ใต้ฟ้าเดียวกัน.... ForGet mE nOt
Group Blog
 
All blogs
 
อย่าท้อต่อชีวิต



มนุษย์เราเกิดมาย่อมแตกต่าง
บ้างอ้างว้างปะปนระทมเศร้า
บ้างทุกข์ท้อต่อฝันเกินบรรเทา
ความหงอยเหงาเข้าครองจนระอา

คนที่ดีมีสุขหมดทุกข์โศก
อยู่บนโลกมายาอย่างเริงร่า
ครอบครัวดีสราญในวิญญา
เพราะเขามีบุญพาให้เพริศเพลิน

คนที่ทุกข์อย่าท้อรอโอกาส
ความมุ่งมารถตั้งมั่นนำสรรเสริญ
สร้างสิ่งดีคุณธรรมมาดำเนิน
ทุกข์ที่เกินจะลี้หลบหนีไกล

เพียรปลดปล่อยทุกข์ตรมความขมขื่น
ทุกวันคืนอุทิศให้ไสว
ขอผ่อนผันกรรมเวรชดใช้ไป
คงมินานเท่าไรจะพ้นมาร

ทั้งทุกข์สุขปนเปรเห่ชีวิต
เพราะกรรมมาลิขิตตามล้างผลาญ
มีสติดำริไว้ทุกกาล
มิช้านานแสงสว่างกระจ่างจริง

มีขันติเป็นพระขรรค์มั่นกับตัว
ความดีชั่วคือราชการงานสุงสิง
มีปัญญาเป็นอำมาตย์ให้พังพิง
พาดวงจิตโลดวิ่งเลิศวิไล



บทโศลกแห่งพุทธะ

ดูช่างเป็นเรื่องแปลก ที่พวกเรา มีหู มีตา เอาไว้สำหรับดูแลฟังคนอื่น
ดูเหมือนจะหาได้น้อยมาก ที่จะดูและฟังตัวเอง

ข้าพเจ้ามาอ่านบทนี้ของปู่พุทธะ มานั่งแปลความหมายว่าคืออะไร
จิตที่นิ่งลำดับเรื่องราวของความรู้สึกตัวข้าพเจ้าเอง
จึงได้ใจความมาเตือนตัวเองว่า เราต้องเรียนรู้และรับฟังความคิดความอ่านของใจตัวเราเอง
ว่าเราต้องการอะไร พึงระลึกรับรู้ความเป็นไปของใจตัวเอง เมื่อจิตใจเกิดทุกข์
สาเหตุเกิดจากอะไรแล้วหาวิธีดับทุกข์นั้นเสีย ฟังเสียงเรียกร้องจากจิตตัวเรา
วัตถุสิ่งของ เป็นของนอกกาย ดิน น้ำ ลม ไฟ มิตายจากไปได้
แต่ร่างกายเราเองมิจีรังยั่งยืน เพราะฉะนั้นเราจึงต้องฝนขวายหาสิ่งที่เป็นของจีรังกับตัวเรา
คือผลบุญที่จะหนุนนำให้เราได้รับสุขตลอดไป ไม่หิวโหย ไม่ทุกข์ทน ไม่ท้อถอย

เรามาสวดมนต์เฉลิมฉลองให้กับกายลึกลึก ของเรา ที่เราจะมีโอกาสทำความรู้จัก
กับมันอย่างลึกซึ้งในโอกาสต่อไป
ชาวโลกเขาเฉลิมฉลองวันสิ้นปี แต่เรามาสวดมนต์เฉลิมฉลองวันที่จะทำให้เราสิ้นกาย

ชาวโลกเขาเฉลิมฉลองวันปีใหม่ แต่เรามาสวดมนต์เฉลิมฉลองกับการที่เรามีโอกาส
ได้รู้จักกับกายใหม่ที่ยิ่งใหญ่ของเรา

ข้าพเจ้าอ่านมาถึงบทนี้ ก็มีใจคิดว่า เมื่อเช่นนั้นเราก็สวดเฉลิมฉลองเสียทุกวันไม่ดีกว่าหรือ
ทำวันละนิดทำบ่อยๆ เราก็จะมีจิตใจที่มีความสุขสดชื่น ต่อสู้กับงานทำหน้าที่อย่างมีความสุข
เพราะจิตใจเราสบายผ่อยคลาย
บทสวดมนต์ คือ บทเพลงของคนที่มีความสุข
บทร้องเพลง คือ บทบรรเลงของคนที่มีความทุกข์
เป็นเช่นนั้นเราก็ สวดมนต์ กับร้องเพลง ไปด้วยกัน ดีกว่าไหมนะ
จะได้เรียนรู้ปรับสภาพทั้งทุกข์สุขไปพร้อมกันเสียเลย




บ้านคือกาย เจ้าของบ้านคือใจ นครกายแห่งนี้เต็มไปด้วยหยากเยื่อ หยากไย
แถมเจ้าของบ้านยังปิดประตูหน้าต่างเสียอีก จงเปิดใจให้กว้าง
เพื่อรับแสงสว่าง จากครูผู้ใจอารี ให้เข้ามาทำลายความมืดบอด
และ ชำระล้างกวาดเช็ด เมื่อบ้านสะอาด เจ้าของบ้านจะมีอิสระ
สว่าง กระจ่างจิต


มรรคผลพ้นสมัยนั้น............อย่าขาน
เป็นคำพูดของคนพาล..........เท่านั้น
ธรรมะไม่ล่วงกาล........ยังอยู่ เสมอนะ
หากปฏิบัติเข้านั้น........ย่อมรู้ รสธรรม







Create Date : 16 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 16 พฤศจิกายน 2550 20:34:57 น. 0 comments
Counter : 394 Pageviews.

วนารี
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




หัดเขียนเพื่อเรียนรู้ค่ะ
^^^^^^^^^^^^
ความรัก เสลาสลักสวยใส
งามใดเล่า งามใด
เทียบได้งดงาม ความรัก
จรดลึก ในความทรงจำ
ลึกล้ำ ย้ำรอยสลัก
นิรันดรนั้น นานหนัก
แต่รักเรา นานกว่านั้น
^^^^^^^^^^^^

เขาว่าเรา เราอย่าโกรธ ลงโทษเขา
ในเมื่อเรา นั้นไม่เป็น เช่นเขาว่า
หากเราเป็น จริงจัง ดังวาจา
เมื่อเขาว่า อย่าโกรธเขา เราเป็นจริง
Friends' blogs
[Add วนารี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.