Group Blog
 
All Blogs
 

MacBook Air เวอร์ชั่น Android 4.0 เหมือนจนแทบแยกไม่ออก ?



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก Engadget.com

          ในงาน Computex 2012 (งานแสดงอุปกรณ์และสินค้าไอที จัดขึ้นที่ไต้หวัน) ที่ผ่านมา มีหลายบริษัทชั้นนำด้านสินค้าไอที ได้ขนเทคโนโลยีของตัวเองไปอวดโฉมกันอย่างมากมาย และนอกจากนี้ยังมีสินค้าไอทีแบบแปลก ๆ มาแสดงด้วยเช่นกัน โดยสินค้าตัวที่ว่าเป็นของบริษัท THD (Thread Technology Co.) ได้โชว์สินค้าที่หน้าตาคล้ายคลึงกับผลิตภัณฑ์ของแอปเปิล จนทำให้แฟน ๆ แอปเปิลหลายคนต้องตาค้างและตะลึงกับโน้ตบุ๊คแบบบางเฉียบที่มีลักษณะคล้ายกับ MacBook Air ที่เหมือนจนแยกไม่ออกกันเลยทีเดียว กับโน้ตบุ๊คตัวนี้ที่มีชื่อรุ่นว่า THD N2-A



THD N2-A


THD N2-A

THD N2-A ชื่อนี้อาจจะไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไหร่นัก แต่ด้วยดีไซน์ต่าง ๆ ของ THD N2-A ที่มีลักษณะเหมือนกับ MacBook Air หรือจะพูดง่าย ๆ ก็คือการโคลนนิ่งดีไซน์นั่นเอง จึงทำให้กลายเป็นจุดเด่นของโน้ตบุ๊คตัวนี้ สำหรับ THD N2-A เป็นโน้ตบุ๊คที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.0 (Ice Cream Sandwich) มาพร้อมกับขนาดหน้าจอ 13.3 นิ้ว และใช้ชิปประมวลผลตระกูล ARM Cortex-A8 ความเร็ว 1.2 GHz, แรม DDR3 1GB เก็บข้อมูลด้วย SSD ขนาด 8GB รองรับการเชื่อมต่อด้วยพอร์ตต่าง ๆ ครบครัน เช่น USB 2.0, มีช่องใส่ SD Card, HDMI และ Wi-Fi


THD N2-A



THD N2-A

สเปคและคุณสมบัติอื่น ๆ ของTHD N2-A

ซีพียูตระกูล ARM Cortex-A8 ความเร็ว 1.2 GHz
ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.0 (Ice Cream Sandwich)
แรม DDR3 1GB
ฮาร์ดดิสแบบ SSD 8GB
จอแบบ LED-backlit ขนาด 13.3 นิ้ว ความละเอียด 1366 x 768 พิกเซล
เชื่อมต่อ USB 2.0, SD Card, HDMI และ WiFi 802.11 b/g/n
แบตเตอรี่ 2 เซลล์ ความจุ 4200 mAh สามารถใช้งานได้นาน 8 ชั่วโมง
น้ำหนักตัวเครื่อง 1.55 กิโลกรัม
ราคา $149 หรือประมาณ 4,700 บาท

          สำหรับ THD N2-A เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีบนโน้ตบุ๊คที่จับเอาระบบปฏิบัติการบนสมาร์ทโฟนอย่างแอนดรอยด์มาใช้แทนวินโดวส์ และการดีไซน์ที่เลียนแบบสินค้าดังอย่าง MacBook Air ทำให้เป็นจุดเด่นและสะดุดตาผู้ที่พบเห็น ทั้งนี้ ยังไม่มีข้อมูลเปิดเผยว่าจะออกว่าจำหน่ายเมื่อใด แต่คาดว่าน่าจะออกวางจำหน่ายเฉพาะประเทศจีนเท่านั้น






 

Create Date : 30 มิถุนายน 2555    
Last Update : 30 มิถุนายน 2555 1:11:33 น.
Counter : 990 Pageviews.  

กล้องดิจิตอลแบบ Wi-Fi แชร์ภาพถ่ายได้ง่าย ๆ จากซัมซุง



ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Samsung

          ซัมซุง เอาใจชาวโซเชียลเน็ตเวิร์กตัวจริง เพื่อการใช้งานที่สะดวกยิ่งขึ้นบนโลกออนไลน์ ซัมซุงได้ส่งกล้องดิจิตอลคอมแพครุ่นใหม่พร้อมความสามารถในการแชร์ข้อมูลผ่าน Wi-Fi ช่วยให้สามารถอัพโหลดรูปไปยังเว็บโซเชียลเน็ตเวิร์กได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Picasa และ Flickr นอกจากนี้ยังสามารถอัพโหลดวิดีโอไปยัง Youtube ได้จากกล้องอีกด้วย ส่วนจะมีกล้องรุ่นไหนน่าสนใจบ้างมาชมกันเลย

สำหรับกล้องดิจิตอลพร้อม Wi-Fi แบ่งออกเป็น 4 รุ่นด้วยกัน โดยแบ่งเป็นตระกูล XTRA Zoom & SLIM 3 รุ่น ได้แก่ Samsung WB850F, WB150F และ ST200F มาพร้อมความความสามารถ ในการซูมภาพและตัวเครื่องที่มีขนาดบาง เบา พกพาได้สะดวกและอีกหนึ่งรุ่นเป็นกล้องตระกูล 2View ได้แก่ Samsung DV300F ซึ่งเป็นกล้อง Wi-Fi ที่มีหน้าจอแสดงผล 2 จอ (ด้านหน้า-ด้านหลัง) ช่วยให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพตัวเองได้อย่างง่ายดาย


Samsung WB850F

Samsung WB850F กล้องดิจิตอลที่สามารถซูมได้ไกลถึง 21 เท่า พร้อมเซนเซอร์ BSI CMOS ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผลและประหยัดแบตเตอรี่ รูปถ่ายมีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ตัวกล้องมีหน้าจอแสดงผลแบบ VGA AMOLED ขนาด 3 นิ้ว และสามารถอัพโหลดรูปได้ผ่าน Wi-Fi นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Dual Capture ถ่ายภาพนิ่งขณะบันทึกวิดีโอ และ GPS ในตัว สามารถแสดงแผนที่ เข็มทิศ สำหรับราคาของ Samsung WB850F วางจำหน่ายอยู่ที่ 12,990 บาท


Samsung WB150F

Samsung WB150F กล้องดิจิตอลที่สามารถซูมได้ 18 เท่า มาพร้อมเลนส์คุณภาพ Schneider ช่วยให้ภาพสวยเหมือนธรรมชาติ และ Manual Mode ช่วยควบคุมรูรับแสงและชัตเตอร์ นอกจากนี้ยังสามารถถ่ายภาพแบบพาโนรามาได้ชัดเจน และมี Split Shot ทำให้ถ่ายภาพหลายช็อตภายในเฟรมเดียวและและสามารถอัพโหลดรูปผ่าน Wi-Fi ได้ สำหรับราคาของ Samsung WB150F วางจำหน่ายอยู่ที่ 7,990 บาท


Samsung ST200F

Samsung ST200F กล้องดิจิตอลที่สามารถซูมได้ไกลถึง 10 เท่า พร้อมเลนส์มุมกว้าง 27 มิลลิเมตรและจอ LCD ขนาด 3 นิ้ว สามารถอัพรูปผ่านทาง Wi-Fi ได้ พร้อมโหมดถ่ายภาพพาโนรามาด้วย Live Panorama และมี Dual IS ระบบป้องกันภาพสั่น 2 เท่า โหมด Motion Photo ช่วยให้ถ่ายภาพเคลื่อนไหวในภาพนิ่ง และระบบถ่ายภาพอัตโนมัติด้วย Smart Auto สำหรับราคาของ Samsung ST200F วางจำหน่ายอยู่ที่ 6,990 บาท


Samsung DV300F

และรุ่นสุดท้าย Samsung DV300F กล้องดิจิตอลตระกูล Samsung 2View เป็นกล้อง 2 หน้าจอ (Dual LCD) มาพร้อมจอหน้า 1.5 นิ้ว จอหลัง 3 นิ้ว ช่องรับแสงกว้าง 2.5 ช่วยให้ถ่ายภาพในที่มืดได้ดี Motion Photo ถ่ายภาพเคลื่อนไหวในภาพนิ่ง และถ่ายภาพใบหน้าใสด้วย Beauty Shot และโหมดป้องกันภาพสั่นไหว Optical Image Stabilization และระบบถ่ายภาพอัตโนมัติด้วย Smart Auto สามารถเชื่อมต่อ  Wi-Fi ช่วยให้แชร์ภาพถ่ายไปยัง Facebook, Picasa, Photobucket  หรืออีเมลจากกล้องถ่ายรูปโดยตรง นอกจากนี้ยังสามารถอัพโหลดวิดีโอไปยัง YouTube สำหรับราคาของ Samsung DV300F วางจำหน่ายอยู่ที่ 7,490 บาท

          สำหรับใครที่กำลังมองหากล้องดิจิตอลคอมแพคราคาไม่แพงและมาพร้อมฟังก์ชั่น Wi-Fi ที่สามารถแชร์รูปภาพไปยังเว็บโซเชียลเน็ตเวิร์กได้ กล้องดิจิตอลซัมซุงทั้ง 4 รุ่น ที่เราได้แนะนำ เป็นอีกตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม ส่วนใครที่สนใจสามารถหาซื้อได้ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายชั้นนำทั่วประเทศ ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ //www.samsung.com/th




 

Create Date : 29 มิถุนายน 2555    
Last Update : 29 มิถุนายน 2555 1:04:14 น.
Counter : 1939 Pageviews.  

10 นาฬิกาเรือนหรู ที่มีราคาอภิมหึมามหาแพง!!

10 นาฬิกาเรือนหรู ที่มีราคาอภิมหึมามหาแพง

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

"นาฬิกา" นอกจากจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการบอกเวลาแล้ว เรื่องของรายละเอียดต่าง ๆ อาทิเช่น วัสดุที่นำมาใช้ ขั้นตอนการประดิษฐ์นาฬิกาในแต่ละอย่าง รวมถึงความละเอียดอ่อนด้านการดีไซน์ ฯลฯ ล้วนแล้วแต่มีผลต่อการกำหนดราคาของนาฬิกาแต่ละเรือนทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้เอง เราจึงได้นำนาฬิกาสุดหรูกว่า 10 เรือน ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นนาฬิกาที่มีราคา "แพง" แทบทั้งสิ้น แถมบางเรือนยังแพงกว่ารถปอร์ตสุดหรูอย่าง เฟอร์รารี่ ซะด้วยสิ ฉะนั้นแล้วต้องไปดูกันสักหน่อยว่า 10 นาฬิกาเรือนหรูที่ว่านั้น จะหรูมากน้อยสักขนาดไหน และราคาจะแพงมหาโหดสักเท่าไหร่กันเชียว

10 นาฬิกาเรือนหรู ที่มีราคาอภิมหึมามหาแพง

The Patek Philippe Calibre 89

          นี่เป็นนาฬิกาที่ได้รับการสร้างขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 150 ปีของแบรนด์ The Patek Philippe เมื่อเป็นการฉลองครบรอบครั้งใหญ่แบบนี้ ก็เลยจัดเต็มด้านวัสดุและฟังก์ชั่นต่าง ๆ อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็น การใช้ทองคำแท้ และฟังก์ชั่นเด่น ๆ ทั้งการบอกเวลา เป็นปฏิทิน เป็นนาฬิกาจับเวลา แถมยังมีเสียงของระฆังดังก้องกังวานในทุก ๆ ครั้งที่มีการตั้งเวลาด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้น นาฬิกาเรือนนี้ได้รับการจำหน่ายไปให้แก่นักสะสมทุนหนาเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปี 2005 ที่ผ่านมา โดยมีราคาค่าตัวอยู่ที่ 5,120,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือร่วม ๆ 153,600,000 บาทเลยทีเดียว

10 นาฬิกาเรือนหรู ที่มีราคาอภิมหึมามหาแพง

Split Seconds Patek Philippe Reference 1436 By Tiffany & Co.

          หากมองแค่ผิวเผินแล้ว นี่อาจจะดูเป็นเพียงนาฬิกาเรียบ ๆ ที่ไม่มีความโดดเด่นอะไรมากมายนัก แต่หากมาดูในส่วนขององค์ประกอบต่าง ๆ แล้ว บอกได้เลยว่า เรือนนี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ เพราะ The Patek Philippe ใช้ตัวเรือนเป็นทองคำ รวมถึงสายหนังอย่างดีเยี่ยม และได้ใส่นาฬิกาที่เที่ยงตรงสุด ๆ ลงไปถึง 2 ชิ้น ซึ่งทั้ง 2 ชิ้นก็จะทำงานไปพร้อม ๆ กัน และหากเกิดอาการนาฬิกาตาย เข็มนาฬิกาหลักไม่หมุน นาฬิกาที่เที่ยงตรงที่สุดทั้ง 2 นั้น ก็จะยังหมุนและทำหน้าที่บอกเวลาต่อไปได้ ไม่มีหยุดชะงักแน่นอน

          ว่ากันว่านี่เป็นนี่เป็นนาฬิกาที่ฮอตฮิตมาก ๆ สำหรับคนในวงการกีฬา ทั้งคนที่แข่งม้า แข่งรถ และแข่งสกีน้ำแข็ง เพราะเป็นนาฬิกาที่ทนทาน และดูดี มีสไตล์ในแบบเรียบหรูนั่นเอง ด้านราคานั้นอยู่ที่ 214,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 6,400,000 บาท

10 นาฬิกาเรือนหรู ที่มีราคาอภิมหึมามหาแพง

Patek Philippe Ref 5016P

          นี่เป็นอีกหนึ่งผลงานอันล้ำค่าของ The Patek Philippe โดยเจ้านาฬิกาเรือนนี้ มีความพิเศษตรงที่ใช้ทองคำขาว มาทำเป็นตัวเรือน เข็มสั้น-ยาว และตัวเลขบนหน้าปัด อีกทั้งยังมีในส่วนของการบอกวัน เดือน ปี ให้อีกด้วย นอกจากนั้นแล้ว ในส่วนของกระจกบนหน้าปัด ก็ใช้เป็นกระจกแบบ Sapphire crystals สีขาวใส ช่วยเสริมให้ตัวเรือนมีความโดดเด่นมากเป็นเท่าตัว ด้วยตัวเลขของราคาที่ 762,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 22,860,000 บาท

10 นาฬิกาเรือนหรู ที่มีราคาอภิมหึมามหาแพง

The Breguet Marie Antoinette

"Marie Antoinette" ผลงานชิ้นโบว์แดงของ The Breguet ที่โด่งดังไปทั่วโลก เพราะเป็นนาฬิกาที่ได้แรงบันดาลใจมาจากภาพวาดของพระราชินี Marie Antoinette ราชินีของประเทศฝรั่งเศส ในรัชสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 ดีไซน์หลัก ๆ ของนาฬิกาเรือนนี้คือการใช้หน้าปัดแบบโปร่งใส ที่เห็นฟันเฟืองและกลไกการทำงานของนาฬิกาอย่างชัดเจน ตัดด้วยเข็มสั้น-ยาวที่เป็นสีน้ำเงินเข้ม พร้อมตัวเลขแบบโรมันและตัวเรือนที่เป็นทองคำ และมีฟังก์ชั่นต่าง ๆ ที่ค่อนข้างครบถ้วน ทั้งการบอกเวลา เป็นปฏิทิน และเป็นเครื่องวัดอุณหภูมิได้ด้วย

          ว่ากันว่า The Breguet Marie Antoinette มีราคาสูงแบบสูงลิบลิ่ว โดยประมาณการกันว่า อาจจะสูงถึงตัวเลข 8 หลักเลยทีเดียว ซึ่งถ้าสูงมากถึงขนาดนั้น ก็คงไม่ต้องสืบนะครับว่า หากตีเป็นค่าเงินบาทไทยเราแล้ว ราคาจะไปไกลมากขนาดไหนกัน!!

10 นาฬิกาเรือนหรู ที่มีราคาอภิมหึมามหาแพง

Jaeger-LeCoultre Gyrotourbillon 1

          ความพิเศษของ Jaeger-LeCoultre Gyrotourbillon 1 เริ่มเป็นที่พูดถึงทันทีเมื่อมีการประกาศว่า จะผลิตออกมาเพียง 20 เรือนในโลกเท่านั้น เพราะทาง Jaeger-LeCoultre บอกว่านี่เป็นงานฝีมือล้วน ๆ ประณีตทุกขั้นตอนการทำ ตั้งแต่การคัดเลือกวัสดุ การวางฟันเฟืองและกลไกต่าง ๆ ที่สำคัญคือมีการนำเอาอัญมณีอย่างโกเมน มาใช้ร่วมกับทองคำ และทองคำขาวที่เป็นตัวเรือนและตัวบอกเวลาบนหน้าปัดซะด้วย สวยหรูแบบนี้ Jaeger-LeCoultre เลยตั้งราคาไว้ที่ 400,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือตกราว ๆ 12,000,000 บาทนั่นเอง

10 นาฬิกาเรือนหรู ที่มีราคาอภิมหึมามหาแพง

Rolex Submariner By Steve McQueen

          มาดูแบรนด์คุ้นหูคนไทยเราอย่าง Rolex กันบ้าง สำหรับ Submariner นี้ เป็นของ Steve McQueen อดีตนักแสดงชื่อดังของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นนาฬิกาที่เน้นในเรื่องของความเรียบหรูตามสไตล์ของ Rolex แต่แอบแฝงด้วยความเท่แบบเข้ม ๆ ด้วยหน้าปัดสีดำ ด้านคุณสมบัติเด่น ๆ ก็มีมากมาย เริ่มตั้งแต่ความสามารถในการกันน้ำได้ลึก 30 เมตร นาฬิกามีความเที่ยงตรงแบบตรงแน่วสุด ๆ เพราะยึดมาตรฐานเวลาตามประเทศต้นกำเนิดอย่างประเทศสวิตเซอร์แลนด์แบบเป๊ะ ๆ

          ทั้งนี้ทั้งนั้น จะว่าไปแล้ว Rolex Submariner ไม่ได้มีราคาที่สูงมากเกินไปแต่อย่างใด แต่เพราะด้วยความที่เป็นนาฬิกาของอดีตคนดัง Steve McQueen เมื่อมีการนำออกมาประมูลในภายหลัง เลยทำให้ราคาของ Submariner เรือนนี้พุ่งสูงไปอยู่ที่ 234,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือราว ๆ 7,020,000 บาทเลยทีเดียว

10 นาฬิกาเรือนหรู ที่มีราคาอภิมหึมามหาแพง

Vacheron Tour de l’Ile

          นี่เป็นรุ่น Limited Edition ที่ Vacheron ภาคภูมิใจพอสมควร เพราะนี่เป็นนาฬิกาที่มีลูกเล่นเสริมเยอะเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็น การตั้งเวลาให้ตรงกับประเทศอื่น ๆ บอกวัน-เดือน-ปี บอกกลางวัน-กลางคืน บอกเวลาข้างขึ้น-ข้างแรมได้ และอื่น ๆ อีกเพียบ อีกทั้งยังใช้ทองคำขนาด 18K มาเป็นตัวเรือนและหนังสายสีดำอย่างดี ซึ่งช่วยให้ความเรียบหรูและความโด่นเด่นมีมากเป็นทวีคูณเลยทีเดียว ทั้งนี้ Vacheron Tour de l’Ile มีราคาอยู่ที่ 1,250,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 37,500,000 บาท

10 นาฬิกาเรือนหรู ที่มีราคาอภิมหึมามหาแพง

AP Royal Oak Grande Complication

          Audemars Piguet หรือ AP ส่ง Royal Oak Grande Complication เข้าร่วมในการเป็น 10 นาฬิกาเรือนหรูครั้งนี้ด้วยดีไซน์ที่เด่นสะดุดตาด้วยหน้าปัดแบบ 8 เหลี่ยม โดยส่วนขอบและตัวเรือนใช้ทองคำขาว 18 กะรัตเป็นวัสดุในการทำทั้งสิ้น ด้านลูกเล่นก็มีไม่น้อยหน้าแบรนด์อื่น ๆ ทั้งการบอกเวลา บอกวัน-เดือน-ปี บอกเวลาข้างขึ้น-ข้างแรม สามารถอ่านเวลาแบบ "ปีอธิกสุรทิน" หรือปีที่มี 366 วันหรือปีที่เพิ่มวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ขึ้นมาอีกหนึ่งวันนั่นเอง และคุณสมบัติเจ๋งขนาดนี้ ก็จัดเต็มไปเลยกับราคาที่เรือนละ 560,000 เหรียญสหรัฐฯ ซึ่งถ้าคิดเป็นเงินไทยแล้วก็อยู่ที่ราว ๆ 16,800,000 บาทเลยล่ะ


10 นาฬิกาเรือนหรู ที่มีราคาอภิมหึมามหาแพง


Richard Mille Tourbillon

          เรือนนี้เรียกกันง่าย ๆ สั้น ๆ ว่า "RM 012" เป็นผลงานการดีไซน์ของ Richard Mille ที่ออกแนวล้ำ ๆ ไม่เบา โดยนาฬิกาเรือนนี้ใช้ทองคำขาว ทำเป็นตัวเรือนทั้งสิ้น ตามด้วยดีไซน์ที่โปร่งใส สามารถเห็นกลไกการทำงานได้ และใส่ความแข็งแรงให้ดูคงทนด้วยเข็มสั้น-ยาวแบบก้านใหญ่ เพิ่มอรรถรสให้ดูเท่และมาดแมนกับผู้ที่สวมใส่มาก ๆ นอกจากนั้นแล้ว ยังผลิตออกมาเพียงแค่ 30 เรือนเท่านั้นด้วย โดยราคาก็ตกอยู่ที่เรือนละ 525,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 15,750,000 บาท

10 นาฬิกาเรือนหรู ที่มีราคาอภิมหึมามหาแพง

Ulysse Nardin Triplejack Minute Repeater

          จัดเป็นอีกหนึ่งรุ่นนาฬิกาที่เป็น Limited Edition เพราะจะทำออกมาเพียง 50 เรือนเท่านั้น โดยรายละเอียดต่าง ๆ ก็น่าสนใจมาก ๆ ตั้งแต่การเลือกใช้ทองคำขาวเป็นตัวเรือน ตามด้วยสายหนังแท้สีดำอย่างดี ใช้กระจกหน้าปัดเป็นแบบ Sapphire crystals สีขาวใส และมีการดีไซน์ด้วยการนำรูปคนที่กำลังตีระฆังบอกเวลาใส่เพิ่มลงไปด้วย สนนราคาของ Ulysse Nardin Triplejack Minute Repeater อยู่ที่ 340,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือร่วม ๆ 10,200,000 บาทเลยทีเดียว

และทั้งหมดนี้ก็คือ 10 นาฬิกาเรือนหรู ที่มีราคาอภิมหึมามหาแพง ที่ใครหลายคนเห็นแล้วต้องอ้าปากค้างกันเป็นทิวแถว แต่ทั้งหมดทั้งมวล ก็ถือเป็นราคาที่สมเหตุสมผลจริง ๆ เพราะด้วยวัสดุ ฟังก์ชั่นการใช้งาน รวมถึงการดีไซน์และแรงบันดาลใจ ล้วนแล้วแต่มีคุณค่าที่คู่ควรกับการประเมินราคาสูงลิบลิ้วแบบนี้จริง ๆ




 

Create Date : 26 มิถุนายน 2555    
Last Update : 26 มิถุนายน 2555 2:43:38 น.
Counter : 1471 Pageviews.  

Ford Fusion 2013 ซีดานขนาดกลางทางเลือกใหม่น่าสัมผัส

Ford Fusion2013

Ford Fusion2013

Ford Fusion2013



Ford Fusion2013


ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ford.com

          ค่ายรถยนต์ยี่ห้อดังระดับโลกอย่าง ฟอร์ด (Ford) ไม่ยอมปล่อยให้ค่ายรถอื่น ๆ แซงหน้าความล้ำสมัยไปได้ไกล โดยในงานแสดง ดีทรอยต์ ออโต้โชว์ 2012 ที่จัดขึ้นไปเมื่อช่วงต้นปี ฟอร์ดก็ได้จัดการปล่อย "ฟอร์ด ฟิวชั่น 2013" (Ford Fusion2013) ออกมายั่วน้ำลายให้คนรักรถได้ชื่นชมกันแล้ว

โดยฟอร์ด ฟิวชั่น 2013 รุ่นนี้ ได้เพิ่มทางเลือกให้กับกลุ่มเป้าหมายด้วยระบบขับเคลื่อนทั้งแบบเบนซิน, ไฮบริด, ปลั๊ก-อิน ไฮบริด และอีโคบูส เทอร์โบ (EcoBoost Turbo) ซึ่งว่ากันว่าเป็นซีดานขนาดกลางที่ประหยัดน้ำมันที่สุด และเครื่องยนต์ของแต่ละรุ่นจะช่วยลดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้ดีกว่ารถในระดับเดียวกันรุ่นอื่น ๆ โดยทุกรุ่นจะขับเคลื่อนด้วย 2 ล้อหน้า ยกเว้นรุ่น 2.0 EcoBoost ซึ่งเป็นรุ่นท็อป จะมีระบบขับเคลื่อนแบบ All-Wheel Drive มีแพดเดิลชิฟท์ให้ใช้งาน นอกจากนี้ยังมีทั้งเกียร์อัตโนมัติ และเกียร์ธรรมดา 6 สปีดให้เลือกใช้งานอีกด้วย

Ford Fusion2013

ส่วนที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้แก่ เทคโนโลยีที่มาพร้อมกับตัวรถ เช่น ระบบการควบคุมการทำงานด้วยเสียง หรือหน้าจอแสดงผลแบบ LCD ที่เป็นระบบสัมผัส โดยจะแสดงผลของเพลงที่คุณฟังอยู่, รายชื่อในสมุดโทรศัพท์, อุณหภูมิในห้องโดยสาร และระบบนำทางที่จะแสดงผลเส้นทางที่คนขับต้องการจะไป ซึ่งคุณสามารถเปลี่ยนเพลงที่ชอบ หรือค้นหาเบอร์โทรศัพท์โดยสั่งการด้วยเสียงได้ทันที นับว่าเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่เป็นอย่างมาก

          อย่างไรก็ดี ในขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยราคาจำหน่าย และกำหนดวางขายที่แน่นอนออกมา แต่ถ้าหากมีข่าวคราวความคืบหน้าใด ๆ จากทางฟอร์ดเข้ามา จะรีบนำมาลงให้ทราบในทันที

Ford Fusion2013

Ford Fusion2013

Ford Fusion2013

Ford Fusion2013

Ford Fusion2013

Ford Fusion2013

Ford Fusion2013

Ford Fusion2013

Ford Fusion2013

Ford Fusion2013

Ford Fusion2013

Ford Fusion2013




 

Create Date : 10 มิถุนายน 2555    
Last Update : 10 มิถุนายน 2555 11:50:00 น.
Counter : 2114 Pageviews.  

10 อันดับ สถานที่ท่องเที่ยวค่าเข้าชมสุดแพงในประเทศจีน

10 อันดับ สถานที่ท่องเที่ยวค่าเข้าชมสุดแพงในประเทศจีน

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก  jz5858.com ,toptibettravel.cn , visitourchina.com , williamlong.info

ประเทศจีนเป็นประเทศใหญ่ที่แม้บางคนจะไปกันมาหลายครั้งแล้ว ก็ยังเที่ยวกันได้ไม่ครบซะที โดยเฉพาะสถานที่ซึ่งมีค่าเข้าชมราคาแพงอย่างไม่น่าเชื่อ จนเราต้องคำนวนงบการไปเที่ยวกันใหม่แทบไม่ทันเลยทีเดียว ซึ่งวันนี้กระปุกดอทคอมก็ได้รวบรวม 10 แหล่งท่องเที่ยว ที่มีค่าบัตรผ่านประตูราคาแพงที่สุดในประเทศจีน จัดโดยสำนักข่าวซินหัวมาฝาก จะมีที่ไหนบ้างนั้น ลองไปดูกันเลยค่ะ...

10 อันดับ สถานที่ท่องเที่ยวค่าเข้าชมสุดแพงในประเทศจีน

10. ภูเขาอู่อี๋ซาน มณฑลฝูเจี้ย

          ที่นี่เป็นอีกที่ซึ่งนักท่องเที่ยวที่รักธรรมชาติชอบกันเป็นพิเศษ เพราะเป็นเขตอนุรักษ์ที่ผสมผสาน ความลงตัวของธรรมชาติและวัฒนธรรมอันเก่าแก่ไว้ด้วยกัน โดยมีทั้งขุนเขาต้นไม้สวยงามท่ามกลางระบบนิเวศน์ที่ยังคงสมบูรณ์ และโบราณสถานเก่าแก่ของจีนมากมาย....

อัตราค่าเข้าชม : 140 หยวน (ราว 700 บาท) ต่อวัน 150 หยวน (ราว 750 บาท) สำหรับ 2 วัน และ 160 หยวน (ราว 800 บาท) สำหรับ 3 วัน 

          อัตราค่ารถนำเที่ยว : 70 หยวน (ราว 340 บาท) ต่อวัน 85 หยวน (ราว 420 บาท) สำหรับ 2 วัน และ 95 หยวน (ราว 470 บาท) สำหรับ 3 วัน

10 อันดับ สถานที่ท่องเที่ยวค่าเข้าชมสุดแพงในประเทศจีน

9. บ้านขงจื๊อ เมืองฉี่ว์ฝู่

          ขงจื๊อนับเป็นนักปราชญ์ที่มีชื่อเสียงและได้รับการยกย่องมากที่สุดคนหนึ่งของประเทศจีน ซึ่งแหล่งท่องเที่ยว "สามขง" ที่ประกอบไปด้วย ศาลขงจื๊อ คฤหาสน์ขงจื๊อ และสุสานขงจื๊อนั้น ก็เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความเคารพที่เขาได้รับมาตลอดได้เป็นอย่างดี จากการที่จักรพรรดิชาวจีนในสมัยต่าง ๆ กว่า 200 ปีที่ผ่านมาคอยดูแลบูรณะที่นี่มาตลอด เพื่อให้คนรุ่นหลังได้มีโอกาสใช้ศึกษาเรื่องของเขากันต่อไป 

อัตราค่าเข้าชม : 185 หยวน (ราว 925 บาท) 

          อัตราค่าเข้าชมเฉพาะแต่ละสถานที่ : 110 หยวน (ราว 550 บาท) สำหรับศาลขงจื๊อ ส่วนคฤหาสน์ตระกูลขงอยู่ที่ 75 หยวน (ราว 375 บาท) และสุสานขงจื๊อมีราคา 50 หยวน (ราว 250 บาท)

10 อันดับ สถานที่ท่องเที่ยวค่าเข้าชมสุดแพงในประเทศจีน

8. อุทยานแห่งชาติหวงหลง มณฑลซื่อชวน

          คำว่า "หวงหลง" แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า "มังกรเหลือง" ซึ่งเป็นคำที่ใช้เปรียบเปรยแนวหินสีเหลือง ที่เกิดจากการจับตัวของแคลเซียมที่ทอดตัวยาวประมาณ 7 กิโลเมตร และกว้าง 300 เมตร คล้ายมังกรสีเหลือง โดยความสมบูรณ์ของธรรมชาติที่นี่สวยงามถึงขนาดที่ได้รับการจดทะเบียนให้เป็นมรดกโลกเลยทีเดียว และถ้าใครอยากไปชมด้วยตาตัวเองสักครั้ง ก็สามารถจ่ายค่าเข้าชมได้ในราคา 200 หยวน (ราว 1,000 บาท) ต่อคน

10 อันดับ สถานที่ท่องเที่ยวค่าเข้าชมสุดแพงในประเทศจีน

7. วังโปตาลา ทิเบต

          พระราชวังแห่งนี้เป็นทั้งป้อมปราการและสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ใจกลางเมืองลาซา สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 โดยเป็นอาคารสูง 13 ชั้น และอยู่เหนือกว่าระดับน้ำทะเลกว่า 3,700 เมตร ซึ่งสถานที่แห่งนี้สามารถผสมผสานความสวยงามของทิเบตและจีนไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว 

อัตราค่าเข้าชม : 100 หยวน (ราว 500 บาท) ในช่วงปกติ และ 200 หยวน (ราว 1,000) บาท ในช่วงท่องเที่ยวเดือนพฤษภาคม - ตุลาคม

JiuZhaiGou

6. อุทยานจิ่วจ้ายโกว มณฑลซื่อชวน

          คำว่า จิ่วจ้ายโกว นั้นมีควาหมายว่า แควเก้าหมู่บ้าน (คำว่า จิ่ว = เก้า, ไจ้ = หมู่บ้าน, โกว = แควหรือธารน้ำ) ซึ่งหมายถึงหมู่บ้านของชนเผ่าชาวทิเบตทั้ง 9 ที่อาศัยอยู่ในสถานที่แห่งนี้ จุดเด่นของอุทยานจิ่วจ้ายโกวที่ทำให้นักท่องเที่ยวชื่นชมกันมาก ก็คือความสวยงามสมบูรณ์ของธรรมชาติ โดยเฉพาะทะเลสาบน้ำจืดขนาดน้อยใหญ่ที่มีจำนวนมากถึง 144 แห่ง และใบไม้เปลียนสีที่ดูงดงามเป็นพิเศษช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งเป็นที่นิยมมากในหมู่นักท่องเที่ยว

อัตราค่าเข้าชม : 80 หยวน (ราว 400 บาท) และ 220 หยวน (ราว 1,100 บาท) ในช่วงท่องเที่ยวเดือนพฤษภาคม - ตุลาคม

5. ซีสยาโข่ว เวยไห่ มณฑลซานตง

          หมู่บ้านแห่งนี้ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งของจีน โดยมีความโดดเด่นอยู่ที่เขตอนุรักษ์ป่าไม้และสัตว์ป่าตามธรรมชาติเสินเตียวซาน ที่มีสัตว์หายากมากมายหลายชนิดให้เราได้ดู และเขตทิวทัศน์ซานโถวซึ่งเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นได้งดงาม ถึงขนาดมีฉายาว่า "ถ้ำแห่งความหวังของประเทศจีน" เลยทีเดียว

อัตราค่าเข้าชม : 230 หยวน (ราว 1,150 บาท)

10 อันดับ สถานที่ท่องเที่ยวค่าเข้าชมสุดแพงในประเทศจีน

4. หวงซาน มณฑลอานฮุย

          เทือกเขาแห่งนี้มีจุดเด่นอยู่ที่ทะเลหมอกอันสวยงาม ที่ทำให้เทือกเขาแห่งนี้ดูราวกับเมืองในนิทานที่ลอยอยู่บนก้อนเมฆ เกิดขึ้นเนื่องจากการที่ยอดเขาที่นี่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง 1,864 เมตร และมีสภาพทางภูมิศาสตร์เป็นแบบหุบเขาลึกสูงชัน จึงทำให้อากาศบนยอดเขาและตีนเขาต่างกันจนเกิดทะเลหมอก และนอกจากทะเลหมอกอันสวยงามของที่นี่แล้ว สิ่งสวยงามอีก 3 สิ่งของหวงซาน ซึ่งได้แก่ "สนประหลาด หินพิสดาร และแหล่งน้ำพุร้อน" ของที่นี่ยังเป็นที่นิยมมากในหมู่นักท่องเที่ยวอีกด้วย จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลยที่ความสวยงามของที่นี่จะทำให้หวงซาน ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

อัตราค่าเข้าชม : 230 หยวน (ราว 1,150 บาท)

10 อันดับ สถานที่ท่องเที่ยวค่าเข้าชมสุดแพงในประเทศจีน

3. จังจยาเจี้ย มณฑลหูหนาน

          ที่นี่ถูกแต่งตั้งโดยรัฐบาลให้เป็นวนอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศจีน เมื่อปี พ.ศ. 2531 และได้รับการจดทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากยูเนสโก โดยมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังจยาเจี้ย ได้แก่ วนอุทยานจังจยาเจี้ย เขตอนุรักษ์ธรรมชาติหุบเขาสั่วซี เขตอนุรักษ์ธรรมชาติเขาเทียนจื่อซัน 

อัตราค่าเข้าชม : 245 หยวน (ราว 1,225 บาท)

10 อันดับ สถานที่ท่องเที่ยวค่าเข้าชมสุดแพงในประเทศจีน

2. โรงถ่ายภาพยนตร์เหิงเตี้ยน

          ถ้าคุณเป็นอีกคนที่เป็นแฟนภาพยนตร์จีนล่ะก็ ทริปทัวร์เมืองจีนของคุณไม่ควรพลาดที่นี่เด็ดขาด เพราะเป็นโรงถ่ายภพยนตร์ขนาดใหญ่ถึงขนาดได้ฉายาว่า "ฮอลลีวูดแห่งเมืองจีน" ซึ่งจำลองหมู่บ้าน รวมถึงพระราชวังในสมัยก่อนเอาไว้ได้อย่างสวยงาม และใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ย้อนยุคมากมายหลายเรื่อง 

อัตราค่าเข้าชม : 420 หยวน (ราว 2,100 บาท) และ 360 หยวน (ราว 1,800 บาท) ในช่วงฤดูหนาว

10 อันดับ สถานที่ท่องเที่ยวค่าเข้าชมสุดแพงในประเทศจีน

1. หุบเขาใหญ่หยาหลู่จั้งปู้เจียง ทิเบต

          แล้วก็มาถึงอันดับ 1 เสียที นั่นก็คือ หุบเขาใหญ่หยาหลู่จั้งปู้เจียง นั่นเอง โดยที่นี่เป็นแหล่งอนุรักษ์สัตว์ป่าหายากขนาดใหญ่ของจีน ซึ่งสัตว์ป่าหายากของประเทศจีนทั้งหมดอาศัยอยู่ที่นี่ถึง 34.5% ยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่ยังมียอดเขาขึ้นชื่อ หนานจยาปาหว่า ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเท้าในเขตม่อทัว เมืองที่ได้ฉายาว่า "ดอกบัวที่ซ้อนเร้น" จากการทีมีวิวทิวทัศน์อันสวยงามแต่ยากจะเข้าถึง จากเส้นทางที่ได้ชื่อว่าทรหดที่สุดของประเทศ ซึ่งทำให้นักเดินทางหลายคนอยากลองไปทดสอบความอดทนเพื่อได้เห็นวิวสวย ๆ ด้วยตาตัวเองกันสักครั้ง 

อัตราค่าเข้าชม : 270 หยวน (ราว 1,350 บาท) แต่ถ้ารวมค่าทัศนาจรทางเรือด้วยก็จะมีค่าใช้จ่ายทั้งหมด 680 หยวน (ราว 3,400 บาท)

หลังจากอ่านจบแล้วก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหลาย ๆ ที่ถึงมีราคาสูงนัก เพราะส่วนใหญ่แล้วเป็นสถานที่เก่าแก่และยังคงความสวยงามตามธรรมชาติไว้ได้อย่างสวยงามคุ้มกับราคาจริง ๆ




 

Create Date : 09 มิถุนายน 2555    
Last Update : 9 มิถุนายน 2555 0:47:39 น.
Counter : 1094 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  

Aoniiz
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Aoniiz's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.