รับสอนภาษาอังกฤษ ม.ต้น, สอบเข้าม.4, ม.ปลาย, Admission, Grammar, English Conversation ตัวต่อตัวและกลุ่มย่อยถึงบ้านค่ะ ^o^
Group Blog
 
All blogs
 

การใช้ Prepositions of Place: in, on, at ตอน 2

สวัสดีค่าา Smiley  สำหรับตอนนี้ก็ยังคงเป็นเรื่องของ Prepositions of Place: in, on, at ตอน 2 กันนะคะ Smiley

at
at home   ในประโยคเราสามารถละ at ได้นะคะ เช่น  I’m home.
at work / at school / at university / at college    

 *เมื่อบอกว่า at school หรือ at
workพวกนี้นะคะจะหมายถึงอยู่ที่โรงเรียนกำลังเรียนหนังสืออยู่
หรืออยู่ที่ทำงาน กำลังทำงานอยู่   แต่ถ้าบอกว่า at
the
school คือไปโรงเรียนเพี่อไปทำอย่างอื่น อาจจะไปหาเพื่อน
แต่ไม่ได้ไปเรียนค่ะ  ป.ล. เราไม่ใช้ at the work กันนะคะ ใช้ at the
office
Smiley
at the top / at the bottom / at the side / at the reception

in
in a car / in a taxi / in a boat / in a helicopter   ถ้าเป็นพาหนะเล็กๆเราจะใช้ in ค่ะ
in the lift (elevator) / in the newspaper / in the sky / in a row / in Oxford Street
in hospital / in prison / in jail   ในที่นี้หมายถึงเป็นผู้ป่วยนอนโรงพยาบาล หรือเป็นนักโทษอยู่ในเรือนจำจ้า Smiley

on
on a bus / on a train / on a ship / on a plane   ถ้าเป็นพาหนะใหญ่ๆเราใช้ on ค่ะ
on a bicycle / on a motorbike / on a horse / on an elephant
on the radio / on television
on the left / on the right
on the way  อยู่ระหว่างทาง


จบแล้วค่า สำหรับตอน Prepositions of Place  Smiley











 

Create Date : 11 มิถุนายน 2554    
Last Update : 11 มิถุนายน 2554 21:48:27 น.
Counter : 635 Pageviews.  

การใช้ Prepositions of Place: in, on, at ตอน 1

สวัสดีค่ะ  Smiley วันนี้ขอพูดถึงเรื่องการใช้  Prepositions of Place: in, on, at ตอน 1 กันนะคะ

การใช้ Prepositions of Place: in, on, at

เราใช้ at เพื่อบอกตำแหน่งที่อยู่นะคะเช่น
at the corner        ตรงมุม
at the bus stop      ตรง/ที่ป้ายรถเมล์
at the door             ตรง/ที่ประตู
at the top of the page       ตรง/ที่บทสุดของหน้า
at the end of the road       ตรงสุดถนน
at the entrance        ตรงทางเข้า
at the crossroads        ตรงสี่แยก
at the front desk       ที่ฝ่ายต้อนรับ  

เราใช้ in กับสิ่งบริเวณที่มีกำแพงหรือสิ่งล้อมรอบ
in the garden     ในสวน
in Bangkok         ในกรุงเทพ
in Japan         ในญี่ปุ่น
in a box             ในกล่อง
in my wallet       ในกระเป๋าสตางค์
in a building       ในตึก
in a car             ในรถ

เราใช้ on กับสิ่งที่เป็นพื้นผิวเรียบ
on the wall            บนกำแพง
on the ceiling         บนเพดาน
on the door           บนประตู
on the cover          บนหน้าปก
on the floor           บนพื้น
on the carpet        บนพรม
on the menu          บนเมนู
on a page              บนหน้า..

ตัวอย่าง


  • Jane is waiting for you at the bus stop.

  • The shop is at the end of the street.

  • My plane stopped at Dubai and Hanoi and arrived in Bangkok two hours late.

  • When will you arrive at the office?

  • Do you work in an office?

  • I have a meeting in New York.

  • Do you live in Japan?

  • Jupiter is in the Solar System.

  • The author's name is on the cover of the book.

  • There are no prices on this menu.

  • You are standing on my foot.

  • There was a "no smoking" sign on the wall.

  • I live on the 7th floor at 21 Oxford Street in London.



ติดตามตอน 2 เร็วๆนี้ค่ะ Smiley




 

Create Date : 30 พฤษภาคม 2554    
Last Update : 30 พฤษภาคม 2554 20:58:46 น.
Counter : 494 Pageviews.  

การใช้ must - must not และ have to - don’t have to, gotta

สวัสดีค่ะ Smiley ไม่ได้เขียน blog นานมาาาาาาาาากกๆๆๆๆ
หลายเดือนจนลืมไปแล้วว่าเขียนครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ = ="
  เนื่องจากว่าทั้งเรียนและก็ไม่ค่อยว่างน่ะค่ะ = =*
ตอนนี้ก็มีเวลาหยุดช่วงสงกราต์เลยลงมือเขียนซะเลย ^ v ^ (แต่ก็เพิ่งได้
โพสนี่แหละ - -"


วันนี้เรามาเรียนเรื่อง การใช้ Must - must not และ have (got)  to - don’t have to กันค่ะ




must แปลว่า “ต้อง” ใช้เพื่อบอกว่าสิ่งๆนั้นสำคัญหรือจำเป็นที่จะต้องทำ

โครงสร้างประโยค  must + verb base form
เช่น I must finish my homework by 9 o’clock.
     She must see the doctor tomorrow.
Must you always question everything I say?
     We must go now.


เราใช้ must เมื่อพูดถึงเรื่องในปัจจุบันหรืออนาคตเท่าันั้นนะคะ ใช้ในความหมายอดีตไม่ได้ เพราะฉะนั้น must จะไม่มีรูปอดีตจ้า  แล้วถ้าเราจะเล่าถึงอดีตต้องทำยังไงล่ะ??  เอ้า เดี๋ยวก่อนใจเย็นๆ มาดูคำว่า have to กันค่ะ




have to =  must เลยค่ะ ใช้เล่าอดีต ปัจจุบัน อนาคต ได้หมดเลย

โครงสร้าง have to + verb base form
เช่น   Students have to wear a uniform.
        Marry has to go back to her country because her mom has been sick.
        Will she have to leave early?
        Does she have to get up at 6 o’clock every day?
        What does he have to do to get a driving license?


ในเมื่อเราใช้ must ในรูปอดีตไม่ได้ เราจึงใช้ had to แทนค่ะ ^^
เช่น   I had to meet Mr. Alex last week.


นอกจากการเขียน have to แล้ว เราสามารถใช้ have got to (รูปย่อ ‘ve gotta)
หรือ gotta ก็ได้ค่ะ ซึ่งมักจะเจอในเพลง หนัง และก็บทสนทนาในชีวิตประจำวัน
แต่เมื่อใดก็ตามที่เราต้องเขียนที่เป็นทางการพวกเรียงความหรือจดหมาย
ต้องใช้รูปแบบที่เป็นทางการซึ่งก็คือ have to หรือ  have got to ค่ะ ^^






มาถึงการใช้ must not และ don’t have to แล้วค่ะ

โครงสร้างประโยคของทั้งสอง must not / don’t have to + verb base form ทั้งคู่เลยค่ะ แต่ความหมายของทั้งสองคำแตกต่างกัน

must not ใช้เพื่อบอกว่าคุณต้องไม่ทำสิ่งนั้นนะ  ห้ามทำนะ
เช่น You must not tell anybody about our secret. ห้ามบอกความลับของเราให้ใครฟังนะ
      You mustn’t leave the childeren alone. ห้ามปล่อยเด็กๆอยู่ตามลำพัง

don’t have to ใช้เพื่อบอกว่าคุณไม่จำเป็นต้องทำสิ่งนั้น (แต่จะทำก็ได้)
เช่น  She doesn’t have to wait for us.  เธอไม่จำเป็นต้องรอพวกเรา
       I don’t have to work at weekends. ฉันไม่ต้องไปทำงานวันเสาร์อาทิตย์
       I didn’t have to attend the meeting but I wanted to know what was going on.   ฉันไม่จำเป็นต้องเข้าประชุมแต่ฉันอยากรู้ว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น





บทเรียนนี้ค่อนข้าวยาวเนอะ แต่หวังว่าทุกคนคงจะเข้าใจมากขึ้นนะคะ Smiley






 

Create Date : 20 เมษายน 2554    
Last Update : 22 เมษายน 2554 19:45:01 น.
Counter : 449 Pageviews.  

I used to VS I am used to เหมือนกันรึเปล่า?


สวัสดีค่าาาา  Smiley
จากหัวข้อ blog  “I used to VS I am used to  เหมือนกันรึเปล่า?”  คำตอบก็คือไม่เหมือนกันค่ะ ความหมายก็ต่างกันด้วย วันนี้เรามาเรียน Grammar การใช้ “used to” กับ “be used to” กันค่ะ  Smiley





used to + V. base form แปลว่า “เคยทำ” ค่ะ เคยทำสิ่งนั้นเป็นประจำเป็นนิสัยในอดีตแต่ปัจจุบันไม่ได้ทำิสิ่งนั้นอีกต่อไป  (used to + v. base form = to say that something happened regularly in the past but no longer happens)



** ที่สำคัญโครงสร้างประโยคจะเป็นอดีต(past)เสมอเลยนะคะ เพราะเป็นสิ่งที่เราทำในอดีตแต่ปัจจุบันไม่ได้ทำอีกแล้ว



Ex. He used to smoke. He used to smoke 40 cigarettes a day.
เขาเคยสูบบุหรี่ เขาเคยสูบ 40 มวนต่อวัน (ปัจจุบันเขาเลิกบุหรี่แล้ว)  



ถ้าเป็นประโยคคำถามเราใช้ Did..... use to + v. base form....?
เช่น You are very fat. Did you use to eat a lot of junk food? คุณอ้วนมากเลยนะ คุณเคยกินอาหาร junk food เยอะมากใช่มั้ย



สำหรับประโยคปฏิเสธ เราใช้ didn’t use to...... หรือ never used to
She didn’t use to like coffee but she loves it now. เธอเไม่เคยชอบกาแฟแต่ตอนนี้เธอรักกาแฟมาก




คราวนี้มาดู be used to กันบ้างนะคะ





be used to หรือ get used to มีความหมายเหมือนกันเลยค่ะ
ทั้งคู่แปลว่า รู้สึกคุ้นเคยและชินกับสิ่งๆนั้น



โครงสร้างประโยค  be/get used to + noun/v-ing
เช่น I am used to the weather in this country. ฉันชินกับอากาศในประเทศนี้
      Jane had to get used to driving on the left. เจนต้องทำความคุ้่นเคย/ทำความเคยชินกับการขับรถด้านซ้าย



ถ้าเป็นประโยคปฏิเสธ ก็ใช้ not be/get used to something ค่ะ  
She is not used to getting up early. เธอไม่ชินกับการตื่นเช้า
She didn't get used to driving on the left. เมื่อก่อนเธอไม่ชินกับการขับรถด้านซ้าย



ถ้าทำเป็นคำถามก็นำ v. to be ขึ้นต้นเลยค่ะ
Are you used to living alone? คุณชินกับกับการอยู่คนเดียวมั้ย
Yes, I’m used to it. ครับ ผมชินแล้ว




** be/get used to  ใช้ได้กับทุก tense เลยค่ะ ต่างจาก used to ที่มีแค่ past tense อย่างเดียว




ลองดูประโยคนี้กันนะคะ
Jane
used to drive on the right. She wasn’t used to driving on the left. She
had to get used to it. Now, she’s used to driving on the left.


โอย อ่านแล้วมึน used to เต็มไปหมด อะไรกันเนี่ยยยยยยย Smiley Smiley



อย่าเพิ่งงงค่ะ เรามาดูทีละประโยคกัน



Jane used to drive on the right. (เจนเคยขับรถด้านขวา) She wasn’t used to driving on the left. (ตอนนั้นเธอไม่ชินกับการขับด้านซ้าย)  She had to get used to it. (เธอเลยต้องทำความเคยชินกับมัน, it = driving on the left)  Now, she’s used to driving on the left. (ตอนนี้เธอชินกับการขับด้านซ้ายแล้วจ้า)



It’s not difficult at all, is it? Hopefully, everyone will soon get used to using “used to and be used to”.

Have a great weekend ka Smiley





 

Create Date : 12 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 12 พฤศจิกายน 2553 21:52:35 น.
Counter : 367 Pageviews.  

Verb ที่ต้องตามด้วย gerund (V-ing) [ภาค 2]

Verb ที่ต้องตามด้วย gerund (V-ing) [2]

dislike + v-ing
ผิด: I dislike to go to the movies alone.
ถูก: I dislike going to the movies alone.

consider + v-ing

ผิด: Have you ever  considered to go to live in another country?
ถูก: Have you ever  considered going to live in another country?

deny + v-ing
ผิด: Neil denies to break the window.
ถูก: Neil denies breaking the window.

imagine + v-ing
ผิด: He imagined to have a nice meal with his girlfriend.
ถูก: He imagined having a nice meal with his girlfriend.

postpone (= put off) + v-ing
ผิด: We've had to postpone to go to France because the children are ill.
ถูก: We've had to postpone going to France because the children are ill.
* put off เป็น phrasal verb แปลว่า postpone ก็ตามด้วย v-ing เหมือนกันค่ะ
 I can't put off going to the dentist any longer.

look forward to + v-ing
ผิด: I always look forward to see my parents.
ถูก: I always look forward to seeing my parents.

give up (=stop) + v-ing
ผิด: I've given up to try  to make her happy.
ถูก: I've given up trying to make her happy.
* ถ้าใช้ stop ก็ตามด้วย v-ing เช่นกันค่ะ
  I stopped seeing him last year.

Note*   stop + v-ing กับ stop + to infinitive ให้ความหมายต่างกันค่ะ
Stop doing something means 'not continue with an activity'. หยุดทำสิ่งๆนั้น
Stop to do something means 'stop in order to do something’. หยุดเพื่อที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

go on (= continue) + v-ing
ผิด: We  can’t go on to fight like this!
ถูก: We  can't go on fighting like this!
* ถ้าใช้ continue ก็ตามด้วย v-ing หรือ to infinitive ก็ได้ค่ะ
 If she continues drinking like that, I'll have to carry her home.
 Football’s popularity continues to grow.

keep / keep on + v-ing
ผิด You can't keep on to eat bread every day.
ถูก You can’t keep on eating bread every day.

ความจริงยังมี verb อีกหลายคำที่ตามด้วย gerund นี่เั้ป็นบางส่วนที่ใช้กันบ่อยๆนะคะ @^v^@




 

Create Date : 21 ตุลาคม 2553    
Last Update : 21 ตุลาคม 2553 12:59:49 น.
Counter : 3267 Pageviews.  

1  2  

a girl who never gives up
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




สวัสดีค่าาา.... ^^
ขอต้อนรับสู่ blog เรียนภาษาอังกฤษนะคะ
เจ้าของblogชื่อ โบว์ น๊าาา (ขอแนะนำตัวนิสสนึง)
ก็ตอนนี้กำลังศึกษา ป.ตรี อยู่และก็รับสอนภาษาอังกฤษด้วยค่ะ ตั้งเป้าไว้ว่าหลังจากเรียนจบจะสอบ TOEFL เพื่อไปเรียนต่อด้าน TESL จะได้กลับมาเป็นครูสอนEngเต็มตัวซะที ^^

สำหรับบทความใน blog นี้ก็จะเกี่ยวกับภาษาอังกฤษล้วนๆ แต่พอดีเพิ่งทำ blog เลยอาจจะดูโล่งๆ หน่อยนะคะ - -"

ท่านใดสนใจอยากรับบทเรียนใหม่ๆที่ลงใน blog นี้ผ่าน Email ของท่าน กรุณาส่ง Email ของท่านมาที่ eng_by_pbow(at)live.com ค่ะ ^^

สุดท้ายขอขอบคุณที่เข้ามาอ่านและ comment นะคะ
blog นี้เปิดรับความคิดเห็นและพูดคุยได้ทุกเรื่องจ้า

รับสอนภาษาอังกฤษ เรียนภาษาอังกฤษ เรียนพิเศษ English สอนตัวต่อตัว สอนที่บ้าน สอนภาษาอังกฤษ ม.ต้น ม.ปลาย ลาดพร้าว หัวยขวาง สุทธิสาร รัชดา
Friends' blogs
[Add a girl who never gives up's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.