ใต้ฟ้าเดียวกัน.... ForGet mE nOt
Group Blog
 
All blogs
 
กายนครคำกลอน (หน้า 41-45 ค่ะ)





คิดผันแปรแก้เคืองทูลเยื้องยัก
กำแพงหักลงระทมเพราะลมต้อง
ให้เกณฑ์พลคนนั่งประจะซอง
ก็ปิดป้องไม่หยุดสุดกำลัง ฯ

ภูวไนยได้สดับขุนปฐพี
ยิ่งทวีกริ้วกราดประภาษสั่ง
มึงเร่งแต่งนครกายให้หายพัง
มิระวังจะประหารผลาญชีวี

ขุนสุธากราบก้มบังคมบาท
รีบคลานลาดออกมาตรวจหน้าที่
เห็นยับเยินคับใจใช่พอดี
ปฐพีเคืองระคายนายชรา

จะเรียกตัวซักไซ้ก็ไม่พบ
ด้วยรู้หลบมีมนต์ดลคาถา
ไม่ประสพพบพานดาลวิญญาณ์
ขุนสุธาคิดอ่านการซ่อมแซม

42
กำแพงตะโจนั้นต้องควันคล้ำ
หายาน้ำตบแต่งปูนแป้งแต้ม
ป้อมเกศาหักพังต่อตั้งแซม
กระเหม่าแนมน้ำมันเชื้อทาเจือกัน

หญ้าไม่ดำซ้ำขาวออกพราวพร้อย
ยิ่งยับย่อยทั่วทั้งแดนแคว้นมหันต์
หลวงชรายิ่งชะล่าระเริงครัน
เข้าดึงดันในเสมานะหารู

สายโซ่ใหญ่เหนี่ยวรั้งเสียทั้งหมด
ดึงขอดขดย่อย่นไม่ทนสู้
ป้อมทันตาโยกพังหลุดพรั่งพรู
นายประตูทูลสารพระผ่านภพ

ทั้งขุนปฐพีร่ำซ้ำสนอง
ว่าเหลือตรองแก้จริงทุกสิ่งจบ
ไม่คงคืนมีแต่ทรุดสุดรับรบ
ขอทรงภพทราบบาทฝ่าธุลี ฯ

43
จักพงศ์ทรงฤทธิ์จิตราช
ฟังอำมาตย์ทูลสนองยิ่งหมองศรี
คิดถึงคำโหรทายไว้เดิมที
ว่าจะมีภัยประชิดติดนคร

ก็ประจักษ์เหมือนคำทำนายไว้
แต่เราไม่จินตนาอนุสรณ์
หลงเชื่อคำนางตัณหาสารวอน
ทูลยอกย้อนยุให้ไล่โหรา

ทรงเสียดายใช้นายวิริยะ
เป็นธุระสืบแสวงทุกแห่งหา
ได้ทั้งสองโหรเฒ่านั้นเข้ามา
เฝ้าบาทาปิ้นเกล้าเจ้าธานี

พระยาจิตฤทธิรงค์ผู้ทรงเดช
ทอดพระเนตรโหรทั้งสองยิ่งหมองศรี
พลางเอื้อนโอษฐ์พจนาโปรดปรานี
ตรัสถามที่ลักษณะชะตาเมือง

44
ป้อมกำแพงนอกในร้ายนักหนา
จะเยียวยาไม่ฟังสิ้นทั้งเรื่อง
ทั่วธานีวิบัติน่าขัดเคือง
ทั้งชาวเมืองไม่มีสุขทุกข์ระทม ฯ

ฝ่ายโหราชื่อว่าสติล้ำ
กับทั้งสัมปชัญญะคู่ประสม
ฟังโองการพระผู้ผ่านบุรีรมย์
กราบบังคมดูคัมภีร์ชุลีทูล

ขอเดชะฝ่าละอองธุลีบาท
ภัยในราชบุรินทร์ไม่สิ้นสูญ
หนึ่งแรกตั้งนครเล่าเป็นเค้ามูล
ย่อมอาดูรมิได้สุขทุกคืนวัน

ทัพที่สองชราปัจจามิตร
มาตั้งติดนครเรศหักเขตขัณฑ์
ไม่มีใครเห็นตัวทั่วทั้งนั้น
เข้าบุกบั่นแย่งยื้อรื้อกำแพง

45
ทัพที่สามสงครามในเดือนหน้า
คือพยาธิประจญพลขันธ์แข็ง
ที่สี่ทัพมรณายิ่งกล้าแรง
ขอเชิญแต่งอาวุธไว้ยุทธนา

กระหม่อมฉันตรองตริดำริทราบ
จึงได้กราบทูลระบิลปิ่นเกศา
ทั้งสี่ข้อความขำร่ำพรรณนา
จงทราบฝ่าบาทบงส์พระทรงฤทธิ์ ฯ

ฝ่ายขุนสัมปชัญญะแจ้งระบอบ
จึงประกอบกราบทูลมูลกิจ
ว่าจตุอปายาปัจจามิตร
คอยประชิดชาติหน้าเมื่อล่าไป

คือนิรยะติรัจฉานะโยนิ
และปิตติวิสยะแดนอาศัย
กับทั้งอสุรกายร้ายเหลือใจ
ล้วนเป็นภัยผลาญสุขให้ทุกข์ตรอม



Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 7 พฤษภาคม 2550 8:04:38 น. 9 comments
Counter : 428 Pageviews.

 
เข้ามาอ่านค่ะ แต่งเก่งจังเลย เยอะด้วย(เมื่อไหร่จะอ่านครบเนี่ย)T-T


โดย: ปตารมินทร์ (pataramin ) วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:11:07:32 น.  

 
เป็นนักเขียนนิรนามจริงๆ หรือคะ ในหนังสือไม่มีข้อมูลผู้เขียนเลยเหรอคะเนี่ย... แต่คุณวนารีนี่ธรรมะธรรมโมจริงๆเลยค่ะ


โดย: ปตารมินทร์ (pataramin ) วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:11:11:02 น.  

 
สวัสดีค่ะ พี่ปตารมินทร์

บัวเห็นพี่เข้ามาหาบัวประจำนะค่ะขอบคุณค่ะพี่
ใช่ค่ะในหนังสือไม่มีชื่อผู้แต่งค่ะ
เขาวงเล็บไว้ว่า ไม่ปรากฏผู้แต่งค่ะ

จากสำหนักพิมพ์ ดวงแก้วค่ะ

จริงๆแล้วบัวไปเดินหาหนังสือเก่าๆที่สนามหลวงค่ะ
บัวไปหาประวัติสมเด็จพระนเรศวร แต่ได้เล่มนี้มาแทนค่ะ
เล่มละ 20 บาทค่ะปรากฏว่าบัวได้หนังสือธรรมะมา 6 เล่มค่ะ
รวมทั้งเล่มนี้ด้วย
บัวอ่านแล้วให้รู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้มีประโยชน์มาก
ก็เลยจะร่วมเผยแพร่ศาสนาค่ะ
และผู้ที่ได้อ่านเนื้อเรื่องในนี้
วนารีก็ขอให้ผู้แต่งเรื่องกายนครคำกลอนนี้ได้รับ
อานิสงส์ จากผู้อ่านทั้งหมดค่ะ
กราบขอบพระคุณค่ะทุกท่านที่เข้ามาอ่าน กายนครคำกลอน ค่ะ


โดย: วนารี วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:15:19:15 น.  

 
แล้วเจอกันใหม่วันเปิดบล๊อคนะจ๊ะ ดูแลตัวเองด้วยน้า


โดย: บัวริมบึง วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:21:20:28 น.  

 
ไม่มีเวลาเข้ามาอ่านต่อซะทีเลยค่ะ
แต่พอจะแว้บเข้ามาทักทายกันได้
หวังว่าคงสบายดีนะคะ ขอให้มีความสุขกับทุกๆวันค่ะ


โดย: ปตารมินทร์ (pataramin ) วันที่: 19 มีนาคม 2550 เวลา:15:23:45 น.  

 
สวัสดีจ๊ะน้องบัว...สบายดีหรือเปล่า...

พี่จะแวะมา ค่อยๆ ย้อนอ่านนะ


โดย: เพรง.พเยีย วันที่: 20 มีนาคม 2550 เวลา:5:54:03 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่บัวริมบึง สบายดีป่าวค่ะ
มิได้ทักทายกันเรยนะค่ะตั้งนานแร้วนะค่ะเนี่ย
คิดถึงจังค่ะ

สวัสดีค่ะ คุณปตารมินทร์
บัวสบายดีค่ะขอบคุณค่ะ
บัวขอให้คุณมีความสุขเช่นกันค่ะ

สวัสดีค่ะพี่นาง บัวสบายดีค่ะ
พี่นางก็คงสบายดีนะค่ะ
พักนี้บัวไม่ค่อยมีเวลาเท่าไรเรยค่ะ
บัวว่าจะโพสต์ลงให้หมดเครื่องที่เซฟไว้ก็เสีย
เรยยังโพสต์ไม่ได้เรยค่ะ
ยังเหลืออีก 100 กว่าหน้านะค่ะเนี่ย
ถ้าพี่มีเวลาค่อยเข้ามาก็ได้ค่ะ
บัวจะโพสต์วางไว้ตรงนี้แหละค่ะ
บัวเข้าไปอ่านงานพี่เสมอแหละค่ะ แต่มะคอมเม้นท์ไว้ค่ะ
คิดถึงพี่เสมอค่ะ

บัวขอให้พี่ๆทุกท่านมีความสุขค่ะ


โดย: วนารี วันที่: 20 มีนาคม 2550 เวลา:16:48:26 น.  

 
สวัสดีค่ะ น้องบัว(ขอเรียกอย่างนี้นะจ้ะ)

แต่งกลอนเก่งจังค่ะ....แต่ถ้าอ่านในนี้ย้อนต้นทั้งหมด
คงไม่ได้ค๊าเพราะพี่มีเวลาอยู่หน้าจอที่ออนไลน์ได้
แค่ช่วงเที่ยงกับช่วงเย็นเท่านั้น
จึงขอ copy ไปอ่านที่บ้านนะจ้ะ


โดย: ม่วงคราม (the violetblue home ) วันที่: 23 มีนาคม 2550 เวลา:12:12:10 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ม่วงคราม
ยินดีค่ะที่บัวมีพี่สาวเพิ่มอีกคนค่ะ
บัวมะได้แต่งเองหรอกค่ะพี่ม่วงคราม
บัวไปเดินดูหนังสือที่สนามหลวงวันมาฆะบูชาค่ะ
แล้วได้เล่มนี้มาด้วย บัวอ่านแล้ว
ทำให้อยากจะช่วงเผยแพร่ศาสนาค่ะ
ยังไม่จบนะค่ะแต่พอดีช่วงนี้ยุ่งๆค่ะ
เรยมีเวลาไม่มากบัวจะพิมพ์ลงให้หมดค่ะ
แต่ขอเวลานิดค่ะเพราะเยอะมากค่ะ
ขอบคุณค่ะพี่ม่วงคราม ที่แวะมาอ่านค่ะ
บัวคิดว่าอย่างน้อยคงมีประโยชน์
กับการใช้ชิวิตบ้างแหละค่ะ
ขอบคุณค่ะ



โดย: วนารี วันที่: 27 มีนาคม 2550 เวลา:20:23:55 น.  

วนารี
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




หัดเขียนเพื่อเรียนรู้ค่ะ
^^^^^^^^^^^^
ความรัก เสลาสลักสวยใส
งามใดเล่า งามใด
เทียบได้งดงาม ความรัก
จรดลึก ในความทรงจำ
ลึกล้ำ ย้ำรอยสลัก
นิรันดรนั้น นานหนัก
แต่รักเรา นานกว่านั้น
^^^^^^^^^^^^

เขาว่าเรา เราอย่าโกรธ ลงโทษเขา
ในเมื่อเรา นั้นไม่เป็น เช่นเขาว่า
หากเราเป็น จริงจัง ดังวาจา
เมื่อเขาว่า อย่าโกรธเขา เราเป็นจริง
Friends' blogs
[Add วนารี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.