ใต้ฟ้าเดียวกัน.... ForGet mE nOt
Group Blog
 
All blogs
 
กายนครคำกลอน (หน้าที่ 11-20 ค่ะ)





11
ทหารสององค์อนงค์นาฏ
ล้วนสามารถแต่งกายทั้งซ้ายขวา
พระทรงฤทธิ์จิตราชกระษัตรา
ตั้งเสนาบดีทั้งสี่นาย

สำหรับดูบ้านเมืองจะเคืองเข็ญ
วิบัติเป็นยับบุบสลาย
ขุนปฐวีมีสิบเก้าทั้งบ่าวนาย
ดินกระจายร้าวรานประการใด

คอยเพิ่มเติมเสริมที่ทรุดให้หยุดอยู่
ที่เป็นอู่ลุ่มลาดชลาไหล
ก็สะสมถมเติมให้เติมไป
ระวังระไวป้อมคูประตูวัง

ขุนอาโปสิบสองตรึกตรองชอบ
ว่าที่รอบกรมท่าทั้งหน้าหลัง
ดูวารีมากน้อยคอยระวัง
หมั่นปิดบังมิให้ล้นขึ้นบนนา
12
ถ้าน้ำน้อยถอยถดลดลงมาก
ต้องลำบากวิดวักไว้หนักหนา
ขุนเตโชทั้งสี่มีเดชา
บังคับว่าข้างไฟทั้งไพร่นาย

ทั้งสี่คนขนเชื้อเผื่อไว้เสร็จ
กลัวมีเหตุไฟดับกลับสูญหาย
เที่ยวตีฆ้องร้องป่าวเหล่าหญิงชาย
ให้ขวยขวายเร่งระวังทั้งฟืนไฟ

ขุนวาโยหกเหล่าเจ้าความคิด
เตรียมเชือกชิดผันแปรคอยแก้ไข
ลมพายุบุลั่นสนั่นไป
ต้องไม้ไล่ล้มเอนระเนนนอน

ทั้งปรางค์มาศราชวังบัลลังก์แก้ว
ต้องล้มแล้วทานไม่หยุดแทบหลุดถอน
เอาเชือกรั้งเย่าเรือนแก้เคลื่อนคลอน
มิให้อ่อนระทวยช่วยประทัง
13
ทั้งหอกกลองป้อมคูประตูสม
คราวเมื่อลมพัดมาต้องหน้าหลัง
ต่างป่วนปั่นหันเหียนเจียนจะพัง
เอาเชือกรั้งค่อยดำรงทรงกายา

มีเสนีสามเหล่าเข้าเฝ้าพร้อม
คอยห้อมล้อมจอมวังเมืองสังขาร์
เหล่าหนึ่งนั้นคนดีมีอัชฌาสย์
ยี่สิบห้าคนรวมร่วมใจกัน

ไม่เข้าด้วยอวิชชาตัณหาสอง
พวกหนึ่งรองมิใช่ชั่วตัวขยัน
ครบสิบสี่นี้หยาบช้าใจอาธรรม์
ล้วนพงศ์พันธุ์ตัณหาอวิชชา

คอยประจบจอมท้าวเจ้าสถาน
ให้โปรดปรานผูกพันนางตัณหา
พวกหนึ่งนั้นอัญญสมานา
ท่านกล่าวว่าโดยนามสิบสามคน
14
เข้าประสบคบคล่องทั้งสองข้าง
เป็นกองกลางคอยสังเกตดูเหตุผล
เห็นบาปมากก็ไถลเข้าไปปน
แม้นได้ยลบุญมีก็รี่ไป

ท่านผู้ฟังอย่ากังขานะท่านเอ๋ย
ใช่อื่นเลยเจตสิกเราพริกไหว
ห้าสิบสองกลอกกลับเกิดดับไป
ย่อมไถลเชือนแชไม่แนนอนฯ

ฝ่ายในกรุงรุ่งเรืองเป็นเมืองใหญ่
พลไกรคั่งคับสลับสลอน
ไพร่ผู้ดีมีสะพรั่งทั้งนคร
ราษฎรดาษดื่นนับหมื่นพัน

มีรูปร่างหลายอย่างทั้งเล็กใหญ่
ล้วนอาศัยอยู่เสร็จในเขตขัณฑ์
นามกรกิมิชาติฉกาจฉกรรจ์
เป็นตัวกลั่นนายเหล่าเลขเข้าเดือน
15
แต่พวกนี้มีจิตเป็นมิจฉา
ทั้งปากกล้าทรชนทำปนเปื้อน
คบศัตรูเป็นมิตรจิตฟั่นเฟือน
เป็นครัวเรือนไส้ศึกฮึกทั้งนั้น

ทราบถึงจอมจักรพงศ์ทรงกริ้วโกรธ
ให้ลงโทษเนรเทศจากเขตขันฑ์
ที่เหลืออยู่รู้ประจบสงบพลัน
พอประเวียงชัยมิให้โทรม

มีหลวงชาติเป็นพระญาติวงศา
ของชายาสองอนงค์ผู้ทรงโฉม
เป็นปู่ย่าตาเฒ่าคอยเล้าโลม
ไม่จู่โจมใจดีมีปรีชา

อันเมืองนี้ที่จะร่างสร้างสำเร็จ
ก็เพราะเหตุหลวงชาติฉลาดหา
เดิมเป็นสมุทรกว้างสุดคณนา
ทั้งคงคาเป็นคลื่นอยู่ครื้นครัน




16
เหล่าฝูงสัตว์มัจฉาล้วนปลาร้าย
เที่ยวแหวกว่ายวนเวียนอยู่เหียนหัน
เห็นแต่น้ำกับฟ้าน่าอัศจรรย์
จะตั้งมั่นหันคว้างกลางนที

ทั้งแดดลมระดมดื่นเป็นคลื่นซัด
เกิดวิบัติสูญหายไม่เห็นผี
เป็นหลายครั้งจึงได้ตั้งเป็นธานี
ในวารีหลวงชาติฉลาดทำ

กลางนทีเกาะจำเพาะเกิด
กุศลเลิศช่วยชุบอุปถัมภ์
ค่อยสะสมถมเติมมาเสริมซ้ำ
ได้ก่อกรรมบ้านเมืองเป็นเรื่องราว

สมุทัยต่อไปในจตุสัจจ์
จะขอตัดยกไว้ไม่สืบสาว
จะเทียบความตามโลกยังยืดยาว
จะขอกล่าวเปรียบปานนิทานไป ฯ
17
มีหมู่โจรปัจจามิตรคอยคิดร้าย
หกกองกายรอบเสมาพาราใหญ่
แต่หลวงชาติผู้ชำนาญต้านทานไว้
สงบได้เล็กน้อยแล้วค่อยกวน

แต่แรกตั้งสังขารมานานช้า
ยี่สิบห้าปีเต็มเกษมสรวล
ทั่วภูมิพื้นชื่นฉ่ำเป็นน้ำนวล
ประกอบถ้วนในสถานการสบาย

ทั้งไพร่บ้านพลเมืองไม่เคืองเข็ญ
ได้อยู่เย็นพร้อมพรั่งสิ้นทั้งหลาย
เหมือนหมู่หนอนฟอนกินอยู่ในกาย
ทั้งหญิงชายเกษมสุขทุกทิวา

นครนี้มีฤดูอยู่ทั้งสาม
คือมีนามสุขทุกข์อุเบกขา
พระทรงฤทธิ์จิตราชกระษัตรา
ทรงเสวยเวทนาชั่วตาปี
18
เป็นสุขบ้างทุกข์บ้างละวางเฉย
ตามคราวเคยเปลี่ยนฤดูคู่กรุงศรี
อวิชชาตัณหาสองนารี
พระสามีพิสวาทไม่ขาดวัน

คอยยุยงส่งซ้ำแต่คำผิด
หุ้มห่อจิตทะยานไปใหญ่มหันต์
ในฝ่ายกุศลคุณเป็นบุญธรรม์
คอยเกียจกันเสียมิให้เข้าใกล้กราย

คนไหนดีมีศรัทธาปัญญายิ่ง
คอยค้อนติงไล่ขับให้รับหาย
ส่วนพงศ์พันธ์พาลชนคนสิ้นอาย
ทูลถวายความชอบให้ตอบแทน

ท้าวจิตราชลุอำนาจนางตัณหา
อวิชชาสองศรีนี้เหลือแสน
เฝ้าเคล้าเคลียทั้งคู่ไม่ดูแคลน
ห่อนเคียดแค้นตามจิตเป็นนิจรันดร์
19
เหล่าพวกพ้องสองนางไม่ห่างเฝ้า
ยุให้เข้าแต่ข้างบาปหยาบมหันต์
ทะยานอยากอย่างยิ่งทุกสิ่งอัน
นับร้อยพันทั่วพิภพไม่จบเลย ฯ

ฝ่ายสติโหราปรีชาหาญ
ตรึกตรองการณ์ในบุรีมิเมินเฉย
ดูฤกษ์บนรู้เหตุสังเกตเคย
ไม่ช้าเลยศึกจะมาติดธานี

ด้วยพระหลงอวิชชาตัณหาสอง
ทั้งพวกพ้องจะมายุ่งเสียกรุงศรี
หลงโลโภโมหาชั่วตาปี
เฝ้าพาทียุแต่ให้มีภัยพาล

เราจะนิ่งอยู่ฉะนั้นก็มิชอบ
จำนบนอบทูลพระองค์ด้วยสงสาร
แกรีบมาพระโรงครันมิทันนาน
ก้มกราบกรานทูลพลันโดยทันใด
20
ขอเดชะฤกษ์อากาศประหลาดนัก
ปรปักษ์จะมาแน่นหนาใหญ่
ขอพระองค์เตรียมเสบียงกันเวียงชัย
จึงจะได้รบรอต่อไพรี ฯ

จิตราชฟังโหรามาทูลเหตุ
พระทรงเดชร้อนพระทัยไม่ผ่องศรี
จึงตรัสถามโหรพลันในทันที
เมื่อฉะนี้จะป้องกันเป็นฉันใด ฯ

โหรเคารพนบทูลกิจ
ขอทรงฤทธิ์ผันแปรคอยแก้ไข
จัดโยธาธรรมาวุธที่ว่องไว
ตั้งอยู่ในศีลทานฝ่ายการบุญ

ทรงสวดมนต์ภาวนาเมตตาจิต
จงจำกิจคำพระพุทธเข้าอุดหนุน
อย่าระเริงหลงตามกามคุณ
เพื่อเป็นทุนทรัพย์มั่นกันนคร




Create Date : 07 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 7 พฤษภาคม 2550 7:57:18 น. 3 comments
Counter : 1377 Pageviews.

 
ธรรมะช่วยได้จริงๆ เนอะ
พี่บัวแวะมาเยี่ยมค่ะนู๋บัว
มีความสุขมากๆ นะจ๊ะ
ราตรีสวัสดิ์


โดย: บัวริมบึง วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:21:49:24 น.  

 
เขียนกลอนเก่งนะครับ


โดย: P Q BOY วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:22:00:43 น.  

 



มาอวยพรวันเกิดค่ะ ขอให้มีความสุขมากๆ นะคะ....เขียนกลอนเก่ง....


โดย: law of nature วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:18:24:23 น.  

วนารี
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




หัดเขียนเพื่อเรียนรู้ค่ะ
^^^^^^^^^^^^
ความรัก เสลาสลักสวยใส
งามใดเล่า งามใด
เทียบได้งดงาม ความรัก
จรดลึก ในความทรงจำ
ลึกล้ำ ย้ำรอยสลัก
นิรันดรนั้น นานหนัก
แต่รักเรา นานกว่านั้น
^^^^^^^^^^^^

เขาว่าเรา เราอย่าโกรธ ลงโทษเขา
ในเมื่อเรา นั้นไม่เป็น เช่นเขาว่า
หากเราเป็น จริงจัง ดังวาจา
เมื่อเขาว่า อย่าโกรธเขา เราเป็นจริง
Friends' blogs
[Add วนารี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.