ขอบคุณที่คิดถึงกัน
Group Blog
 
All blogs
 

เริ่มใหม่อีกครั้ง ท้องที่ 2

ท้องนี้ถือเคล็ดไม่บอกใคร ไม่มีใครรู้ ทั้งอาม่า และคุณยาย ไม่มีใครรู้เลย เพื่อนร่วมงานก็ไม่รู้  เราจะไม่บอกใครจนกว่าหนูจะ 3 เดือน  แต่แม่กับป๊าก็อดไม่ได้ที่จะบอกคนคนนี้ นั่นก็คือคุณหมอคนเดิมที่แม่เคยมาตรวจเมื่อครั้งที่แล้ว  คุณหมอจำหน้าเราได้คุณหมอแสดงความยินดีกับครอบครัวเราอีกครั้ง และทำการตรวจท้องให้แม่อย่างเบามือเหมือนเดิม 

คุณหมอบอกว่าดูจากท้องของแม่แล้ว แม่น่าจะมีฮอร์โมนที่ดีเพราะท้องแม่ขยายเร็ว ตอนนี้ 4 สัปดาห์เท่านั้น คุณหมอยังตรวจหาถุงตั้งครรภ์ไม่ได้ต้องรอสัปดาห์หน้า  แม่ลุ้นอีกแล้วว่าสัปดาห์หน้าแม่จะได้เห็นถุงการตั้งครรภ์ของลูก วันนี้แม่ได้ยาและ Vitamin มาบำรุงเหมือนเดิมซึ่งแม่ก็ยินดีที่จะทานให้ตรงเวลาตามที่คุณหมอสั่ง

   สัปดาห์ต่อมายังไม่ทันจะถึงวันนัดแม่ก็เจอกับเรื่องไม่คาดฝันอีกแล้ว เมื่อมีหยอดเลือดอกมา 1 หยดสีส้มจางๆ  แม่รีบไห้ป๊าพาไปหาหมอทันที  แม่ต้องฉีดยากันแท้ง และทานยากันแท้งทุกๆ 8 ชม. แม่ทำตามที่คุณหมอสั่ง  และแม่ก็อุ่นใจที่แม่ได้เห็นถุงการตั้งครรภ์  คุณหมอให้แม่ระมัดระวังตัวมากขึ้นห้ามยกของหนักห้ามทุกอย่างที่เกรงว่าจะเป็นอันตรายต่อลูก  แล้วนัดครั้งต่อไปสัปดาห์หน้า 

ระหว่างสัปดาห์แม่ก็มีเลือดกระปริบกระปรอยมาตลอด แต่พอครบสัปดาห์แม่ก็ไปหาหมอตามนัด วันนี้เป็นวันที่แม่เครียดมากป๊าก็เครียดมาก  เพราะไม่รู้ว่าลูกยังอยู่หรือเปล่าแข็งแรงหรือเปล่า แทบไม่น่าเชื่อวันนี้แม่ได้ยินเสียงหัวใจของลูก  พยายาบาลรีบไปตามป๊าเข้ามาฟังเสียงของลูกป๊ายืนฟังไปน้ำตาไหลไป แต่ป๊าบอกแม่ว่าระหว่างที่ป๊ารออยู่ข้างนอกป๊าปวดหัวเป็นไมเกรน  เพราะไม่รู้ว่าพยาบาลจะมาเรียกหรือเปล่า  และถ้าเข้ามาแล้วจะได้ยินคุณหมอพูดว่าอะไร  ตอนนี้ป๊าโล่งอกแม่ก็โล่งอกเพราะเสียงตุบ ตุบ ตุบ และขนาดของตัวลูกที่ยาว 0.39 มล. หมายความว่าลูกโตตามเกณฑ์มาตรฐาน  ป๊าและแม่ดีใจป๊าจุ๊บที่หน้าฝากแม่ทั้งน้ำตา   กระนั้นเลยคุณหมอก็ไม่ว่างใจยังคงให้แม่ทานยากันแท้งและฉีดยากันแท้งเหมือนเดิม แม่รู้สึกเจ็บปวดบริเวณที่ถูกฉีดยาเข้าไป แต่แม่ทนได้เพื่อลูกรักของแม่จะได้แข็งแรง 

 

ตอนนี้ 6 สัปดาห์แล้ว แม่เห็นสายสะดือของหนูอันเบ้อเริ่มเลย คุณหมอขยี้ท้องแม่เพื่อให้หนูตอบโต  แม่ขอบอกว่าหนูเป็นเจ้าหนูที่ดูแล้วดื้อแน่ๆ เพราะหนูใช้เท้าทั้งสองข้างถีบๆๆ ดิ้นๆๆ เอามือปัดไปมา เหมือนหนูสู้อยู่กับคุณหมอ  แม่และป๊าขำมากๆ คุณหมอก็บอกว่าหนูแข็งแรงและดิ้นเก่ง  หมอนัดแม่อีกครั้งตอน 8 สัปดาห์และ 10 สัปดาห์  แม่ได้เห็นพัฒนาการของหนูแบบนี้แล้วก็ชื่นใจ  ตอนนี้ทั้งแม่ทั้งป๊าสู้ไม่ถอยโดยที่ป๊าทำงานบ้านทุกอย่าง อาบน้ำหมา 6 ตัว ออกไปซื้อกับข้าวเพราะป๊าไม่อยากให้แม่นั่งซ้อนมอเตอร์ไซด์กลัวว่าหนูจะกระทบกระเทือน  ส่วนแม่ก็กินๆนอนๆพักผ่อนเยอะๆเพื่อให้หนูได้แข็งแรง  เราเฝ้าถนอมหนูทุกวัน  ป๊าคุยกะหนูผ่านท้องของแม่ ป๊าทาครีมให้แม่ทุกคืน แม่ชื่นใจสุขใจมากเลยลูก ตอนนี้ลูก 12 สัปดาห์แล้วนะตัวโตขึ้นเป็น 6เซนติเมตรแล้วด้วย  แม่เห็นแขนขาที่ยาวเหยียด พุงป่องๆของหนู และการดิ้นไปมาเบาๆเหมือนหนูกำลังหลับพักผ่อนอย่างสบายในพุงใหญ่ๆของแม่  ป๊าและแม่ตกลงกันว่าครบ 12 สัปดาห์(3เดือน) เมื่อไหร่จะพาหนูไปอวดเพื่อนๆ แล้วป๊าก็อดใจไม่ได้พารูป u/s ของหนูไปอวดป้าๆลุงๆที่ทำงานและเอารูปพุงป่องๆของหนูลง Face book อวดเพื่อนๆ  ป๊ายิ้มแก้มปริมีแต่คนมาทักทายให้คำชื่นชมยินดีหนูตลอด   คนเก่งของแม่รีบโตเร็วๆนะลูก แม่และป๊าคอยหนูอยู่ทุกวันเวลา ตอนนี้แม่ไม่รู้ว่าหนูเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายแต่แม่ฝันว่าหนูเป็นเด็กผู้หญิงที่เก่งและน่ารักมาก ในฝันหนูบอกกั[แม่ว่าหนูชื่อ  อริศ นันวณิชชากร  แม่จะตั้งชื่อตามที่หนูบอกไว้จ๊ะ 

 

รักลูกมากนะคะ 

 

แม่บุ๋ม และ ป๊าแจ๊ค

 

28 ตุลาคม 2555

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 




 

Create Date : 23 เมษายน 2556    
Last Update : 23 เมษายน 2556 10:59:58 น.
Counter : 1293 Pageviews.  

ขูดมดลูก

วันนี้เป็นวันที่ 22 เมษายน 2555

คุณหมอที่ฝากครรภ์จะเข้ามาบ่าย 2 และเรากลัวว่าคนไข้จะเยอะเลยมาถึงที่ รพ บ่ายโมงครึ่่ง  เข้าไปติดต่อเรื่องขอพบคุณหมอ เนื่องจากมีเลือดออก  และได้บอกว่าที่โทรมาปรึกษาไว้เมื่อคืนนี้

โชคดีที่คุณหมอมาถึง บ่ายโมงครึ่ง เราได้คิวที่ 3

คุณหมอซาวน์ซ้ำอีกครั้งนึง เพื่อเป็นการยืนยันว่าลูกเราไม่อยู่จริงๆ  วันนี้เหมือนเมื่อวันก่อน  ไม่มีเสียงหัวใจ และไม่เห็นตัวเค้าแล้ว นั้นคือการฝ่อไปหมดแล้ว  แต่ถุงการตั้งครรภ์ยังคงอยู่เกาะที่ผนังมดลูกเหมือนเดิม  คุณหมอเรียกสามีเข้ามาพูดคุยว่าทำใจได้หรือยัง  หมอต้องทำคลอดให้นะ  เพื่อนป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับตัวของแม่

เราบอกหมอว่าเราทำใจมาแล้ว คุณหมอตัดสินใจได้เลย

คุณหมอให้เหน็บยาเร่งคลอดช่วงบ่าย 2ครึ่ง  ระหว่างที่เหน็บยาไปแล้ว ไม่เกิน20นาที่  มันเริ่มปวดมาก  มากขึ้นเรื่อยๆ  จนมือเท้าเย็นไปหมด สามีให้กำลังใจเราตลอด แต่มันไม่ได้ผลอะไรเพราะการปวดมันมีมากเป็นร้อยเป็นพันเท่า  ก็ได้แต่จับมือกันไว้ 

ได้เวลา 4โมงเย็น เตรียมตัวเข้าห้องผ่าตัด พยาบาลเรียกให้เราไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ถอดสร้อย คอนแทคเลนส์ และเจาะเลือด  เราต้องไปนอนรอในห้องที่เตรียมการส่งตัวไปยังห้องผ่าตัด  สามีมายืนข้างๆตลอด  เราพยายามไม่ร้องไห้  แต่มันก็มีน้ำตาคลอมาเรื่อยๆ

 

16.30 น.  จนท เข็นเตียงของเราไปยังห้องผ่าตัด มันปวดท้องมากขึ้นไปอีกเรื่อยๆ  สามีก็เดินตามมาส่งจนกระทั่งเราเข้าไปในห้องเตรียมผ่าตัด  ระหว่างที่นอนรอ เราอ้วกและรู้สุกเหมือนปวดท้องอยากจะถ่ายท้อง  รู้สึกเหมือนปวดฉี่ ปวดหัว  พยาบาลบอกว่านี่คืออาการปวดท้องคลอดลูก  คนไข้จะแยกไม่ออกว่าปวดอะไร

 

พยาบาลบอกว่าคสไขบิดขาได้นะคะ  ดิ้นไปมาได้  ถ้าไม่ไหวให้ยกขา งอตัวได้ตลอด  จะอ้วกให้เอียงหน้ามาพยาบาลจะคอยช่วยเหลือเรา   เวลาในการอหมอมันนานมาก  มากจนแถบจะตะโกนออกไปว่าให้ไปตามหมอมาเร็วๆ ฉันไม่ไหวแล้ว  เรามองไปรอบๆห้องเห็นมีพยาบาลอยู่ 5 คน เราอยากบอกว่า  ฉันมีแรงจะสู้กับพวกเธอได้นะ ให้ไปตามหมอมาซะที  แต่เราได้เพียงนอนดิ้นไปมาเท่านั้น ทุบเตียงบ้างเมื่อตอนที่ปวดจริงๆ  เราร้อนมากถึงกับบอกพยาบาลว่าร้อนมากๆค่ะ เปิดแอร์ได้มั๊ย  พยาบาลก็ทำให้ (ใจดีจริงๆ)

 

ได้ยินเสียงพยาบาลคุยกัยว่าหมอมาแล้ว  กำลังเตรียมตัว(น่าจะเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมใส่หน้ากากเข้ามา)  พยาบาลมาถามชื่อ สกุล การแพ้ยา  เป็นการถามที่ไม่จบสิ้น เราโมโหที่จะตอบ  แต่ก็หลับหูหลับตาตอบๆๆไปให้จบๆ   มีพยาบาลมาผูกแขนทั้งสองข้างไว้ด้วย  จากนั้นมีคนมาบอกให้เราดมอ๊อกซิเจน  แต่เราเชื่อว่าเป็นยาสลบแน่นอน  ด้วยความที่กลัวว่าตัวเองจะตื่นระหว่างที่ทำการขูดมดลูก เราตั้งใจว่าจะสูดเข้าไปเยอะๆเท่าที่เราจะมีแรงสูดเข้าไป  จำได้ว่าสูดไป2ครั้งแล้วพยาบาลบอกให้ยกขาขึ้นขาหยั่ง  เราไม่รู้ว่าเรายกขาหรือเปล่า  แต่พอตื่นออกมาอีกครั้ง เรามาอยู่ที่ห้องรอฟื้นซะแล้ว

 

ตอนที่เราฟื้นเราเงยหน้ามองหานาฬิกา ตอนนั้น 18.10น.เราถามพยาบาลว่าชิ้นเนื้อเป็นยังไบ้าง ขอดูได้มั๊ย  พยาบาลบอกว่าเราคลอดออกมาได้เองส่วนนึง  แล้วที่เหลือคุณหมอจึงขูดทำความสะอาดมดลูกให้  เป็นเพราะว่าเราคลอดเองจึงทำให้ปวดมาก  จากนั้นพยาบาลก็ไปปริ้นรูปมาให้  เห็นแล้วถึงกับตกใจ  เพราะชื้นเนื้อมีขนาดยาว 15 cm

 

รอเวลาฟื้นได้ดีแล้ว เราออกมาจากห้องผ่าตัด 1 ทุ่ม  สามีรีบเข้ามารับเค้าร้องไห้ตลอดบอกว่ากลัวว่าเราจะเป็นอะไรไป  และเล่าให้ฟังว่าหมอเข้าไปตอน 5โมง ออกมาประมาณ 5โมงกว่าๆ  และบอกว่าเราปลอดภัยดีไม่มีปัญหาอะไร

 

บุรุษพยาบาลเข็นเราไปที่ห้องจ่ายเงิน มี คชจ. ประมาณ 18,000 บาทกว่าๆ  แต่ คชจ.ที่แพงขนาดนี้มันทำให้เรากลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ในวันจันทร์ที่ 23  และเรามีแรงไปรับปริญญาได้ในวันที่ 24 เมษายน 2555 ซึ่งรับจากพระหัตถ์ของสมเด็จพระเทพฯ

 

ขอบคุณความทรงจำตลอด 2เดือนที่ผ่านมา  ขอบคุณลูกของแม่ที่ไม่ทำให้แม่เจ็บปวดเลย แม่ไม่เคยแพ้ท้อง  ไม่เคยปวดท้องในตอนที่เลือดออก  เป็นเพราะลูกของแม่เป็นเด็กดี  แม่และพ่อตั้งชื่อให้ลูกว่า  น้องเก่ง.....

 

เมื่อลูกพร้อมแม่เชื่อว่าลูกจะมาหาแม่เอง...ขอบคุณช่วงเวลาที่ผ่านมา เราสองคนพ่อแม่ มีความสุขมากๆ  แม้จะเป็นเพียงช่วงสั้นๆเท่านั้น




 

Create Date : 07 พฤษภาคม 2555    
Last Update : 7 พฤษภาคม 2555 13:30:15 น.
Counter : 799 Pageviews.  

สิ้นสุดการตั้งครรภ์

เป็นเรื่องที่ตกใจ แบบช๊อคอย่างมาก  เพราะเมื่อวีนที่ 19 เมษายน 2555 เป็นวันที่คุณหมอนัดให้ไปตรวจตามปกติ แต่ครั้งนี้บรรยากาศในห้องตรวจมันไม่น่ารับรู้เอาเสียเลย  คุณหมอตรวจไม่พบเสียงหัวใจของเด็กในท้อง....

คุณหมอให้เปลี่ยนเครื่องตรวจจากการฟังเสียงหัวใจแล้วไม่ได้ยินเป็นการซาวน์หน้าท้อง  พบเพียงถุงการตั้งครรภ์ยังไม่ได้ยินเสียงหัวใจ  เปลี่ยนมาเป็นการซาวน์ทางช่องคลอด คุณหมอหน้าเครียดอยู่นาน แล้วบอกว่าให้ทำใจ 90% นะ เพราะขนาดของตัวอ่อนเล็กมาก  โดยปกติ8สัปดาห์ต้องมีขนาด 1 cm แล้ว  แต่ของเราเพียง 0.5cm เท่านั้นเอง แต่วันที่ 26 เมษายน 2555 ให้มาตรวจซ้ำอีกครั้งนึง

ระหว่างนี้ถ้ามีเลือดออกให้รีบมาหาหมอทันที.....เป็นบรรยากาศที่เศร้าและนิ่ง เงียบ ......

 

เราถามคุณหมอว่าเกิดจากอะไร  ระหว่าง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เราไม่เคยปวดท้อง ไม่มีเลือดไหล ไม่เคยวิ่ง ไม่เคยกระโดดโลดเต้นที่ไหน  ไม่ดื่ม  ไม่นอนดึก ดูแลตัวเองดีทุกอย่าง  นม ผัก ผลไม้ บำรุงเต็มที่  ทำไมเป็นอย่างนี้

คุณหมอบอกว่า natural selection เป็นการคัดกรองจากธรรมชาติแล้ว การที่เค้าไม่มีการแบ่งตัวนั่นหมายถึงโครโมโซมที่จับคู่กันระหว่างพ่อกับแม่ มีการพัฒนามาถึงจุดนึงเท่านั้น และหยุดการเติบโต ส่วนใหญ่เกิดจาก คู่ที่

ความผิดปกตอของโครโมโซมมี 2ประเภท

1.Structural Aberation 

2.Numberical AberationAberation  จำนวนของโครโมโซมที่ผิดปกติจะเป็นสาเหตุทำให้เกิด กลุ่มของอาการดาวน์ เอ็ดวาดส์ และ พาทัว  

สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันยากที่จะยอมรับได้  เราได้เพียงเดินร้องไห้กับสามี แล้วกลับบ้านมาร้องไห้ต่อไปอีก 

วันที่ 21 เมษายน 2555 เป็นวันซ้อมใหญ่รับปริญญา  เราต้องทำหน้ายิ้มไว้เพราะในใจคิดว่ายังมีอีก 10 % ที่ลูกยังอยู่กับเรา พยายามไม่เดินมากนัก  มีแม่ สามี และน้องๆ มาช่วยเดินถือของซื้อข้าว ซื้อน้ำให้ตลอด ช่วง11 โมง เราไปนั่งรอที่ห้องประชุม ไม่เข้าแถวเพราะแจ้งชื่อไปแล้วว่าเป็นคนท้อง  รอจนเพื่อนๆ เข้ามาในห้องจนครบ จากนั้นเข้าสู่พิธีการ เราก็ไม่มีปัญหาอะไร ไม่มีเลือดออก ไม่ปวดท้อง แต่ช่วงบ่าย 2กว่าๆ รู้สึกเหมือนมีอะไรสักอย่างไหลออกมา แต่เรายังไม่ได้กังวลมาก  เราใสผ้าอนามัยไว้เนื่องจากกลัวว่าจะมีเลือดออกมาเยอะอย่างที่หลายๆคนทักว่าอาจจะมีการตกเลือด  เสร็จจากการซ้อมรับรีบกลับบ้าน เข้าห้องน้ำ....

เป็นไปตามที่คาดไว้ว่าอาจจะมีเลือดไหลออกมา แต่ว่าสีที่ออกมานั้นเหมือนสีโค้กจางๆ  เหมือนเดิมว่าเราไม่ปวดท้องเลย  ....สามีรีบโทรไปที่ รพ.ปรึกษาอาการดังกล่าว แต่เรารู้ว่ารีบไปหาหมอก็ไม่มีประโยชน์อะไร  การขูดมดลูกต้องงดน้ำ งดอาหารอย่างน้อย 6 ชม.  แต่สามีเราเป็นกังวลมากจะให้รีบไปหาหมอ เข้าห้องฉุกเฉินไปเลย  แต่เราไม่อย่างเปลี่ยนหมอ ขอเป็นหมอสูติจะดีกว่า เพราะเค้าดูแลเรามาตั้งแต่แรก จึงบอกสามีว่าให้เข้านอน  เพราะตอนนี้ไม่มีเลือดไหลออดมาเพิ่ม แล้วพรุ่งนี้ตื่นมาก็กินข้าวเช้าให้เสร็จก่อน 9.30 น. จากนั้นค่อยงดน้ำงดอาหารไปหาหมอช่วงบ่าย (คุณหมอมาบ่าย2)

กว่าจะหลับได้ในคืนนั้นมันทรมานใจมากจริงๆ

 

 




 

Create Date : 07 พฤษภาคม 2555    
Last Update : 7 พฤษภาคม 2555 12:58:38 น.
Counter : 19622 Pageviews.  

6 สัปดาห์ ได้ยินเสียงหัวใจ

เมื่อวันที่ 5  เมษายน 2555 

ระหว่างทำงานก็เข้าไปเก็บแฟ้มงานที่ห้อง stock เปิดๆปิดๆลิ้นชัก ก้มๆเงยๆ

รู้สึกเสียวที่ท้องน้อยขึ้นมา  ก็เลยหยุดทำงาน  จากนั้นใกล้เวลาพักเที่ยวก็ไปเข้าห้องน้ำ....เซ็งเลย  มีน้ำสีส้มจางๆเปื้อนที่ชั้นใน ก็ไม่สบายใจอย่างมาก  หาแผ่นอนามัยมาใส่เพื่อดูว่าจะมีออกมาอีกหรือเปล่า  โล่งใจไปได้เปราะนึง  เพราะช่วงบ่ายไม่มีอะไรที่เรารู้สึกได้ว่าผิดปกติ   แต่เย็นวันนั้นก็ไม่ปล่อยเฉย ไปฝากครรภ์ที่ สินแพทย์  ฝากกับคุณหมอ ศรีวรรณ (พี่ๆที่เป็นพยาบาลแนะนำมา)

 

เล่าเรื่องให้คุณหมอฟัง และถามถึงเรื่องการระมัดระวังตัว  คุณหมอนับวันของอายุครรภ์อีกครั้ง บอกว่าวันนี้ครบ 6สัปดาห์พอดี คุณหมอมาเคาะที่ท้อง  บอกว่ามีแก๊สที่ท้องเยอะ  เราก็บอกว่าเราขับถ่ายปกตินะคะ  ไม่มีอาการกินไม่ได้  ปกติทุกอย่าง

 

คุณหมอบอกว่า  ท้องอืดเป็นผลข้างเคียงของฮอร์โมนคนท้องเท่านั้น  ไม่มีอะไร

เราถามคุณหมอว่า วันนี้เราจะได้ยินเสียงหัวใจลูกมั้ย  เพราะอ่านหนังสือมาเค๊าบอกว่าเราจะได้ยินเสียงหัวใจตอน 6W

 

จริงๆแล้วคุณหมอคงยังไม่อยากซาวด์ให้เพราะเค๊ายังเล็กมากๆ  แต่ว่าเรามีอาการมีน้ำสีส้มๆไหลออกมา 1 ครั้ง ประมาณ 1 หยดวงกลมๆเท่านั้น 

คุณหมอเลยตัดสินใจว่าจะซาว์ดให้  แต่เป็นการใส่กล้องเข้าไปที่ช่องคลอด

 

ไม่น่าเชื่อเราเห็นถุงน้ำวงใหญ่ๆ  และได้ยินเสียงหัวใจเต้น ตุ๊บๆ ตุ๊บๆ  น้ำตาจะไหล

 

คุณหมอให้พยาบาลไปตามคุณพ่อ(สามี)เข้ามาฟัง  ตอนนั้นคุณหมอใช้ pointer ซี้ไปที่ถุงน้ำ และพยายามจะชี้ให้ตรงหัวใจ เพื่อให้ได้ยินเสียง  แต่ไม่ได้ยิน  เราใจเสียเลย  คุณหมอบอกให้เงียบๆเพราะเค๊ายังเล็กมาก  หมอต้องใช้สมาธิ

 

ทั้งห้องเงียบมาก  และเราก็ได้ยินเสียงหัวใจอีก ตุ๊บๆ ตุ๊บๆ  คุณสามีน้ำตาซึมไปเลย.....

คุณหมอนัดตรวจอีกครั้ง 19 เมษายน 2555 แต่วันนี้คุณหมอให้ VitB6 Folate และยากันแท้ง  ให้กินเช้า 8โมง  เย็น2 ทุม

 

สะบายใจแล้วค่ะวันนี้

 

 

รูปข้างล่างคิือตัวของเค๊า วงดำๆข้างในน่ะค่ะ  ตอนนี้เค๊าโตประมาณเมล็ดข้าวเท่านั้นเอง




 

Create Date : 15 เมษายน 2555    
Last Update : 15 เมษายน 2555 12:25:41 น.
Counter : 3627 Pageviews.  

ตั้งครรภ์ 4 สัปดาห์

ข้อมูลเบื้องต้น

ญ 31 ปี นน 49 Kg.  สูง 165 cm

ประจำเดือนครั้งสุดท้าย 23 กพ 55  (รอบ 26 วัน)

ช่วงวันตกไข่ 3-7 มีค 55  และสูงสุด วันที่ 6  มีค 55

วันที่ 17 มีค ตรวจ ขึ้น test จางๆ บางๆ

วันที่ 20 และ 21  มีค ชัดเจนว่า test ขึ้นแน่ๆ

อาจจะดู งง นิดนึง  เพราะจดรายละเอียดไว้เยอะมาก จากนั้นเริ่มมีอาการ เจ็บๆตึงๆหน้าท้อง เพื่อนๆพี่ๆ ก็บอกว่าเป็นธรรมดา  เรื่องปกติ

แต่สำหรับเราแล้ว ไม่รู้สิ  ไม่เคยท้อง ไปหาหมอดีกว่า  เพราะปวดท้องเหมือนจะเป็นเมนส์...พอได้ไปพบคุณหมอ

หมอ..เป็นธรรมดาค่ะ  เพราะจะเริ่มมีการขยายของขนาดมดลูก เพื่อรองรับการฝังตัวของตัวอ่อน แต่ถ้ามีเลือดออกที่ช่องตลอดถือว่าผิดปกติ ให้รีบมาหาหมอนะคะ

ระหว่างนี้อาจจะมีตกข่าวได้ ให้คุณแม่ทำตัวปกติ อย่ากังวล ลดความเสี่ยงเช่น ซ้อนมอเตอร์ไซด์ หรือยกของหนัก งดเพศสัมพันธ์..แล้วคุณหมอก็นับอายุครรภ์ให้ ณ วันนี้ 22 มีนาคม 2555 คุณหมอบอกว่า 3 week กับอีก 2day

คุณหมอขอเจาะเลือด ตรวจ VDRL, HIV, เริม, HbTyping, Blood Gr, ภูมิหัดเยอรมัน และ ปัสสาวะ

เราได้ปรึกษาคุณหมอว่า เราได้กินโฟเลต และ Vit B รวม มานานกว่า 3 เดือนแล้วโดยที่กิน Vit B มาตั้งแต่ปี 2552 ส่วน โฟเลต ประมาณ 3-4 เดือน...คุณหมอบอกว่ากินได้ต่อไปไม่มีปัญหา  แต่ถ้าจะกิน vitamin หรือยาอื่นๆห้ามเด็ดขาด ให้มาปรึกษาหมอก่อนดีกว่า

วันนี้วันที่ 27 มีนาคม 2555 ขอบกว่าไม่มีอาการแพ้ท้องเลย มีเพียง ง่วงนอน และอุณหภูมิในร่างกายอุ่นขึ้นเท่านั้นเองค่ะ




 

Create Date : 27 มีนาคม 2555    
Last Update : 27 มีนาคม 2555 13:25:53 น.
Counter : 881 Pageviews.  

1  2  

Valentine's Month


 
buma_ka
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]





Meddical Technology Rangsit University
Ex-MBA RMUTT


ใครที่ต้องการข้อมูลอะไรใน blog นี้ ส่งmail หรือ หลังไมค์จะเร็วกว่านะคะ
Friends' blogs
[Add buma_ka's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.