ใต้ฟ้าเดียวกัน.... ForGet mE nOt
Group Blog
 
All blogs
 
เมื่ออุษาเยือนเสมือนธรรมชาติยังปรานีเรา



เมื่อยามรุ่งอรุณเราได้เห็นแสงฉายสาดส่องมาสู่โลกนะขอบฟ้า
จากแสงของดวงตะวัน นั้น เราได้รับความปรานี จากธรรมชาติ
เราได้ยินเสียงนกร้องก้องกังวาน บ้าง แผ้วหวานมาทักทาย
ได้เห็นใบไม้ไหวเอนเอียงระริกอ่อนช้อยรับแสงยามรุ่งสาง
ดอกไม้แย้มยิ้นเบ่งบานซึ้งยังมีน้ำค้างเกาะตามกลีบตามใบ
สัมผัสลมอันพร่างพราวพลิ้วไกวให้เราได้สัมผัสธรรมชาติ
อันบริสุทธิ์สดชื่น จงเก็บกักความสดใสสดชื่นให้อยู่
ในร่างกายในดวงใจของเราให้เต็มที่
แล้วทุกท่านจะเริ่มทำงานทำหน้าที่ได้อย่างมีความสุขตลอดเวลา




อรุณรุ่งแสงฉายระบายฟ้า
พราวนภาเรืองรองผ่องอำไพ
ช่างเฉิดฉันท์งดงามทั่วพงไพร
หน้าพิสมัยละไมเมื่อได้ยล

เป็นสัญญาณบอกว่าอุษาเยือน
เสียงวิหคละเรือนในไพรสณฑ์
แสวงหาอาหารปะทังตน
ทั้งดิ้นรนคาบเหยื่อเผื่อลูกในรัง

หมู่ปักษายังขยันหมั่นหากิน
ท่านที่รักอย่าถวิลจะพลาดพลั่ง
ตื่นแต่เช้าเกลาจิตให้มีพลัง
ชำระล้างมลทินออกจากใจ

อายุขัยในมนุษย์นี้น้อยนัก
หากช้าชักจักเกินกาลสุดแก้ไข
เพราะบางคนอาจตายก่อนถึงวัย
มรณภัยนี้ไม่รอให้ต่อรอง

เป็นมนุษย์แสนดีมีโอกาส
มีปัญญาเฉลียวฉลาดกว่าสัตว์ทั้งผอง
ขอวิงวอนทุกทุกท่านจงไตร่ตรอง
ยึดพระธรรมมาประคองในดวงใจ

เป็นอุปนิสัยเป็นปัจจัยในภพหน้า
เป็นปัญญาบารมีชี้แจ่มใส
เพื่อไม่หลงเพลิดเพลินเมื่อเดินไป
เชิญท่านไซร้ตื่นขึ้นรับสดับธรรม




คำของปู่พุทธะ

ธรรมะไม่ไช่สิ่งที่เอาแต่พูด หรือเอาไว้ท่องจำ
คำที่ปู่สอน รื้อขยะเก่าทิ้ง ไม่เพิ่มขยะใหม่
ทำของดีที่มีอยู่แล้วให่ผ่องใส

(คำอธิบาย) คือ อย่าได้แสวงหาสิ่งที่เป็นศาสนานอกตัว
เพราะการแสวงหาสิ่งต่างๆ นอกจากจะไม่เป็นการรื้อขยะเก่าแล้ว
ยังเป็นการเพิ่มขยะใหม่ แถมของดีที่มีอยู่แล้วก็อาจจะหาไม่เจอ
เพราะถูกขยะ หรือการแสวงหาที่ไม่มีที่สิ้นสุดทั้งหลายปิดบังปกคลุมอยู่

หรือสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วผ่านมานาน แต่กับนำมาซึ่งปัญหาเดิม กับทำให้ทุกอย่างไม่มีที่สิ้นสุด


คนที่คิดว่าตัวเองดีแล้วนั้นแหละยอดเลว
จงดูน้ำเป็นตัวอย่างมันเป็นตัวแทน ของความเยือกเย็นใสสะอาด
แต่แฝงไว้ด้วยพลังและอำนาจอันมากมายมหาศาล
น้ำสามารถแทรกซึมเข้าไปได้ทุกที่ไม่มีที่ไหนที่น้ำเข้าไปไม่ได้
และมันเข้าไปอาศัยอย่างผู้ชนะด้วย

น้ำอยู่ในขวดก็เป็นรูปขวด อยู่ในโอ่งในไห อยู่ได้กับภาชนะทุกรูปแบบ
แต่มันก็ยังคงคุณสมบัติของความเป็นน้ำอยู่นั้นเอง

เราได้ยินเสียงใบไม้กระทบกันกร่างกราว ยามลมพัดกรรโชกมา
นกร้องจิ๊บๆ อยู่บนยอดไม้ท่ามกลางความเงียบสงบ
ประโยชน์อันบริสุทธิ์สร้างสรรค์ทุกขณะจิตของธรรมชาติ

อยากเป็นคนรวยต้องหมั่นทำบุญทำทาน
เป็นผู้เสียสละรู้จักให้แล้วจะไม่รู้จักอด

อยากเป็นคนเก่งต้องหมั่นฝึกอบรมสตอปัญญาต้องสั่งสมเรื่อยมา
อยากเป็นคนพูดจาไพเราะน่าฟังต้องพูดแต่สิ่งดีมีประโยชน์
ถึงจะด่าก็ด่าอย่างมีศิลปะ ด่าแล้วคนฟังไม่โกรธ
อยากสวยต้องรักาาศีล
อยากมีบริวารต้องรู้จักศรัทธาฟังผู้อื่น
อยากมีวาสนาต้องเป็นผู้ให้ทำดีต้องได้รับผลดี จะเป็นชั่วไปไม่ได้
นั่นมันตลกแล้ว ฉันใดก็ฉันนั้น เหมือนอย่างเราควรรู้จัก
ใฝ่หานักปราชญ์ราชบัณฑิต รู้จักเสียสละรู้จักเป็นผู้ให้

ทำใจให้สอดคล้องผสมผสาน
เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ
และจงแสดงความเป็นอิสระ
ต่อ ธรรมชาติ
หรือ
ปล่อย ว่าง ละ เว้น
ไม่มีรูปร่าง ไม่มีตัวตน
ย่อมไม่มีการแสดงออก




(ธรรมของหลวงปู่เกษม เขมโก)

ถ้าจับวิญญาณได้คงรู้ว่าวิญญาณหลอกให้เราหลง อันนี้นะ “ธรรม”
ทางพระเดิน รู้แล้วอย่าเพลินตาม วิญญาณ ให้เพิศเพ่ง เลงดูของในตัว
ให้เป็นของชั่วสิ้นทั้งนั้น

“จิต” ละเอียด ก็เกลียดซึ่งร่างกาย
ว่ารูปธรรมเป็น “ปฏิกูล”
ตายแล้วก็ประมูล เป็นขึ้นมา
จะนับชาติกำเนิดนั้นไม่ได้ ย่อมเวียนว่ายตายเกิดใน “สังสาร”
ไม่รู้แล้ว โลภะ โทสะ นั้นเกิดมาจึงทนทุกข์เวทนา ทุกชาติไป
อัน “ความรัก” ชักชวนให้เราเกิด
ตรองดูเถิดนั้นเห็นเป็นการใหญ่
จงสละ “รัก” หักลงไป
จึงจะได้เห็นชัดว่า อัตตา ว่ารูปกายไม่ใช่ตัวตน มาหลงกลตัวเรา
ช่าง โง่ เง่า เขลาหนักหนา
คือ โลภะ โทสะ โมหะ กำบังตา
อวิชชาตัณหา เป็นต้นเหตุ
คอยสังเกตุ จึงจะรู้อย่าดูหมิ่น
จงเปลื้องปลดเสียให้ หมดซึ่งราคิน
จึงสิ้น “ความแก่” และเจ็บตาย
จงเร่งขวนขวายทำไว้เมื่อยังดี
ครั้นเต็มที่เจ็บปวด นั้นยอดยิ่งยากนัก
ที่จะได้เห็นความจริง
“ความเจ็บ”
ยิ่งเหลือทนพ้นกำลังสุขไม่เป็น
เจ็บร้อนนอนกระสับกระส่าย
ให้ผุดลุกผลุดนั่งไม่ตั้งกาย
มัจจุราช หรือจะหมายมากล้าเกรงใจเราเอง
เขลา โฉด จะโทษใคร
มัวเป็นบ้าหาแต่ของช่วยตัวไม่ได้
อันธรรมของพระไม่อาลัย
ครั้นถึงภัยตนทำลนลาน




ข้าพเจ้าเองก็ยังซึ่งละมิได้มาก แต่เร่งกำหราบให้หมดสิ้น
ได้มากบ้างน้อยบ้างไม่ถวิล สะสมล้างมลทินออกจากใจ
ข้าพเจ้าเองก็ยังอยู่ในสังคมแห่งแสงสี มี รัก โลภ โกรธ หลง
เพราะข้าพเจ้าเอง ก็ยังติดในกิเลสอยู่เช่นกัน
ยังแต่งตัวสวยงามในวงสังคม
แต่ข้าพเจ้า ฝึกหัดเพื่อละซึ่งความอาฆาตพยาบาทจองเวรซึ่งกันและกัน
ข้าพเจ้ากำลังเติมน้ำทีละหยดเพื่อรดหลั่งให้ดวงจิตของข้าพเจ้าได้เย็นฉ่ำ
ละ เว้น ด้วยน้ำอมฤตรส
ใครต้องการมีดวงจิตที่ใสสว่าง ท่านจงมองต้นไม้ใบหญ้าดอกไม้
แสงตะวันและสิ่งที่อยู่รอบๆตัวท่านสิค่ะ นั้นคือความสุขที่แท้จริง
ที่มนุษย์เราต้องการค่ะ








Create Date : 30 ตุลาคม 2550
Last Update : 6 กุมภาพันธ์ 2551 21:29:24 น. 0 comments
Counter : 519 Pageviews.

วนารี
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




หัดเขียนเพื่อเรียนรู้ค่ะ
^^^^^^^^^^^^
ความรัก เสลาสลักสวยใส
งามใดเล่า งามใด
เทียบได้งดงาม ความรัก
จรดลึก ในความทรงจำ
ลึกล้ำ ย้ำรอยสลัก
นิรันดรนั้น นานหนัก
แต่รักเรา นานกว่านั้น
^^^^^^^^^^^^

เขาว่าเรา เราอย่าโกรธ ลงโทษเขา
ในเมื่อเรา นั้นไม่เป็น เช่นเขาว่า
หากเราเป็น จริงจัง ดังวาจา
เมื่อเขาว่า อย่าโกรธเขา เราเป็นจริง
Friends' blogs
[Add วนารี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.