ใต้ฟ้าเดียวกัน.... ForGet mE nOt
Group Blog
 
All blogs
 
กายนครคำกลอน (หน้า 101-110 ค่ะ)




โหรประณตบทศรียินดีนัก
แสนสมัคปรีดิ์เปรมเกษมสานต์
หมั่นเข้าเฝ้าทรงฤทธิ์เป็นนิจกาล
ทุกวันวารเช้าเย็นไม่เว้นวาย

คอยทูลเตือนให้พระองค์ทรงสิกขา
สร้างวัดวาพร้อมพรั่งทั่วทั้งหลาย
แล้วหลั่งทักษิโณทกยกภิปราย
แจกจำหน่ายบุญญาทั่วธาตรี ฯ

ฝ่ายเทวัญอันรักษาเศวตฉัตร
ทราบรหัสสรรเสริญเจริญศรี
ชวนกันช่วยโมทนาบารมี
ด้วยปรานีปิ่นกระษัตริย์ขัตติย์วงศ์

เข้าดลจิตหลวงชราพยาธิ
ให้ดำริเห็นผลกุศลส่ง
รอทัพไว้ยังไม่รณรงค์
เมตตาองค์ขัตติยาเจ้าธานี ฯ

102
จอมนรินทร์ปิ่นประชาเฉลิมโลภ
ระงับโศกสร่างทุกข์เป็นสุขี
ทรงสั่งสมบุญญาบารมี
เพิ่มทวีบริจาคมากอนันต์

ให้ตบแต่งบิณฑบาตอังศาสสงฆ์
ผู้ดำรงสิกขาให้มาฉัน
ใหพระโรงภัตตัคค์ตำหนักจันทน์
เป็นนิรันดร์ผลัดเปลี่ยนเวียนกันไป

วันหนึ่งเป็นวันพระเข้าพรรษา
พระเถราราชครูผู้เป็นใหญ่
รับนิมนต์ขององค์พระทรงไชย
เข้าฉันในท้องพระโรงตามโองการ

ท้าวเธอทรงต้อนรับอภิวาท
แล้วอังคาสด้วยโภชนาหาร
อันมีรสโอชะล้วนตระการ
นฤบาลคอยประดับรับวาที

103
ในวันนั้นพระสงฆ์ทรงสิกขา
ซึ่งเข้ามาฉันในวันนรังสี
ที่เยี่ยมยอดแกล้วกล้าปัญญาดี
มีถึงสี่ทรงฐานะเป็นพระครู

องค์หนึ่งนามสมถกัมมัฏฐาน
แสนเชี่ยวชาญเรืองไชยใครไม่สู้
องค์หนึ่งนามวิปัสสนาเหมือนตราชู
ตรัสรู้ธรรมะสารพัด

องค์หนึ่งนามขันตีมีอดกลั้น
ไม่หวาดหวั่นพรั่นในภัยพิบัติ
องค์หนึ่งนามตะปะเดชชะมัด
คอยนำสัตว์สู่สถานอันบวร

ทั้งสี่องค์ปรีชาล้วนสามารถ
ศิลปศาสตร์เรืองไชยดังไกรสร
แม้นใครฝากกายาก็พาจร
ให้หลุดถอนพ้นได้จากภัยพาล

104
ล้วนคุ้นเคยกับพระสังฆราช
ผู้จอมปราชญ์ปรีชามหาศาล
จึงเคารพนบนิ้วนมัสการ
โดยฐานท่านเป็นใหญ่ในทางธรรม ฯ

พระสังฆราชแลพบประสพพักตร์
ยินดีนักดังได้ไปสวรรค์
กล่าวสุนทรธรรมสากัจฉากัน
แล้วผินผันถวายพรสอนภูมินทร์

ให้นิมนต์สี่องค์ทรงสิกขา
ต่อนาวาพาข้ามกระแสสินธุ์
ออกจากห้วงล่วงพ้นซึ่งมลทิน
หมู่อรินทร์เข็ดขยาดไม่อาจตาม

ซึ่งสองทัพที่มาติดประชิดอยู่
พอจะสู้รบไปมิได้ขาม
แต่กองทัพมรณากล้าสงคราม
เป็นทัพสามราวกับเสืออันเหลือร้าย

105
ถึงใครมีฤทธีสักเพียงไหน
สู้ไม่ได้ทั้งนั้นอย่ามั่นหมาย
แม้นหนีสู่เมืองแก้วอันแพรวพราย
อันตรายสงครามตามไม่ทัน

หากมหาบพิตรคิดหลีกหนี
เป็นความดีถูกทางอย่างมหันต์
รูปจะไปเป็นเพื่อนองค์พระทรงธรรม์
ไม่ทิ้งกันเลยบพิตรอย่าคิดแคลง ฯ

จักรพงศ์ทรงฟังพระสังฆราช
อภิวาทรับคำร่ำแถลง
ขอพระคุณสี่องค์จงจัดแจง
นิมนต์แต่งนาวาข้ามสาคร ฯ

ทั้งสี่องค์พระอาจารย์ชาญสันทัด
ฟังกระษัตริย์สุดแสนสโมสร
จึงเอื้อนโอษฐ์อธิบายถวายพร
เชิญภูธรสดับธรรมคำวินัย





106
พลางจัดวาลวิชชนีอันวิเศษ
ถวายเทศน์ทางแปลกแก้สงสัย
ซึ่งนาวาที่จะพาให้พ้นภัย
ใช่อื่นไกลคือทสบารมี

เอาวิริยะปรารภเริ่มกุศล
เป็นกองพลห้อมล้อมให้พร้อมที่
สรณะศีลทานการยินดี
เป็นท้องที่อับเฉาข้าวเสบียง

อนึ่งในชลธารกันดารสุด
จัดบุรุษที่ชำนาญการหลีกเลี่ยง
สติเป็นนายท้ายไม่เอนเอียง
รู้บ่ายเบี่ยงเลี้ยวลัดตัดทางเรือ

อันเมตตาสามารถคอยวาดคัด
ท่านชี้ชัดเปรียบอย่างเหมือนหางเสือ
กรุณาว่าสายสมอเรือ
ในยามเมื่อลมหนักค่อยพักยั้ง

107
มุทิตาอุเบกขามาตั้งต่อ
เป็นกว้านฉ้อสายใบดังใจหวัง
เอาพระไตรลักษณ์ล้ำทรงกำลัง
ขึ้นต่อตั้งกลางสำเภาเป็นเสากระโดง

เอาปัญญาหยั่งเห็นเป็นเข็มกล้อง
ได้ดูส่องทะเลกว้างเห็นทางโล่ง
กายคตาเป็นฝ่ายสายระโยง
ที่ห้องโถงสมาธิดำริการณ์

เอาขุนนางยี่สิบห้าผู้สามารถ
ไว้เคียงอาสน์เป็นฝ่ายนายทหาร
เอาดวงจิตคิดชอบประกอบการ
เป็นนายงานได้บังคับกำกับพล

เหล่าพยุหยาตราโยธานั้น
ทรงเลือกสรรแต่ประเสริฐเลิศพหล
อันทมิฬหินชาติทรชน
อย่าระคนคบไปในนาวา

108
แม้นใครหวังความเจริญจะเดินสาร
ควรภูบาลปรารภจงคบหา
ลงนาเวศข้ามเขตทางคงคา
ได้ปรึกษาหารือตามซื่อตรง

เอาทหารชาญสงครามสามสิบเจ็ด
ตามเสด็จพร้อมพรั่งดั่งประสงค์
คือโพธิปักขิยธรรมโดยจำนง
คอยแวดวงรักษาพระทรงฤทธิ์

จัดนาวาสำเร็จเสร็จประสงค์
แล้วอ่าองค์สรงสนามสำราญจิต
ทรงภูษางามไลคล้ายนฤมิต
รักษากิจกรรมบถให้งดงาม

เอาเวสารัชชญาณอันหาญกล้า
สวมกายาเป็นเครื่องเรืองอร่าม
แทนเครื่องราชกกุธภัณฑ์อันเรืองนาม
ออกสนามครั้งนี้หมายมีชัย

109
ให้พระสงฆ์ทั้งห้าโหราพร้อม
แห่ห้อมล้อมจากปรางค์ทองอันผ่องใส
ขึ้นทรงราชรถแก้วแล้วครรไล
พลไกรล้นหลามตามจรัล

เสด็จลงยังนาวาพระที่นั่ง
ขึ้นบัลลังก์แล้วพระองค์ทรงพระขรรค์
ชื่อว่าปัญญาวุธสุดฉกรรจ์
ค่อยฟาดฟันสัตว์บาปที่หยาบคาย

ด้วยพระหัตถ์ซ้ายขวาอันกล้าหาญ
ให้พวกพาลพ่ายพินาศขาดเชื้อสาย
อวิชชาตัณหาตัวพาตาย
แม้นตะกายตามมาเร่งฆ่าฟัน

ส่วนวงศาอวิชชาสิบสี่นี้
หากตามตีขับไล่ให้เหหัน
ทั้งอุปกิเลสวงศ์ตัณหานั้น
คอยเกียดกันอย่าให้เข้าใกล้องค์

110
อภิชฌาโกโธโทโสร้าย
อีกตัวนายปมาทะพาให้หลง
อุปนาหะแสนชั่วเป็นตัวยง
คอยยุส่งกับมายาสาเถยยัง

สารัมโภอิสสาปลาโส
ทั้งมักโขมาโนคนโอหัง
มัจฉริยะและอติมานัง
รวมเข้าทั้งถัมภะมทะนี้

สิบหกคนมิใช่ชั่วล้วนตัวกล้า
แม้นเข้ามาแล้วจงบั่นฟันเกศี
อีกพันห้าบริวารนั้นยังมี
เจ้าพวกนี้เหนี่ยวไว้มิให้จร

แม้นพระองค์ยังหลงใหลในกิเลส
จะข้ามเขตไม่สมหวังดังอนุสรณ์
คงไม่พ้นเงื้อมหัตถ์ดัสกร
ไม่หยุดหย่อนเวียนว่ายเกิดตายไป



Create Date : 07 พฤษภาคม 2550
Last Update : 7 พฤษภาคม 2550 16:40:54 น. 0 comments
Counter : 202 Pageviews.

วนารี
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




หัดเขียนเพื่อเรียนรู้ค่ะ
^^^^^^^^^^^^
ความรัก เสลาสลักสวยใส
งามใดเล่า งามใด
เทียบได้งดงาม ความรัก
จรดลึก ในความทรงจำ
ลึกล้ำ ย้ำรอยสลัก
นิรันดรนั้น นานหนัก
แต่รักเรา นานกว่านั้น
^^^^^^^^^^^^

เขาว่าเรา เราอย่าโกรธ ลงโทษเขา
ในเมื่อเรา นั้นไม่เป็น เช่นเขาว่า
หากเราเป็น จริงจัง ดังวาจา
เมื่อเขาว่า อย่าโกรธเขา เราเป็นจริง
Friends' blogs
[Add วนารี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.