เย็นหิ้วเหล้า~~เช้าหิ้วน้ำเกลือ.........กำ
Group Blog
 
All blogs
 

รายงานการศึกษาดูงาน

รายงานการศึกษาดูงานการแสดงผลงานของนักศึกษาระดับปริญาตรีที่ได้รับทุน

จัดโดย
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ร่วมกับ
โครงการ IRPUS (Industrial and Research Projects for Undergraduate Student)

จุดมุ่งหมายการจัดงาน IRPUS51 - สร้างความเข้าใจที่ดีต่อโครงการ IRPUS แก่ภาคอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการ เพื่อเกิดความร่วมมือและสนับสนุนอย่างดียิ่ง
- ภาคอุตสาหกรรม เห็นความสำคัญในการทำวิจัย และสามารถ นำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับโรงงานได้จริง และเห็นประโยชน์ของการเข้าร่วมโครงการ

ระยะเวลาจัดงาน28–30 มีนาคม 2551 รวม 3 วัน
สถานที่จัดงาน
พารากอนฮอลล์ ชั้น5 สยามพารากอน บนพื่นที่ 12,000 ตารางเมตร
รูปแบบการจัดนิทรรศการ
จัดแสดงงานเทิดพระเกียรติ "ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท" และแสดงผลงานของนักศึกษา
ระดับปริญาตรีที่ได้รับทุน 903 ทุนโดย แบ่งออกเป็นลักษณะพาวิลเลี่ยน (Pavilion)
ทั้งหมด 5 พาวิลเลี่ยน คือ
- Pavilion อาหาร
- Pavilion สุขภาพ/วิทยาศาสตร์การแพทย์/เภสัชและชีววิทยา
- Pavilion เครื่องกล/อุตสาหกรรม/ไฟฟ้า/เทคโนโลยีสารสนเทศ
- Pavilion พลังงาน/สิ่งแวดล้อม/วิศวกรรมโยธา
- Pavilion เคมี/โพลิเมอร์/พลาสติก

รูปแผนที่สยามพารากอน




โดยโครงงานที่ผมได้สนใจศึกษาในครั้งนี้ชื่อโครงงานการออกแบบเครื่องคลุกปลาส้ม


ซึ่งเป็นฝีมือของ อ.เกษม ตรีภาค คณะไฟฟ้าวิศวกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาวิทยาเขตเชียงราย
จากการสัมภาษณ์และจดข้อมูลจากนักศึกษาที่ประดิษฐ์ขึ้นมาจึงทราบเนื้อหา หลักการทำงานและแรงจูงใจในการคิดโครงงานขึ้นมาได้ดังนี้
เครื่องคลุกปลาส้ม ราชมงคลล้านนาเชียงราย โดยได้แรงจูงใจมาจากกลุ่มแม่บ้านของจังหวัดพะเยามีการทำปลาส้มอย่างแผ่หลาย โดยการทำคลุกปลาส้มโดยใช้มือทำ โดยในการทำ 1 ครั้งใช้ปลาทั้งหมดประมาณ
20 กิโลกรัมต้องใช้เวลาทำนานถึง 30 นาที ซึ่งใน 1 วัน ต้องทำถึง 250 กิโลกรัม ทำให้เสียเวลาคลุกนาน เมื่อมาเปรียบเทียบกับเครื่องคลุกปลาส้มแล้ว ทำได้ไวกว่ากันมาก โดย 50กิโลกรัมใช้เวลา 5 นาที ดังนั้น 250 กิโลกรัมใช้เวลาเพียง 25 นาทีเท่านั่น ซึ่งจะทำให้ประหยัดเวลาประหยัดคนงานในการคลุกปลาส้มมาก


หลักการทำงานใช้ทำงาน 2 ระบบ 1.ใช้ทางระบบไฟฟ้า 2.แรงคนคือจักรยานปั้น
ในส่วนควบคุมด้วยไฟฟ้าจะใช้การควบคุมโดยระบบโปรแกรมคอนโทรลเลอร์เขียนการควบคุมให้หมุนซ้ายหมุนขวาโดยใช้ Timer เป็นตัวตั้งเวลา กระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านแมกเนติกส์ผ่าน Over load เป็นตัวควบคุมมอเตอร์ โดยสามารถตั้งเวลาในการทำงานของมอเตอร์ได้ ซึ่งแล้วแต่กรณีและจำนวนปลาที่ใส่ลงไปในถัง โดยเครื่องคลุกปลาส้มนี้สามารถจุปลาได้ถึง 50กิโลกรัม โดยใช้เวลาในการคลุกประมาณ 5 นาที


การใช้แรงคนสามารถทำได้โดยการปั่นหรือถีบเหมือนจักรยานเพื่อให้เพบาไปหนุมเครื่องคลุกปลาส้ม แต่ข้อเสียคือไม่สามารถกำหนดความเร็วรอบที่แน่นอนได้

โดยเครื่องคลุกปลาส้มของราชมงคลล้านนาเชียงรายได้ทำขึ้นนี้ใช้เวลาในการสร้างและประกอบประมาณ 3 เดือน โดยนักศึกษาเพียง 2 คน ใช้งบประมาณไปทั้งสิ้น 60,000 บาท โดยเงินที่ใช้ได้มาจากกองทุนของ irpus
>




 

Create Date : 18 เมษายน 2551    
Last Update : 25 เมษายน 2551 20:10:23 น.
Counter : 2255 Pageviews.  

มารู้จัก Mcafee VirusScan กันครับ



ไวรัส ภัยร้ายตัวหนึ่งของผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ วัน ๆ หนึ่งไม่ทราบว่าจะมีไวรัสใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด แต่เท่าที่ทราบจากข่าวคราวจาก internet ก็เห็นมีให้พบอยู่ทุก ๆ และยิ่งปัจจุบัน internet ถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของโลกธุรกิจในปัจจุบัน ดังนั้นโอกาสจะติดไวรัส ย่อมมีโอกาสสูง วันนี้จึงขอแนะนำโปรแกรมป้องกันไวรัสที่มีผู้นิยมมากมีสุดตัวหนึ่งของโลก คือ Mcafee VirusScan สำหรับการแนะนำครั้งนี้เราได้ใช้เวอร์ชั่น 5.12 ซึ่ง support กับ Windows ทุกเวอร์ชั่น...

ความสามารถทั่วไป
Scan และ Remove ไวรัส
Scan ผ่านระบบเครือข่ายได้
Scan ขณะกำลังใช้งาน Email, Internet, Download ได้ด้วย
ตั้งเวลาการตรวจสอบได้
มี Vshield ตรวจสอบไวรัสทุกขณะการทำงาน
Update Anti-virus ตัวใหม่ๆ ผ่าน internet ได้อัตโนมัติ
มี Quarantine กรณีไม่สามารถกำจัดไวรัสได้ สามารถกักไว้ไม่ให้แพร่พันธุ์ได้
มี Activity Log เพื่อรายงานการตรวจสอบและกำจัดไวรัส สามารถกำหนดรายละเอียดได้ด้วย

ส่วนโปรแกรมดาวน์โหลดเชิญทางนี้ครับคลิ๊กที่นี่ครับ

เรียนรู้การใช้งาน Mcafee -VirusScan แบบ step by step

1. Mcafee Virus Scan - หน้าตาและส่วนประกอบของโปรแกรม
Mcafee VirusScan


1.back - home - next
คำสั่งที่จะใช้สำหรับ back : ถอยหลัง, home : กลับมาหน้าแรก, next : ดูหน้าถัดไป
2.Scan
คำสั่งที่จะใช้สำหรับเริ่มต้นการตรวจสอบไวรัส โดยจะมีชื่อ drive ต่างๆ ให้เลือก รวมทั้งในส่วนของ network ด้วย
3.Schedule
คำสั่งที่จะใช้กำหนดการตรวจสอบไวรัสอัตโนมัติ ตามเวลาที่กำหนด เช่น scan ทุกครั้งหลังจากปิดโปรแกรม windows เป็นต้น
4.Quarantine
การกักกันไฟล์ที่ติดไวรัสและยังไม่สามารถกำจัดได้ เราสามารถสั่งเพิ่มเข้าไปได้ด้วยตนเองด้วย
5.Update
เป็นคำสั่งในการ update DAT ไฟล์ผ่าน internet เพื่อให้โปรแกรมสามารถตรวจสอบไวรัสตัวใหม่ ๆ ได้
6.Mcafee on the Web
สำหรับเข้าไปยังเวปไซท์ของ Mcafee
7.Options
สำหรับการกำหนดรายละเอียดอื่นๆ ของโปรแกรม เช่นกำหนด Vshield, Icon เป็นต้น
8.Help
เป็นคำสั่งในการขอดูวิธีการใช้โปรแกรม

2. Scan Virus - การตรวจสอบไวรัสจาก drive ต่างๆ

1.คลิกปุ่ม Scan ที่หน้าเริ่มต้นโปรแกรม จะได้ดังภาพประกอบด้านบน
2.คลิกเลือก drive ที่ต้องการ
3.คลิกปุ่ม Scan Now จะสังเกตุเห็นบริเวณด้านล่างของโปรแกรม มีตัวอักษรวิ่ง (กำลัง scan ไวรัสอยู่)
4.ถ้าต้องการยกเลิกคลิกปุ่ม Stop
5.หลัง scan เสร็จแล้ว โปรแกรมจะรายงานผลให้ ดังภาพประกอบ


3. About Activity Log - ดูผลการตรวจสอบไวรัสจาก Activity Log

1.คลิกปุ่ม Scan ที่หน้าเริ่มต้นโปรแกรม จะได้ดังภาพประกอบด้านบน
2.คลิกเลือก Activity Log จะได้ดังภาพ

3.คลิกเลือกดูรายละเอียดการ ตรวจสอบไวรัส ดังภาพด้านขวา
4.คลิกเลือกวัน หรือรายละเอียดที่ต้องการจะลบ กดปุ่ม Clear
5.คลิก Print เมื่อต้องการพิมพ์รายละเอียด
6.คลิก Log Settings เมื่อต้องการกำหนดรายละเอียดว่า จะเก็บเข้า log file เมื่อทำอะไรบ้าง เช่น update, VirusScan เป็นต้น

4. Vshield - ป้องกันไวรัสตลอดเวลาด้วย Vshield
Vshield เป็นโปรแกรมเล็ก ๆ ที่ทำงานแบบ background คือจะทำงานตลอดเวลาโดยที่คุณไม่เห็น โดยปกติหลังจากติดตั้งแล้ว Vshield ที่ถูกติดตั้งให้อัตโนมัติ สังเกตุได้จากที่ Task bar จะมีรูป "โล่" ถ้าเราเลื่อนเม้าส์ไปใกล้ ๆ จะมีคำว่า Vshield ปรากฏขึ้นมา...

ถ้าไม่แสดง Vshield เราสามารถสั่งให้แสดงได้ โดยการคลิกไปที่เมนู Options เลือก Vshield Properties จากนั้นให้คลิกถูก หน้าข้อความ Enable System Scan ตามด้วยปุ่ม Apply ดูภาพประกอบด้านล่าง
1. คลิกปุ่ม Options ที่หน้าเริ่มต้นโปรแกรม เลือกเมนู Vshield Properties จะได้ดังภาพ หรือคลิกขวาที่ Task bar บริเวณภาพ โล่ เลือก Properties และเลือก System Scan ที่หน้าต่างนี้คุณสามารถกำหนดรายละเอียดต่าง ๆ ได้มากมาย ดูภาพประกอบ

2. ถ้าต้องการให้ตรวจสอบ attach ของ email อัตโนมัติคลิกมาที่ไอคอน E-mail Scan จากนั้นคลิกใส่เครื่องหมายถูก หน้าคำว่า Enable Scanning of e-mail attachments
3. ถ้าต้องการให้ตรวจสอบ ไฟล์ที่มีการ download อัตโนมัติคลิกมาที่ไอคอน Download Scan จากนั้นคลิกใส่เครื่องหมายถูก หน้าคำว่า Enable Internet downoad scanning
4.ถ้าต้องการให้ตรวจสอบ ไฟล์ประเภท Java, ActiveX อัตโนมัติคลิกมาที่ไอคอน Internet Filter จากนั้นคลิกใส่เครื่องหมายถูก หน้าคำว่า Enable Java & ActiveX filter
5.ถ้าต้องการกำหนด Password คลิกมาที่ไอคอน Security จากนั้นคลิกใส่เครื่องหมายถูก หน้าคำว่า Enable password protection

5. Update DAT file - update ไฟล์ป้องไวรัสให้ทันสมัยอยู่เสมอ
หลังจากที่คุณได้ติดตั้งโปรแกรมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นี่ยังไม่ใช่ข้อสรุปว่าเครื่องของคุณจะปราศจากไวรัสได้ 100% เนื่องจากคนสร้างไวรัสก็มีการพัฒนาไวรัสตัวใหม่ ๆ ขึ้นมา ดังนั้นเราจึงจำเป็นจะต้องมีการ update ไฟล์ชนิดหนึ่งที่เรามักจะเรียกว่า "DAT" ซึ่งเป็นไฟล์ที่เก็บข้อมูลเกี่ยวกับไวรัสและวิธีการกำจัด ดังนั้นหลังจากที่คุณใช้งานไปได้สักพัก คุณควร update ไฟล์ DAT ให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา อาจจะเป็นเดือนละครั้ง หรือสองอาทิตย์ครั้งก็ได้ เพื่อว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณจะได้มีวัคซีนที่ทันสมัยอยู่เสมอ...
วิธีการ update DAT file ผ่านทาง internet
1.connect เข้าระบบ internet
2.คลิกปุ่ม update ที่หน้าเริ่มต้นโปรแกรม จะได้ดังภาพประกอบ

3.คลิกปุ่ม Next จะมีหน้า information ให้กรอกรายละเอียด (ถ้าไม่กรอก โปรแกรมจะไม่ยอมผ่านให้)
4.จากนั้นคลิกปุ่ม Next โปรแกรมจะเริ่มทำการติดต่อ
5.รอสักครู่โปรแกรมจะเริ่ม Download และติดตั้ง DAT ไฟล์ให้
นอกจากนี้เรายังสามารถ Download ผ่านเวปไซท์อื่นๆ ได้ โดยไม่จำเป็นต้องไป download จากเวป Mcafee โดยตรง จะได้ไม่ต้องกรอกรายละเอียดต่างๆ ให้ยุ่งยาก โดยคุณสามารถเข้าไปที่หน้า downloadเลือกหัวข้อด้านล่าง Tools & Anti-Virus จากนั้นเลือก Mcafee DAT คุณจะพบหน้าต่างเกี่ยวกับ DAT File ให้เลือกหลายไฟล์ จากนั้นให้เลือกตรงกับโปรแกรมเวอร์ชั่นที่คุณใช้ และหลังจากได้มาแล้วให้ดับเบิลคลิกที่ไฟล์นั้น ๆ เพื่อ update อัตโนมัติ...

ขอขอบคุณที่มา>>//www.it-guides.com/mcafee.html




 

Create Date : 25 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 25 กุมภาพันธ์ 2551 16:38:10 น.
Counter : 849 Pageviews.  

ระวัง ไวรัสตัวใหม่!!

ประกาศ: โปรดระวัง!! ไวรัสตัวใหม่
ประกาศศูนย์ข้อมูลข่าวสาร เรื่องโปรดระวัง ไวรัสคอมพิวเตอร์ตัวใหม่!!



พบไวรัสตัวใหม่ซึ่งสามารถสร้างความเสียหายมากที่สุดเท่าที่มีมา Mcafee เพิ่งตรวจพบ..!!

คำเตือน!!!ไมโครซอฟท์ (www.microsoft.com)และแม็คอาฟี( //www.mcafee.com)
เพิ่งพบไวรัสตัวใหม่ซึ่งสามารถสร้างความเสียหายมากที่สุดเท่าที่มีมาแม็คอาฟีเพิ่งพบ ไวรัสตัวนี้เมื่อบ่ายวานนี้(วันที่เริ่มกระจายข่าว)และยังไม่มีวัคซีนป้องกันไวรัสนี
จะทำลายเซคเตอร์ซีโร่ในฮาร์ดดิสค์ซึ่งเป็นที่เก็บข้อมูลการทำงานที่ขาดไม่ได้
การทำงานของมันเป็นดังนี้:
มันส่งตัวเองโดยอัตโนมัติไปยังทุกรายชื่อที่คุณติดต่อ โดยใช้หัวข้อ AVirtual Card for You(คล้ายเวลาเราได้การ์ดอินเทอร์เน็ตจากเพื่อน)
ทันทีที่เปิดสิ่งที่ส่งมานี้คอมพิวเตอร์จะหยุดทำงานเพื่อผู้ใช้จะต้องบู๊เครื่องใหม่
และเมื่อกดปุ่ม Ctrl+Alt+Del หรือปุ่มรีเซ็ท ไวรัสนี้ก็ จะทำลายเซ็คเตอร์ ซีโร่ซึ่งจะเป็นการทำลายฮาร์ดดิสก์อย่างถาวร
ทั้งนี้ ตามการรายงานของ CNN (www.cnn.com ) ดังนั้น อย่าเปิดจดหมายใดๆที่ใช้หัวข้อว่า A Virtual CardFor You ให้ลบทิ้งทันที
นอกจากนั้น อินเทลรายงานว่าเพิ่งพบไวรัสตัวใหม่ที่เป็นอันตราย
ถ้าคุณได้รับจดหมายหัวข้อ An Internet Flower For You อย่าเปิด แต่ให้ลบทิ้งทันทีไวรัสนี้จะทำลายข้อมูลเชื่อมโยง dynamic link libraries (ไฟล์ .dll )ทั้งหมด และ คุณจะ boot เครื่องไม่ได้
และนี้คือรายชื่อเวปอันตราย, ระวัง!!!

-www.astalavista.box.sk < เข้าไปเเล้วต้อง format เครื่องใหม่เลย
-www.crack.ms < เหมือนกัน
-www.cracksearchengine.net
-www.cracks.am
-www.crackfound.com
-www.serialsite.com
-www.crackz.ws
-www.serialcrackz.com
-www.crack team.ws
-www.zor.org
-www.mscracks.com
-www.anycracks.com < อันตรายมากเลยครับ
-www.crackspider.net
-www.siamcrack.com
-www.serialz.to
-www.serials.ws
-www.seriall.com < อันตรายที่สุดเท่าที่เคยเจอมา
-www.keygen.us
-www.theserials.com
-www.crack-cd.com
-www.crack.cd
-www.grep.ws
-www.asta-killer.com
-www.powerddl.com
-www.d-cracks-serials.com
-www.crackspider.us
-www.download-crack-serial.com
-www.satanwarez.com
-www.Atom-Soft.com < เว็บโดนเเบนไปเเล้วครับเนื่องจากคนไทยไปปล่อยไวรัส " data.exe "
-www.oday-warez.com
-www.hackzone.us
-www.netvouz.com
-www.keygencrack.com
-www.crackserver.com
-www.cracks.thebugs.ws < อันตรายมาก
-www.download5000.com
-www.freeserials.com < 14 Pop Up อ่ะ - -"
-www.hackpr.net
-www.clean-cracks.com
-www.bestcracks.net
-www.superserials.com
-www.keygen.ru
-www.customize.ru
-www.sh3bwah.com < 10 Pop Up
-www.crackportal.com
-www.crackserial.net
-www.phazeddl.com
-www.serialdevil.com

พวกนี้จะเรียกกันว่า Trojan Downloader Website
คือเว็บโหลดไวรัสเข้ามาในเครื่องเราทันทีโดยเราไม่ได้สั่ง

อาการโดยประมาณ 1.โดน Blue Screen of death โดยไม่ทราบสาเหตุ
2.เป็น Trojan ที่ดูธรรมดาๆเเต่ไม่ธรรมดาจริงๆ
3.นามสกุลไฟล์ส่วนใหญ่จะเป็น .msi .tmp .dll .com .ini .sys 80 % ไม่ใช่ .exe นะครับ
4.ลบไฟล์ boot.ini ทำให้บูตไม่ขึ้น
5.สั่ง cpu run 100%
6.ไฟล์ trojan เเบบนี้จะหายากมาก
7.เเค่เข้าเว็บก็โดนเเล้ว
8. browser อะไรก็เอาไม่อยู่
9.download ไวรัส , spyware , adware , trojan
10.ไม่สามารถลบ trojan นี้ได้ทุกๆกรณี
11.ปิดการทำงาน safe mode ( บางตัว )
12.ทำให้ hdd เกิด bad sector
13.ทำการ format เครื่องเอง

ขอขอบคุณที่มา>>//www.skto.moph.go.th/hospital/tungsalium/nuke/modules.php?name=News&file=article&sid=13




 

Create Date : 24 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 24 กุมภาพันธ์ 2551 19:03:46 น.
Counter : 182 Pageviews.  

ไวรัสคืออะไร?

ไวรัสคอมพิวเตอร์คืออะไร ?

อย่าสับสน! ระหว่างคำว่าคอมพิวเตอร์ไวรัสกับไวรัสที่เป็นเชื้อโรค คอมพิวเตอร์ไวรัสนั้นเป็นแค่ชื่อเรียกสำหรับโปรแกรมประเภทหนึ่งที่มี พฤติกรรมคล้าย ๆ กับไวรัสที่เป็นเชื้อโรคที่สามารถแพร่เชื้อได้ และมักทำอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตที่มันอาศัยอยู่ แต่ต่างกันตรงที่ว่าคอมพิวเตอร์ไวรัสเป็นแค่เพียงโปรแกรมเท่านั้น ไม่ใช่สิ่งมีชีวิต เราลองมาดูรายละเอียดกันหน่อยดีไหม เกี่ยวกับตัวไวรัสคอมพิวเตอร์นี้ ลองติดตามดู
ไวรัสคืออะไร


ไวรัส คือโปรแกรมชนิดหนึ่งที่มีความสามารถในการสำเนาตัวเองเข้าไปติดอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ได้และถ้ามีโอกาสก็สามารถแทรกเข้าไประบาดในระบบคอมพิวเตอร์อื่น ๆ ซึ่งอาจเกิดจากการนำเอาดิสก์ที่ติดไวรัสจากเครื่องหนึ่งไปใช้อีกเครื่องหนึ่ง หรืออาจผ่านระบบเครือข่ายหรือระบบสื่อสารข้อมูลไวรัสก็อาจแพร่ระบาดได้เช่นกัน
การที่คอมพิวเตอร์ใดติดไวรัส หมายถึงว่าไวรัสได้เข้าไปผังตัวอยู่ในหน่วยความจำ คอมพิวเตอร์ เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากไวรัสก็เป็นแค่โปรแกรม ๆ หนึ่งการที่ไวรัสจะเข้าไปอยู่ ในหน่วยความจำได้นั้นจะต้องมีการถูกเรียกให้ทำงานได้นั้นยังขึ้นอยู่กับประเภทของไวรัส แต่ละตัวปกติผู้ใช้มักจะไม่รู้ตัวว่าได้ทำการปลุกคอมพิวเตอร์ไวรัสขึ้นมาทำงานแล้ว
จุดประสงค์ของการทำงานของไวรัสแต่ละตัวขึ้นอยู่กับตัวผู้เขียนโปรแกรมไวรัสนั้น เช่น อาจสร้างไวรัสให้ไปทำลายโปรแกรมหรือข้อมูลอื่น ๆ ที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ แสดงข้อความวิ่งไปมาบน หน้าจอ เป็นต้น


ประเภทของไวรัส

บูตเซกเตอร์ไวรัส Boot Sector Viruses หรือ Boot Infector Viruses คือไวรัสที่เก็บตัวเองอยู่ในบูตเซกเตอร์ ของดิสก์ การใช้งานของบูตเซกเตอร์คือ เมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์เริ่มทำงานขึ้นมาตอนแรก เครื่อง จะเข้าไปอ่านบูตเซกเตอร์ โดยในบูตเซกเตอร์จะมีโปรแกรมเล็ก ๆ ไว้ใช้ในการเรียกระบบ ปฎิบัติการขึ้นมาทำงานอีกทีหนึ่ง บูตเซกเตอร์ไวรัสจะเข้าไปแทนที่โปรแกรมดังกล่าว และไวรัส ประเภทนี้ถ้าไปติดอยู่ในฮาร์ดดิสก์ โดยทั่วไป จะเข้าไปอยู่บริเวณที่เรียกว่า Master Boot Sector หรือ Parition Table ของฮาร์ดดิสก์นั้น
ถ้าบูตเซกเตอร์ของดิสก์ใดมีไวรัสประเภทนี้ติดอยู่ ทุก ๆ ครั้งที่บูตเครื่องขึ้นมาโดย พยายามเรียก ดอสจากดิสก์นี้ ตัวโปรแกรมไวรัสจะทำงานก่อนและจะเข้าไปฝังตัวอยู่ใน หน่วยความจำเพื่อเตรียมพร้อมที่ จะทำงานตามที่ได้ถูกโปรแกรมมา แล้วตัวไวรัสจึงค่อยไป เรียกดอสให้ขึ้นมาทำงานต่อไป ทำให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


โปรแกรมไวรัส


Program Viruses หรือ File Intector Viruses เป็นไวรัสอีกประเภทหนึ่งที่จะติดอยู่กับโปรแกรม ซึ่งปกติก็คือ ไฟล์ที่มีนามสกุลเป็น COM หรือ EXE และบางไวรัสสามารถเข้า ไปติดอยู่ในโปรแกรมที่มีนามสกุลเป็น sys และโปรแกรมประเภท Overlay Programsได้ด้วย โปรแกรมโอเวอร์เลย์ปกติจะเป็นไฟล์ที่มีนามสกุลที่ขึ้นต้นด้วย OV วิธีการที่ไวรัสใช้เพื่อที่จะ เข้าไปติดโปรแกรมมีอยู่สองวิธี คือ การแทรกตัวเองเข้าไปอยู่ในโปรแกรมผลก็คือหลังจากท ี่ โปรแกรมนั้นติดไวรัสไปแล้ว ขนาดของโปรแกรมจะใหญ่ขึ้น หรืออาจมีการสำเนาตัวเองเข้าไปทับส่วนของโปรแกรมที่มีอยู่เดิมดังนั้นขนาดของโปรแกรมจะไม่เปลี่ยนและยากที่ จะซ่อมให้กลับเป็นดังเดิม
การทำงานของไวรัส โดยทั่วไป คือ เมื่อมีการเรียกโปรแกรมที่ติดไวรัส ส่วนของไวรัสจะทำงานก่อนและจะถือโอกาสนี้ฝังตัวเข้าไปอยู่ในหน่วยความจำทันทีแล้วจึงค่อยให้ โปรแกรมนั้นทำงานตามปกติต่อไป เมื่อไวรัสเข้าไปฝังตัวอยู่ในหน่วยความจำแล้ว หลัง จากนี้ไปถ้ามีการเรียกโปรแกรมอื่น ๆ ขึ้นมาทำงานต่อ ตัวไวรัสก็จะสำเนาตัวเองเข้าไป ในโปรแกรมเหล่านี้ทันที เป็นการแพร่ระบาดต่อไป
วิธีการแพร่ระบาดของโปรแกรม ไวรัสอีกแบบหนึ่งคือ เมื่อมีการเรียกโปรแกรมที่มีไวรัสติดอยู่ ตัวไวรัสจะเข้าไปหาโปรแกรมอื่น ๆ ที่อยู่ในดิสก์เพื่อทำสำเนาตัวเองลงไปทันทีแล้วจึงค่อยให้โปรแกรมที่ถูกเรียก นั้นทำงานตามปกติต่อไป


ม้าโทรจัน
ม้าโทรจัน (Trojan Horse) เป็นโปรแกรมที่ถูกเขียนขึ้นมาให้ทำตัวเหมือนว่าเป็น โปรแกรมธรรมดาทั่ว ๆ ไป เพื่อหลอกล่อผู้ใช้ให้ทำการเรียกขึ้นมาทำงาน แต่เมื่อ ถูกเรียกขึ้นมาแล้ว ก็จะเริ่มทำลายตามที่โปรแกรมมาทันที ม้าโทรจันบางตัวถูกเขียนขึ้นมาใหม่ทั้ง ชุด โดยคนเขียนจะทำการตั้งชื่อโปรแกรมพร้อมชื่อรุ่นและคำอธิบายการใช้งานที่ดูสมจริง เพื่อหลอกให้คนที่จะเรียกใช้ตายใจ
จุดประสงค์ของคนเขียนม้าโทรจันอาจจะเช่นเดียวกับคนเขียนไวรัส คือ เข้าไปทำ อันตรายต่อข้อมูลที่มีอยู่ในเครื่อง หรืออาจมีจุดประสงค์เพื่อที่จะล้วงเอาความลับของระบบ คอมพิวเตอร์
ม้าโทรจันนี้อาจจะถือว่าไม่ใช่ไวรัส เพราะเป็นโปรแกรมที่ถูกเขียนขึ้นมาโดด ๆ และจะไม่มีการเข้าไปติดในโปรแกรมอื่นเพื่อสำเนาตัวเอง แต่จะใช้ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของ ผู้ใช้เป็นตัวแพร่ระบาดซอฟต์แวร์ที่มีม้าโทรจันอยู่ในนั้นและนับว่าเป็นหนึ่งในประเภทของโปรแกรม ที่มีความอันตรายสูง เพราะยากที่จะตรวจสอบและสร้างขึ้นมาได้ง่าย ซึ่งอาจใช้แค่แบตซ์ไฟล์ก็สามารถโปรแกรมประเภทม้าโทรจันได้


โพลีมอร์ฟิกไวรัส
Polymorphic Viruses เป็นชื่อที่ใช้ในการเรียกไวรัสที่มีความสามารถในการแปรเปลี่ยนตัวเอง ได้เมื่อมีสร้างสำเนาตัวเองเกิดขึ้น ซึ่งอาจได้หถึงหลายร้อยรูปแบบ ผลก็คือ ทำให้ไวรัสเหล่านี้ยากต่อการถูกตรวจจับ โดยโปรแกรมตรวจหาไวรัสที่ใช้วิธีการสแกนอย่างเดียว ไวรัสใหม่ ๆ ในปัจจุบันที่มีความสามารถนี้เริ่มมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
สทีลต์ไวรัส
Stealth Viruses เป็นชื่อเรียกไวรัสที่มีความสามารถในการพรางตัวต่อการตรวจจับได้ เช่น ไฟล์อินเฟกเตอร์ ไวรัสประเภทที่ไปติดโปรแกรมใดแล้วจะทำให้ขนาดของ โปรแกรมนั้นใหญ่ขึ้น ถ้าโปรแกรมไวรัสนั้นเป็นแบบสทีลต์ไวรัส จะไม่สามารถตรวจดูขนาดที่แท้จริง ของโปรแกรมที่เพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากตัว ไวรัสจะเข้าไปควบคุมดอส เมื่อมีการใช้คำสั่ง DIR หรือโปรแกรมใดก็ตามเพื่อตรวจดูขนาดของโปรแกรม ดอสก็จะแสดงขนาดเหมือนเดิม ทุกอย่างราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

อาการของเครื่องที่ติดไวรัส


สามารถสังเกตุการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ถ้ามีอาการดังต่อไปนี้อาจเป็นไปได้ว่าได้มีไวรัสเข้าไปติดอยู่ในเครื่องแล้ว อาการที่ว่านั้นได้แก่
ใช้เวลานานผิดปกติในการเรียกโปรแกรมขึ้นมาทำงาน
ขนาดของโปรแกรมใหญ่ขึ้น
วันเวลาของโปรแกรมเปลี่ยนไป
ข้อความที่ปกติไม่ค่อยได้เห็นกลับถูกแสดงขึ้นมาบ่อย ๆ
เกิดอักษรหรือข้อความประหลาดบนหน้าจอ
เครื่องส่งเสียงออกทางลำโพงโดยไม่ได้เกิดจากโปรแกรมที่ใช้อยู่
แป้นพิมพ์ทำงานผิดปกติหรือไม่ทำงานเลย
ขนาดของหน่วยความจำที่เหลือลดน้อยกว่าปกติ โดยหาเหตุผลไม่ได้
ไฟล์แสดงสถานะการทำงานของดิสก์ติดค้างนานกว่าที่เคยเป็น
ไฟล์ข้อมูลหรือโปรแกรมที่เคยใช้อยู่ ๆ ก็หายไป
เครื่องทำงานช้าลง
เครื่องบูตตัวเองโดยไม่ได้สั่ง
ระบบหยุดทำงานโดยไม่ทราบสาเหตุ
เซกเตอร์ที่เสียมีจำนวนเพิ่มขึ้นโดยมีการรายงานว่าจำนวนเซกเตอร์ที่เสียมีจำนวน เพิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อนโดยที่
ยังไม่ได้ใช้โปรแกรมใดเข้าไปตรวจหาเลย


การตรวจหาไวรัส


การสแกน
โปรแกรมตรวจหาไวรัสที่ใช้วิธีการสแกน (Scanning) เรียกว่า สแกนเนอร์ (Scanner) โดยจะมีการดึงเอาโปรแกรมบางส่วนของตัวไวรัสมาเก็บไว้เป็นฐานข้อมูล ส่วนที่ดึงมานั้นเราเรียกว่า ไวรัสซิกเนเจอร์ (VirusSignature)และเมื่อสแกนเนอร์ถูกเรียกขึ้นมาทำงานก็จะเข้าตรวจหาไวรัสในหน่วยความจำ บูตเซกเตอร์และไฟล์โดยใช้ ไวรัสซิกเนเจอร์ที่มีอยู่
ข้อดีของวิธีการนี้ก็คือ เราสามารถตรวจสอบซอฟแวร์ที่มาใหม่ได้ทันทีเลยว่าติดไวรัสหรือไม่ เพื่อป้องกันไม่ให้ไวรัสถูกเรียกขึ้นมาทำงานตั้งแต่เริ่มแรก แต่วิธีนี้มีจุดอ่อนอยู่หลายข้อ คือ
ฐานข้อมูลที่เก็บไวรัสซิกเนเจอร์จะต้องทันสมัยอยู่เสมอ แลครอบคลุมไวรัสทุกตัว มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
เพราะสแกนเนอร์จะไม่สามารถตรวจจับไวรัสที่ยังไม่มี ซิกเนเจอร์ของไวรัสนั้นเก็บอยู่ในฐานข้อมูลได้
ยากที่จะตรวจจับไวรัสประเภทโพลีมอร์ฟิก เนื่องจากไวรัสประเภทนี้เปลี่ยนแปลง ตัวเองได้
จึงทำให้ไวรัสซิกเนเจอร์ที่ใช้สามารถนำมาตรวจสอบได้ก่อนที่ไวรัส จะเปลี่ยนตัวเองเท่านั้น
ถ้ามีไวรัสประเภทสทีลต์ไวรัสติดอยู่ในเครื่องตัวสแกนเนอร์อาจจะไม่สามารถ ตรวจหาไวรัสนี้ได้
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความฉลาดและเทคนิคที่ใช้ของตัวไวรัสและ ของตัวสแกนเนอร์เองว่าใครเก่งกว่า
เนื่องจากไวรัสมีตัวใหม่ ๆ ออกมาอยู่เสมอ ๆ ผู้ใช้จึงจำเป็นจะต้องหาสแกนเนอร์ ตัวที่ใหม่ที่สุดมาใช้
มีไวรัสบางตัวจะเข้าไปติดในโปรแกรมทันทีที่โปรแกรมนั้นถูกอ่าน และถ้าสมมติ
ว่าสแกนเนอร์ที่ใช้ไม่สามารถตรวจจับได้ และถ้าเครื่องมีไวรัสนี้ติดอยู่ เมื่อมีการ
เรียกสแกนเนอร์ขึ้นมาทำงาน สแกนเนอร์จะเข้าไปอ่านโปรแกรมทีละโปรแกรม เพื่อตรวจสอบ
ผลก็คือจะทำให้ไวรัสตัวนี้เข้าไปติดอยู่ในโปรแกรมทุกตัวที่ถูก สแกนเนอร์นั้นอ่านได้
สแกนเนอร์รายงานผิดพลาดได้ คือ ไวรัสซิกเนเจอร์ที่ใช้บังเอิญไปตรงกับที่มี
อยู่ในโปรแกรมธรรมดาที่ไม่ได้ติดไวรัส ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในกรณีที่ไวรัสซิกเนเจอร์ ที่ใช้มีขนาดสั้นไป
ก็จะทำให้โปรแกรมดังกล่าวใช้งานไม่ได้อีกต่อไป


การตรวจการเปลี่ยนแปลง
การตรวจการเปลี่ยนแปลง คือ การหาค่าพิเศษอย่างหนึ่งที่เรียกว่า เช็คซัม (Checksum) ซึ่งเกิดจากการนำเอาชุดคำสั่งและ ข้อมูลที่อยู่ในโปรแกรมมาคำนวณ หรืออาจใช้ข้อมูลอื่น ๆ ของไฟล์ ได้แก่ แอตริบิวต์ วันและเวลา เข้ามารวมในการคำนวณด้วย เนื่องจากทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งหรือข้อมูลที่อยู่ในโปรแกรม จะถูกแทนด้วยรหัสเลขฐานสอง เราจึงสามารถนำเอาตัวเลขเหล่านี้มาผ่านขั้นตอนการคำนวณทางคณิตศาสตร์ได้ ซึ่งวิธีการคำนวณเพื่อหาค่าเช็คซัมนี้มีหลายแบบ และมีระดับการตรวจสอบแตกต่างกันออกไป เมื่อตัวโปรแกรม ภายในเกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าไวรัสนั้นจะใช้วิธีการแทรกหรือเขียนทับก็ตาม เลขที่ได้จากการคำนวณครั้งใหม่ จะเปลี่ยนไปจากที่คำนวณได้ก่อนหน้านี้
ข้อดีของการตรวจการเปลี่ยนแปลงก็คือ สามารถตรวจจับไวรัสใหม่ ๆ ได้ และยังมีความสามารถในการตรวจจับไวรัสประเภทโพลีมอร์ฟิกไวรัสได้อีกด้วย แต่ก็ยังยากสำหรับสทีลต์ไวรัส ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความฉลาดของโปรแกรมตรวจหาไวรัสเองด้วยว่าจะสามารถถูกหลอกโดยไวรัสประเภทนี้ได้หรือไม่ และมีวิธีการตรวจการเปลี่ยนแปลงนี้จะตรวจจับไวรัสได้ก็ต่อเมื่อไวรัสได้เข้าไปติดอยู่ในเครื่องแล้วเท่านั้น และค่อนข้างเสี่ยงในกรณีที่เริ่มมีการคำนวณหาค่าเช็คซัมเป็นครั้งแรก เครื่องที่ใช้ต้องแน่ใจว่าบริสุทธิ์พอ คือต้องไม่มีโปรแกรมใด ๆ ติดไวรัส มิฉะนั้นค่าที่หาได้จากการคำนวณที่รวมตัวไวรัสเข้าไปด้วย ซึ่งจะลำบากภายหลังในการที่จะตรวจหาไวรัสตัวนี้ต่อไป


การเฝ้าดู
เพื่อที่จะให้โปรแกรมตรวจจับไวรัสสามารถเฝ้าดูการทำงานของเครื่องได้ตลอดเวลานั้น จึงได้มีโปรแกรมตรวจจับไวรัสที่ถูกสร้งขึ้นมาเป็นโปรแกรมแบบเรซิเดนท์หรือ ดีไวซ์ไดรเวอร์ โดยเทคนิคของการเฝ้าดูนั้นอาจใช้วิธีการสแกนหรือตรวจการเปลี่ยนแปลงหรือสองแบบรวมกันก็ได้
การทำงานโดยทั่วไปก็คือ เมื่อซอฟแวร์ตรวจจับไวรัสที่ใช้วิธีนี้ถูกเรียกขึ้นมาทำงานก็จะเข้าไปตรวจในหน่วยความจำของเครื่องก่อนว่ามีไวรัสติดอยู่หรือไม่โดยใช้ไวรัสซิกเนเจอร์ ที่มีอยู่ในฐานข้อมูล จากนั้นจึงค่อยนำตัวเองเข้าไปฝังอยู่ในหน่วยความจำ และต่อไปถ้ามีการเรียกโปรแกรมใดขึ้นมาใช้งาน โปรแกรมเฝ้าดูนี้ก็จะเข้าไปตรวจโปรแกรมนั้นก่อน โดยใช้เทคนิคการสแกนหรือตรวจการเปลี่ยนแปลงเพื่อหาไวรัส ถ้าไม่มีปัญหา ก็จะอนุญาตให้โปรแกรมนั้นขึ้นมาทำงานได้ นอกจากนี้โปรแกรมตรวจจับ ไวรัสบางตัวยังสามารถตรวจสอบขณะที่มีการคัดลอกไฟล์ได้อีกด้วย
ข้อดีของวิธีนี้คือ เมื่อมีการเรียกโปรแกรมใดขึ้นมา โปรแกรมนั้นจะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้งโดยอัตโนมัติ ซึ่งถ้าเป็นการใช้สแกนเนอร์ จะสามารถทราบได้ว่าโปรแกรมใดติดไวรัสอยู่ ก็ต่อเมื่อทำการเรียกสแกนเนอร์นั้นขึ้นมาทำงานก่อนเท่านั้น
ข้อเสียของโปรแกรมตรวจจับไวรัสแบบเฝ้าดูก็คือ จะมีเวลาที่เสียไปสำหรับการตรวจหาไวรัสก่อนทุกครั้ง และเนื่องจากเป็นโปรแกรมแบบเรซิเดนท์หรือดีไวซ์ไดรเวอร์ จึงจำเป็นจะต้องใช้หน่วยความจำส่วนหนึ่งของเครื่องตลอดเวลาเพื่อทำงาน ทำให้หน่วยความจำในเครื่องเหลือน้อยลง และเช่นเดียวกับสแกนเนอร์ ก็คือ จำเป็นจะต้องมีการปรับปรุง ฐานข้อมูลของไวรัสซิกเนเจอร์ให้ทันสมัยอยู่เสมอ

คำแนะนำและการป้องกันไวรัส


สำรองไฟล์ข้อมูลที่สำคัญ
สำหรับเครื่องที่มีฮาร์ดดิสก์ อย่าเรียกดอสจากฟลอปปีดิสก์
ป้องกันการเขียนให้กับฟลอปปีดิสก์
อย่าเรียกโปรแกรมที่ติดมากับดิสก์อื่น
เสาะหาโปรแกรมตรวจหาไวรัสที่ใหม่และมากกว่าหนึ่งโปรแกรมจากคนละบริษัท
เรียกใช้โปรแกรมตรวจหาไวรัสเป็นช่วง ๆ
เรียกใช้โปรแกรมตรวจจับไวรัสแบบเฝ้าดูทุกครั้ง
เลือกคัดลอกซอฟแวร์เฉพาะที่ถูกตรวจสอบแล้วในบีบีเอส
สำรองข้อมูลที่สำคัญของฮาร์ดดิสก์ไปเก็บในฟลอปปีดิสก์
เตรียมฟลอปปีดิสก์ที่ไว้สำหรับให้เรียกดอสขึ้นมาทำงานได้
เมื่อเครื่องติดไวรัส ให้พยายามหาที่มาของไวรัสนั้น


การกำจัดไวรัส


เมื่อแน่ใจว่าเครื่องติดไวรัสแล้ว ให้ทำการแก้ไขด้วยความใคร่ครวญและระมัดระวังอย่างมาก เพราะบางครั้งตัวคนแก้เองจะเป็นตัวทำลายมากกว่าตัวไวรัสจริง ๆ เสียอีก การฟอร์แมตฮาร์ดดิสก์ใหม่อีกครั้งก็ไม่ใช่ วิธีที่ดีที่สุดเสมอไป ยิ่งแย่ไปกว่านั้นถ้าทำไปโดยยังไม่ได้มีการสำรองข้อมูลขึ้นมาก่อน การแก้ไขนั้นถ้าผู้ใช้มีความรู้เกี่ยวกับไวรัสที่ กำลังติดอยู่ว่าเป็นประเภทใดก็จะช่วยได้อย่างมาก และข้อเสนอแนะต่อไปนี้อาจจะมีประโยชน์ต่อท่าน

บูตเครื่องใหม่ทันทีที่ทราบว่าเครื่องติดไวรัส
เมื่อทราบว่าเครื่องติดไวรัส ให้ทำการบูตเครื่องใหม่ทันที โดยเรียกดอสขึ้นมาทำงานจากฟลอปปีดิสก์ที่ได้เตรียมไว้ เพราะถ้าไปเรียกดอสจากฮาร์ดดิสก์ เป็นไปได้ว่า ตัวไวรัสอาจกลับเข้าไปในหน่วยความจำได้อีก เมื่อเสร็จขั้นตอนการเรียกดอสแล้ว ห้ามเรียกโปรแกรมใด ๆ ก็ตามในดิสก์ที่ติดไวรัส เพราะไม่ทราบว่าโปรแกรมใดบ้างที่มีไวรัสติดอยู่

เรียกโปรแกรมจัดการไวรัสขั้นมาตรวจหาและทำลาย
ให้เรียกโปรแกรมตรวจจับไวรัส เพื่อตรวจสอบดูว่ามีโปรแกรมใดบ้างติดไวรัส ถ้าโปรแกรมตรวจ หาไวรัสที่ใช้อยู่สามารถกำจัดไวรัสตัวที่พบได้ ก็ให้ลองทำดู แต่ก่อนหน้านี้ให้ทำการคัดลอกเพื่อสำรองโปรแกรมที่ติดไวรัสไปเสียก่อน โดยโปรแกรมจัดการไวรัสบางโปรแกรมสามารถสั่งให้ทำสำรองโปรแกรมที่ติดไวรัสไปเป็นอีกชื่อหนึ่งก่อนที่จะกำจัดไวรัส เช่น MSAV ของดอสเอง เป็นต้น
การทำสำรองก็เพราะว่า เมื่อไวรัสถูกกำจัดออกจากฌปรแกรมไป โปรแกรมนั้นอาจไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ หรือทำงานไม่ได้เลยก็เป็นไปได้ วิธีการตรวจขั้นต้นคือ ให้ลอง เปรียบเทียบขนาดของโปรแกรมหลังจากที่ถูกกำจัดไวรัสไปแล้วกับขนาดเดิม ถ้ามีขนาดน้อยกว่า แสดงว่าไม่สำเร็จ หากเป็นเช่นนั้นให้เอาโปรแกรมที่ติดไวรัสที่สำรองไว้ แล้วหาโปรแกรมจัดการ ไวรัสตัวอื่นมาใช้แทน แต่ถ้ามีขนาดมากกว่าหรือเท่ากับของเดิม เป็นไปได้ว่าการกำจัดไวรัสอาจสำเร็จ โดยอาจลองเรียกโปรแกรมตรวจหาไวรัสเพื่อทดสอบโปรแกรมอีกครั้ง
หากผลการตรวจสอบออกมาว่าปลอดเชื้อ ก็ให้ลองเรียกโปรแกรมที่ถูกกำจัดไวรัสไปนั้นขึ้นมาทดสอบการทำงานดูอย่างละเอียดว่าเป็นปกติดีอยู่หรือไม่อีกครั้ง ในช่วงดังกล่าวควรเก็บโปรแกรมนี้ที่สำรองไปขณะที่ติดไวรัสอยู่ไว้ เผื่อว่าภายหลังพบว่าโปรแกรมทำงานไม่เป็นไปตามปกติ ก็สามารถลองเรียกโปรแกรมจัดการไวรัสตัวอื่นขึ้นมากำจัดต่อไปได้ในภายหลัง แต่ถ้าแน่ใจว่าโปรแกรมทำงานเป็นปกติดี ก็ทำการลบโปรแกรมสำรองที่ยังติดไวรัสติดอยู่ทิ้งไปทันที เป็นการป้องกันไม่ให้มีการเรียกขึ้นมาใช้งานภายหลังเพราะความบังเอิญได้




 

Create Date : 24 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 24 กุมภาพันธ์ 2551 18:38:16 น.
Counter : 149 Pageviews.  

ประวัติไมโครคอมพิวเตอร์

ประวัติคอมพิวเตอร์

• ประมาณ 2,600 ปีก่อนคริสตกาล ] ชาวจีนได้ประดิษฐ์เครื่องมือเพื่อใช้ในการคำนวณขึ้นมาชนิดหนึ่ง เรียกว่า ลูกคิด ( Abacus)


ลูกคิด ( Abacus)
>>• [ พ.ศ. 2158 ] นักคณิตศาสตร์ชาวสก็อตแลนด์ชื่อ John Napier ได้ประดิษฐ์อุปกรณ์ที่ใช้ช่วยในการคำนวณขึ้นมาเรียกว่า Napier’s Bones เป็นอุปกรณ์ที่มีลักษณะคล้ายกับตารางสูตรคูณในปัจจุบัน
• [ พ.ศ.2173 ] วิลเลียม ออตเทรต( William Oughtred) นักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษได้ประดิษฐ์ไม้บรรทัดคำนวณ ( Slide Rule) ซึ่ง ต่อมากลายเป็นพื้นฐานของการสร้างคอมพิวเตอร์แบบอนาลอก
• [ พ.ศ.2185 ] เบลส์ ปาสคาล ( Blaise Pascal) นักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศสได้ประดิษฐ์เครื่องบวกลบขึ้น โดยใช้หลัการหมุนของฟันเฟือง และการทดเลขเมื่อฟันเฟืองหมุน ไปครบรอบ โดยแสดงตัวเลขจาก 0-9 ออกที่หน้าปัด


Pascal’s Calculato
• [ พ.ศ.2214 ] กอตฟริต วิลเฮล์ม ไลบ์นิซ ( Gottfried Wilhelm Leibniz ) นักคณิตศาสตร์ชาวเยอรมัน ได้ปรับปรุงเครื่องคิดเลขปาสคาล ให้ทำงานได้ดีกว่าเดิม และเขายังค้นพบเลขฐานสอง (Binary number)

กอตฟริต วิลเฮล์ม ไลบ์นิซ ( Gottfried Wilhelm Leibniz )

• [ พ.ศ.2288 ] โจเซฟ แมรี่ แจคคาร์ด ( Joseph Marie Jacquard) เป็นชาวฝรั่งเศสได้คิด เครื่องทอผ้า โดยใช้คำสั่งจากบัตรเจาะรูควบคุมการทดผ้าให้มีสีและลวดลายต่าง ๆ

บัตรเจาะรู
• [ พ.ศ.2365 ] ชาร์ล แบบเบจ ( Charles Babbage) นักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษได้ประดิษฐ์เครื่องมือที่เรียกว่าเครื่องหาผลต่าง ( Difference Engine) เพื่อใช้คำนวณและพิมพ์ ค่าทางตรีโกณมิติและฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์ แบบเบจได้พยายามสร้าง เครื่องคำนวณอีกชนิดหนึ่งเรียกว่า Analytical Engine โดยมีแนวคิดให้แบ่งการทำงานของเครื่องออกเป็น 3 ส่วนคือ ส่วนเก็บข้อมูล (Store unit), ส่วนควบคุม (Control unit) และส่วนคำนวณ (Arithmetic unit) ซึ่งแนวคิดนี้ได้รับการนำมาใช้เป็นต้นแบบของเครื่องคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน จึงยกย่องแบบเบจ ว่าเป็นบิดาแห่งเครื่องคอมพิวเตอร์ เลดี้ เอดา ออคุสตา เลฟเลค ( Lady Ada Augusta Lovelace ) เป็นนักคณิตศาสตร์ที่เข้าใจผลงานของแบบเบจ ได้เขียนวิธีการใช้เครื่องคำนวณของแบบเบจเพื่อแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์เล่มหนึ่ง ต่อมา เลดี้ เอดา ออคุสตา เลฟเลค จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นโปรแกรมเมอร์คนแรกของโลก

Differnce Engine
• [ พ.ศ.2393 ] ยอร์จ บูล ( George Boole) นักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษ ได้คิดระบบ พีชคณิตระบบใหม่เรียกว่า Boolean Algebra โดยใช้อธิบายหลักเหตุผลทางตรรกวิทยาโดยใช้สภาวะเพียงสองอย่างคือ True (On) และ False (Off) ร่วมกับเครื่องหมายในทางตรรกะพื้นฐาน ได้แก่ NOT AND และ OR ต่อมาระบบเลขฐานสอง และ Boolean Algebra ก็ได้ถูกนำมาดัดแปลงให้เข้ากับวงจรไฟฟ้า ซึ่งมีสภาวะ 2 แบบ คือ เปิด , ปิด จึงนับเป็นรากฐานของการออกแบบวงจรในระบบคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน (Digital Computer)
• [ พ.ศ.2480-2481 ] ดร.จอห์น วินเซนต์ อตานาซอฟ ( Dr.Jobn Vincent Atansoff) และ คลิฟฟอร์ด แบรี่ ( Clifford Berry) ได้ประดิษฐ์เครื่อง ABC ( Atanasoff-Berry) ขึ้น โดยได้นำหลอดสุญญากาศมาใช้งาน ABC ถือเป็นเครื่องคำนวณเครื่องแรกที่เป็นเครื่องอิเล็กทรอนิกส์

Atansoff


ABC computer

• [ พ.ศ.2487 ] ศาสตราจารย์โอเวิร์ด ไอด์เคน (Howard Aiken) แห่งมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด ร่วมกับวิศวกรของบริษัทไอบีเอ็มได้สร้างเครื่อง MARK I เป็นผลสำเร็จ แ ต่อย่างไรก็ตามเครื่อง MARK I นี้ยังไม่ใช่คอมพิวเตอร์ที่แท้จริงแต่เป็นเครื่องคิดเลขไฟฟ้าขนาดใหญ่เท่านั้น
• [ พ.ศ.2485-2495 ] มหาวิทยาลัยเพนซิลเลเนียได้สร้างเครื่อง ENIAC (Electronic Numerical Integrator And Calculator) นับได้ว่าเป็นเครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์เครื่องแรกของโลกที่ใช้หลอดสูญญากาศ และควบคุมการทำงานโดยวิธีเจาะชุดคำสั่งลงในบัตรเจาะรู


ENIAC

• [ พ.ศ.2492 ] ดร.จอห์น ฟอน นิวแมนน์ ( Dr.John Von Neumann ) ได้สร้างเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถเก็บคำสั่งการปฏิบัติงานทั้งหมดไว้ภายในเครื่อง ชื่อว่า EDVAC นับเป็นคอมพิวเตอร์เครี่องแรกที่สามารถเก็บโปรแกรม ไว้ในเครื่องได้

EDVAC
(first stored program computer)

• [ พ.ศ.2496-2497 ] บริษัทไอบีเอ็มได้สร้างคอมพิวเตอร์ชื่อ IBM 701 และ IBM 650 โดยใช้หลอดสุญญากาศเป็นวัสดุสร้าง ต่อมาเกิดมีการพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นสารกึ่งตัวนำขึ้นที่ห้องปฏิบัติการของบริษัท Bell Telephone ได้เกิดทรานซิสเตอร์ตัวแรกขึ้น ต่อมาทรานซิสเตอร์ได้ถูกนำไปแทนหลอดสูญญากาศ จึงทำให้ขนาดของคอมพิวเตอร์เล็กลงและเกิดความร้อนน้อยลง (เครื่องที่ใช้ทรานซิสเตอร์ได้แก่ IBM 1401และ IBM 1620 )

หลอดสูญญากาศ (Vacuum tube)

ทรานซีสเตอร์ (Transistor)

• [ พ.ศ.2508 ] วงจรคอมพิวเตอร์มีการเปลี่ยนแปลงอีกมากเมื่อมีวงจรรวม ( Integrated Circuit: IC) เกิดขึ้น ซึ่งไอบีเอ็มนี้ได้ถูกนำไปแทนที่ทรานซิสเตอร์ ในวงจรอิเล็กทรอนิกส์ของระบบคอมพิวเตอร์อีกครั้ง ซึ่งผลก็คือทำให้คอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลง

IC

• [ พ.ศ.2514 ] บริษัท Intel ได้ใช้เทคโนโลยีของการผลิตวงจรรวมแบบ ( Large Scale Integrated Circuit :LSI ) ทำการรวมเอาวงจรที่ใช้เป็นหน่วยประมวลผลกลาง ( CPU) ของคอมพิวเตอร์มาบรรจุอยู่ในแผ่นไอซีเพียงตัวเดียวซึ่ง ไอซีนี้เรียกว่าไมโครโปรเซสเซอร์ ( Microprocessor)

Microprocessor

• [ พ.ศ.2506] ประเทศไทยเริ่มมีคอมพิวเตอร์ใช้เป็นครั้งแรก โดยที่คอมพิวเตอร์เครื่องแรกในประเทศไทยได้ติดตั้งที่ ภาควิชาสถิติ คณะพานิชยศาสตร์และการบัญชีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องนี้คือ IBM 1620 ซึ่งได้รับมอบจากมูลนิธิเอไอดี และบริษัทไอบีเอ็ม แห่ง ประเทศไทยจำกัด ปัจจุบันหมดอายุการใช้งานไปแล้ว จึงได้มอบให้แก่ศูนย์บริภัณฑ์การศึกษาท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ
• [ พ.ศ.2507] เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องที่สองของประเทศไทยติดตั้งที่สำนักงานสถิติแห่งชาติ ในเดือนมีนาคม 2507

ก่อกำเนิด ไมโครโปรเซสเซอร์
เมื่อก่อนนั้น Intel เป็นบริษัทผลิตชิปไอซีแห่งหนึ่งที่ไม่ใหญ่โตมากนักเท่าในปัจจุบันนี้ เมื่อปี ค.ศ.1969 ได้สร้างความสะเทือน ให้กับวงการอิเล็คทรอนิคส์ โดยการออกชิปหน่วยความจำ(Memory)ขนาด 1 Kbyte มาเป็นรายแรก
บริษัทบิสซิคอมพ์(Busicomp) ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องคิดเลขของญี่ปุ่นได้ทำการว่าจ้างให้ Intel ทำการผลิตชิปไอซี ที่บิสซิคอมพ์เป็นคนออกแบบเองที่มีจำนวน 12 ตัว โครงการนี้ถูกมอบหมายให้นาย M.E. Hoff, Jr. ซึ่งเข้าตัดสินใจที่จะใช้วิธีการออกแบบชิปแบบใหม่ โดยสร้างชิปที่ให้ถูกโปรแกรมได้ หมายถึงว่าสามารถนำเอาชุดคำสั่งของการคำนวณไปเก็บไว้ใน หน่วยความจำก่อนแล้วให้ไอซีตัวนี้อ่านเข้ามาแปล ความหมาย และทำงานภายหลัง
ในปี 1971 Intel ได้นำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด โดยใช้ชื่อทางการค้าว่า Intel 4004 ในราคา 200 เหรียญสหรัฐ และเรียกชิปนี้ว่าเป็น ไมโครโปรเซสเซอร์(Micro Processor) ก็เพราะว่า 4004 นี้เป็น CPU (Central Processing Unit) ตัวหนึ่ง ซึ่งมีขนาด 4.2 X 3.2 มิลลิเมตร ภายในประกอบด้วย ทรานซิสเตอร์ จำนวน 2250 ตัว และเป็น ไมโครโปรเซสเซอร์ขนาด 4 บิต
หลังจาก 1 ปีต่อมา Intel ได้ออก ไมโครโปรเซสเซอร์ ขนาด 8 บิตออกมาโดยใช้ชื่อว่า 8008 มีชุดคำสั่ง 48 คำสั่ง และอ้างหน่วยความจำได้ 16 Kbyte ซึ่งทาง Intel หวังว่าจะเป็นตัวกระตุ้นตลาดทางด้านชิปหน่วยความจำได้อีกทางหนึ่ง
เมื่อปี 1973 ทาง Intel ได้ออก ไมโครโปรเซสเซอร์ 8080 ที่มีชุดคำสั่งพื้นฐาน 74 คำสั่งและสามารถอ้างหน่วยความจำได้ 64 Kbyte
ไมโครคอมพิวเตอร์ เครื่องแรกของโลก
เมื่อปี 1975 มีนิตยสารต่างประเทศฉบับหนึ่ง ชื่อว่า Popular Electronics ฉบับเดือน มกราคม ได้ลงบทความ เกี่ยวกับเครื่อง ไมโครโปรเซสเซอร์ เครื่องแรกของโลกที่มีชื่อว่า อัลแตร์ 8800 (Altair) ซึ่งทำออกมาเป็นชุดคิท โดยบริษัท MITS (Micro Insumentation And Telemetry Systems) ลักษณะของชุดคิท ก็คือ จะอยู่ในรูปของอุปกรณ์แต่ละชิ้นโดยให้ คุณนำไปประกอบขึ้นใช้เอง
บริษัท MITS ถูกก่อตั้งเมื่อปี 1969 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อทำตลาดในด้านเครื่องคิดเลข แต่การค้าชลอตัวลง ประธานบริษัท ชื่อ H. Edword Roberts เห็นการไกล คิดเปิดตลาดใหม่ซึ่งจะขายชุดคิด คอมพิวเตอร์ ประมาณเอาไว้ว่าอาจขาย ได้ในจำนวนปีล่ะประมาณ 200-300 ชุด จึงให้ทิมงานออกแบบบและพัฒนาแล้วเสร็จก่อนถึงคริสต์มาส ในปี 1974 แต่เพิ่งมา ประกาศตัวในปีถัดไป สำหรับ CPU ที่ใช้คือ 8080 และคำว่า ไมโครคอมพิวเตอร์ จึงถูกเรียกใช้เป็นครั้งแรกเพื่อชุดคิทคอมพิวเตอร์ชุดนี้
ชุดคิทของ อัลแตร์ นี้ประกอบด้วย ไมโครโปรเซสเซอร์ 8080 ของบริษัท Intel มี เพาเวอร์ซัพพลาย มีแผงหน้าปัดที่ติดหลอดไฟ เป็นแถวมาให้เพื่อแสดงผล รวมถึงหน่วยความจำ 256 Byte ( แหม.. เหมือนของเล่นเราในสมัยนี้ จังงง ) นอกนั้น ยังมี สล๊อต (Slot) ให้เสียบอุปกร์อื่น ๆ เพิ่มได้ แต่ก็ทำให้ MITS ต้องผิดคาด คือ ภายใน เดือนเดียว มีจดหมายส่งเข้ามาขอสั่งซื้อเป็นจำนวนถึง 4,000 ชุดเลยทีเดียว
ด้วยชิป 8080 นี่เองได้เป็นแรงดลใจให้บริษัท ดิจิตอลรีเสิร์ช (Digital Research) กำเนิดระบบปฏิบัติการ(Operating System) ที่ชื่อว่า ซีพีเอ็ม(CP/M หรือ Control Program For Microcomputer) ขึ้นมา ในขณะที่ Microsoft ยังเพิ่งออก Microsoft Basic รุ่นแรกเท่านั้นเอง
ถึงยุค Z80
เมื่อเดือน พฤศจิกายนปี 1974 ได้มี วิศวกรของ Intel บางคนได้ออกมาตั้งบริษัทผลิตชิปเอง โดยมีชื่อว่า ไซล๊อก (Zilog) เนื่องจาก วิศวกรเหล่านี้ ได้มีส่วนร่ามในการผลิตชิป 8080 ด้วยจึงได้นำเอาเทคโนโลยีการผลิดนี้มาสร้างตัวใหม่ที่ดีกว่า มีชื่อว่า Z80 ยังคงเป็น ชิปขนาด 8 บิต เมื่อได้ออกสู่ตลาดได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากได้ปรับปรุงข้อบกพร่องต่าง ๆ ที่มีอยู่ใน 8080 จึงทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ หลายต่อหลายยี่ห้อ หันมาใช้ชิป Z80 กัน แม้แต่ซีพีเอ็ม ก็ยังถูกปรับปรุงให้มาใช้กับ Z80 นี้ด้วย *** แม้ในปัจุบันนี้ Z80 ยังคงถูกใช้งาน และนำไปใช้ ในการเรียนการสอน ไมโครโปรเซสเซอร์ ด้วย เช่น ชุดคิดหรือ Single Board Microcomputer ของ ETT, Sila เป็นต้น และ IC ตัวนี้ยังผลิตขาย อยู่ในปัจจุบัน ในราคา ไม่เกิน 100 บาท น่ะจะบอกให้)
Computer เครื่องแรกของ IBMในปี 1975 ไอบีเอ็ม ได้ออกเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ เครื่องแรกออกมา แต่ทางไอบีเอ็มได้เรียกเครื่องนี้ว่าเป็น เทอร์มินัลแบบชาญฉลาด ที่สามารถโปรแกรมได้ (Intelligent Programmable Terminal) และตั้งชื่อรุ่นว่า Model 5100 มีหน่วยความจำ 16 Kbyte แล้วยังมีตัวแปลภาษาเบสิก แบบอินเตอร์พรีทเตอร์ (Interpreter) ด้วย และมี ไดรฟ์สำหรับใส่คาร์ทิดจ์เทปในตัว แต่ก็ยังขายไม่ดีเอามาก ๆ เลย เพราะว่าตั้งราคาไว้สูงมากถึง 9,000 เหรียญสหัฐ
ในปลายปี 1980 บริษัทไอบีเอ็มได้เกิดแผนกเล็ก ๆ ขึ้นมาแผนกหนึ่งเรียกว่า Entry Systems Division ภายใต้ทีมของคนชื่อว่า ดอน เอสทริดจ์ (Don Estridge) และนักออกแบบอีก 12 คน โดยได้รับมอบหมายให้พัฒนาเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของไอบีเอ็มโมเด็ล 5100 นั้นเอง โดยนำเอาจุดเด่นของเครื่อง ที่ขายดีมารวมไว้ในการออกแบบเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ของไอบีเอ็ม และผลิตจำหน่ายได้ภายในปีเดียวภายใต้ชื่อว่า ไอบีเอ็มพีซี (IBM PC) ซึ่งถูกเปิดตัวในเดือน สิหาคม ปี 1981 และยอดขายของเครื่องพีซีก็ได้พุ่งอย่างรวดเร็ว ทำให้บริษัทอื่น ๆ จับตามอง
กำเนิด แอปเปิ้ล
ในปี 1976 หลังจาก Stephen Wozniak และ Steve Jobs ได้ร่วมกันก่อตั้งบริษัทแอปเปิลคอมพิวเตอร์ (Apple Computer) และได้นำเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ เครื่องแรกที่ประดิษฐ์จากโรงรถออกมาขายโดยใช้ชื่อว่า Apple I ในราคา 695 เหรียญ บริษัทแอปเปิลได้ผลิตเครื่อง Apple I ออกมาไม่มากนัก ภายในปีเดียวได้ผลิต Apple II ออกมา
และรุ่นนี้เป็นรุ่นเปิดศักราชแห่งวงการไมโครคอมพิวเตอร์ และเป็นการสร้างมาตรฐาน ที่ไมโครคอมพิวเตอร์ ที่เกิดมาตามหลังทั้งหมด


ปล. ขอขอบคุณข้อมูล จาก //www.work.lbtech.ac.th/datas/fileupload/files/0511071531
___________________________________________________________




 

Create Date : 20 มกราคม 2551    
Last Update : 3 มีนาคม 2551 16:25:09 น.
Counter : 517 Pageviews.  

1  2  

เมาได้เมาดี 24 ชม.
Location :
เพชรบูรณ์ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




กุไม่รู้กุมาว ว ว ~ ~ ~
ศิลปินวงดนตรีโปรดปัจจุบัน
---

คนเมาก็มีหัวจัย

ความตายมีเพียงครั้งเดียว ยิ่งกลัวมันยิ่งเข้าใกล้
เด็กอุตฯ..หึหึ (อุตส่าเรียนก็ยังไม่จบ)
เพลง หั้ยฉันลืมเทอร์
Get this widget | Track details | eSnips Social DNA
Welcome To EMIRATES STADIUM 
ขาดเทอร์ฉานคงเศร้า ~ ขาดเหล้าฉานคงตาย

Get your own glitter and more at BlingyBlob.com
Friends' blogs
[Add เมาได้เมาดี 24 ชม.'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.