Top 5 การอ่านของปี 2548 ระลึกถึงการอ่านของปีที่ผ่านมา



การเรียงลำดับนี่ไม่ได้เป็นไปตาม 1-2-3 แต่เป็นการกลับไปทบทวนการอ่านเมื่อปีที่ผ่านมาแล้วคิดว่าประทับใจหนังสือเล่มไหนบ้าง จริงๆ มีหนังสืออีกหลายเล่มที่ไม่ได้ถูกหยิบยกมาพูดถึง นี่เป็น4-5 เล่มที่คิดถึงแล้วกันค่ะ



การเดินทาง ของโบคุ ทั้ง 4 เล่ม
ฮารูกิ มูราคามิ เขียน นพดล เวชสวัสดิ์ แปล
เมื่อต้นปีได้อ่าน ไตรภาค แห่งมุสิก คือ สดับลมขับขาน พินบอลล์ แกะรอยแกะดาว ในช่วงเวลาติดกัน อ่านสามเล่มรวดเดียว ทิ้งไปนานมาก จึงอ่านการเดินทางครั้งล่าสุดของ"โบคุ" (หมายถึง "ผม" ตัวละครหลักของทั้ง 4 เล่ม) เรื่อง เริงระบำแดนสนธยามื่อวันหยุดช่วงคริสต์มาตที่ผ่านมา อ่านจบทั้ง 4 เล่มแล้ว ราวกับมูราคามิกำลังจะบอกว่า ถึงที่สุดแล้ว มนุษย์ก็แทบจะไม่มีทางออก ความตายรอเราอยู่ทุกขณะ ความรักหรือ เราอาจจะไม่ได้พบมันอีกเลย เรื่องสุดท้ายนี่ "ผม" ไม่ได้พบกับ "กีกิ" สาวหูสวย คนนั้นอีก เธอเพียงเดินผ่านเขาแว่บๆ และเขาก็ตามหาเธอไม่เจอ ทั้งๆ ที่เธอเป็นผู้หญิงที่เขาคิดถึงตลอดหลังจากที่ทั้งคู่แยกจากกันในเล่มแกะรอยแกะดาว ส่วนการ "ค้นพบความหวัง" ในงานมูราคามิ นั้น แทบจะเรียกได้ว่าไม่ต้องพูดถึง มูราคามิบอกเราว่าสิ่งที่เราเคยเชื่อ เคยยึดเหนี่ยวได้นั้น มันถูกสั่นคลอนไปนานมากแล้ว


everybodyeverything
วิศุทธิ์ พรนิมิตร เรื่องและภาพ
เป็นการ์ตูนที่อ่านแล้ว ตื้นตัน โดยเฉพาะเรื่องพี่ชาย วิศุทธิ์มีผลงานมาแล้วหลายเล่มก่อนหน้านี้ จขบ.เจอผลงานของเขาครั้งแรกตอนงาน Fat Festival ครั้งที่ 1 hesheit หนังสือปกสีเจ็บ 4 เล่ม ลักษณะคล้ายหนังสือทำมือ แต่ก็ไม่ได้สนใจมากนัก หลังจากนั้นมีเพื่อนคนนึง เอา hesheit ปกสีชมพูมาให้อ่าน นับแต่นั้นก็ติดตามงานเขาตลอด มี hesheit ที่เอามาพิมพ์ใหม่ตอนหลังอีก 8 เล่ม มี ควันใต้หมวก และสำหรับ everbodyeverything เล่มนี้ ยังจำได้ถึงความสุขที่ได้รับเมื่อวันเปิดตัวหนังสือ วิศุทธิ์เดี่ยวเปียนโนสดประกอบภาพอนิเมชั่นจากหนังสือ โดยเฉพาะตอนที่มะม่วง ตัวละครในเล่มได้เจอกับมะนาว (หมาของเธอ) เป็นอนิเมชั่นที่น่ารักจริงๆ


Blog Blog
ปกป้อง จันวิทย์ เขียน

นี่เป็นหนังหนังสือที่รวมเล่มขึ้นมาจากบล็อก ฝรั่งมีศัพท์ที่เรียกหนังสือที่ตีพิมพ์ขึ้นจาก Blog ว่า Blook ( Book+Blog) ปกป้องเป็นคอลัมนิสต์ของนิตยสารโอเพ่น เป็นอาจารย์หนุ่มไฟแรงแห่งคณะเศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ปกป้องเริ่มเขียนบล็อกตอนเขากลับไปเขียนวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกที่อเมริกา บล็อกของเขาจึงมีทั้งเรื่องการเรียน การใช้ชีวิตที่อเมริกา และการวิพากษ์วิจารณ์ข่าวสารที่เมืองไทย ดิฉันอ่านบล็อกของเขาด้วยความสนุก ได้รู้ว่าคนที่เป็นนักคิดนั้นเขาใช้ชีวิตอย่างไร ได้รู้ว่าเขาคิดต่อสิ่งที่เกิดขึ้นต่อบ้านเมืองอย่างไร โดยเฉพาะเรื่องการเมือง ลิงก์เฟรนด์บล็อกของเขาล้วนแล้วแต่เป็น Blogger บ้าพลัง เราจึงได้อ่านบล็อกของหนุ่มสาวไฟแรง ที่ส่วนใหญ่กำลังเรียนอยู่ต่างประเทศ อ่านมันส์จริงๆ ค่ะ Link บล็อกของเขาอยู่ด้านขวามือนี่แล้ว ปิ่น ปรเมศวร์ ใครสนใจเข้าไปอ่านได้ค่ะ


เมนูปรารถนา
ฮิมิโตะ ณ เกียวโต

จขบ.ชอบผลงานทุกเล่มของผู้หญิงคนนี้ ทั้งที่ใช้นามปากกาว่าฮิมิโตะ ณ เกียวโต และ คำ ผกา ชอบความคิดชัดเจน ชอบความคิดเปิดเผย ชอบความเห็นที่แตกต่างจากผู้หญิงส่วนใหญ่ และชอบ "จริต" ของผู้หญิงที่เธอมีอยู่อย่างล้นเหลือ เวลาที่อยากอ่านอะไรที่เปี่ยมด้วยจริต
จก้าน มีกลิ่นอายของความเซ็กซี่ มีเรื่องรักโรแมนติค มีเรื่องของความร้าวราน และสำหรับเมนูปรารถนาเล่มนี้ เธอโยงเอาความรัก ความสัมพันธ์ เซ็กซ์ และอาหาร มาไว้อย่างครบถ้วน อ่านอิ่ม อ่านแล้วรื่นรมย์ อ่านแล้วเศร้าสร้อย มีครบทุกรสชาติในหนังสือเล่มนี้ค่ะ



//merveillesxx.bloggang.com
จขบ.เริ่มอ่านงานของ merveillesxx จากกระทู้ ณ เฉลิมไทย เขาพูดถึงหนัง Anatomy of Hell ด้วยชื่อกระทู้ว่า "วาทกรรมโยนีวิปลาส"แค่ตั้งชื่อ ก็รู้แล้วว่า คนเขียนไม่ธรรมดา ตั้งแต่นั้นก็ตามอ่านมาข้อเขียนของเขามาตลอด เขาเขียนถึงหนัง All about Lilly shoo- shoo ประมาณสี่สิบหน้า (ไว้ในบล็อก)เชียร์หนังเรื่องนี้อย่างขาดใจ และทำให้ดิฉันค้นพบชุนอิจิ อิวาอิ ผู้กำกับฯ เรื่องนี้ไปด้วย บล็อกของเขาเป็นตัวอย่างหนึ่งถึงการเชื่อในสิ่งที่ตัวเองรัก (คือหนัง) และเขียนถึงมันอย่างทุ่มเท และไม่ได้ละเลยข้อมูลที่จำเป็นของหนัง ที่สำคัญมันเป็นงานเขียนที่เต็มไปด้วยความ เร้าใจด้วยสำนวนภาษาที่ไม่ธรรมดา ใครจะคิดว่านี่เป็นงานเขียนของนักศึกษา เศรษฐศาสตร์ มันไม่ธรรมดาจริงๆ ในอนาคตบล็อกนี้จะถูกแปลเป็น Blook อีกเล่ม โปรดจับตา






 

Create Date : 06 มกราคม 2549   
Last Update : 31 สิงหาคม 2557 16:48:11 น.   
Counter : 2121 Pageviews.  

นาร์เนีย จากหนังสือสู่โลกภาพยนตร์ : Only Beginning of the Adventure






ตู้พิศวง สุมนา บุณยะรัตเวช แปล
สำนักพิมพ์ผีเสื้อ พิมพ์ครั้งที่ 2 สิงหาคม 2545

วันก่อนแวะไปดูหนังเรื่องนาร์เนีย หนังสนุกมาก ออกจากโรงหนังเลยแวะซื้อหนังสือ คิดไปว่าเราพลาดหนังสือดีๆ ไปหรือเปล่า ได้ยินชื่อ C.S LEWIS มานานนักหนาแล้ว ว่าเป็นเจ้าพ่อทางวรรณกรรมเยาวชน จริงๆ ตัวเองชอบชื่อสมัยพิมพ์ครั้งแรก เมืองในตู้เสื้อผ้า ฟังดูเป็นวรรณกรรมเยาวชนดี
อ่านหนังสือเล่มเล็กๆ นี้ตั้ง 2 วัน ปรกติหนังสือเล่มแค่นี้ จขบ.ใช้เวลาอ่านแค่ 1-2 ชั่วโมง อาจจะเป็นเพราะไม่อินกับหนังสือเท่ากับหนัง มีไม่กี่ครั้งที่การอ่านโดนครอบงำด้วยหนัง ปรกติมักจะอ่านหนังสือก่อนเข้าไปดูหนัง แต่คราวนี้ดูหนังก่อนอ่านหนังสือ ภาพในหนังเลยครอบงำการอ่านเสียหมด
"ตู้พิศวง " เล่มนี้อ่านไปได้เรื่อยๆ นะคะ ไม่ตื่นเต้น ไม่หวือหวา หรือ อาจจะเป็นเพราะความคลาสสิคของหนังสือ และไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะการใช้สำนวนภาษาของการแปล เพราะผู้แปลใช้ภาษาค่อนข้างเคร่งขรึม เป็นผู้ใหญ่มาก
ถ้ามีเวลาอาจลองอ่านฉบับภาษาอังกฤษเปรียบเทียบ แต่ที่น่าชื่นชมคือภาพประกอบของหนังสือเล่มนี้สวยมาก เป็นฝีมือของ พอลลีน เบย์เนส ยิ่งขับให้หนังสือมีความคลาสสิคมากยิ่งขึ้น



ส่วนเวอร์ชั่นหนังนั้นทำได้สนุกมาก ถึงแม้เพื่อนบางคนจะบอกว่า คอมพิวเตอร์กราฟฟิค ทำได้ไม่เนียนเท่ากับ LOTR ไม่เป็นไร เราไม่ถือ เพราะว่าชอบเนื้อหาหลายตอน ชอบการแสดงของหลายคน ชอบแม่หนูลูซี่ ชอบแม่มดขาว ที่แสดงโดย ทิลด้า สวินตัน ยิ่งมาจากหนังสือว่า แม่มดขาว สืบเชื้อสายมาจาก ลิลิท ภรรยาคนแรกของอาดัม ยิ่งชอบใหญ่ (ลิลิท ถูกขับออกจากสวนอีเดนเพราะไม่ยอมรับใช้อาดัม ลิลิทปรากฎ อยู่ในพระคัมภีร์เดิมของชาวยิว ) ชอบเสียงพากย์อันแสนเท่ของเลียม นีสัน ที่พากย์อัสลาน เสียงสุขุมมาก



ชอบคุณทัมนุส ฟอนแห่งนาร์เนีย ชอบฉากที่เปิดตัวคุณทัมนุสกับลูซี่ ที่ต่างคนต่างหลบ แล้วคุณทัมมุสค่อยๆ ก้าวออกมาโดยมีร่มและของขวัญอยู่ในมือ ท่ามกลางหิมะที่โปรยปราย ชอบจริงๆ

หนังเคารพต้นฉบับหนังสือมาก ไม่มีการเพิ่มเติมอะไรที่เลอะเทอะ แต่กลับทำให้โลกแห่งหนังสือ เป็นภาพที่สวยงาม
และอย่างที่ตอนจบของหนังสือว่าไว้ การผจญภัยในนาร์เนียเป็นแค่การเริ่มต้น หนังสือชุดนี้มีถึง 7 เล่ม พึ่งอ่านหนังสือไปได้เล่มเดียว คือ ตู้พิศวงเล่มนี้ ถ้าอ่านทั้งหมดทั้ง7 เล่มแล้ว การผจญภัยคราวนี้คงอาจจะสนุกก็เป็นได้ เหมือนกับหนัง เชื่อว่าคงมีภาคต่อมาแน่นอน และเหมือนเพลงประกอบหนังที่เปิดในบล็อกตอนนี้ ทั้งหมดนี้คือการผจญภัยที่พึ่งเริ่มต้นเริ่มต้นเท่านั้น Only the Beginning of the adventure


ใครสนใจ E-book ฉบับภาษาอังกฤษของนาร์เนียทั้ง 7 เล่ม ดาวน์โหลดได้ที่นี่ ค่ะ
คลิกเลยๆ


ป.ล. 1 C.S. LEWIS เป็นเพื่อนกับ JRR Tolkien นักเรียนวรรณคดีอังกฤษแถวๆ นี้ให้ข้อมูลว่า Tolkien บอกว่า นาร์เนียไม่สนุกเลย แหม จะไปเทียบกับ LOTR ได้อย่างไร

ป.ล. 2 ตั้งใจเปิดเพลงนี้ Only the Beginning of the adventure เพราะว่าเราก้าวย่างเข้าปีใหม่ เหมือนกับเรากำลังเข้าสู่การผจญภัยใหม่ๆ และเช่นเดียวกับเทพนิยาย เราทุกคนอยากรอดพ้นจากอันตรายที่มากับการผจญภัยนั้น




 

Create Date : 03 มกราคม 2549   
Last Update : 31 สิงหาคม 2557 16:49:11 น.   
Counter : 4282 Pageviews.  

เจ้าชายน้อย-อริยาไพฑูรย์ แปล -สำนักพิมพ์กาลเวลา




อริยา ไพฑูรย์ แปลจากภาษาฝรั่งเศส
พิมพ์โดยสำนักพิมพ์กาลเวลา ( มิถุนายน 2533 )

หากคุณอ่านหนังสือเล่มนี้เมื่อครั้งที่คุณอายุสิบเอ็ดขวบ คุณอาจจะอยากได้เสื้อคลุมตัวยาวๆ สีฟ้าสดใส มีปกเป็นสีชมพูสักตัวหนึ่งพร้อมกับดาบเล่มเล็กๆ คงรู้สึกตัวงามสง่าดังเจ้าชาย คุณคงต้องเอาใจช่วยนักบินให้เขาแก้เครื่องยนต์ให้เสร็จทัน ก่อนที่น้ำหยดสุดท้ายจะหมดลง ช่างน่าสนุกแค่ไหนที่คุณสามารถจะโบยบินไปยังดวงดาวไหนๆ ก็ได้ แค่เพียงการไปกับฝูงนก คุณคงอยากจะมีหมาขนฟูๆ ไว้เป็นเพื่อนสักตัว เมื่อคิดถึงเจ้าสุนัขจิ้งจอกน่าเอ็นดู เหมือนดังที่คุณเกลียดชังเจ้างูใจร้ายตัวนั้น ฯลฯ

แต่เมื่อครั้งคุณรู้จักโลกกว้างมากใบนี้มากขึ้น โลกที่คุณเคยจัดเอาไว้เป็นฉากๆ ในใจ-มันคงดูไม่ค่อนจะเหมือนกันเสียเท่าไร พระราชวังว้าเหว่อำนาจ คนโลภเหมือนเสียสติที่เอาแต่คำนวณดวงดาวหรือ แม่ดอกกุหลาบเปี่ยมจริตดอกนั้น ฯลฯ ตัวละครเหล่านี้คงกลับมาเยี่ยมเยือนคุณอีกครั้ง แต่คราวนี้พวกเขาคงมีเลือดเนื้อเพิ่มขึ้น คงค่อยๆ คลี่คลายให้คุณเห็นจิตใจและเหตุผลที่ซ่อนเร้นเอาไว้ในครั้งก่อน จะเป็นเรื่องชอกช้ำไหมที่คุณชอบที่จะเขียนรูปสวยๆ แทนที่จะต้องมาขับเครื่องบินที่กลไกซับซ้อน (และพร้อมที่จะตกได้เสมอ) จะไม่น่าตกใจหรอกหรือที่คุณมารู้ความจริงจากปากคำของสุนัขจิ้งจอกว่าคุณมีเงินตั้งมากมาย ของแพงแค่ไหนคุณก็กล้าสู้ราคา แต่คุณไม่สามารถหาซื้อเพื่อนได้ เพราะยังไม่มีคนทำขาย

ที่ผมจะเขียนถึงหนังสือเล่มนี้ดูเหมือนจะมีอยู่เพียงเท่านี้ เพราะส่วนมหาศาลที่เหลือนั้น ได้โดนซึมซับหายเข้าไปในใจเสียนานแล้ว ผมอาจจะไม่เคยนับได้ว่าอ่านมาแล้วกี่ครั้งกี่เที่ยว แต่คงจะยังอ่านต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งวันที่นึกไม่ออกเอาเสียจริงๆ ว่าจะเป็นไปได้อย่างไรที่งูเหลือมจะกลืนช้างเข้าไปทั้งตัว หรือวันที่เดินเข้าไปในร้านขายของชำ แล้วพบว่ามีเพื่อนสำร็จรูปชนิดบรรจุกระป๋องวางจำหน่ายเคียงข้างอยู่กับอาหารกระป่องหลากหลายชนิด

ปริญญา มุสิกมาศ


เรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ
กระผมเห็นสมควรอย่างยิ่งว่า คณะผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติทุกท่านทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ควรมีไว้ท่านละหนึ่งเล่ม

ด้วยความเครพอย่างสูง
จากราษฎรคนหนึ่งของท่าน
ปริญญา มุกสิกมาศ


เอาคำนำจากหนังสือเจ้าชายน้อย เวอร์ชั่นนี้มาให้อ่าน เขียนโดยอดีตดีไซเนอร์ชื่อดัง ผู้ชื่นชอบเจ้าชายน้อยมากมาย และ จขบ.เห็นว่าเป็นคำนำที่ "แนะนำ" หนังสือเล่มนี้ได้ดีที่สุด เลยคัดคำนำมาให้อ่านกันค่ะ

มีเจ้าชายน้อยอีกสามเวอร์ชั่นที่อยากให้คุณรู้จัก ที่บล็อกของสาวไกด์ใจซื่อ และ บล็อกของแพนด้ามหาภัย พรุ่งนี้มีเวอร์ชั่นของ Aka Prita มาให้อ่าน

ป.ล. ขอบคุณไอเดียการอัพบล็อกแบบเป็นทีมของคุณ Together in 80s Dream ค้า




 

Create Date : 26 ธันวาคม 2548   
Last Update : 31 สิงหาคม 2557 16:50:09 น.   
Counter : 3492 Pageviews.  

นิตยสาร OPEN ออนไลน์แล้ว



หลังจากเดินทางอยู่บนถนนสายหนังสืออยู่กว่าห้าปี เมื่อต้นปี นิตยสารOPEN ก็ลาพักร้อนไปเงียบๆ ปลายปีนี้พวกเขากลับมาแล้ว และมาในรูปแบบของนิตยสารออนไลน์ //www.onopen.com/

ทัพเดิมยังคงทำงานแข็งขัน บรรณาธิการทั้งสาม ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา วรพจน์ พันธุ์พงศ์ ปราบดา หยุ่น บรรณาธิการภาพ สมิทธิ ธนานิโชติ คอลัมนิสต์มือระดับพระกาฬ โตมร ศุขปรีชา, มุกหอม วงษ์เทศ, ทัศนา นาควัชระ ,นรเศรษฐ หมัดคง ,สนธยา ทรัพย์เย็น สองซีไรท์วินทร์ เลียววารินทร์ ปราบดาหยุ่น ก็ยังคุยกันผ่าน ความน่าจะเป็นบนเส้นขนาน

ฝั่งเศรษฐกิจการเมืองก็ยังคงทำงานเข้มแข็ง ประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์,วันชัย ตัน,ปกป้อง จันวิทย์, ไชยันต์ ไชยพร ฯลฯ

เสริมทัพด้วยคอลัมนิสต์หน้าใหม่ไฟแรง แทนไท ประเสริฐกุล, บุญชิต ฟักมี ,ปิยบุตร แสงกนกกุล ,สฤณี อาชวานันทกุล ฯลฯ ทำให้นิตยสารโอเพ่นคราวนี้ คุณภาพ หนักแน่นเหมือนเดิม (เผลอๆ อาจจะมากกว่าเดิม )

จขบ.ขอปรบมือให้กับผู้ผลักดันให้มีโอเพ่นออนไลน์ ปกป้อง จันวิทย์ อาจารย์หนุ่มไฟแรง (มาก) จากคณะเศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ และคอลัมนิสต์หนุ่มอนาคตไกล นักศึกษาปริญญาเอก ฯลฯ ปกป้องเป็น Web Editor นิตยสารโอเพ่นออนไลน์อย่างแข็งขัน คัดสรรงานเขียนดีๆ คอลัมนิสต์หน้าใหม่ไฟแรงมาเขียนงานออนไลน์กันอย่างคึกคัก ปกป้องตอบคำถามผู้อ่านคนนึงไว้ในเว็บดังนี้

"อยากเรียนว่า open online ไม่มีกองบรรณาธิการที่นั่งทำงานเฉพาะส่วน online เป็นประจำน่ะครับ ส่วน open online เป็นงาน ‘ลงแขก’ ของแต่ละคนที่ต่างมีงานประจำกันอยู่แล้ว กองบรรณาธิการที่ทำงานใน OPEN ปัจจุบัน ก็มีหน้าที่ผลิตหนังสือเล่มของ openbooks เป็นหลัก ซึ่งก็หนักหนาสาหัสกันเอาเรื่อง เพราะตอนนี้มีกัน 3 คนเท่านั้น (ช่วยกันทำ ทั้งจัดเตรียมต้นฉบับ เรียบเรียง ถอดเทป พิสูจน์อักษร ติดต่อผู้เขียน) ตัวผมเอง ก็มีงานประจำของผม (ผมไม่ได้ทำงานประจำที่ OPEN นะครับ) และยังมีภารกิจด้านการเรียนด้วย คอลัมนิสต์ทุกท่านที่มาร่วมสนุก ก็ไม่ได้รับค่าเรื่องแม้แต่บาทเดียว

การกลับมาของ OPEN ครั้งนี้ใช้โมเดล ‘คนไม่ใช่สัตว์เศรษฐกิจ’ อย่างแท้จริง ไม่มีใครได้ผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ทั้งสิ้น ไม่มีโฆษณา (ยกเว้นโฆษณาหนังสือ openbooks) ไม่มีรายรับจากการมีเว็บเลย ... เรียกว่า อ่านฟรี ทำฟรี เขียนฟรี ดูแลเว็บฟรี กันทุกผู้ทุกนาม "


ผู้ที่อยู่เบื้องหลังอีกคนที่ช่วยพัฒนาเว็บในส่วนงานเทคนิคคือ อลงกรณ์ สงวนหล่อสิทธิ์ - เจ้าสำนัก storythai.com

ทุกคนทำงานกันแบบ ไม่มีค่าแรงทั้งสิ้น ทั้ง Web Editor คนออกแบบเว็บ คอลัมนิสต์ จขบ.ขอปรบมือดังๆ ให้ผู้คนเหล่านี้

Must Read : grappa 's recommened

ปกป้อง จันวิทย์
สื่อทางเลือก
//www.onopen.com/2005/01/39

มุกหอม วงษ์เทศ
The “Goddess” of Small Things
//www.onopen.com/2005/02/23

สฤณี อาชวานันทกุล
วันนี้อยู่ พรุ่งนี้ไป (Here Today, Gone Tomorrow)
//www.onopen.com/2005/editor-spaces/101

คนค้นสัตว์
แทนไท ประเสริฐกุล
//www.onopen.com/2005/02/25

วรพจน์ พันธุ์พงศ์
นั่งมองหมา; ที่บ้าน
//www.onopen.com/2005/02/24

กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
ไตรภาคของมุสิก กับพื้นที่ลี้ลับบนหน้ากระดาษของฮารูกิ มูราคามิ
//www.onopen.com/2005/editor-spaces/102

หมายเหตุ โอเพ่นออนไลน์ ไม่ได้อัพเดท รายเดือน แต่อัพเดทบ่อยมาก เมื่อคอลัมนิสต์ส่งต้นฉบับก็จะเอาขึ้นเว็บเลย คอลัมนิสต์มีหลายท่าน เพราะฉะนั้นแทบทุกครั้งที่คลิกเข้าไปจะได้อ่านงานชิ้นใหม่ของคอลัมนิสต์ที่หมุนเวียนกันส่งต้นฉบับ

โปรดระวัง การอ่านครั้งแรกให้หมดทุกหน้า อาจทำให้เป็นโรคเครียดได้ 5555



ป.ล. เพลงที่เปิดคราวนี้ ชื่อ Un Ange Passe อยู่ในอัลบัมล่าสุด Natural Fake ของ De-Phazz




 

Create Date : 19 ธันวาคม 2548   
Last Update : 31 สิงหาคม 2557 16:51:41 น.   
Counter : 2955 Pageviews.  

Indepentdent Book Day



INDEPENDENT BOOK DAY 2005
16-18 ธันวาคม 48 สวนสันติชัยปราการ ป้อมพระสุเมรุ ถนนพระอาทิตย์

งานมีมาสองวันแล้ว พึ่งมาบอกเอาวันสุดท้าย จขบ.ไปร่วมงานมาแล้วทั้งสองวัน เมื่อวานไปนั่งฟังประสบการณ์คนทำหนังสือ บรรณาธิการทั้งรุ่นเก่ารุ่นใหม่มาเล่าให้ฟังประสบการณ์การทำหนังสือของตัวเอง หนุกดีค่ะ บรรยากาศดี อากาศเย็นๆ นั่งบนสนามหญ้าฟังผู้คนพูดจา (จริงๆ ตัวเองจะต้องเอาหนังสือไปร่วมกิจกรรมกับเขาด้วย แต่อยากไปร่วมงานแบบเป็นคนไปเดินดู ไปนั่งฟังเขาพูด มากกว่านั่งเฝ้าบู้ท ) ก็เลยไปเดินดูโน้นนี่ เพลิดเพลินดีค่ะ

เอาเป็นว่าถ้าใครชอบหนังสือที่ไม่ได้ผลิตจากค่ายใหญ่ๆ ทั้งพ็อคเก็ทบุ้ค นิตยสาร และหนังสือทำมือ โปสการ์ดทำมือ ซีดีทำมือ ชอบนิตยสารอะเดย์ โอเพ่น ไบโอสโคป ต้าเจียห่าว ฯลฯ พ็อคเก็ทบุ้คจากค่ายๆ เล็กอย่างอัลเทอร์เนทีฟไรเตอร์ รูปจันทร์ พ็อคเก็ทบุ้คอีกหลายค่าย หนังสือทำมือทั้งหลาย ไปเดินดูได้ค่ะ ฯลฯ วันนี้มีเวลาอีกวันไปชม ไปซื้อหนังสือ ซื้อซีดีได้ค่ะ

เอาโปรแกรมวันสุดท้ายมาบอกกล่าว
อาทิตย์ที่ 18 ธันวาคม

14.00 - 14.30 น. มินิคอนเสิร์ตอคูสติก ของ "คู่หูคู่ฮา" จากรายการ alive สอง-ต้า พาราดอกซ์

14.30 - 15.30 น. การแสดงดนตรี จากกลุ่มดนตรีโคตรอินดี้


15.30 - 16.00 น. ดนตรีชนะเลิศการประกวดเพลงบรรเลงแห่งประเทศไทย วง contempostic

16.00 - 17.00 น. เปิดตัวหนังสือ "รักเดินทาง"

17.00 - 18.00 น. ดนตรี "บาสเก็ตแบนด์"

19.00 - 20.00 น. เปิดอัลบัม "ในร้านหนังสือชื่อความหลัง" โดย พจนาถ พจนาพิทักษ์

20.00 - 21.00 น. เปิดหนังสือก่อนดูหนัง "เพื่อนสนิท - หนึ่งมิตรชิดใจ" โดย
-นักศึกษาโครงการสร้างสรรค์หนังสือทำมือ TEXT PARTY TO INDY BOOK DAY
-อภิชาติ เพชรลีลา เจ้าของผลงาน "กล่องไปรษณีย์สีแดง"
-ผู้กำกับภาพยนตร์ พร้อมทีมนักแสดงจากหนังเรื่อง "เพื่อนสนิท"
21.00 - 23.00 น. ฉายหนัง "เพื่อนสนิท"







 

Create Date : 18 ธันวาคม 2548   
Last Update : 31 สิงหาคม 2557 16:54:41 น.   
Counter : 1359 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  

grappa
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




New Comments
[Add grappa's blog to your web]