อยากได้รักก็ต้องให้ก่อน
แง่มๆๆๆ ผ่านวันเกิดมาหลายวันแล้นนะ

แต่เราก็อด ยิ้มกว้างๆไม่ได้สักที ในใจอยากไปเที่ยวไกลๆ ไปแบบคนเดียวอ่ะ
แต่ด้วย หลายๆอย่างเราก็เลย เหมือนเดิม
อยู่กะบ้าน

ตื่นเช้า ตักบาตร
ตอนแรกว่าจะไปตลาดไปซื้อไรมาทำกับข้าวทานกันในบ้าน
แต่อย่างว่า ความขี้เกียจไม่เคยปราณีใคร เราก็กระโดดเข้าผ้าห่ม
นอนต่ออีกยกอ่ะ มันหนาวนิ เย็บจับหัวใจ ( ท่าเรายังมีหัวใจเหลือนะ คิกๆๆ)
นอนเท่าไหรมันก็ไม่เช้าสักที ก็ต้องลุกมา เดี๋ยวยาย ว๊ากเพ้ยให้
จะซวยเอาตั้งกะวันเกิด จิ อย่ากระนั้นเลย นอนก็ไม่หลับ ตื่นมาเห็นจะดีงามกว่า
ก็มานั่ง นั่งซึมๆ ฟันก็ไม่แปรง มกซกเป็นที่สุด แต่ เค้าไม่ต้องไป
จูบปากกะ ใครนิ
" ไม่ไปเมืองรึ๊ หวาน "
พ่อที่นั่งเหลาจากอยู่เปรยขึ้นลอยๆ เราไหงฟังออกนะ ทั้งที่พ่อคาบยาเส้น
ที่มุมปาก ทั้งยังพูดเบา ๆ
" ไปไหนนะพ่อ "
เราหูผึ่งอ่ะ กรี๊ดดดด ได้ไปตลาดนัดก็ยังดีฟ่ะ
" อ้าวไหนบอกจะไปซื้อปลามานึ่ง "
กรำ นึกว่าจะให้เราไปเที่ยวในเมือง ที่แท้จะให้เรา ไปทำกับข้าวเหมือนเดิมนิ

สายๆ เราอาบน้ำ แต่งตัวพยายามที่จะสวยที่สุด หล่ะนะ
เอ้อ สวยเท่าที่สวยได้นิ แก้มเข้มไม่เท่ากัน ตาอาจจะสีไม่เนียนเท่ากัน
แต่ อย่างน้อย ปากก้แดงแจ๊ดไม่อายใครหรอกนะ
ตอนที่เดินลงบ้าน รองเท้าเปื้อนโคลนนิดหน่อย
แบบว่าคงตอนที่เท้าแตะพื้นมั้ง เมือคืนหมอกลงจัด ดินชื้นๆ
" หวาน อย่ากลับค่ำนะ "
เสียงแม่ร้องบอกบนบ้าน เราไม่หันไปหรอก เราณุ้ว่าแม่ต้องทำหน้ายุ่ง








Create Date : 18 ธันวาคม 2550
Last Update : 23 ธันวาคม 2550 0:35:51 น.
Counter : 193 Pageviews.

23 comment
วันเกิด
เฮ้อ!! เราทำไมแก้ ตรงวันเกิดไม่ได้อ่ะ

เราเกิด วันที่สองนะ ทำไมตรงข้อมูลเราเป็นวันที่ เจ็ดอ่ะ พันทิพใจร้ายอ่ะ
แล้ว แก้ไม่ได้ด้วยนะ เฮ้อ!! เซ็งโพด.....

อยากเล่า อ่ะ วันนี้ เราอยากทำไรน๊า ลองวางแผนดีกว่า
เอ่อ อยากตามใจตัวเองสักครั้งจัง อยากลองทำอะไรที่ไม่กล้าทำ
เช่นไปเที่ยวคนเดียว ไปนอนที่ชมแสงจันทร์ อะไรอีกนะ ต้องเตรียมตัวแล้นนน
อยากไปเที่ยวคนเดียวจังจะกล้ามั้ยเนี่ย กลัวอ่ะ......งุงิงงิงุงิ

แต่ว่าปีน้ เรา จัต้องทำให้ได้ 55555
เกิมาทั้งที ไม่เคยออกจากเมืองที่เราเกิดมาเลย โลกแคบมากๆๆ



Create Date : 07 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 8 พฤศจิกายน 2550 13:14:23 น.
Counter : 266 Pageviews.

47 comment
วันนี้ฝนจ๋าอย่าตกเลยนะ
อยากร้องไห้จังวันนี้....

มันเหงา และรู้สึกเศร้าๆ
ไม่รู้ทำไม เมื่อกี้ไปนั่งอ่านหนังสือมา เราทนอ่านไปได้สองหน้า
น้ำตาพาลจะไหล ....เพลงที่เปิดคลอไปด้วยก็ช่างเป็นใจ
มันแปลกๆ .....เคยฟังเพลงนั้นมั้ย....เพลงของคิ้มอ่ะ คิดถึงเธอที่อยู่คนเดียว
ทุกทีเราฟังก็ฟังเพราะดีนะ แบบว่า นอนฟังข้างหน้าต่าง ที่เปิดกว้าง ลมตีม่านสะบัดเบาๆอ่ะ แต่วันนี้ ฟ้าก้สีหม่นๆ เพลงของพี่คิ้มก็ตรงหัวใจเรา ในเวลานี้เหลือเกิน
ยิ่งฟังยิ่งเหงา จะเปลี่ยนเพลงก็ ไม่มีแรงจะลุกขึ้นไปเปลี่ยนเพลง
ต้องรอให้เพลงจบ ทนได้เนอะ

ลงมานั่งที่ต้นโมก ( ไม่รู้ว่าโมกไร แต่ดอกหอมมากเลยตอนเย็นๆน่ะแต่มันแตกกิ่งน่าเกลียดมากเลย เพราะเราไม่เคยเล็มกิ่งมันออกอ่ะ สงสารมัน )
เรามานั่งหงอยๆตรงนั่น นานเหมือนกันนะ เข้าใจมั้ยว่า
บางทีความเศร้าก็สามารถทำให้เราถึงตายได้

....แบบบอกใครไม่ได้ และคงไม่มีใครให้บอก ....
เศร้านะ.....
เราไม่รู้จะเขียนยังไง เศร้ามาก สั้นๆอย่างนี้หล่ะนะ
เหงาจนเศร้า!!!

เราอยากลงเพลงนี้ที่บล็อคของเรา แต่ไม่สามารถ
เพลงนี้ มีพี่คนนึงเคยบอกเรา ว่าฟังเพลงนี้นะหวาน อื้อ!! เราก็ว่ามันใช่นะ
แต่หัวใจเราก็ไม่สามารถควบคุมมันได้ทุกครั้งไปนี่น่า
แล้วท่ามันจะเหงาไปเอง เศร้าไปเอง มีกี่คนที่ควบคุมมันได้ร้อยเปอร์เซนต์
ใครช่วยบอกได้มั้ยว่า จะทำอย่างไรให้พ้นคืนนี้ได้....

ตอนนี้เรายังกลั้นน้ำตาได้ แต่ท่าฝนตกลงมา...น้ำตาเราคงเปียกปอน
เราแพ้ใจตัวเองตอนฝนตกน่ะ อ่อนแอที่สุดก้ตอนนั้นหล่ะ
เวลาที่ไม่อยากร้องไห้ กลัวฝนตกที่สุดเลยอ่ะ.....
อื้อ !! ม่รู้ดิบางทีร้องไห้ก็ดีเหมือนกันนะ
ถ้าอย่างงั้น ตกลงมาก็ได้ แต่ต้องดึกๆนะ
เราจะได้ร้องไห้ในความมืด ไม่มีใครเห็นน้ำตาของเรา....


เนื้อเพลงค่ะ
ก้อนหินก้อนนั้น - Rose

เคยมีใครสักคนได้บอกฉันมา
ว่าเวลาใครมาทำกับเราให้เจ็บช้ำใจ
ลองไปเก็บก้อนหินขึ้นมาสัก"อัน"
ถือมันอยู่อย่างนั้นและบีบมันไว้

บีบให้แรงจนสุดแรง ให้มือทั้งมือมันเริ่มสั่น
ใครคนนั้นยิ้มให้ฉัน ถามว่าเจ็บมือใช่ไหม

ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ ได้เท่ากับเธอทำตัวของเธอเอง
ให้เธอคิดเอาเอง ว่าชีวิตของเธอเป็นของใคร
ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ ถ้าเธอไม่รับมันมาใส่ใจ
ถูกเขาทำร้าย เพราะใจเธอแบกรับมันเอง

ใครมาทำกับเธอให้เจ็บหัวใจ
ก็แค่ให้ก้อนหิน"ก้อน"นั้นให้เธอรับมา
เพียงเธอจับมันโยนให้ไกลสายตา
หรือเธอปรารถนาจะเก็บมันไว้

หากยิ่งยอมยิ่งแบกไป หัวใจของเธอก็ต้องสั่น
หากยังทำตัวแบบนั้น ถามว่าปวดใจใช่ไหม

ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ ได้เท่ากับเธอทำตัวของเธอเอง
ให้เธอคิดเอาเอง ว่าชีวิตของเธอเป็นของใคร
ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ ถ้าเธอไม่รับมันมาใส่ใจ
ถูกเขาทำร้าย เพราะใจเธอแบกรับมันเอง

ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ ได้เท่ากับเธอทำตัวของเธอเอง
ให้เธอคิดเอาเอง ว่าชีวิตของเธอเป็นของใคร
ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ ถ้าเธอไม่รับมันมาใส่ใจ
ถูกเขาทำร้าย เพราะใจเธอแบกรับมันเอง


ถูกเขาทำร้าย เพราะใจเธอรับไว้เอง










































































































































































































Create Date : 25 ตุลาคม 2550
Last Update : 25 ตุลาคม 2550 13:12:40 น.
Counter : 293 Pageviews.

12 comment
วันแดดออก...ร้อนแต่ฉันยังไม่อยากไปไหน
เราป็นคนแบบว่าเวลามีเรื่องเล่า มันก็จะ พร่างพรูออกมา
ไม่ปะติดปะต่อกันเท่าไร บางวันโลกเราก็สีชมพู แต่บางวันก็สีซีเปีย
แต่วันนี้ เราขอเว้นเรื่องชีวิตตอนที่ดอกไม้เหี่ยวก่อนนะ
แบบว่า วันนี้มัน ยิ้มจนแก้มปริน่ะ

วันนี้ เรามีความสุขเกินที่จะหวนไปคิดเรื่องในอดีตน่ะ
ก็อดีตของเรามันน่าฟังซะที่ไหนหล่ะ มีแต่สีดำ เงามืด
วันนี้ แดดออก ...ฮ่าๆๆ ดีใจมาก เพราะว่าฝนตกมาหลายวันแล้ว
เราตื่นเช้าเหมือนเดิม เพราะเราเป็นนางเอก นางเอกต้องตื่นเช้า เข้าครัวคล่อง
มีแต่คนเอ็นดู ส่วนเรา มีคุณสมบัติ สองในสามถึอว่าผ่าน 5555
แต่จริงๆในสายตาเรา ทุกคนก็ล้วนเป็นนางเอกพระเอกในชีวิตของตัวเองทั้งนั้นหล่ะ ใช่มั้ย เราก็นางเอก เรื่อง เจ้าสาวที่กลัวฝนไง 555
บางว่า อาจเพราะว่าเรานอนหลับสนิทก็เป็นได้ ตอนเช้าวันนี้ของเราเลย
ดู สวยกว่าวันก่อนๆ แสงแดดอ่อนๆเป็นประกาย
เหมือนจะมีอะไรดีๆเกิดขึ้นกับฉันนะวันนี้...ไม่อยากบอกว่า
แม้แต่แม่ไก่ที่เกาะบนรั้วข้างสวน ยังยิ้มให้ฉันเลย...ฮ่าๆๆ

เราก็ยิ้ม ให้กับใบไม้ อุ้ย สวนหลังบ้านของเรามีนกด้วยง่า จะบอกไรให้ ตอนที่ย้ายบ้านมาอยู่ที่นี่ ต้นไม้หลังบ้านพิการมากเลย ทั้งเล็กทั้งแคระแกรน
พ่อเลยให้เขาเอาดินมาลง คันรถนึง แล้วก็ช่วยขน ทั้งบ้าน
แม่ไปซื้อถังน้ำพลาสติค มาสี่ถัง เราก็ไปคนแรกเลย เ
พราะเราชอบใช้แรงงานมากๆ 555 ดินมันหนักนะ เราก็หิ้วได้ทีละถัง
น้องชายที่ไปรับจ้างเข็นผักที่ตลาดไท เล่นที่ละสอง แข็งแรงมาก
พ่อสั่งให้ลูกๆทำอย่างงั้น อย่างงี้ แต่ พ่อก้ถอดเสื้ออก สวมกางเกงขาสั้น
เดี๋ยวนี้ พ่อไม่ดูดบุหรี่แล้วนะ พ่อแข็งแรงขึ้นมาก ส่วนแม่ เป็นผู้หญิงตัวผอมๆ
แต่แข็งแรงมาก เรายังทำไรไม่เท่าท่านเลย
แม่เดินเข้าเดินออก ระหว่างสวนกะครัว ที่จริงมันก็ติดกันนั่นหล่ะ แหะๆ
ด้วยก็น้ำ เด๋วก็ขนม หลานชายก็วิ่งช่วย เหมือนตัวเองเป้นผู้ใหญ่
เราไม่อยากเข้าครัว เพราะว่า ดินที่จะขนมาที่หล้งบ้านเยอะมาก เราสงสารน้อง
เราเลย รีบขน เหนื่อยมากแต่ ก็อดทน พ่อก็ช่วยแต่ไม่อยากให้พ่อทำเลย
สงสาร เราก็รีบหิ้ว น้องชายเริ่มร้องหา เบียร์ มันร้อนง่า
เราก็เลยวิ่งไปที่ปากซอย เห็นแม่เริ่มตั้งไฟแล้ว จะทำไรนะ แม่รสมือดีมาก
แต่แม่ไม่ค่อยมีเวลา แม่บอกว่า นายจะมาตรวจ กลับค่ำทุกวันเลย
เราก้เหนื่อย ไปหาไรหวานๆมาจิบดีกว่า เราไม่ชอบเบียร์มันขม ไม่อร่อยเลย ทานทีไร ต้องลำบากกลืนเสียแย่ เราเลือก สปายมาขวดเล็กๆ เราเก่งได้แค่นี้หล่ะ
แหะๆ แล้ว เจ้เจ้าของร้านทำแกงเส้น ควันฟุ้งหอมไปทั่งเราก็ สั่งกลับบ้านด้วย
แบบว่า กินพลางทำงานพลาง คงเพลินดี

อ้าวนี่เรากำลังจะเล่าเรื่องถมดินไม่ใช่หล่ะ เพ้ออีกหล่ะ
คือว่า วันนั้น เราก็โกยดินทั้งว้น แบบว่าทั้งเหนื่อยทั้งขำ เจ้าน้องชายกล้ามปู
มานไม่แกร่งเท่าพี่มาน แบบว่าน้องเรา มานทะลึ่ง
" พี่ วันก่อน ผมไปซื้อขนมเจอฝรั่ง มานมาถามทาง ผมก็ตั้งใจฟังมานนะ"
ไอ้เราก็พาซื่อ นั่งฟังมาน
" เออ เขาพูด อังกิตใช่มั้ย " สำเนียงเราเป็นนี้ จริงๆ นะ แบบว่าอิสานมากกก
" เออดิ "
" เออ เขาจะไปไหน หล่ะ แก บอกเขาป่าว มีน้ำใจมั่งมั้ย "
" คุยกะมานตั้งนาน มานจะไป บ้านแฟนมาน ที่โคกมะเขือ " มีหมู่บ้านนี่จิงๆนะ
" ว๊าย!! แฟนใครอ่ะ " หมู่บ้านนั้นเพื่อนเราทั้งน้าน
" มานบอกว่า แฟนมานชื่อ พิงค์ "
เราทั้งขมวดคิ้ว ทั้งบิดปาก ในสมองปั่นข้อมูลอย่างสับสน
เอ แถวบ้านเรามีคนชื่อเพราะขนาดนี้เลยเหรอ เราเพราะสุดแล้วนะ
นางสาวน้ำหวาน อ่ะน่ะ
คนอื่น บัวเผื่อนบัวผัน บุณโฮม บุญศรี ไรไปนู้นเลย คิดนั่งเงียบ
จนน้องชาย บอกต่อมาอีก
" เอ่อ พี่ก้ไม่รู้จักใช่ป่าว ผมเลย ขอมานดูรูปแฟนมาน
กะที่อยู่ที่เขาส่งหากัน
มานก็รีบ ควักออกมาให้ดู ตอนดูผมแทบสำลักน้ำ แต่ยังนิ่งได้อีก
กลัวฝรั่งมานดูถูกอ่ะ เลยรีบดู ชื่อเข้าโรงเรียน ใช่จริงๆอ่ะ "
เรา สวนกลับทันที แบบอยากรู้มากกก
" ครายย่ะแก!! "
น้องชายมันยิ้ม พยักหน้า สายตามันพราวด้วยรอยขันๆงัยไม่รู้
ช้านยิ่งดิ้นพราดๆ เพราะอยากรู้จัด
" คราย บอกมาเด๋วนี้นะ " จะยกถ้วย แกงเส้นที่มานจ้วงโฮกๆหนีมานเลยทีเดียว
ไอน้องบ้า แกล้งพี่
" เพื่อนพี่นั่นหล่ะ อ้ายแหล่ ตาหวานนั่นหล่ะ แฟนมาน ก๊ากกกกๆๆๆ"
ตอนที่น้องชาย อิฉันมานลงไปนอนกลิ้งกะพื้น ส่งเสียก๊ากมาแบบไม่กลัวคอเป็นหนองเล้ย ช้านตะลึงพึงเพริด
" แต่อ้ายแหล่มานเป็นผ่อซายไม่ใช่เหรอแกรรรร"
ก๊ากกกกๆๆๆ มานมัวแต่ชักดิ้นชักงอ ไม่ยอมตอบพี่มาน
ช้านเตะป๊าบเข้าที่ชายโครง อุอุอุ
(นั่นในความคิดของอิฉัน มานตัวอย่างกะช้าง ใครจะกล้าหือกะมาน )
ต้องรอให้มาน อยุดเสียงหัวเราะนั่นเอง ขณะที่อิฉันตัวสั่นด้วยความใคร่รู้
" พี่ ก็ อ้ายแหล่ที่เป็น เพื่อนพี่นั่นหล่ะ ผมจำเขาได้ ติตา เพื่อนพี่คนนี้ ฮาโพด"




Create Date : 12 ตุลาคม 2550
Last Update : 22 ตุลาคม 2550 11:43:52 น.
Counter : 182 Pageviews.

6 comment
ออกจากแปลือกซะทีได้มั้ย......!!!!
.......เคยได้ยิน ใครบางคนบอกไว้หลายคนว่า สิ่งที่ยากที่สุดของคนเราคือ
การเริ่มต้น ไมว่าคุณจะลงมือทำไรสักอย่างในชีวิต เหมือนมันจะลำบาก
น่าหวาดหวั่น ไม่แน่ใจ ว่าจะเริ่มอย่างไร ว่ามันจะใช่อย่างที่เราหวังไหม แล้วท่ามันใช่มันจะนานยาวอีกนานไหม แล้วท่าไม่ใช่ จะมีแรงพอที่จะรับมือกับสิ่งที่จะตามมามั้ย ......

อยากบอกว่า นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับฉัน เมื่อก่อน....
ฉันเหมือนสัตว์ที่กำลังติดกับดัก สิ้นหวัง ยอมแพ้ต่อโชคชะตา
และทิ้งร่างลอยไปตามสายธารเชี่ยวกราก...มีบางครั้งฉันลืมตาขึ้นมามองหา
ท่อนไม้หรืออะไรบางอย่าง ที่พอจะช่วยพยุงร่าง แต่แสงสว่างของดวงตะวัน
ก็แรงกล้าเกินทาน ฉันหลับตาเจ็บปวด และอ่อนแรงนัก

......ในที่สุด วันนึง ฉันก็ดิ่งจมลึกลงไป.. ดำมืด หนาวเย็น...
ยาวนาน นานแสนนาน.....จนฉันคิดว่า
ฉันคงไม่มีวันมองเห็นประกายแสงดาวบนท้องฟ้าอีกแล้ว
ในยามนั้น สำหรับฉันมีเพียง ลมพายุคลุ้มคลั่ง....ฉันจะทำอย่างไรได้นอกจาก
นิ่งเงียบ รอคอยให้ทุอย่างจบสิ้นลง.....

เพราะกระแสลมอบอุ่น กลิ่นคล้ายดอกไม้เมืองร้อน ทำให้ฉันรู้สึกตัว ลมอุ่นผะผ่าว ลูบไล้ตามช่วงแขนที่พ้นจากผ้าห่ม ฉันครางเบาๆ ถดตัวหนี ...
สัมผัสนั่นทั้งอุ่น ทั้งนุ่มนวล ฉันไม่กล้าคิดว่านั่นจะเป็นของสำหรับฉัน มันสวยงามเกินไป ........หากแต่ เจ้าสิ่งนั้นยังลามเลียไล่มาถึงแก้ม ริมฝีปาก นั่นล่ะทำให้ฉันผวาตื่น....

ตรงมุมห้องตรงที่มืดที่สุด ประกายระยิบระยับทอดลำแสงทาบทับตรงมาหาฉันเหมือนมีชีวิต...แสงนั่นเรียวเล็กแทรกตัวมาตรงรอยแตกที่หน้าต่างปิดตาย...
มันทั้งจ้า ทั้งสดชื่น ฉันเกลียดจับจิต แต่ฉันก็ไม่สามารถละสายตาจากมันไปได้
มันสวยงาม...เหลือเกิน...แต่ฉันหวาดกลัว เท่าที่เป็นอยู่ ฉันก็อยู่ได้..อย่ามาเปลี่ยนอะไรให้มันยุ่งยากไปกว่านี้เลย...
ฉันพลิกตัวหนีพยายามขยับร่างหนี แต่ยิ่งดิ้นรน ผ้าห่มก็พันแน่น
เสียงสะอื้นที่ฉันกลั้นไม่อยู่.. กับเสียงลมที่ข้างนอก
นั่นไม่รู้ว่าเสียงไหนที่ทำให้ฉัน....กลัวมากกว่ากัน

ไม่มีที่ให้เราช่อนตัวจาก โลกภายนอกที่ฉันไม่แม้แต่จะกล้าคิดถึง
ความเจ็บปวดเอ่อล้น ไม่อยากให้ใครเห็น ไม่อยากฟังเสียง
ไม่อยากให้ใครมาใกล้...กลัวเกลียด พอๆกัน....แต่ฉันรู้แก่ใจว่า โลดของฉันจะไม่เหมือนเดิม...เสียงลมเริ่มเบา พริ้วหวาน.. มันอ่อนหวาน ฉันพยายามลืมตา
บวมเบ่ง แดงช้ำน่าเกลียด ลุกขึ้นโซเซ





Create Date : 10 ตุลาคม 2550
Last Update : 11 ตุลาคม 2550 21:16:07 น.
Counter : 161 Pageviews.

3 comment
1  2  3  

หวานใจกิมลี
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]