ใต้ฟ้าเดียวกัน.... ForGet mE nOt
Group Blog
 
All blogs
 
กายนครคำกลอน(หน้า 66-70ค่ะ)




นางฟังความยามตรมอารมณ์หวน
ทั้งสองด่วนจรจรัลตามบรรหาร
พระจิตราชทรงสว่างสร่างรำคาญ
ด้วยนงคราญจรดลไปพ้นพักตร์

เรียกเสนายี่สิบห้าเข้ามาเฝ้า
แล้วตรัสเล่าความประชวรที่ด่วนหนัก
ยังมิหนำซ้ำนิมิตหลากจิตนัก
ไม่ประจักษ์จนบัดนี้ว่าดีร้าย

พลางกล่าวความถามนิมิตคิดกังขา
สองโหรานั้นก็ขับไปลับตา
จะได้ใครกล่าวคำช่วยทำนาย
พอให้คลายสงสัยในกระมล ฯ

ฝ่ายเสนีเหล่านั้นฟังบรรหาร
กราบทูลสารทรงเดชตามเหตุผล
ว่าต้องเคราะห์เพราะขุนนางสิบสี่คน
แกล้งกล่าวกลยุตะบึงจึงเสียความ

67
พระจอมพงศ์ทรงศักดิ์ดังหลักโลก
ประชวรโรคเพราะอมิตรคิดหยาบหยาม
ข้าศึกนอกมาประชิดคิดสงคราม
เพราะเสี้ยนหนามศัตรูอยู่ภายใน

อันศัตรูทั้งสองมองไม่เห็น
จึงเกิดเข็ญวิปริตผิดวิสัย
ซึ่งพระองค์ทรงนิมิตแม้นคิดไป
ก็อยู่ในสิ่งที่มีดีและร้าย

ขอเดชะพระองค์ดำรงภพ
ทรงปรารภคำประมูลทูลถวาย
นิมนต์สังฆราชามาธิบาย
คงทำนายนิมิตสมอารมณ์ปอง

68
ท่านชำนาญณานกล้าปรีชาหาญ
เป็นอาจารย์หม่อมฉันนั้นทั้งผอง
จะดับโรคาฝ่าละออง
อย่าหม่นหมองพระอุราฝ่าธุลี ฯ

ได้ทรงฟังดังอมฤตรส
พระทรงยศสั่งสนองด้วยผ่องศรี
ขุนศรัทธานิมนต์มาบัดเดี๋ยวนี้
จะแก้ที่ทุกข์ช้ำระกำทรวง ฯ

อำมาตย์รับวาทีชุลีหัตถ์
แล้วรีบรัดพร้อมพรั่งจากวังหลวง
เดินมิได้หยุดยั้งสิ้นทั้งปวง
เลยลุล่วงมรรคาถึงอาราม

นิมนต์พระสังฆราชให้คลาดแคล้ว
ครองผ้าแล้วรีบครรไลมิได้ขาม
พาเข้าปรางค์มาศนั่งอาสน์งาม
แล้วกล่าวความถวายพรภูธรเธอ ฯ

69
กรุงกระษัตริย์ทรงนมัสการกราบ
ให้เอิบอาบฤดีไม่มีเสมอ
เรียกเสนีปฏิบัติพัดบำเรอ
แล้วท้าวเธอแจ้งความตามอาดูร

ว่าเดิมทีธานีของโยมนั้น
สารพันยับไปทั้งไอศูรย์
ครั้นเยียวยายิ่งวิบัตปฏิกูล
โยมยิ่งพูนเพิ่มทุกข์ไม่สุขเลย

เข้าไสยาสน์หวาดหลับอยู่กับที่
เหมือนถูกตีล้มทับกับเขนย
คิดรักษายาหยูกไม่ถูกเลย
ทั้งไม่เคยฝันเห็นก็เป็นไป

นิมิตว่าดาบสพระองค์หนึ่ง
เข้ามาถึงแท่นรัตน์ตรัสปราศรัย
ถามสองข้อปริศนาท่านว่าไว้
ข้อหนึ่งไซร้ยาวอยู่ให้ดูทอน

70
ข้อหนึ่งนั้นให้ต่ออย่าท้อจิต
ให้ตรองคิดในสามวันจะผันผ่อน
พระฤาษีสั่งเสร็จระเห็ดจร
โยมเร่าร้อนกลุ้มจิตตื่นนิทรา

ไม่ทราบความตามทำนองจึงหมองศรี
เหตุร้ายดีเป็นไปไฉนหนา
หรือจะต้องโพยภัยในพารา
จงโปรดข้าเชิญแสดงให้แจ้งพลัน ฯ

ท่านพระสังฆราชาสดับเหตุ
รู้วิเศษตามจริงทุกสิ่งสรรพ์
จึงถวายพรองค์พระทรงธรรม์
ว่าอย่าหวั่นพรั่นใจด้วยภัยพาล

ด้วยกุศลพระองค์มีเป็นเป็นที่พึง
จึงทรงซึ่งนิมิตเห็นเป็นแก่นสาร
อาตมาจะกล่าวธรรมล้ำโอฬาร
ขอภูบาลทรงฟังตั้งอารมณ์





ชีวิตคือดวงจิตแสวงหา
กำเนิดกายรูปมาจากก่อผล
ด้วยกรรมดีกรรมชั่วเป็นตัวตน
ไห้ปรากฏของผลเป็นรูปกาย

เพราะมีกรรมรองรับร่างมนุษย์
ผลการย์ฉุดวิญญาณมาเวียนว่าย
กรรมชะตานำพาจิตเป็นนาย
กายเป็นบ่าวร่างกายเพียงปลายทาง

รักและห่วงบ่วงบาศอยากถ่ายถอน
จิตนิวรณ์กิเลสมิถากถาง
ให้เวียนตายเวียนเกิดกำเนิดตาม
ที่ก่อร่างสร้างกรรมทำขึ้นมา

พ่อและแม่สัมพันธ์เพราะกรรมฉุด
เป็นมนุษย์ติดบ่วงเสน่หา
ปฏิสนธิรูปกายเป็นลูกยา
โลภ โกรธ หลง ตามมาให้ได้เจอ

สร้างกรรมดีติดไว้ให้พานพบ
เพื่อบรรจบผลบุญนำเสนอ
สร้างสมกรรมทำดีไว้บำเรอ
จะพบเจอครอบครัวสุขสมบูรณ์



Create Date : 17 เมษายน 2550
Last Update : 7 พฤษภาคม 2550 8:00:59 น. 1 comments
Counter : 411 Pageviews.

 
แวะมาทักทายจ้า

นอนหลับฝันดีนะคะ



โดย: gripenator วันที่: 17 เมษายน 2550 เวลา:21:10:19 น.  

วนารี
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




หัดเขียนเพื่อเรียนรู้ค่ะ
^^^^^^^^^^^^
ความรัก เสลาสลักสวยใส
งามใดเล่า งามใด
เทียบได้งดงาม ความรัก
จรดลึก ในความทรงจำ
ลึกล้ำ ย้ำรอยสลัก
นิรันดรนั้น นานหนัก
แต่รักเรา นานกว่านั้น
^^^^^^^^^^^^

เขาว่าเรา เราอย่าโกรธ ลงโทษเขา
ในเมื่อเรา นั้นไม่เป็น เช่นเขาว่า
หากเราเป็น จริงจัง ดังวาจา
เมื่อเขาว่า อย่าโกรธเขา เราเป็นจริง
Friends' blogs
[Add วนารี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.