สุขภาพดีหาซื้อไม่ได้ ต้องปฎิบัติเอง
Group Blog
 
All Blogs
 

พาไปเที่ยว "นางเลิ้ง"

สวัสดีอีกครั้งนะครับ ไม่ได้อัพบล็อกมานานเพราะมัวแต่ยุ่งๆกับธุระกรรมของมนุษย์เงินเดือนกับชีวิตอันวุ่นวายในเมืองกรุง (ขออวยพรให้ทุกคนได้ทำงานในสิ่งที่ตัวเองรัก จะได้มีความสุขเหมือนกระผมนะครับ)   ฤกษ์งามยามดีตอนตี 2  มาริอู้ดได้เกิดตื่นนอนกลางคืนวันเสาร์ ซึ่งเดี๋ยวนี้กลายเป็นธรรมดาของคนวัยสามสิบต้นๆที่ร่างกายอาจจะไม่ต้องการผักผ่อนเยอะเหมือนวัยเด็กอีกต่อไปแล้ว  แต่ถ้ายังอยากหน้าใสเหมือนมาริอู้ดก็ต้องขอแนะนำให้นอนก่อนเที่ยงคืนเป็นประจำด้วย เนื่องจากร่างกายของเรายังมีการหลั่งเจ้าสาร anti aging หรือ growth hormone นั้นเอง ที่ทำให้เรายังหน้าใสปิ๊งอยู่ 


กลับมาเรื่องของผมที่จะเล่าให้ฟังดีกว่า  ถ้าใครเป็นเพื่อนเก่าๆของกระผมก็อาจจะทราบว่าผมเคยอาศัยอยู่แถวย่าน “นางเลิ้ง” แต่นั้นก็ผ่านมานานแล้วส่วนตอนนี้ผมย้ายไปอยู่นอกเมืองหลายปีแล้วครับ  ในวันเสาร์ช่วงสายๆผมก็ได้มีโอกาสกลับมาเดินในบรรยากาศของชุมชนอันเก่าแก่ของคนกรุงเทพฯสมัยก่อน  ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ chic & trendy เอามากๆ  ก่อนจะนำแฟนๆของมาริอู้ดออกเดินทาง ขอเล่าสั้นๆเกี่ยวกับ “นางเลิ้ง” ซะหน่อยจะได้บิ้วความสนุกของการอ่านบล็อก เพราะเสน่ห์ของการเขียนบล็อกแบบเล่าๆอย่างนี้ก็ต้องมีเกร็ดข้อมูลผสมผเสแบบนี้บ้าง  เดี๋ยวจะไม่ได้อรรถรสเหมือนกินแกงจืดไม่ใส่น้ำปลาเอา


ตลาดนางเลิ้ง ตั้งอยู่บนถนนนครสวรรค์ เป็นตลาดบกแห่งแรกของประเทศไทย มีอายุยาวนานกว่า 100 ปี เป็นแห่งรวมอาหารคาวหวานและขนมโบราณที่มีชื่อเสียง อาทิ ข้าวเหนียวสังขยา ขนมสอดไส้ ขนมเปียกปูน อื่นๆ อีกมากมาย


ตลาดนางเลิ้งก่อตั้งมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เปิดขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2443 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดเอง แต่เดิมเรียกว่าบ้านสนามควาย ก่อนจะเรียกว่า “อีเลิ้ง” ตามชื่อคือตุ่มชนิดหนึ่งของชาวมอญ จนมาเปลี่ยนชื่ออีกครั้งในยุคจอมพล ป. พิบูลสงคราม ว่า “นางเลิ้ง” สถานที่สำคัญของตลาดนางเลิ้งได้แก่ โรงหนังเฉลิมธานี ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 80 ปี สร้างขึ้นสมัยรัชกาลที่ 6 เป็นที่บันเทิงที่จะได้ดูหนังจากทุกชาติทั้งไทย จีน อินเดีย ฝรั่ง จากจำนวนคนดูที่เคยมากถึงรอบละ 300-400 คนก็เหลือเพียงรอบละไม่ถึง 10 คน จนต้องเลิกฉายไปเมื่อปี พ.ศ. 2536 ปัจจุบันเป็นเพียงโกดังเก็บของ


เอาอย่างนี้สิ  ประวัติก็น่าชวนติดตามแล้วชิมิ ใครสนใจจะค้นต่อก็เชิญกูเกิ้ลเลยนะคร้าบ  ส่วนผมก็ขออาสาพาไปดูของกินอร่อยๆตอนเด็กๆมาฝากกัน (แต่ต้องบอกว่าอร่อยเกือบทุกอย่างในตลาดนี้)




ไส้กรอกปลาแนม


ร้านสมใจ
โทร. 0-2281-2261


คุณนายแม่ชอบสั่งซื้อเป็นประจำ  ร้านนิ้เปิดมาหลายสิบปี รสชาติก็ถูกใจจนเชลล์ชวนชิมต้องยกนิ้วให้  ขายหมดเร็วมากถ้าอยากกินก็ต้องรีบมาแต่เช้าๆ แต่แอบเบื่อตอนต้องต่อคิวซื้อแน่นเอี๊ยด  ให้กินคู่กันระหว่างไส้กรอกหมูกับปลาแนมที่มีหนังหมูหั่นบางๆ กินกับผักสลัด ใบชะพลู หอม พริก  ขายชุดละ 20-30 บาท และก็จะมีเมนูอื่นๆเสริมในแต่ละวันอีกด้วย  วันนั้นผมได้ซื้อห่อหมกปลาช่อนกลับมาทานที่บ้านอร่อยกลมกล่อมใช่ได้   ในตอนไปยืนต่อคิวซื้อแม่ค้าคงเห็นหน้าเซ็งๆก็เลยเรียกให้ไปเอา 1 ชุดก่อน


เลยต้องแซงหน้าลูกค้าคนอื่น  ต้องขอโทษลุงป้าน้าอาที่ถูกแซงในวันนี้นแทนแม่ค้าคนสวยด้วยนะครับ


 



เกี๋ยวเตี๋ยวเป็ด


ส รุ่งโรจน์


0-2629-9800


ใครชอบแทะเป็ดก็ต้องขอรีบแนะนำเลย  โดยเฉพาะตีนเป็ดเค้าร่อนเหนี่ยวนุ่มรสชาติถึงเนื้อหอมยาจีน   แต่งวดนี้มาริอู้ดอดกินเพราะงดบริโภคเนื้อสัตว์ใหญ่


บะหมี่ เกี๋ยว



รุ่งเรือง


0-2281-0862


ร้านนี้คนทานเยอะ  ท่าจะอร่อยเลยเก็บมาฝาก  เห็นเพื่อนๆบอกว่าเป็นบะหมี่เทพเหมือนกัน  ร้านอยู่ใกล้กับ ส รุ่งโรจน์เลย





ขนมหวาน


ร้านแม่กวา


089 7672588


ร้านนี้ตอนเด็กๆจะชอบมาซื้อวุ้นรูปกระต่าย  ซี่งตอนนี้ก็ยังเป็นสินค้าขายดีเหมือนเดิม  แนะนำให้ซื้อลองชิมทุกอย่างทั้งฝอยทอง ทองหยิบ วุ้น สังขยาฟักทอง ข้าวเหนี่ยวหน้าต่างๆ  ช่วงเดือนพค มิย จะมีข้าวเหนี่ยวทุเรียน  จนมาริอู้ดต้องให้ 5 ดาวเลย




สาคูคุณหน่อย


สาคูไส้ปลา ไส้กุ้ง  เม็ดเล็กๆ  อร่อยทุกคำเลย 




บ๊ะจ่างนงลักษณ์  


เจ้านี้ซื้อบ่อย  เพราะแม่ค้าชอบชมผมบ่อยๆ  ^_^  ร้านนี้เป็นอีกร้านที่ต้องสั่งล่วงหน้าในช่วงเวลาเทศกาล


  



ร้านข้าวตังหน้าผักดำ 


 




ร้านขนมเบื้องโบราณ


6 ชิ้น 50 บาท  ไม่หวานเลี่ยน  ไสหลายอย่าง ฝอยทอง ลูกเก็ด ฟักเชื่อม พุทราแห้ง


ร้านขายอุปกรณ์การพนันโบราณ




ศูนย์อาหารในตลาด 



นอกจากนี้ยังมีกล้วยแขกแถวสี่แยกหลานหลวง  เมื่อก่อนขายร้านเดียวแต่ปัจจุบันแถบแยกไม่ออกว่าเจ้าไหนเป็นเจ้าแรก  แนะนำเจ้าแรก (สีแดง)  เป็นร้านแรกเลยในซอยซ้ายมือก่อนมุ่งหน้าไปถนนราชดำเนิน  นอกจากนั้น ร้านเมี่ยงนก  ร้านถ่ายรูปลงหินร็อกเก็ต   ที่จอดรถ ให้ไปจอดที่ทางเข้าซอยทางลัดไป รร Princess (ทางไปวัดแค)  และถ้ามีเวลาเหลือก็ไปสักการะสิ่งศักดิสิทธิ์ได้ที่วัดแห่งนี้  และวัดนี้เองยังเป็นอนุสรณ์สถานของมิตร ชัยบัญชา ดาราดังรุ่นพ่ออีกด้วย    เล่ามาขนาดนี้แล้ว พร้อมลุยก็ออกเดินทางกันเลยและอย่าลืมติดตามผลงานของมาริอู้ดได้อีกเร็วๆนี้  สวัสดีครับ






Free TextEditor




 

Create Date : 05 มิถุนายน 2554    
Last Update : 5 มิถุนายน 2554 19:54:07 น.
Counter : 1065 Pageviews.  

Hokkaido,Japan Feb'11

Hokkaido Winter

Date : Feb 17-27'2011

จากเมื่อ 2 ปีที่แล้ว มาริอู้ดก็ได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นแถวเมืองเกียวโต-โอซาก้า ช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี พอมาปีนี้ก็ได้มาเยือนญี่ปุ่นอีกครั้งในบรรยากาศ Romance ที่เกาะฮอกไกโด ก็สวยไม่แพ้กันเลย เนื่องจากอุณหภูมิที่ติดลบถึงสิบองศาดังนั้นก่อนไปก็ได้เตรียมฟิตร่างกายเป็นอย่างดีเพื่อจะได้ไม่ป่วยระหว่างเดินทาง เพราะเคยป่่วยวิญญาณหลุดระหว่างท่องเทียวทำให้เสียอารมณ์จนถึงทุกวันนี้ สำคัญต้องจัดเตรียมเสื้อหนาที่ให้ความอบอุ่นได้แต่ถ้าไม่พอก็มีพอมีตัวช่วยคือแผ่นติดทำความร้อน คล้ายๆกับแผ่นพลาสเตอร์ยาหม่องตราเสือ และทริปครั้งนี้ก็ได้ตั้งใจจะอยู่ต่อคนเดียวอีก 5 วัน พอเอาเข้าจริงก็มีเปลี่ยนแผนไปได้ทุกวันเลยตามสไตล์คนดังเอาใจยากอย่างผม หุหุหุ และผมเองก็ไม่ได้คาดหวังในการเที่ยวครั้งนี้เลย ใครๆถามไปไหนจะทำอะไรไอ้เราก็ไม่รู้จะตอบหรืออธิบายอย่างไร เพราะส่วนตัวชอบที่จะได้อยู่ในเหตุการณ์ที่ unexpected เพราะบางเหตุการณ์ก็ทำให้เราได้นึกยิ้ม หรือพอจะมีเรื่องราวได้จดจำไว้คุยให้คนที่เรารักฟัง ใครที่ยังเคยไปเที่ยวคนเดียวก็ต้องขอแนะนำให้รีบๆเลย เพราะถ้าช้าอาจจะไม่มีโอกาสได้แบกเป้เที่ยวมั่วๆมันส์ๆแบบนี้ได้อีก เอาแค่ใจกับกำเงินไปก็พอแล้ว อีกอย่างที่ส่วนตัวชอบมากๆคือการได้ลองทำอะไรที่ไม่สามารถทำได้ในบ้านเรา ตัวอย่างคงบอกไม่ได้เพราะบางคนที่คิดลบมากๆอาจจะรับเรื่องราวของผมไม่ได้เอา ^_^

สกีรีสอร์ท รุสุทสี แค่ได้ชมวิวก็สวยมากแล้ว ขาวโพลนไปหมด หิมะที่ตกใหม่ๆจะหนุมมากๆ ดังนี้ถ้าใครกลัวล้มกลัวเจ็บจากการเล่นสกีก็ไม่ต้องกลัวนะ ขอแนะนำให้รีบๆเล่นเลยจะได้มีประสบการณ์ที่สนุกสุดเหวี่ยง และอาจจะนึกเสียดายที่หลังได้ ค่าเช่าชุดประมาณ 8 หันเยน แต่ถ้าจะเอาแค่สกีเซ็ท ก็ 3 พันเยน คิดง่ายๆแบบมาริอู้ด เด็กเล็กๆมันยังเล่นได้เลยทำไม่เราจะเล่นสกีไม่ได้ ขอแนะนำว่าควรเตรียมพร้อมร่างกายมาด้วย เพราะเราต้องพลิ้วมากๆตอนลื่นสกีมาจากเนินเขาสูงๆ แต่ต้องเสียค่า cable ด้วยนะ



ในเมืองก็มีแต่หิมะปกคลุม ตอนแรกดูรูปก็สงสัยว่าทำไม่มีคนเลย แต่ตอนนี้รู้แล้วว่ามันหนาวมากใครๆก็คงอยากอยู่บ้านกอดแฟนอุ่นๆดีกว่า ขอแนะนำสำหรับคนที่ชอบถ่ายรูปเลย รูปสวย วิวสวย คนไม่อยู่ในเฟรมตลอดเวลา


ในภาพ ยังมีความหนาวของหิมะ ลมเย็นๆของหิมะ อยากให้ใครคนนั้นมาอยู่ตรงนี้ด้วยจัง


เมืองโอตารุ เมืองท่าเมืองเก่าของญีปุ่น เคยเห็นช่วงตอนกลางคืนก็สวยอีกแบบ



หอนาฬิกาในเมือง ซัปโปโร สวนตรงข้ามเป็นพื้นที่จัดเทศกาลหิมะทุกๆปี


เพิ่งรู้ว่าแบกเป้มัน เหมื่อยหลังชะมัดเลยวะ


มาริอู้ดมียังมีเรื่องมาแชร์จากทริปครั้งอีก เร็วๆนี้ครับ

ปล.ถ้าชอบก็อย่าลืมกด Like เพื่อเป็นกำลังใจด้วยนะครับ

Next .. ตะลุยแบบ Tokyo Trendy กัน




 

Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2554    
Last Update : 27 กุมภาพันธ์ 2554 14:59:47 น.
Counter : 495 Pageviews.  


SonicOod
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




Friends' blogs
[Add SonicOod's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.