รับสอนภาษาอังกฤษ ม.ต้น, สอบเข้าม.4, ม.ปลาย, Admission, Grammar, English Conversation ตัวต่อตัวและกลุ่มย่อยถึงบ้านค่ะ ^o^
Group Blog
 
All blogs
 

cost / price / charge / fee / fare / toll ต่างกันอย่างไร?


บทเรียนที่แล้วพูดถึง buy กับ purchase ต่างกันอย่างไร ไหนๆก็พูดถึงการื้อกันแล้ว วันนี้ก็เลยขอพูดถึงเรื่อง ราึคา ต่างๆกันค่ะ Smiley

cost (n.)
= the amount of money you have to pay to buy something, do something,
or produce something  จำนวนเงินทีุ่คุณต้องจ่ายเพื่อซื้อ, ทำ หรือ
ผลิตบางสิ่งค่ะ  ในความหมายของธุรกิจ cost หมายถึงต้นทุนสินค้าค่ะ

Ex. The cost of electricity has fallen in the last twelve months.
Note*               cost (n.) ใช้ในรูปเอกพจน์
                         at no extra cost = ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
                         cut cost = ลดต้นทุนการผลิต




price (n.) =
the amount of money you must pay in order to buy something
จำนวนเงินที่คุณต้องจ่ายเพืื่อซื้อบางสิ่ง ก็คือ ราคาสินค้านั่นเองค่ะ

Ex. The price of cigarettes is set to rise again.
Note*                half/full price = ครึ่งราคา/เต็มราคา




charge (n.) = the amount of money you have to pay for goods or services จำนวนเงินที่คุณต้องจ่ายสำหรับค่าสินค้าและบริการ
Ex. Gas and electricity charges are set to rise at the end of the year.
Note*                 admission charge =  ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเพื่อเข้าสถานที่ค่่ะ
                           at no extra charge = ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
                           additional charge = ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม




fee (n.)
= an amount of money that you pay for professional services, for
example medical treatment or education ค่าใช้จ่าย
ค่าธรรมเนียมจำพวกการบริการ ค่ารักษา ค่าเล่าเรียนค่ะ

Ex. Our parents worked hard to pay our school fees.
Note*                 school/medical/legal fees




fare (n.) = the cost of a journey on a bus, train, plan etc.  ค่าโดยสาร ค่าตั๋วรถเมล์ รถไฟ เครื่องบิน
Ex. How much is the train fare from Toronto to Montreal?




มาถึงคำสุดท้ายกันแล้วนะคะ Smiley





toll (n.) = money that you pay to use a particular road or bridge ค่้าผ่านทาง ถนน ทางด่วน  หรือสะพานค่ะ
Ex. In France you have to pay tolls on many of the major roads.
Note*                 motorway tolls, a toll road/bridge




และนั่นก็คือราคา ค่าใช้จ่าย ค่าบริการต่างๆค่ะ
หวังว่าบทเรียนนี้จะช่วยให้้ทุกท่านเข้าใจการใช้แต่ละคำมากขึ้นนะคะ Smiley




buy กับ purchase ต่างกันอย่างไร แล้ว คุณเคย snap up กันรึเปล่า?




 

Create Date : 07 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 9 พฤศจิกายน 2553 22:47:05 น.
Counter : 5148 Pageviews.  

buy กับ purchase ต่างกันอย่างไร แล้ว คุณเคย snap up กันรึเปล่า?

buy กับ purchase ต่างกันอย่างไร แล้ว คุณเคย snap up กันรึเปล่า?




buy กับ purchase ถ้าลองเปิด dictionary แล้ว ความหมายของทั้งสองคือ “ซื้อ” แต่การใช้สองคำนี้มีความแตกต่างกันนิดหน่อยค่ะ Smiley



buy (v.) = to get something by paying money for it   ก็คือซื้อของทั่วๆไปโดยการจ่ายเงิน
Ex. I need to buy some new clothes.




purchase (v.)  = to buy; a word used especially in business meaning to buy something big or expensive such as a house, a piece of land or shares in a company etc.
purchase แปลสั้นๆเลย “ซื้อ” นั่นเอง แต่คำนี้เป็นทางการ (formal)
มากกว่า buy และเป็นศัพท์ที่ใช้ในวงการธุรกิจมากกว่าทั่วไปๆ  purchase
จะใช้กับการซื้อสิ่งใหญ่ๆหรือราคาแพง เช่น บ้าน ที่ดิน หุ้นบริษัทค่ะ

Ex. She purchased a number of shares in the company.
Ex. You can purchase insurance on-line.




แถมคำศัพท์น่ารู้อีกคำค่ะ snap up  แปลว่า ซื้อ เหมือนกันนะ แต่ไม่ใช่ซื้อธรรมดาๆซะด้วย




“snap up” เป็น phrasal verb ค่ะ  โบว์คิดว่าผู้หญิงหลายโดยเฉพาะอย่างยิ่ง shopaholic ทั้งหลายต้องเคย snap up กันทุกคน เมื่อเห็นป้าย SALE!!!




snap up
(phr v.) = to buy something immediately, especially because it is very
cheap or you want it very much and you are worried that someone else
might buy it first


snap
up คือการซื้อแบบทันทีทันใด โดยไม่ต้องลังเลเลย
เพราะราคามันช่างถูกเสียจริง
หรืออาจจะเป็นของที่อยากได้มากจนต้องรีบซื้อซะก่อนคนอื่นจะมาซื้อไปค่ะ


(ถ้าใครเคยดู Confessions of a Shopaholic อาการจะเป็นแบบนางเอกตอนซื้อผ้าพันคอกับตอนแย่งกันซื้อของ sale เลยค่ะ)


อ้อ ลืมบอกว่า คำนี้เป็น informal นะคะ



Ex. If I were you, I’d snap up that dress before someone else sees it.


Ex. The tickets for the concert were snapped up within three hours of going on sale.




สาวๆหลายคนเห็นป้าย SALE แล้วเป็นแบบนี้กันใช่ม๊าาาา




แถมอีกคำค่ะ แล้วถ้าบางคนบอกชั้นเป็นคนไม่ชอบซื้อทันที ชอบเดินเล่นดูของตามตู้โชว์เรื่อยเปื่อย ไม่ได้ตั้งใจจะซื้อจริงจังๆล่ะ จะเรียกอะไรเอ่ย??


เราก็แค่บอกว่า เราจะ go window shopping หรือ window shop ค่ะ


Ex. I think I’d go window shopping because I have lots of free time today.


อธิบายซะยาวเลย

คราวหน้าจะเป็นเรื่องอะไรต้องติดตามอ่านกันนะคะ Smiley

ป.ล. พรุ่งนี้ ก็เปิดเทอมแล้ว ตื่นเต้นจัง  Smiley




 

Create Date : 25 ตุลาคม 2553    
Last Update : 25 ตุลาคม 2553 21:53:59 น.
Counter : 2871 Pageviews.  


a girl who never gives up
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




สวัสดีค่าาา.... ^^
ขอต้อนรับสู่ blog เรียนภาษาอังกฤษนะคะ
เจ้าของblogชื่อ โบว์ น๊าาา (ขอแนะนำตัวนิสสนึง)
ก็ตอนนี้กำลังศึกษา ป.ตรี อยู่และก็รับสอนภาษาอังกฤษด้วยค่ะ ตั้งเป้าไว้ว่าหลังจากเรียนจบจะสอบ TOEFL เพื่อไปเรียนต่อด้าน TESL จะได้กลับมาเป็นครูสอนEngเต็มตัวซะที ^^

สำหรับบทความใน blog นี้ก็จะเกี่ยวกับภาษาอังกฤษล้วนๆ แต่พอดีเพิ่งทำ blog เลยอาจจะดูโล่งๆ หน่อยนะคะ - -"

ท่านใดสนใจอยากรับบทเรียนใหม่ๆที่ลงใน blog นี้ผ่าน Email ของท่าน กรุณาส่ง Email ของท่านมาที่ eng_by_pbow(at)live.com ค่ะ ^^

สุดท้ายขอขอบคุณที่เข้ามาอ่านและ comment นะคะ
blog นี้เปิดรับความคิดเห็นและพูดคุยได้ทุกเรื่องจ้า

รับสอนภาษาอังกฤษ เรียนภาษาอังกฤษ เรียนพิเศษ English สอนตัวต่อตัว สอนที่บ้าน สอนภาษาอังกฤษ ม.ต้น ม.ปลาย ลาดพร้าว หัวยขวาง สุทธิสาร รัชดา
Friends' blogs
[Add a girl who never gives up's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.