอาหารได้ถึงก่อน 5 ทุ่ม

หลังจาก 5 ทุ่ม ต้องงดน้ำ งดอาหาร T^T


อาบน้ำ สระผม เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะทำไม่ได้ไปอีกหลายวัน

เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดคนไข้แล้วมาเซลฟี่เป็นที่ระลึก

ก่อนนอนได้ยานอนหลับครึ่งเม็ด ตอนแรกก็ตื่นเต้นนอนไม่หลับ 

แต่ซักพักพอยาออกฤทธิ์ก็หลับสบายอ้าปากหวอตามรูปเลยค่ะ 


ขุ่นแม่แอบถ่าย นี่เพิ่งรู้ว่าเวลานอนหน้าตาน่าเกลียดน่าชังขนาดนี้ 555

ตอนเช้าพยาบาลมาปลุกตอน 06.30 น. 

อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดสีเขียวสำหรับผ่าตัด 

No underwear นะคะจุดนี้ แล้วก็ต้องถอดเครื่องประดับทุกอย่าง

คือต้องตัวเปล่าจริงๆ 

ได้ยานอนหลับอีกครึ่งเม็ด (แต่รอบนี้มันไม่ได้ทำให้ง่วงเล๊ย)

พอถึงเวลา 07.30 น. พยาบาลก็มาพร้อมกับรถเข็นแบบเตียง

แล้วก็ทายาชาเนื้อครีมที่หลังมือให้ เวลาเจาะสายน้ำเกลือจะได้ไม่เจ็บ

จากนั้นก็แค่ขึ้นไปนอน แล้วพยาบาลก็เข็นพาไปห้องผ่าตัด

ข้างในห้องผ่าตัด อากาศหนาวมาก 

ซักพักก็มีคนมาเจาะสายน้ำเกลือให้

โดยก่อนเจาะ ใช้สเปรย์อะไรไม่รู้พ่นใส่หลังมือ

คือมันเย็นมากจนชา ตอนเจาะนี่ไม่เจ็บเลยค่ะ

ถามว่ากลัวมั้ย ไม่นะ ตื่นเต้นมากกว่า

คืออยากรู้ว่า โดนยาสลบแล้วจะเป็นยังไง

แต่เตรียมใจไว้ว่าหลังจากฟื้นมา ต้องลำบากแน่ๆ

เพราะเกือบทุกคนที่อีฟไปอ่านรีวิวมาบอกว่า คืนแรกทรมานมาก

พอเจาะสายน้ำเกลือเสร็จหมอก็เอาเข็มยามาเลยค่ะ

เราก็แบบเหย เอาแล้วๆๆๆ 

อยากจะบอกว่าตอนเร่งยานี่มันปวดได้ใจจริงๆ 

ปวดแบบอยากจะร้องออกมาดังๆ

แต่ปวดแค่ประมาณ นับ 1 ถึง 3 อะค่ะ

เพราะหมอเอาหน้ากากเหมือนหน้ากากออกซิเจนมาครอบจมูก

จำได้ว่าหายใจเข้าแค่ฟืดเดียว ฟืดที่สองสติก็ดับไปเลยค่ะ

ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก 

รู้สึกตัวอีกทีตอนได้ยินเสียงพยาบาล

"คุณอุทุมพรคะ คุณอุทุมพรคะ"

สะลึมสะลือตื่นขึ้นมา ความรู้สึกเหมือนเพิ่งหลับไปแป๊บเดียว

ยังง่วงๆ อยู่ อยากนอนต่อ ฮ่าาา

พอเห็นว่าเราตื่นแล้ว พยาบาลก็พากลับห้องพัก

เริ่มผ่าตัดตอนแปดโมง ออกมาตอนบ่ายสอง รวมใช้เวลา 6 ชั่วโมง


กลับมาถึงห้องมีอาการหนาวสั่น ฟันกระทบกันดังกึกๆ 

จนพยาบาลต้องหาผ้าห่มมาห่มให้หลายๆผืน

ในรูปหลับตาอยู่ แต่จริงๆ ไม่ได้หลับนะคะ 

แค่รู้สึกง่วงๆ ลืมตาไม่ขึ้น แต่ยังได้ยินเสียง รับรู้ทุกอย่าง

ลืมตาขึ้นมาดูคนนู้นคนนี้บ้างเป็นระยะๆ


นี่คือสภาพหน้าหลังผ่าตัดแค่ไม่กี่ชั่วโมง

หน้าบวม ปากบวมเป็นไส้กรอกเลย ฮ่าาาา

สายยางที่โยงออกมาจากปาก 2 เส้น คือสายเดรนเลือด

เอาไว้ดูดเลือดที่ไหลจากแผลออกมาใส่ถุงกลมๆ เหมือนลูกบอลที่

ห้อยอยู่ข้างตัว

เผื่อใครสงสัยว่าหลังผ่าตัดพูดได้เลยหรือเปล่า

ตอบว่า พูดได้เลยค่ะ แต่จะไม่ชัด เพราะปากบวม หน้าตึง

คำแรกที่อีฟพูดคือ 'น้ำ' ค่ะ 

พยาบาลเอาน้ำให้ดื่ม โดยใช้ไซริงฉีดเข้าปาก 

หลอดเดียวไม่พอ ขออีกจนพยาบาลบอกพอก่อนเนาะ

บางคนอาจจะรู้สึกเจ็บคอจากการใส่ท่อช่วยหายใจตอนผ่าตัด

แต่อีฟไม่รู้สึกอะไรเลยค่ะ รู้แต่หิวน้ำมาก

ซักพักมีอาหารมื้อเย็นมาเสิร์ฟ

อาหารที่ว่าคือ น้ำข้าว น้ำซุปใส น้ำตะไคร้ แล้วก็นม

พอเห็นก็ขอกินเลยค่ะ รู้สึกหิวมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต

แต่พยาบาลบอกว่า วันแรกยังไม่อยากให้กินอะไร

เพราะกระเพาะกับลำไส้ยังทำงานไม่ปกติ

แถมบอกว่า ไม่เคยเจอคนไข้ขอกินอาหารหลังผ่าตัดวันแรกเลย

ส่วนใหญ่กินอะไรไม่ลง

อีฟนี่กรีดร้องในใจว่า หนูหิวมากกกกค่ะพี่

สรุปก็อดไปนะคะ ดื่มได้แค่น้ำเปล่า ฮือออ


อาการข้างเคียงหลังผ่าตัดของอีฟคือ อาเจียนเลือดออกมาค่ะ

คือเกือบทุกรอบที่ดื่มน้ำ จะอาเจียนเป็นลิ่มเลือดออกมา

พยาบาลบอกว่าเป็นเลือดจากการผ่าตัดที่ไหลลงท้อง

อาเจียนอยู่ประมาณ 5-6 รอบได้ ถึงจะหมด

 ถามว่าเจ็บแผลหรือปวดไหม?

ไม่เจ็บเลยค่ะ มันชา เพราะตอนผ่าตัด เส้นประสาทจะได้รับการกระทบกระเทือน

แต่ละคนจะมีอาการชาต่างกัน แล้วแต่ว่าเส้นประสาท

ได้รับการกระทบกระเทือนขนาดไหน

ส่วนใหญ่ชาที่ปาก และคาง บางคนชาตั้งแต่ใต้ตาลงมาเลย

ของอีฟปากไม่ชา คางไม่ชา แต่ชาที่เหงือกค่ะ

พยาบาลจะคอยถามว่า ให้คะแนนความปวดเท่าไหร่ 0-10

0 คือไม่ปวดเลย 10 คือปวดมากที่สุด

จริงๆ ไม่ปวดหรอก แต่บอกไปว่า 2 กลัวเดี๋ยวเค้าไม่ให้ยา 

ซักพักพยาบาลมาเช็ดตัวเช็ดหน้าให้ ตอนนั้นแหละค่ะที่ความปวดมาเยือน

คือถ้าอยู่เฉยๆ มันไม่ปวดเลยนะ

แต่พอพยาบาลเอาผ้าชุบน้ำมาแตะโดนคางเท่านั้นแหละ

สะดุ้งเลยค่ะ มันปวดจี๊ดอะ 

โดยเฉพาะตรงมุมกรามที่หมอตัดกระดูกออกไป กับตรงคาง

อีฟเลยขอพยาบาลเช็ดหน้าเอง 

ปัญหาอีกอย่างที่เจอคือ พอตกกลางคืนจะมีอาการคัดจมูกค่ะ

ตอนแรกก็รูเดียว ซักพักคัดสองรู หายใจไม่ออก

ต้องบอกพยาบาล เค้าจะให้ยาหยอด

หยอดแล้วก็โล่ง นอนได้ หลับสบายในคืนแรก

วันที่ 2 นี่แหละที่เด็ด

ตื่นมาส่องกระจก หน้าบวมมากกกก 

ตามรูปเลยค่ะ ใครไม่รู้คงนึกว่าโดนรุมตื้บมา 555

แม่บอกเห็นแล้วอดสงสารไม่ได้ 

เป็นวันที่บวมสุดแล้วค่ะ หลังจากนี้จะเริ่มลดบวมลงเรื่อยๆ 

ผ้าสีม่วงๆ คือถุงใส่เจลประคบเย็น

หลังจากออกจากห้องผ่าตัด พยาบาลก็ใส่ให้เลยค่ะ

ประคบเย็นตลอดเวลา ที่โรงพยาบาลมีให้ยืม 1 คู่

ต้องซื้อมาเองอีก 1 คู่ เอาไว้เปลี่ยน

วันนี้ได้รับอนุญาตให้กินอาหารแล้ว ก็จัดเต็มเลยค่ะ 

ใช้ไซริงฉีดกินเอง เกลี้ยงทุกอย่าง

แต่หลังกินอาหารทุกครั้งต้องทำความสะอาดด้วยน้ำยาบ้วนปาก

ของโรงพยาบาลผสมน้ำ กับน้ำเกลือ Normal Saline 

เพื่อไม่ให้แผลสกปรกแล้วก็ติดเชื้อค่ะ


วันที่ 3 เริ่มบวมลดลงนิดหน่อย

ตกบ่ายหมอมาดูแผล เห็นว่าเลือดหยุดไหลแล้ว 

เลยให้ไปถอดสายเดรน

วิธีเอาออกทำยังไงน่ะเหรอ หึหึ 

หมอก็นับ 1..2.. แล้วดึงค่ะ ดึงแบบพรวดเดียวออก

เจ็บจี๊ดเบาๆ แต่พอทนได้ เอาออกแล้วก็โล่งสบายขึ้น

แต่ที่ยังอยู่คือ แผลที่มุมปากค่ะ

แผลนี้เกิดจากตอนผ่าตัด หมอต้องถ่างปาก แล้วคิดดูว่า 6 ชั่วโมง

มันก็ต้องมีฉีกกันบ้าง

สำหรับอีฟ แผลมุมปากเจ็บที่สุดแล้วในการผ่าตัดครั้งนี้

ถ้าไม่นับตอนฉีดยาก่อนผ่าตัด

อีฟเตรียมวาสลีน ยาไตรโนโลน มาไว้ทาแผลมุมปาก 

ตามคำแนะนำของผู้มีประสบการณ์ผ่าตัดมาก่อน

แต่ปรากฏว่า 3 วันแรกที่ทาไป แผลมันไม่ดีขึ้น

ยาที่ทาทำให้สภาพแผลเปียกเยิ้มตลอด แล้วพอเช็ดทำความสะอาด

แผลที่เหมือนกำลังจะตกสะเก็ดก็ลอกออก แสบสะท้านละครับ

บังเอิญคืนที่ 3 หายาไตรโนโลนไม่เจอ วาสลีนก็ไม่อยากทา มันเยิ้ม

เลยเอาลิป Medex ของ Blistex ที่พกติดตัวมาด้วย มาทา

ทาแล้วจะรู้สึกเย็นๆ ดี ทำให้ไม่แสบ

ปรากฏเช้ามา เหยยยยย แผลดูดีขึ้น ไม่เปียกเยิ้มเหมือนตอนแรก

วันที่ 4 หมอเข้ามาตรวจตอนเช้า ถามว่า อยากให้เลือดไหม

เพราะตอนผ่าตัดอีฟเสียเลือดมาก 

อาการตอนนี้คือ ให้ก็ได้ ไม่ให้ก็ได้ แต่ถ้ารู้สึกว่าไม่ไหว 

หมอจะให้เลือด

อิฉันก็ตอบไม่ต้องคิดเลยค่ะว่า ไหวค่ะหมอ

ไม่อยากได้เลือดคนอื่น อีกอย่างไม่ได้รู้สึกเพลียอะไรขนาดนั้น

สรุปหมอบอก ถ้าไหว หมอจะให้กลับบ้านได้ 

(จริงๆ หมอบอกกลับได้ตั้งแต่วันที่ 3 แล้วค่ะ แต่แม่อยากให้อยู่ต่อ

เพราะกลัวว่าจะเป็นอะไรขึ้นมาตอนอยู่ไกลหมอ แม่กลัว)

สายๆ ก็ไปอาบน้ำ สระผมเป็นครั้งแรกหลังจากผ่าตัด

โล่งหัว สบายตัวมากกกก 

หน้ายังบวมอยู่ แต่ขนาดของปากลดลงอย่างเห็นได้ชัด

แฟนบอก หน้าเหมือนกบ 555

หลังจากนี้ก็ไปเคลียร์ค่าใช้จ่ายก่อนออกจากโรงพยาบาลค่ะ

ค่าผ่าตัด + ค่าห้อง = 158,000 บาท มีเศษนิดหน่อย

ตัวเบาเลยล่ะฮะท่านผู้ชม


อ่านต่อ จิ้มที่ลิ้งค์นี้เลยค่ะ


พูดคุยสอบถามได้ที่เพจ https://www.facebook.com/abcdever












Create Date : 26 มิถุนายน 2558
Last Update : 10 มกราคม 2560 16:59:36 น.
Counter : 4705 Pageviews.

12 comment
[Part 1] ครั้งหนึ่งในชีวิตกับการจัดฟัน+ผ่าตัดขากรรไกร


ครั้งหนึ่งในชีวิตกับการจัดฟัน+ผ่าตัดขากรรไกร 
ที่โรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ ม.มหิดล

สวัสดีค่ะ วันนี้อีฟจะมาแชร์ประสบการณ์การจัดฟันร่วมกับการผ่าตัด

ขากรรไกร พร้อมรูปรีวิวความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่เริ่มจัดฟัน

หลังผ่าตัด จนถึงตอนนี้ (4 เดือนหลังผ่าตัด)

บอกเลยว่าเด็ดๆทั้งนั้น ฮ่าาาา

ต้องบอกก่อนว่าขั้นตอนการจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดขากรรไกร

ของคนอื่นอาจไม่ได้เป็นแบบนี้นะคะ 

โดยอาจจะเร็วหรือช้ากว่าของอีฟขึ้นอยู่กับดุลพินิจของหมอ

ว่าจะวางแผนการรักษาอย่างไร สำหรับคนไข้แต่ละเคส

สำหรับใครที่สงสัยว่าความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกรคืออะไร

การจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดขากรรไกรเป็นยังไง 

ต่างกับการจัดฟันธรรมดายังไง

สามารถเข้าไปอ่านที่ลิ้งค์ข้างล่างนี่ได้เลยค่ะ

ความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกรและการจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดขากรรไกรคืออะไร?


เคสของอีฟเป็นเคสขากรรไกรบนคร่อมขากรรไกรล่างค่ะ 

ดูเผินๆ อาจจะดูเหมือนฟันเหยิน แต่จริงๆ กระดูกขากรรไกรบนยื่นยาว

กว่าปกติ ขณะที่กระดูกขากรรไกรล่างกลับสั้น 

ทำให้ฟันบนคร่อมฟันล่าง ใช้ฟันหน้ากัดอะไรไม่ได้ 

กัดเส้นก๋วยเตี๋ยวยังไม่ขาดเลย เพราะมันไม่สบกัน

นอกจากนี้กระดูกขากรรไกรบนที่ยาวผิดปกติยังทำให้ยิ้มเห็นเหงือกมาก 

หรือที่เรียกว่า Gummy Smile ซึ่งเป็นที่มาของฉายา นางเหงือก 

ตอนเด็กๆ 

แถ่น แทน แท้นนนน รูปภาพพลีชีพรูปแรกมาแล้ว ฮ่าๆ

อันนี้เป็นรูปตอนม.4 ค่ะ ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่า ขากรรไกรข้างซ้ายเอียง

ลงมากกว่าข้างขวาเล็กน้อย ทำให้คางเบี้ยว ใบหน้าไม่สมมาตร

อีฟมาเริ่มจัดฟันครั้งแรกก็ตอนม.6 ค่ะ 

(เมื่อ 8 ปีที่แล้ว อย่าคำนวณอายุนะคะ ฮ่าๆ) 

ตอนนั้นคิดว่าตัวเองฟันเหยินเฉยๆ ก็เลยไปพบทันตแพทย์ 

แต่หลังจากเอ็กซเรย์+พิมพ์ฟัน หมอบอกว่า 

"เคสของเราปัญหาไม่ได้อยู่ที่ฟันแต่อยู่ที่ขากรรไกร 

จัดฟันอย่างเดียวจะไม่ทำให้เหงือกหายยื่น ต้องผ่าตัดร่วมด้วยนะ" 

ถึงกับเงิบ ตั้งใจมาจัดฟัน ไหงมีผ่าตัดด้วย 

เห็นเพื่อนจัดฟันอย่างมากก็ผ่าฟันคุด แต่นี่ ผ่าตัดขากรรไกร!!!

ตอนนั้นแม่เป็นคนพาไปที่คลินิก หมอเลยให้ไปเรียกแม่เข้ามาฟังด้วย

แล้วหมอก็อธิบายถึงว่า ตอนนี้อายุยังน้อย 

ปัญหาขากรรไกรผิดปกติอาจยังไม่ส่งผลกระทบอะไรมาก 

แค่เรื่องความสวยงาม กับการบดเคี้ยวเล็กน้อย

แต่พออายุมากขึ้น จะเริ่มมีปัญหามากขึ้น 

ถามว่า จัดฟันอย่างเดียว ไม่ได้เหรอคะหมอ? ก็ได้คำตอบมาว่า 

การจัดฟันไม่ได้ทำให้กระดูกขากรรไกรเปลี่ยน 

กรณีนี้การจัดฟันเพียงอย่างเดียว จึงไม่ช่วยอะไร (TT__TT)

ถ้ายืนยันว่าจะจัดฟัน หมอมีตัวเลือกให้ นั่นคือ 


1. จัดฟันโดยไม่ถอนฟัน –ผลการรักษาคือ จะได้ฟันที่เรียงตัวไม่ซ้อนเก 

แต่ไม่ช่วยให้โครงหน้าเปลี่ยนเหงือกและฟันจะยังยื่นเหมือนเดิม

แต่อนาคตถ้าต้องการจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดก็สามารถทำได้

2. จัดฟันโดยถอนฟัน แต่ไม่ผ่าตัด –ผลการรักษาคือ ฟันจะถูกดึงเข้าไป 

แต่เหงือกจะยังยื่นเหมือนเดิม ยิ้มเห็นเหงือกปากอูมเหมือนเดิม

และจะไม่สามารถจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดได้อีก

เพราะมีการถอนฟันไปแล้ว วิธีการจัดฟันก็ต่างจากแบบผ่าตัดด้วย

3. จัดฟันร่วมกับผ่าตัดขากรรไกร –ผลการรักษาคือ รูปร่างขากรรไกร

จะเปลี่ยน การสบฟันดีขึ้น โครงหน้าจะเปลี่ยนไป 

ขากรรไกรบนจะหายยื่นจะไม่ยิ้มเห็นเหงือกและปากไม่อูมอีกต่อไป

แค่ได้ยินว่าต้องผ่าตัดก็ช็อคแล้ว 

แต่ที่ช็อกกว่าคือค่าผ่าตัด 2 ขากรรไกร 80,000 บาทค่ะ 

เยอะมากสำหรับเด็กมอปลาย ตอนนั้นได้เงินจากการเขียนนิยาย

เลยคิดจะจัดฟัน แต่เงินจำนวนนี้ก็มากไปอยู่ดี

แม่ก็ไม่อยากให้ผ่า บอกเราก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก ไม่ต้องไปผ่าหรอก

    สรุปอีฟก็เลยเลือกจัดแบบไม่ถอนฟันค่ะ 



 รูปตอนจัดฟันใหม่ๆ (ม.6) เหงือกกับฟันมาเต็มมาก 55 



รูปตอนปี 1 หลังจากจัดฟันมาประมาณ 1 ปี เวลาหุบปากจะเหมือนอมอะไรไว้



คิ้วก็บาง คางก็สั้น ปากก็ห้อย เหงือกก็เยอะ ชีวิตเศร้าเนอะ 555


เวลาเผลอๆ ก็ไม่ค่อยได้หุบปากอะค่ะ เพราะมันหุบไม่ด้ายยยย 


รูปหลังจากถอดเหล็กใหม่ๆตอนปี 3 

รวมระยะเวลาในการจัดฟันครั้งแรก 4 ปี 

    ชอบมีคนมาถามว่า นี่จัดฟันมาแล้วเหรอ? จัดแล้วทำไมยังเหยินอยู่?

    แรกๆ ก็พยายามอธิบาย แต่หลังๆ เริ่มนอยด์ อธิบายไปเค้าก็ไม่เข้าใจ

    เลยเปลี่ยนเป็นแค่ยิ้มๆ โชว์เหงือกพอ ฮ่าๆ


    หลังจากถอดเหล็กออกก็ไม่ได้ทำอะไรกับฟันอีก 

    จนกระทั่งเริ่มมีอาการขากรรไกรค้างและปวดตรงข้อต่อขากรรไกร

    เวลาอ้าปากกว้างๆ เช่น เวลาหาว เวลาอ้าปากจะงับอาหารจากช้อน 

     มีเสียงคลิกตรงหน้าหู ซักพักอาการที่ว่าเริ่มถี่ขึ้นเรื่อยๆ 

     คำพูดหมอฟันสมัยมอปลายนี่ลอยมาเลย

    ทีนี้มานั่งหาข้อมูลอย่างจริงจัง และเจอว่าอาการที่กำลังเป็นอยู่

แสดงว่าข้อต่อขากรรไกรเริ่มมีปัญหา มันฟังดูร้ายแรงแฮะ 

ไปปรึกษาหมอที่โรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์

 มหาวิทยาลัยมหิดล ในซอยโยธี ตรงข้ามเซนจูรี่ 

(ตามรีวิวในบล็อกของพี่คนนึงที่อีฟไปเจอมาเมื่อนานมาแล้ว) 

หมอมองปราดเดียวฟันธงเลยว่า ต้องจัดฟันร่วมกับผ่าตัด

    ขากรรไกร แล้วก็พูดเหมือนหมอที่จัดฟันให้ครั้งแรกเป๊ะ 

คือยิ่งอายุมากปัญหาก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น ถ้าไม่ผ่าตัด 

เพราะตอนนี้ขากรรไกรลั่นแล้ว แสดงว่ามันไม่ไหวแล้ว

    คราวนี้อีฟตัดสินใจจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดขากรรไกรค่าาา

    เอาจริงๆ ไม่ได้กลัวการผ่าตัดนะ แต่กลัวไม่มีตังค์จ่าย 555


    มาถึงขั้นตอนการจัดฟัน ที่คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล 

    ก่อนอื่นต้องเข้าคิวค่ะ คิวจะมี 2 แบบ คือ ในเวลา กับ นอกเวลา 

    อีฟเลือกนอกเวลา เพราะสะดวกกว่าและได้คิวเร็วกว่าในเวลา 

แต่เสียตรงราคาแพงกว่าในเวลาค่ะ เฉพาะค่าจัดฟัน 50,000 บาท 

แบ่งจ่าย 2 ครั้งแรก ครั้งละ 7,600 บาท ต่อไปครั้งละ 1,200 บาท 


    ทีนี้พอถึงคิวแล้ว ต้องไปเอ็กซเรย์ พิมพ์ฟัน 

คุยกับทั้งหมอจัดฟัน (อ.อิศราวดี) และหมอผ่าตัด (อ.สุรกิจ)

 เพราะหมอทั้งสองคนจะต้องวางแผนการรักษาร่วมกัน 

ตอนไปคุยไม่เสียค่าใช้จ่ายนะคะ เสียเฉพาะพวกค่าเอ็กซเรย์ 

    เสร็จแล้วก็ไปเคลียร์ช่องปากเตรียมติดเหล็กได้เลยค่ะ


    Timeline การรักษา

ก.พ. 57 เคลียร์ช่องปาก ขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟันคุดที่เหลือ 1 ซี่

    (ผ่าไปแล้วตอนจัดฟันครั้งแรก 3 ซี่) ทั้งหมดนี้ทำที่คลินิกข้างนอก 

    เพราะไม่อยากรอคิวนานค่ะ ค่าใช้จ่ายก็เลยแพงหน่อย 

มี.ค. 57 ติดเหล็กครั้งแรก ทั้งด้านบนและด้านล่าง 

กลับมามีเหล็กในปากอีกครั้ง รู้สึกเคืองๆ ไม่ค่อยชิน 

หมอให้ขี้ผึ้งสีขาวๆ มาไว้ปิดเหล็กที่ทิ่มกระพุ้งแก้ม 

     ใช้อยู่วันสองวันก็เลิกใช้ เพราะชิน ไม่เจ็บแล้ว 

มิ.ย. 57 หมอจัดฟันกับหมอผ่าตัดลงความเห็นว่าฟันเข้าที่พร้อมผ่าแล้ว 

    (ฟันอีฟเรียงตัวดีอยู่แล้วจากการจัดฟันครั้งแรก 

ไม่มีฟันซ้อนเก เลยค่อนข้างเร็วค่ะ)



  รูปตอนจัดฟันได้ 3 เดือน (มิ.ย. 57)  

เราว่าจมูกเราก็โด่งอยู่นะ แต่ฟันเราโด่งกว่า ฮาาา

ก.ค. 57 หมอเขียนใบส่งตัวให้ไปจองคิวผ่าตัดที่แผนกห้องผ่าตัด 

    อีฟขอผ่าต้นปี 58 เพราะยังไม่พร้อมเรื่องค่าใช้จ่าย 

เจ้าหน้าที่แจ้งว่าค่าผ่าตัด 2 ขากรรไกร ประมาณ 200,000 บาท 

เหงื่อแตกสิครัช 

     ระหว่างนี้ก็จัดฟันเปลี่ยนลวดไปเรื่อยๆค่ะ ไปทีไรก่อนจะได้เจอหมอ 

     ผู้ช่วยจะให้เลือกสียางทุกครั้ง แต่ก็ไม่เคยได้ใส่ยาง 

หมอใช้แค่ลวดพันสลับไปมา

     ยกเว้นครั้งแรกที่ติดเหล็ก จนบางทีแอบอยากกระซิบบอกผู้ช่วยหมอว่า 

    ไม่เลือกได้มั้ย เลือกทีไรเก้อทุกที ฮ่าๆๆๆ


    สรุปว่าได้คิวผ่าเป็นวันที่ 21 ก.พ. 58  ช่วงปลายเดือนหมอนัดมา

พิมพ์โมเดลฟัน วัดระยะฟัน เตรียมผ่าตัด แล้วก็เขียนใบส่งตัวให้ไปตรวจ

ร่างกายที่โรงพยาบาล เวชศาสตร์เขตร้อน จองเลือดที่โรงพยาบาล

รามาธิบดี สำหรับคนที่ร่างกายแข็งแรงน้ำหนักถึงเกณฑ์

สามารถเก็บเลือดตัวเองไว้ใช้ได้ค่ะ แต่อีฟน้ำหนักน้อย

เลยต้องจองเลือดคนอื่น  

ก่อนถึงวันผ่าตัดก็ต้องรักษาสุขภาพให้แข็งแรงค่ะ

    ห้ามป่วยในช่วงใกล้ผ่าตัดเด็ดขาดแม้แต่ไข้หวัดธรรมดาก็ต้องเลื่อน

การผ่าตัดเลยทีเดียว



รูปตอนไปพิมพ์ฟัน อย่าตกใจ ยิ่งใกล้ผ่าสภาพหน้าจะยิ่งแย่ 
(เกี่ยวมั้ย 55) คิดว่าหมอก็คงจะสะพรึงกลัวอยู่ไม่น้อย

นี่โมเดลฟันเก๊าเอง

    ก่อนผ่าตัดแทบไม่มีความกังวลเลย เพราะข้อมูลค่อนข้างแน่น

แอบเอาแผนการผ่าตัดที่หมอเขียนไปเสิร์ชในกูเกิ้ลด้วยนะ

อยากรู้ไงว่าหมอจะผ่าตรงไหน จะตัดอะไรออกบ้าง 

ในยูทูปมีคลิปการผ่าตัดจริงๆให้ดูด้วย แต่แนะนำว่า 

ถ้าใจไม่แข็งพออย่าดูเลยค่ะ 55

19 ก.พ. 58 ทางโรงพยาบาลบังคับว่าต้องมีญาติเพศเดียวกัน

เฝ้าคนไข้ตลอดเวลา อีฟอยู่หอในกทมคนเดียว 

เลยต้องให้ขุ่นแม่เดินทางจากอุดรมาเพื่อการนี้เลย

วันนี้เป็นวันเกิดอีฟด้วย เลยนัดเพื่อนมาเลี้ยงฉลอง 

เพราะเดี๋ยวผ่าตัดแล้วจะเคี้ยวอะไรไม่ได้อีกหลายเดือน 



จัดซิสเลอร์ตุนไว้เบาๆ อิอิ


อ่านต่อจิ้มที่ลิ้งค์นี้เลยค่ะ


พูดคุยสอบถามได้ที่เพจ https://www.facebook.com/abcdever





Create Date : 21 มิถุนายน 2558
Last Update : 10 มกราคม 2560 17:00:57 น.
Counter : 12509 Pageviews.

14 comment
ความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกรและการจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดขากรรไกร คืออะไร?

ความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกรคืออะไร


ความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร หรือ 

TMJ (temporomandibular joint disorder) หมายถึง

ข้อต่อระหว่างขากรรไกรบนและล่างไม่สามารถทำงานอย่างที่ควร

โดยข้อต่อนี้เป็นจุดที่มีความซับซ้อนมากที่สุดจุดหนึ่งในร่างกายของเรา 

มีผลต่อการเคลื่อนขากรรไกรล่างไปข้างหน้า หลัง และด้านข้าง 

ปัญหาใด ๆ ก็ตามที่ทำให้ระบบของอวัยวะต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับขากรรไกร

ทำงานไม่ปกติ เราจะเรียกว่า ความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร 

ซึ่งอาจทำให้เรารู้สึกว่ากระดูกขากรรไกรของเรามีการเคลื่อนที่ 

หรือติดค้างในชั่วขณะ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะหาสาเหตุไม่ได้


อาการของความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกรมีอะไรบ้าง


ความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกรมีอาการและสัญญาณเตือนได้หลายประการ

ปกติแล้วมักจะเป็นการยากที่จะรู้ว่ามีอาการ เนื่องอาการบางอย่างอาจจะเป็น

ปัญหาอื่นๆ ทันตแพทย์สามารถช่วยวินิจฉัยได้ด้วยการตรวจสอบประวัติการ

รักษา การตรวจในคลินิค และการเอ็กซเรย์ 

อาการที่พบได้บ่อยคือ:

  • อาการปวดศรีษะ (มักจะถูกคิดว่าเป็นอาการของไมเกรน) อาการปวดหู และอาการปวดบริเวณหลังตา
  • เสียงคลิกเวลาอ้าปากหรือหุบปาก
  • อาการปวดจากการหาว การอ้าปากกว้าง หรือการเคี้ยวอาหาร
  • ขากรรไกรค้าง
  • อาการเจ็บที่กล้ามเนื้อขากรรไกร
  • ความเปลี่ยนแปลงกระทันหันของการสบกันระหว่างฟันบนและฟันล่าง


ความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกรสามารถรักษาได้อย่างไร


แม้ว่าจะยังไม่มีวิธีการรักษาที่แน่นอนสำหรับความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร

 แต่ก็ยังมีหลายวิธีที่จะสามารถช่วยลดอาการได้อย่างมาก 

ซึ่งทันตแพทย์อาจแนะนำดังต่อไปนี้:


  • การพยายามลดความเจ็บปวดของกล้ามเนื้อด้วยยาคลายกล้ามเนื้อ แอสไพริน หรือยาแก้ปวดอื่น ๆ หรือยาแก้อักเสบ
  • การลดผลกระทบที่อันตรายเช่น การเกร็งและการกระทบ ด้วยการใส่อุปกรณ์ที่ป้องกันการกระทบของฟันบนและล่าง
  • การเรียนรู้ที่จะผ่อนคลายเพื่อควบคุมความตึงเครียดของกล้ามเนื้อในขากรรไกร ทันตแพทย์อาจแนะนำให้เข้ารับการฝึกเพื่อความเครียด
  • ถ้าข้อต่อขากรรไกรได้รับผลกระทบ และวิธีการรักษาอื่นไม่ได้ผล การผ่าตัดขากรรไกรอาจเป็นทางเลือก

Credit: //www.colgateprofessional.co.th/


การจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดขากรรไกร

ในกรณีที่ขากรรไกรมีขนาดหรือตำแหน่งที่ผิดปกติมาก ทำให้สบฟันไม่เข้าที่

และมีรูปหน้าไม่สมส่วน หรือมีใบหน้าเบี้ยวไม่เท่ากัน การจัดฟันแต่เพียงอย่าง

เดียวอาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ หรือแก้ไขได้ไม่สมบูรณ์ ทันตแพทย์จึงอาจ

แนะนำให้แก้ไขด้วยการจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดขากรรไกร (orthognatic

 surgery) ซึ่งแผนการผ่าตัดขากรรไกรนี้ ทันตแพทย์จัดฟัน และศัลยแพทย์ผู้

ทำการผ่าตัดจะวางแผนร่วมกันก่อนการผ่าตัด

ขั้นตอนในการจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดขากรรไกรแบ่งเป็น 3 ขั้นตอนหลัก คือ

1. การจัดฟันก่อนการผ่าตัด ซึ่งอาจใช้เวลานานได้ถึง 1-2 ปี แล้วแต่ความผิด

ปกติที่มีอยู่ ระยะนี้ทันตแพทย์จัดฟันจะทำการแก้ไขฟันซ้อนเก และปรับแนว

แกนของฟันก่อนการผ่าตัด

2. ขั้นตอนการผ่าตัดขากรรไกร นอกจากนี้จะต้องมีการพักฟื้นหลังผ่าตัด ซี่งผู้

ป่วยอาจต้องพักฟื้นในโรงพยาบาล 1-3 วัน และพักต่อที่บ้านอีกประมาณ 2-4

 สัปดาห์

3. การจัดฟันหลังการผ่าตัด เพื่อปรับให้การสบฟันสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยใช้เวลา

ประมาณ 6 เดือน

การผ่าตัดขากรรไกรนี้อาจมีผลข้างเคียงได้ เช่น การชาที่ริมฝีปากและบริเวณคาง

 เนื่องจากมีการกระทบกระเทือนเส้นประสาทในบริเวณที่ผ่าตัด หรืออาจทำให้ฟัน

ตาย ถ้าแนวการผ่าอยู่ใกล้กับฟันมาก และยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่เกิดจากการ

ผ่าตัดและการดมยาสลบร่วมด้วย อีกทั้งการจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดนี้ ยังมีค่าใช้

จ่ายที่ค่อนข้างสูงอีกด้วยครับ โดยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมานี้ก็มาจาก การที่การจัด

ฟันมีความซับซ้อนมากขึ้น บวกกับค่าใช้จ่ายที่มาจากส่วนของการผ่าตัด และการ

ที่จะต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล เป็นต้นครับ

อย่างไรก็ตาม ถ้าหากผู้ป่วยไม่อยากผ่าตัด ทันตแพทย์จัดฟันก็จะต้องวิเคราะห์ดู

ว่า จะมีทางเลือกในการจัดฟันโดยไม่ผ่าตัดได้บ้างหรือไม่ ซึ่งแม้ในกรณีที่อาจจะ

ทำได้ก็อาจทำให้ผลการรักษาออกมาไม่สมบูรณ์ หรือไม่สวยงาม ซึ่งถ้าในกรณีที่

มีความผิดปกติมากจริง ๆ และการจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดเป็นทางเลือกเดียว

เท่านั้น ถ้าหากผู้ป่วยไม่อยากผ่าตัดแล้ว ก็ไม่ควรจะทำอะไรเลยครับ

Credit: //thaiortho.org/







Create Date : 21 มิถุนายน 2558
Last Update : 21 มิถุนายน 2558 21:03:21 น.
Counter : 1101 Pageviews.

1 comment

คริสต์มาสอีฟ
Location :
อุดรธานี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]



***Welcome to my blog***

My name is Eve.
Here is my space used to share my makeup tutorials, reviews and much more.
Hope you enjoy :)

Facebook Page: https://www.facebook.com/abcdever
YouTube: abcd_eve
New Comments