creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 
ทางออกที่สร้างสรรค์ - กรณีหนังสือ ไอน์สไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น



จากบทสัมภาษณ์ ดร. บัญชา ธนบุญสมบัติ ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2551 ความผิดพลาดของ ‘ไอน์สไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น’ ในหลักเหตุผล ‘ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ และระบุว่า สัมภาษณ์โดย ปีนนกสีขาว

//gotoknow.org/blog/science/198495



จากบล็อกของ ดร.บัญชา ธนบุญสมบบัติ
วิทยาศาสตร์ที่ถูกบิดเบือน : กรณี "ไอน์สไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น"
บ. อมรินทร์ ระงับการพิมพ์เพิ่มหนังสือ (บางเล่ม) ของ ทพ.สม เพราะมีข้อผิดพลาดมาก

จากพันทิพ.คอม/หว้ากอ
สัมภาษณ์ : ทางออกที่สร้างสรรค์ - กรณีหนังสือ ไอน์สไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น
บ. อมรินทร์ ระงับการพิมพ์เพิ่มหนังสือ (บางเล่ม) ของ ทพ.สม เพราะมีข้อผิดพลาดมาก

ร่องรอยเก่า ๆ ที่ผมได้วิจารณ์หนังสือฟิสิกส์นิวตันของ ทพ.สม สุจีรา
1. มวล แรง และกฎการเคลื่อนที่
2. การเคลื่อนที่แบบวิถีโค้ง
3. การเคลื่อนที่แบบหมุน เรื่องนี้ถกกันจนกระทู้พัง และเป็นบทที่ผิดเยอะที่สุด รุนแรงมากกว่าใครเพื่อน ร่องรอยของกระทู้จึงเปื้อนไปถึงกระทู้ของคุณมิ้น ๆ
4. แรงเสียดทาน (ความเข้าใจผิดจากหนังสือฟิสิกส์นิวตัน)
5. งาน พลังงาน และกำลังงาน (ส่วนที่ผิดในหนังสือฟิสิกส์นิวตัน)

สำหรับหนังสือไอน์สไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น ผมยังไม่ได้แตะอ่าน แค่เปิดผ่านบางหน้าพบข้อสังเกตที่ผิดเพี้ยนทางพุทธปรัชญาที่ขอนำมาเล่าสู่กันฟัง

เจตสิก (ที่ผิดเพี้ยน)
รูปกลาปไม่ใช่เซลล์
กฎแห่งกรรม (ที่ผิดเพี้ยน)

ตบะไม่แกร่งระวังฤทธิ์แรงการตลาด

ผมได้รับข้อความหลังไมค์จากคุณครูท่านหนึ่งซึ่งเล่าให้ฟังว่าที่โรงเรียนได้กำหนดให้หนังสือ "ฟิสิกส์นิวตัน" ของคุณสม สุจีรา เป็นหนังสืออ่านเสริมการเรียนรู้ กระทั่งเริ่มมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์หนัก ๆ และคุณครูเพิ่งแจ้งรองวิชาการ (ผมได้รับข้อความวันที่ 4 ส.ค. 51) ผลจะเป็นอย่างไรนี่ไม่ทราบครับ แต่ข้อความหลังไมค์ที่ผมได้รับนี้มีเรื่องสะท้อนที่สะเทือนขวัญแฝงมาด้วยในที การคัดเลือกหนังสือแนะนำของฝ่ายวิชาการโรงเรียน โดยเฉพาะหนังสือเสริมทางฟิสิกส์ใครเป็นผู้คัดเลือก ผมก็ต้องเดาว่าบรรดาคุณครูในโรงเรียนแหละครับคัดเลือก คัดเลือกจากอะไร ก็จากบรรดาหนังสือมีในท้องตลาด ในการคัดเลือกหนังสือหนึ่งเล่มผู้คัดเลือกพิจารณาปัจจัยใดร่วมบ้าง ในฐานะที่ผมเคยเป็นกรรมการคัดเลือกหนังสือ (ตามคำเชิญชวนของสมาพันธ์องค์กรเพื่อพัฒนาหนังสือและการอ่าน) ผมก็ขอตอบว่าอิทธิพลอย่างแรงกล้าอันหนึ่งซึ่งเชื่อว่าเป็นแบบเดียวกันทั่วโลกคือ "ชื่อ" ของ "ผู้เขียน" นี่คือสิ่งที่ขายได้ ฝ่ายการตลาดรู้เรื่องนี้ดีครับ หนังสือดีหรือไม่ดีไม่รู้ล่ะ แต่ชื่อนี้ขายได้ฉันก็จะขาย นอกจากชื่อของผู้เขียน อีก "ชื่อ" หนึ่งซึ่งเย้ายวนคนอ่านไม่แพ้กันคือ "ชื่อ" ของ "ผู้เขียนคำนิยม" ตรงนี้เป็นยาพิษนะครับ อย่างกรณีหนังสือฟิสิกส์นิวตัน ผมหมดศรัทธาในผู้เขียนคำนิยมไปทันที (ศ.ดร.ระวี ภาวิไล) และแฝงด้วยความสงสัย 2 ประเด็น หนึ่ง ผู้เขียนคำนิยมได้อ่านหนังสือรึเปล่า? ถ้าอ่าน อ่านแล้วไม่รู้หรือว่าหนังสือผิดถึงขั้นก่อความเข้าใจผิดในเนื้อหาวิชาการต่อผู้อ่าน เป็นพิษในระยะยาวที่จะฝังหัวผู้เสพ ถ้าไม่อ่าน ไม่อ่านแล้วเขียนคำนิยมทำไม หรือการตลาดมีฤทธิ์เยอะ สอง ผู้เขียนคำนิยมไม่ได้เขียนคำนิยมจริง แต่ยินยอมให้ใช้ชื่อในการเขียนคำนิยมแลกกับค่าน้ำชา ผมไม่อยากคิดต่อ...

"คำนิยม" มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค นี่เป็นความจริงครับ เพราะคนที่จะควักจ่ายตังค์ซื้อหนังสือสักเล่ม ไม่มีเวลาอ่านจบเล่มก่อนตัดสินใจ เขาสามารถใช้ชื่อคนเขียนคำนิยมโดยบุคคลที่น่าเชื่อถือเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ (อย่างผมจะเลือกหนังสือสยองขวัญสักเล่ม ล่าสุดผมอ่าน the ruins เล่มนี้สตีเฟ่น คิงนิยมชมเชย ไม่ผิดหวังเลยครับ) วัฒนธรรมการเขียนคำนิยมที่มาจากความนิยมจริง ๆ เป็นสิ่งที่ดีมากสำหรับทั้งผู้บริโภคและผู้ผลิตครับ แต่เปลือกของวัฒนธรรมที่ลอกมาเพียงผิว "ขายชื่อ" ของคนเขียนคำนิยมเป็นสิ่งที่... แย่

กรณีหนังสือฟิสิกส์นิวตันและข้อมูลที่ทราบมาว่ามีฝ่ายวิชาการของโรงเรียนประกาศให้เป็นหนังสืออ่านเสริม ผมคิดว่าเกิดจากตบะของครูฟิสิกส์ในโรงเรียนไม่แกร่งพอ ไม่มีภูมิคุ้มกันต่อฤทธิ์การตลาดซึ่งแผลงออกมาสองดอก "ชื่อผู้เขียน" กับ "ชื่อผู้เขียนคำนิยม" นี่ใช่การขายยาพิษโดยหยอดลงจุดที่อ่อนแอของการศึกษาหรือไม่?





Create Date : 08 สิงหาคม 2551
Last Update : 11 สิงหาคม 2551 18:58:34 น. 3 comments
Counter : 1219 Pageviews.

 
ผมสงสัยเรื่องนี้มานานแล้วครับ

เรื่องของคนเขียนคำนิยม กับ นิยามหนังสือ

และ ผู้เขียน กับ ความนิยมหนังสือ

เพื่อความอยู่รอดกระนั้นหรือ ?


โดย: S. Udakarn วันที่: 10 สิงหาคม 2551 เวลา:10:23:47 น.  

 
อ่านแล้วสลดใจอย่างยิ่ง...

เป็นกรณีศึกษาที่ต้องพึงทำความเข้าใจกับทุกฝ่ายอย่างแรง
ทั้งยังต้องปรับความเข้าใจใหม่หมดอย่างรวดเร็ว
เจตนาดี ความตั้งใจดี กลับกลายเป็นเสีย น่ากลัวจริง ๆ

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตาม
เชื่อว่าทุกฝ่ายต่างมีเหตุผลในสิ่งที่ดี
แต่ตกหนักรับเคราะห์กลายเป็นที่เด็ก ๆ เป็นคนที่ยังไม่รู้
ถือสิ่งที่ผิด ชื่นชมกลายเป็นสิ่งที่ถูก

สังคมยุคนี้น่าหดหู่จริง ๆ ...


โดย: พรายทราย วันที่: 11 สิงหาคม 2551 เวลา:10:57:35 น.  

 
เศร้า..

ขอบคุณที่เขียนให้อ่านครับ


โดย: c (chaiwatmsu ) วันที่: 11 กรกฎาคม 2552 เวลา:1:32:40 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.