- - - - โคตรเก๋า อยุธยา ยังไม่สิ้นมาโนช พุฒตาล และ DDT เล่มใหม่ - - - - -







เมื่อวานได้ข่าวจากเพื่อนบ้านว่า นิตยสาร DDT เล่มใหม่สัมภาษณ์มาโนช พุฒตาล แถมเพื่อนบ้านยังไวกว่า ไปซื้อมาเรียบร้อยแล้ว ที่เด็ดไปกว่านั้นคือให้เรายืมอ่านด้วย ( ขอบคุณเพื่อนบ้านค้าบ เดี๋ยวจะไปซื้อมาครอบครองไว้แล้ว พลาดไม่ได้หรอก DDT เล่มนี้)

พออ่านสัมภาษณ์แล้วทำให้คิดถึงความเก๋าของคุณมาโนช สมัยทำรายการเที่ยงวันอาทิตย์ และบันเทิงคดี ดิฉันชอบมาก คุณมาโนช จะไม่มีลูกอ้อน ไม่มีให้ส่งเอสเอ็มเอส มีแต่พูดๆ ๆๆๆๆๆ แนะนำวงดนตรี หรือมิวสิกวิดีโอจากต่างประเทศ ให้ความรู้เรื่องแนวเพลง แล้วก็ตัดเข้าเพลง เรียกว่าฮุคกันตรงๆ ไม่มีจ๊ะจ๋ากันหน่อยนะจ๊ะ เหมือนดีเจสมัยนี้

ที่เท่มากสำหรับดิฉันคือ คุณมาโนช หัวยุ่ง หน้ามัน และเสื้อยับ จัดรายการออกทีวีประจำ ในยุคสมัยนั้นยังไม่เห็นดีเจใส่สื้อยืดจัดรายการเหมือนสมัยนี้ น่าจะออกแนวใส่สูทกันจัดรายการ คือจริงๆ รายการแนะนำมิวสิกวิดีโอจากต่างประเทศ ไม่มีให้เห็นเลยด้วยซ้ำ ( สมัยนั้นยังไม่มีเคเบิลทีวี)

แต่ที่สนุกที่สุดคือ ซีดี ที่แถมมากับนิตยสารตามปรกติของนิตยสารเล่มนี้ ในซีดีคุณมาโนชเป็นดีเจ แนะนำเพลง เหมือนได้กลับไปฟัง เดอะ เรดิโอ อีกครั้ง แต่ที่ดิฉันรู้สึกว่ามันส์ดี คือเพลงที่ใส่มาในซีดี ก็เป็นเพลงแนวๆ เหมือนเพลงที่เคยแถมมากับซีดีเล่มก่อนๆ แต่คราวนี้มีคุณมาโนชมาแนะนำเพลง แนะนำศิลปิน ซึ่งก็ใช้สไตล์ของแกนี่แหล่ะ พูดๆ แนะนำว่า ร็อคแอนด์โรล มีที่มาอย่างไร เพลงฮิปปิ้ มี่ที่มาอย่างไร และเล่าเรื่องที่แกประสบพบเห็นในชีวิตประจำวัน รู้สึกเหมือนคนสองรุ่นมาเจอกัน เด็กแนวและผู้ใหญ่เก๋าๆ เพลงในแผ่นนี้ดิฉันชอบ เพลง ไฮโซแมน เป็นพิเศษ เล่นโดยวง Daddy Dog ( ซึ่งไม่ใช่นักร้องใหม่ในวงการ ลองหามาฟังดู ฟังเนิ้อเพลงแล้วขำกลิ้ง เสียดสีได้น่ารักมาก)



ดิฉันชอบมากที่เวลาคุณมาโนชพูดอะไร แกจะพากลับไปหาที่มา ต้นตอ ของสิ่งที่แกพูดอยู่เสมอ

ใช่ คนเรา ควรจะรู้ที่มา และที่ไปของสิ่งที่เรากำลังทำอยู่


ไม่ตายเสียก่อน เราคงได้ฟังหรือดูรายการพี่อีกนะ พี่ซัน มาโนช พุฒตาล



----



ปิดท้ายด้วยรูปที่ตัวเองถ่ายไว้ เมื่อครั้งที่มาโนช พุฒตาลและวงเดอะแลมป์มาเล่นดนตรีที่สวนสันติ งาน Fete de la Musique เมื่อสักสามสี่ปีที่ผ่านมา วันนั้นชอบที่พี่เขาร้องเพลง Behind Blue Eyes ของ The Who เป็นพิเศษ เพลงด้านล่างนี้เป็นเวอร์ชั่นที่ Limp Bizkit มาคัฟเวอร์ หาเวอร์ชั่น The Who ไม่เจอ แต่ได้อารมณ์คล้ายๆ กันกับ The Who ทีเดียว

Limp Bizkit - Behind Blue Eyes -

No one knows what its like
To be the bad man
To be the sad man
Behind blue eyes...

ป.ล.ตอนนี้คุณมาโนชและเพื่อนที่ชื่อสมพงษ์ตั้งใจทำอัลบั้มกัน ตอนนี้ออกมาแล้ว 2 อัลบั้มคือ อยู่อยุธยา , มาโนชและสมพงษ์ ว่ากันว่าจะออกทุกเดือน ทำเอง เอาไปที่ร้านวางขายเอง โดยไม่พึ่งผู้จัดจำหน่าย หาซื้อซีดีได้ที่ ร้านขายซีดีอย่างดีเจสยาม ร้านน้องท่าพระจันทร์ ฯลฯ






 

Create Date : 20 มิถุนายน 2551   
Last Update : 28 สิงหาคม 2557 14:03:53 น.   
Counter : 3220 Pageviews.  

- - - What I Talk About When I Talk About Running By Haruki Murakami- - -



อยากเห็นหนังสือ และรออ่าน





US Publication:
Hardcover: 192 pages,
Publisher: Knopf (July 29, 2008)
ISBN-13: 978-0307269195

UK Publication:
Hardcover: 112 pages
Publisher: Harvill Secker (7 Aug 2008) ISBN-13: 978-1846552205

ที่อเมริกาจะวางแผนก่อนคือปลายเดือนกรกฏาคม ที่อังกฤษวางแผงต้นเดือนสิงหาคมนี้ หลังจากนั้นไม่นานบ้านเราคงมี่ที่คิโนะคุนิยะ และเอเชียบุ้ค สงสัยจังว่าทำไมฉบับยูเอสเวอร์ชั่น หนังสือหนากว่าตั้งหลายหน้า

ไม่ใช่แค่วิ่งออกกำลังกายไปวัน ๆ (จริงๆ ก็ไม่ใช่แค่นั้น เคยรับรู้ว่าเขาใช้เวลาในการออกกำลังกายในวันหนึ่งๆ ประมาณ 4 ชั่วโมง) ดิฉันเพิ่งรู้ว่ามูราคามิเคยเข้าร่วมวิ่งมาราธอนไม่ต่ำกว่า 24 หน รวมทั้งแมทช์การวิ่งดังๆ อย่าง New York City Marathon เขาก็เคยเข้าร่วมวิ่งมาแล้วด้วย

อยากรู้จริงๆ ว่าตอนเขาวิ่งเขาคิดอะไรอยู่

ป.ล. สำหรับ After Dark นวนิยายเล่มล่าสุดของมูราคามิ ฉบับภาษาไทย คุณนพดล เวชสวัสดิ์ แปล น่าจะได้อ่านกันเดือนตุลาคมนี้ค่ะ








 

Create Date : 17 มิถุนายน 2551   
Last Update : 28 สิงหาคม 2557 14:04:18 น.   
Counter : 1542 Pageviews.  

- -- - เลอ คอร์บูซิเยร์ สถาปนิกผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20 - - - -






เพิ่งอ่านหนังสือเล่มนี้จบไป "เลอ คอร์บูซิเยร์ สถาปนิกผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20 " โดย ชัยยศ อิษฏ์วรพันธุ์ สำนักพิมพ์สารคดี พิมพ์ ทำให้รู้จัก เลอ คอร์บูซิเยร์ ( 1887-1965 )ในฐานะสถาปนิกขึ้นบ้าง ก่อนหน้านี้ดิฉันจะชอบคิดว่าเขาเป็นนักออกแบบผลิตภัณฑ์ เพราะรู้จัก เลอ คอร์บูซิเยร์ จากเก้าอี้ตัวนี้


เป็นเก้าอี้ ที่เลอ คอร์บูซิเยร์ออกแบบ เน้นให้เห็นโครงสร้างภายนอก เป็นการกลับขั้วกับเก้าอี้หรูหราสไตล์หลุยส์ ที่เอาโครงสร้างไว้ข้างใน แล้วทำเบาะฟูฟ่องไว้ข้างนอก แต่เก้าอี้ของ เลอ คอร์บูซิเยร์ เอาโครงสร้างออกมาให้เห็นๆ กันเลย

อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วถึงรู้ว่า เลอ คอร์บูซิเยร์ ไม่ใช่ชื่อจริง แต่เป็นนามปากกาของสถาปนิกหนุ่มเลื่องชื่อแห่งศตวรรษที่ 20 คนนี้ นามปากาของเขาแปลว่า"อีกา" อีกต่างหาก เขาเกิดที่สวิส แต่ไปโด่งดังที่ฝรั่งเศส และยิ่งตื่นเต้นเมื่อพบว่าสถาปนิกผู้โดดเด่นแห่งยุคสมัยของเขาคนนี้ ไม่ได้เรียนจบจากโรงเรียนสถาปนิก แถมสิ่งที่เขาสนใจมากที่สุดคือการวาดภาพ และเขียนบทความ

ที่ชอบอีกอย่าง คือการออกแบบวิหารของ เลอ คอร์บูซิเยร์

วิหารนอเตอระดามดูโอ ที่เมืองรงชองป์ เขาออกแบบไว้ในปี 1954 ลบภาพวิหารแบบเดิมๆ โดยสิ้นเชิง ไม่ใช่วิหารสไตล์โกธิกที่เรามักเห็นอยู่เสมอ แต่นี่เป็น "บ้านของพระเจ้า" ที่โมเดิร์นมากๆ

ดิฉันยังชอบข้อความ ในหนังสือเล่มนี้ ที่ยกเอาความเรียงของเลอ คอร์บูซิเยร์ในหนังสือ "Toward a New Architcture " ที่เลอ คอร์บูซิเยร์เขียนขึ้นในปี 1927

...ยุคใหม่เกิดขึ้นแล้ว มีสปิริตใหม่เกิดขึ้น มีงานที่สร้างภายใต้ความคิดใหม่จำนวนมาก ซึ่งจะต้องเผชิญกับลักษณะเฉพาะของการผลิตเชิงอุตสาหกรม สถาปัตยกรรมถูกบีบรัดด้วยประเพณี "สไตล์" ทั้งหลายเป็นคำโกหก สไตล์เป็นเอกภาพของหลักเกณฑ์ในการเคลื่อนไหวของแต่ละยุคอันเป็นผลมาจากสภาวะในจิตใจที่มีลักษณะเฉพาะของตัวเอง ยุคของเรานั้นกำลังกำหนด"สไตล์" ของตัวเองไปในแต่ละช่วงเวลา ...

แต่ที่ดิฉันอยากให้ไปอ่านที่สุด ข้อเขียนที่ดีที่สุดที่เป็นภาษาไทย ที่เขียนเกี่ยวกับเลอ คอร์บูซีเยร์ที่ดิฉันเคยได้อ่านน่าจะอยู่ที่นี่

//wichiter.blogspot.com/search/label/Le%20Corbusier

สถาปนิกคนหนึ่งแปลจดหมายจากลุงคอร์ปที่เขียนถึงหลานชายลูกของเพื่อนสนิทที่กำลังจะไปเรียนสถาปนิก

รีบกดไปอ่านเลยค่ะ






 

Create Date : 07 มิถุนายน 2551   
Last Update : 28 สิงหาคม 2557 14:22:55 น.   
Counter : 4231 Pageviews.  

- - - - - - - - ไปหาใครบางคน : สั้นๆ จริงจังและอ่อนโยน - - - - - -




ไปหาใครบางคน รวมเรื่องสั้นโดย นราวุธ ไชยชมภู สำนักไต้ฝุ่นพิมพ์

ดิฉันรู้จักชื่อ นราวุธ จากการเป็นคอลัมนิสต์ จากการทำบทสัมภาษณ์มาก่อน และรู้จักเขาจากการเขียนความเรียงสำนวนกวนๆ ในนิตยสารโอเพ่น ( ที่ปิดตัวไปแล้ว แต่ยังมีงานของเขาออนไลน์อยู่ที่โอเพ่นออนไลน์ด้วย) ดิฉันเคยชื่นชอบความเรียงกึ่งสัมภาษณ์อภิชาติพงศ์ที่เขาเขียนไว้ที่นิตยสารฟรีฟอร์ม เมื่อปีที่แล้ว มันมีความยาวเพียงหน้าเดียว แต่หน้าเดียวอันนั้นทำให้เรารู้จักอภิชาติพงศ์เป็นอย่างดี ( ล่าสุด นราวุธสัมภาษณ์อภิชาติพงศ์ไว้ในนิตยสารจีเอ็มฉบับมูฟวี่ที่กำลังวางแผงอยู่ ณ ตอนนี้ด้วย)

ความยาวหรือสั้น อาจจะไม่ใช่อุปสรรคในการสื่อสารสำหรับนราวุธ เพราะ "ไปหาใครบางคน" เป็น 35 เรื่องสั้นร่วมสมัยที่สั้นๆ จริงๆ เรื่องที่ดิฉันชอบอย่างเรื่อง ป้าย ก็สั้นเพียงเกินครึ่งหน้ากระดาษมานิดหน่อย แต่อย่างที่บอกความสั้นหรือยาวไม่ใช่อุปสรรคสำหรับนราวุธ สั้นเพียงนั้น แต่มันเอาอยู่มาก อ่านเรื่องสั้นๆ อย่างป้าย แล้วก็พบว่านักการเมืองทำความลำบากให้ประชาชนได้อย่างไร โดยที่ไม่ต้องลุกขึ้นมาโวยวายหรื่อก่นด่า พร่ำรำพัน แต่วิธีการเขียนที่เขาใช้นั้นมันสั้นและเอาอยู่จริงๆ

ความที่มันเป็นเรื่องสั้นร่วมสมัย เหตุการณ์หรือฉาก รวมทั้งตัวละครจึงเหมือนอยู่รายล้อมเรา นราวุธมีความสามารถในการนำเรื่องที่เป็นเสมือนการครุ่นคิดชั่วขณะออกมาให้เป็นเรื่องสั้นได้ดี หลายเรื่องๆ มันท่วมท้นไว้ด้วยความทุกข์ แต่บางเรื่องเหมือนเขาปล่อยวางและเข้าใจความทุกข์นั้น ไปหาใครบางคน จึงไม่ได้ไปหาผู้อ่านด้วยท่าทีของคนหม่นเศร้า จมทุกข์ ( แม้นมันจะมีอยู่ด้วย-อารมณ์แบบนี้หม่นเศร้า ) แต่มันไปพยายามไปหาผู้อ่านด้วยท่าทีของการพยายามทำความเข้าใจและมีมุมมองอ่อนโยนในบางเรื่อง

ดิฉันชอบเรื่อง "หิมะและใบไม้" ด้วย เพราะมันเสมือนแค่การทอดมองไปบนเกาะกลางถนนแห่งหนึ่งของคนเขียน พร้อมด้วยความคิดคำนึงบางอย่าง เพียงแค่เองนี้นราวุธก็สามารถทำให้มัน" เป็นเรื่อง" ได้

เมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้จบลง ดิฉันดีใจที่พบว่าบ้านเรายังมีนักเขียนเรื่องสั้นเพื่อชีวิตหลงเหลืออยู่ บางคนเคยบอกว่านักเขียนเพื่อชีวิตตายไปแล้ว ดิฉันว่าไม่ใช่ นราวุธนี่ไง เขายังอยู่ นักเขียนเรื่องสั้นเพื่อชีวิตคนล่าสุด แต่มันไม่ใช่เพื่อชีวิตแบบที่เราเคยเจอ ไม่ใช่แบบที่พุ่งเป้าไปที่การก่นด่าสังคม และบอกว่าโลกทำร้ายเราอย่างไร แต่มันคือความจริงของชีวิตที่นราวุธไปพบเจอและนำมาบอกคนอ่านด้วยลีลาของเขาเอง เป็นนักเขียนพื่อชีวิตแบบร่วมสมัยอย่างที่มีความจริงและความอ่อนโยนอยู่ในลีลาการเขียน เหมือนที่ตั้ม-วิศุทธิ์เขียนไว้ในปกหลังของหนังสือเล่มนี้ "เหมือนรูปถ่ายที่ไม่ต้องรีทัช เพราะความจริงในนั้นมันสวยงามดีพออยู่แล้ว"








 

Create Date : 26 พฤษภาคม 2551   
Last Update : 28 สิงหาคม 2557 14:24:05 น.   
Counter : 2315 Pageviews.  

- - - - - - เรียงความประเทศไทย ของมิวเซียมสยาม ( TCDC ณ ท่าเตียน ) - - - - - -





กำลังอยากได้หนังสือ "เรียงความประเทศไทย" สาเหตุมาจากเพิ่งไปดู "มิวเซียมสยาม " พิพิธภัณฑ์สุดเดิ้นล่าสุดของไทย ถ้าจะบอกว่ามิวเชียม สยาม คือ TCDC ณ ท่าเตียนก็คงจะไม่ผิดนัก เจ้าหนังสือที่ว่าคือหนึ่งในหนังสือที่ขายอยู่ ณ ห้องขายของที่ระลึกของมิวเซียมนั่นเอง เรียงความประเทศไทย รวบรวมตัวหนังสือและภาพที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์อยู่ ณ ตอนนี้ แถมรูปเล่มก็สวยงามน่าเป็นเจ้าของเหลิอเกิน แต่ราคา 1050 บาท ทำให้ต้องจับๆ แล้ววางไปก่อน T_T


มิวเซียมสยาม ตั้งอยู่ที่ ถ. สนามไชย ด้านหลังติดท่าเตียน สพร.นำตึกกระทรวงพาณิชย์เก่ามาปรับปรุงใหม่ให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่อัดแน่นไปด้วยการนำเสนอแบบมัลติมีเดียทั้งสามชั้น ( อะไรจะเริ่ดขนาดนั้น)

ตอนนี้มิวเซียมสยาม กำลังนำเสนอนิทรรศการ "ความเรียงประเทศไทย" อยู่ พอไปดูมาแล้วพบว่าคือการโยนคำถามว่าด้วย "ความเป็นไทย" ชุดใหญ่ใส่คนดูนั่นเอง

ความตื่นเต้นในการชมนิทรรศการครั้งนี้เริ่มตั้งแต่ห้อง โหมโรง ซึ่งคล้ายๆ จะเป็นห้องฉายหนังตัวอย่างความยาวประมาณ 7 นาที บอกว่าแต่ละชั้นมีอะไรบ้าง หนังตัวอย่างตัดต่อกันแบบไม่มีให้คุณเบื่อ สนุกยิ่งกว่าหนังฮอลลีวูด หนังตัดฉึบฉับ เพลงบิ้วอารมณ์มากมาย นอกจากภาพและเสียงแล้ว ห้องนี้ยังอุดมไปด้วย "กลิ่นจัสมิน" อโรม่ากันฟุ้งทั้งห้อง ( โอว ให้เราตระหนักถึงความเป็นไทยกันขนาดนี้ทีเดียวเลยเชียว)


อันนี้คือโลโก้ของมิวเซียมสยาม ดัดแปลงมาจาก กบไม่มีเพศออกเต้นเริงร่า ( มีคนบอกว่าเหมือนโลโก้โอลิมปิก 2008 เอามากๆ )


ตึกทั้ง 3 ชั้นมี 17 ห้อง ร่ายยาวกันตั้งแต่ อะไรคือไทยแท้- ( มีไทยแท้ด้วยหรือ ? ) มนุษย์ยุคหินเป็นคนไทยหรือเปล่า-สุวรรณภูมิอยู่ที่ไหน อยุธยา ธนบุรี กรุงเทพ ฯลฯ



สิ่งที่ชอบมาก คือวิธีการพรีเซ็นต์เท็กซ์ที่ยังมีลักษณะการตั้งคำถาม ไม่พยายามหาข้อสรุปตายตัว


อันนี้ก็ชอบ ในห้องสุวรรณภูมิ มีคำถามหนึ่งที่ถามว่า "ท้าวอู่ทองคือใคร" คำตอบมีหลายแนวทาง มีอะนิเมชั่นหลายเรื่องที่เป็นคำตอบให้เลือกกดดู ถ้าเลือกว่าคือ ท้าวแสนปม อะนิเมชั่นก็ออกมาฉายเล่าเรื่องท้าวแสนปมให้เราดู ถ้าเลือกเรื่อง เจ้าชายจากเมืองเพชรบุรี อะนิเมชั่นเรื่องนี้เจ้าชายจากเมืองเพชรบุรีก็ออกมาฉายให้เราดู ที่เด็ดไปกว่านั้นคือ ตรงที่เรายืนดูอะนิเมชั่น ข้างบนมีลำโพงเฉพาะจุด ปล่อยเพลงประกอบอะนิเมชั่นออกมาเบาๆ เพลงประกอบอะนิเมชั่นก็เดิ้นมาก มันไม่ใช่เพลงจักร วงศ์ๆ แบบที่คุณคิดหรอกสาบานได้ ดูอะนิเมชั่นหลายๆ เรื่องตรงนี้แล้วคิดถึงอะนิเมชั่นเริ่ดๆ ของฝรั่งเศสบวกกับหนังตะลุงของไทย



ขอข้ามไปยุคซิกตี้ของไทยเลยแล้วกันค่ะ ชักขี้เกี้ยจเล่า อันนี้ก็มีคนชอบมาก เขาจัดบาร์ยุค 60 มาตั้งแสดง


จริงๆ ยังมีห้องที่น่าสนใจอย่างห้องพุทธศานา ที่มืดและเงียบ ฟังเสียงท่านพุทธทาสได้ด้วย พร้อมด้วยคำถามสำคัญหัวใจของพุทธศานาคืออะไร ฯลฯ

ห้องการเมือง - ที่สารคดีย้อนรอยการปฎิวัติ 2475 และนิทรรศการการสร้างอุดมการณ์" ความรักชาติ" ของจอมพล ป.

ฯลฯ

ก่อนกลับออกมา ตัวเองรู้สึกว่ามันมีอะไรขาดๆ หายๆ อยู่บ้าง ความเป็นไทยมาหยุดที่ยุคซิกตี้ แล้วก็ก้าวพรวดมาสู่ยุคปัจจุบันเลย รู้สึกว่ามันรวบรัดไปหน่อย มีอะไรขาดๆ หายๆ ตกหล่นไปจากหน้าประวัติศาสตร์ของ TCDC ณ ท่าเตียนอยู่บ้าง อย่างเช่น ทำไมไม่มี 14 ตุลาในห้องการเมืองหว่า ประวัติศาสตร์ของนักศึกษาไม่สำคัญพอจะมาบรรจุ ( หรือเปล่า ? ) หรือช่วงเวลาของห้องการเมืองหยุดลงแค่รัฐนิยมของจอมพล ป. ไม่สามารถลากมาถึง 14 ตุลาได้

คงยังมีอีกหลายเรื่องที่พิพิธภัณฑ์ไม่ยอมบันทึก หรือไม่สามารถบันทึกได้
...

ป.ล.1 ดูข้อมูลเพิ่มเติมเรื่อง สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ องค์กรต้นสังกัดของมิวเซียมสยาม ที่มีคนอัพขึ้นไปให้ความรู้ในวิกิพีเดียไทย -อย่าลืมดูส่วนข้อวิจารณ์ขององค์กรนี้ และ เว็บไซด์หลักของมิวเซียมสยาม ดูวันเวลาปิด-เปิดและแผนที่การเดินทางได้ที่นี่ ตอนนี้ยังไม่เสียค่าเข้าชมอยู่ แต่ต่อไปคงมีการจัดเก็บค่าเข้าชมแน่นอน

ป.ล. 2 ดูมิวเซียมสยามแล้วก็อยากให้พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติมีอะไรเริ่ดๆ แบบที่นี้บ้าง เกิดคำถามว่าทำไมเราไม่ต่อยอดจากพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ปรับปรุงที่นี้ให้ทันสมัย แทนที่จะไปจัดตั้งองค์กรใหม่ แต่ก็นั่นแหล่ะการปรับปรุงหน่วยงานของรัฐ อาจจะซับซ้อนและยุ่งยากเกินกว่าความเข้าใจของเรา

ป.ล. 3 อาหารอร่อยอยู่ด้านหลังมิวเซียมสยามด้านที่ติดกับท่าเตียน ให้ออกประตูหลังมิวเซียมสยาม เยื้องกันๆ มีร้านอาหารชื่อ Coconut Palm อยู่ใกล้กับวังจักรพงษ์ ร้านนี้มีก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยอร่อยเด็ด ( เจ้าของเดียวกับก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย ซ.วัดสังเวชอันเลื่องชื่อ แต่ร้านนี้ติดแอร์นั่งสบาย ) ควรตบท้ายด้วยขนมหวานเปียกข้าวฟ่าง เป็นอันครบสูตรทัวร์มิวเซียมสยาม








 

Create Date : 07 พฤษภาคม 2551   
Last Update : 28 สิงหาคม 2557 14:26:08 น.   
Counter : 2747 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  

grappa
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




New Comments
[Add grappa's blog to your web]