ซ่อนนาม - ซ่อนตนแต่ไม่ซ่อนความคิด
|
|
[การเงิน] ระบบเศรษฐกิจ แบบชาวบ้านเข้าใจได้ 3 เน้นกันอีกที ว่าเป็นเรื่องที่เรียนมานาน และฟัง"เขา"มาอีกที ดังนั้นมีส่วนที่ผิดพลาดก็ขออภัยด้วย หลังจากพูดถึงวิธีแก้ปัญหาเศรษฐกิจไปแล้ว ต่อมาขอพูดถึงการป้องกันบ้าง สำหรับการป้องกันปัญหาเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นนี้ สามารถแบ่งได้เป็นหลายส่วน ตั้งแต่รัฐบาล ธนาคารจนถึง นักลงทุนทั่วไป ซึ่งเมื่อสังเกตถึงการป้องกันดี ๆ แล้ว จะพบได้ว่าการป้องกันนี้สามารถแสดงให้เห็นถึงความ ไร้ประสบการณ์ในเชิงเศรษฐกิจของโลกใบนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะหลายอย่างน่าจะมีมาตั้งนานแล้ว เรื่องบางอย่างเป็นเรื่องง่าย ๆ แต่ไม่มีใครมาทำกัน มีขึ้นก็ย่อมมีลง ยิ่งขึ้นสูงและเร็ว เวลาตกก็ย่อมเจ็บตัวมาก เรื่องนี้หมายถึงการเติบโตของเศรษฐกิจ ซึ่งหลังจากได้เก็บสถิติกันแล้ว จะพบได้ว่า เศรษฐกิจจะมีการเติบโต และการหดตัวเป็นวัฏจักร สำหรับบางชนิดการประกอบการนั้นจะพบได้ว่ามีการขึ้นลงเป็นรอบ อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งผลที่ได้คือ ช่วงใดเศรษฐกิจขยายตัวช้า เวลาตกลงมาก็ช้าตาม แต่หากช่วงใดขึ้นเร็ว เวลาตกมักจะตกเร็ว ซึ่งปัญหาเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นเมื่อเวลาตกที่ตกอย่างรวดเร็ว แต่การหดตัวที่ช้าปัญหาจะไม่เกิด ขอโทษด้วยที่ไม่สามารถให้ข้อมูลได้ว่า ทำไมขึ้นแล้วต้องลงด้วย คิดเสียว่า เป็นธรรมดาโลกก็แล้วกัน (ฮา) กำหนดการกู้ยืม ในส่วนนี้เป็นส่วนของธนาคาร เพราะอย่าลืมว่า โลกนี้เป็นโลกของทุนนิยม การลงทุนต่าง ๆ เพื่อให้ได้กำไร มากที่สุดนั้น ก็ไม่พ้นการกู้ยืม แม้คุณจะมีเงินพันล้าน แต่คุณก็ยังคงกู้ยืมเงินมาเพิ่มอยู่ดี เพื่อให้ได้เงินมา ลงทุนให้ได้มากที่สุด เพราะคติของนักลงทุนคือ ลงทุนในสิ่งที่ได้กำไรมากที่สุด ซึ่งในที่นี้ก็หมายถึง วิธีการลงทุนด้วย ดังนั้นจึงไม่แปลกที่การลงทุนทุกครั้งถึงมีเงินอยู่แล้วก็ต้องกู้มาลงทุนเพิ่ม ซึ่งในส่วนนี้เองทำให้เกิดปัญหาขึ้น เพราะธนาคารเมื่อสมัยต้มยำกุ้งยังไม่มีหลักเกณฑ์แน่ชัด ทำให้ไม่มีการ กำหนดหลักการกู้ยืมออกมา เมื่อนักลงทุนกู้ยืมไป แล้วไม่มีเงินมาคืน ทางธนาคารก็ต้องยึด แต่เนื่องด้วย ธนาคารไม่มีหลักการให้กู้ยืม ดังนั้น เวลาให้ยืม คนผู้นั้นจึงไม่มีทรัพย์สินมากพอให้ธนาคารยึด หนี้นั้นจึง กลายเป็นหนี้เสีย ที่ธนาคารให้กู้ยืมเงินไปเสียเปล่า ดังนั้นวิธีการป้องกันของธนาคารคือ การออกกฎให้การกู้ยืมเงินแก่บุคคลหรือนิติบุคคลเทียบเท่ากับสินทรัพย์ ที่คนผู้นั้นมีเท่านั้น และหากบุคคลหรือนิติบุคคลนั้นได้กู้ยืมที่อื่นไปแล้ว วงเงินที่กุ้ได้ก้จะถูกลดลงมาอีกที เพื่อที่จะให้แน่ใจได้ว่า หากผู้กู้ไม่มีเงินมาคืน ธนาคารจะได้สินทรัพย์มาคืนเท่าที่กับให้กู้ไปได้ ซึ่งรายละเอียดอื่นนั้นยังมีอีกมากเพื่อป้องกันการกู้แล้วไม่ได้คืนขึ้น ที่กล่าวมานี้เป็นแค่หลักเบื้องต้นเฉย ๆ หมายเหตุ ธนาคารยึดทรัพย์สินใครเองไม่ได้ แต่ต้องฟ้องยึด ดังนั้นคนที่ยึดจึงไม่ใช่ธนาคาร แต่เป็นศาลที่จะ อนุญาตให้ธนาคารยึดได้ต่างหาก ดังนั้นการใช้คำว่า"ธนาคารยึด"จึงผิด ที่จริงต้อง"ธนาคารฟ้องยึด" หมายเหตุ 2 ธนาคารของสหรัฐอเมริกา ไม่มีหลักตรงนี้ในช่วงแฮมเบอร์เกอร์ไครซิส แล้วปัญหาที่เกิดขึ้นใน ตอนนี้ก็เพราะการไม่มีหลักนี้นั่นเอง อย่าตื่นตระหนก ในที่นี้หมายถึงผู้บริโภคเรา ๆ ท่าน ๆ และรวมถึงนักลงทุนด้วย ปัญหาเศรษฐกิจที่ร้ายแรงมากขึ้นส่วนหนึ่งก็ เป็นเพราะความตื่นตระหนกเกินเหตุ เวลาเศรษฐกิจดี ก็ใจกล้าบ้าบิ่นไร้ซึ่งความกลัว ลงทุนมากเกินไป จนทำให้การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเพิ่ม มากเกินควร หากวันหนึ่งเศรษฐกิจลงเงินที่ลงไปทั้งหมดนี้จะสูญเปล่า เวลาตกมาก็จะเจ็บหนัก ส่วนเวลารู้ว่าเศรษฐกิจตกต่อแล้ว ก็ดันกลัวเกินเหตุ ไม่กล้าที่จะลงทุนใด ๆ ทั้งสิ้น เก้บเงินไว้กับตัว จนทำให้ เงินค้างในส่วนใดส่วนหนึ่งของระบบมากเกินไป จนปัญหาเศรษฐกิจแย่ลงกว่าเดิม แต่ก็คงแก้ได้ยาก เรื่องนี้มันเรื่องส่วนบุคคล ผลประโยชน์อะไรก็อยู่ที่ตัวทั้งสิ้น จะให้เสียสละตนเองทำเพื่อ เศรษฐกิจระดับมหภาคคงเป็นไปได้ยาก ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะควบคุมส่วนนี้ เสริม ข้อควรตระหนักเรื่องเศรษฐกิจ (มีความเห็นส่วนบุคคลปนอยู่ โปรดใช้วิจารณญาณ) เงินงบประมาณ ไม่ใช่เงินที่มีอยู่จริงแต่เป็นการประมาณว่าจะใช้เท่าไหร่ แล้วจึงเก็บให้ครบเท่ากับจำนวณที่ใช้ เงินงบประมาณขาดดุลเกินดุลก็เพราะประมาณพลาด ซึ่งมันไม่มีทางไม่พลาดหรอก หลักล้าน ๆ เชียวนะ ! เงินกู้ยืมข้ามชาติ คนจ่ายคือรัฐบาล เพื่อมาส่งเสริมเศรษฐกิจให้มีเงินในระบบไม่ขาดและอยู่ในสภาพคล่อง หรือไม่ก็กู้ยืมมาใช้ทำโครงการต่าง ๆ โดยไม่ให้เกิดผลกระทบกับการจัดงบประมาณในด้านอื่น ดังนั้นการกู้ยืมไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดี แต่เป็นสิ่งที่จำเป็นในเวลาที่สมควร การกู้ยืม อย่าเข้าใจว่ามันคือการติดหนี้ แต่ให้คิดไว้ว่ามันคือการ"ใช้เงินอนาคตซื้อเงินปัจจุบัน"จะดีกว่า เพราะมันจะทำให้คุณเห็นภาพ และรู้ว่าสามารถทำอะไรกับเงินนี้ได้มากกว่า การคืนเงินกู้ยืม อย่าลืมนะว่า เงินของรัฐบาลมาจากภาษี ดังนั้นการคืนเงินก็หมายถึงการนำเงินที่สมควรจะ ได้ใช้ในการพัฒนาประเทศ หรือดูแลประเทศไปคืนเขา และทำให้เงินหายไปจากระบบ โดยถ้าไม่มีอะไรที่ ต้องดูแลเป็นพิเศษ หรือระบบเศรษฐกิจมีสภาพคล่องอยู่ รีบคืนไปก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้ามีปัญหาอยู่ล่ะก็.... หนี้สาธารณะ หมายถึงเงินกู้ของรัฐบาลใช่ไหม ? ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเอามาคำนวณแล้วหารหัวเฉลี่ยบอกว่า ตอนนี้หนึ่งหัวมีหนี้ติดตัวเท่าไหร่ด้วย ในเมื่อเงินที่ต้องคืนมันคือภาษี ซึ่งจ่ายภาษีแล้วรัฐบาลนำภาษีนั้นไป จ่ายหนี้ ก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรกับชีวิตประจำวันเพราะยังไงเงินที่จ่ายภาษีไปก็เท่าเดิม (แต่โครงการรัฐบาล อาจลด) และเงินภาษีที่แต่ละคนจ่ายก็ไม่เท่ากัน คนที่มีรายได้น้อยจ่ายน้อย คนที่มีรายได้มากจ่ายมาก แต่การนำมาหารหัวเฉลี่ยอย่างนี้ ทำให้เกิดการตื่นตระหนกขึ้น ไม่เข้าใจว่ามันมีประโยชน์อะไรนอกจากความ ตื่นตระหนก (หรือจะเห็นภาพ ???) ซึ่งทำให้ปัญหาเศรษฐกิจแย่ขึ้นไปอีก หวังว่าจบซีรี่ย์นี้แล้ว คงทำให้ทุกคนเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจมากขึ้นนะ หนักหนาสาหัสกว่าต้มยำกุ้งก็จริง แต่คราวนี้ที่เกิดคือสหรัฐ แต่คราวต้มยำกุ้งคือไทย ดังนั้นความร้ายแรงจึงต่างกันมากสำหรับในประเทศไทย
ถ้าทั่วโลกต้องบอกคราวนี้หนักกว่า แต่ถ้าไทยอย่างเดียวต้องบอกว่าคราวที่แล้วหนักกว่า ซึ่งที่สำคัญคราวนี้บริษัทที่ให้ลงทุนกู้ยืมสินเชื่อและธนาคารของไทยมีตั้งกฎและการรับมือมาดีต่างจากสหรัฐที่ไม่มีเลยดังนั้นถือว่าไทยยังปลอดภัยในระดับหนึ่งจ๊ะ โดย: ซ่อนนาม
วันที่: 7 พฤษภาคม 2552 เวลา:8:01:36 น. |
All Blog
Link |
| Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved. | |



ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [
เพราะไม่เคยเกิดปัญหาใหญ่ขนาดนี้มาก่อน
แบบต้มยำกุ้งเด็ก ๆ ไปเลย ก็ต้องกลัวกันบ้างล่ะ
ตามอ่านครบแล้ว ขอบคุณมาก
ไว้เขียนอะไร แล้วถ้ามีโอกาส จะมาอ่านใหม่นะ