creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 
ลอนกับเคิล

มีกระทู้ในห้องหว้ากอ pantip.com กระทู้หนึ่งตั้งคำถามน่าสนใจครับ ถามว่าสัญลักษณ์ log ออกเสียงว่า 'ล็อก' แต่ทำไม ln ออกเสียงว่า 'ลอน' ที่น่าสนใจไม่แพ้คำถามคือคำตอบจากบรรดาผู้รู้ บ้างว่า อ.มหาวิทยาลัยสอนให้อ่าน log ว่าลอน (แล้วบอกว่า อ.มัธยมอ่านผิด) บ้างว่าอ่าน log ว่าล็อกนะถูกแล้ว และอ่าน ln ว่า natural logarithm ไม่ใช่ลอน (แถมแซวลอนนะใช้เรียกกระเบื้อง) บ้างว่า ln อ่านล็อกฐานอี บ้างก็อ่านล็อกทั้ง log และ ln คนที่อ่านว่า 'แอล-เอ็น' ก็มี

ความเห็นส่วนตัวของผมนะ จะอ่านว่าอะไรได้ทั้งนั้น ถ้าจะให้ดีเข้าเมืองตาหลิ่วก็หลิ่วตาตาม ไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเอ เขาเรียกลอน เราก็เรียกลอน ไม่ต้องลุกขึ้นปฏิวัติการออกเสียงสัญลักษณ์ ln ให้วุ่นวาย เพราะผมเชื่อว่ามันไม่มีเสียงอ่านที่เป็นสากลทั่วโลกหรอกครับ เสียงแทนสัญลักษณ์ ln ที่เคยได้ยินมีทั้ง ลอน, ลิน, เลิน, เนท-ล็อก, ล็อก หรือพูดเต็มยศว่า natural logarithm ก็มี ซึ่งสัญลักษณ์ตัวนี้ ln ก็ไม่ใช่สัญลักษณ์ต้นฉบับ ก่อนที่ Stringham จะเอามาใช้ (และทำให้แพร่หลาย) มันก็เคยถูกเขียนแทนด้วย log.nat. ผมเคยอ่านเจอข้อถกเถียงทำนองเดียวกันนี้ในเว็บบอร์ดต่างประเทศ ถูกใจคำพูดของคุณครูท่านหนึ่งมาก "คุณครูคุณอ่านมันว่าอย่างไร ก็ถูกทั้งนั้น"

คราวนี้จะลองวิเคราะห์ว่าทำไมในไทยเราจึงอ่าน ln ว่า ลอน กัน ต้องทำความเข้าใจตรงกันก่อนนะครับว่าในหนังสือของ Stringham ซึ่งเป็นคนแรกที่เขียน ln ไม่ได้เขียนเสียงอ่านเอาไว้ด้วย และไม่ได้ระบุที่มาที่ไปด้วย แต่ก็มีคาดเดากันว่า l มาจาก logarithm และ n มาจาก natural เป็น ln (แต่เอ๊ะ ทำไมไม่เป็น nl กลับเอาคำคุณศัพท์ไปต่อท้ายคำนามเหมือนภาษาไทยเสียนี่) ถ้าเราไม่ออกเสียง ln แบบตรง ๆ ตัวว่า 'แอล-เอ็น' เราก็ต้องเติมสระให้กับมัน และน่าจะนิยมเติมสระคั่นกลางเป็น lan, len, lin, lon, lun ซึ่งทั้ง 5 พยางค์นี้เสียงมันกร่อนเข้าหากันเองได้ พอดูสไตล์คนไทย log-lon คู่นี้น่าจะลื่นลิ้นที่สุดแล้ว ทั้งหมดนี้เป็นข้อคาดเดานะครับ

ต่อมามีผู้ตั้งคำถามอีกว่าสัญลักษณ์ที่ใช้ตอนหาอนุพันธ์ย่อย ทำไมเรียกว่า 'เคอ' หรือ 'เคิล' กัน คำถามนี้ผมว่าไม่ยาก และเข้ากับรสนิยมคนไทยที่สุด สัญลักษณ์ดังกล่าวเป็นการดัดแปลงตัว d โดยเขียนแบบอาร์ต ๆ ม้วนหางมาข้างหน้า ปกติถ้ามีใครเอามาถามผม ผมก็จะเรียกมันว่า 'ดี' แต่ถ้าเด็กที่นำมาถามพูดว่า 'เคอ' ผมก็ 'เคอ' ด้วย การที่ผู้ประดิษฐ์สัญลักษณ์นี้ต้องม้วนหางตัว d มาข้างหน้าเพราะอยากให้มันแยกกับ d ปกติธรรมดาที่ไม่ใช่การหาอนุพันธ์ย่อย คงไม่มีใครหลงคิดว่าสัญลักษณ์ตัวนี้เป็นอักษรกรีกที่เรียกว่าเคิลหรอกนะ (ในเรื่องนี้ได้ใช้อักษรกรีกไปแล้วในตอนต้นอันเป็นที่มาคือตัวเดลต้าเล็กไงครับ) คราวนี้พอตัว d หวัดหางมาข้างหน้า ฝรั่งเขาก็เรียกว่า roundback d หรือ curly d จากคำว่า curly d นี่แหละ ที่เราคงเอามาหดลดเหลือ curl (ซึ่งไม่เกี่ยวข้องอะไรโดยตรงกับ curl operation นะครับ) ไหน ๆ ก็มีบางครั้งที่เราเรียก d ว่าดิฟแล้ว จะเรียก d ม้วนหางว่าเคิล ผมก็มองว่ามันยังมีที่มาที่ไปที่ไม่หลุดโลกจนรับไม่ได้นะ (อีกครั้ง ทั้งหมดนี้เป็นข้อคาดเดานะครับ)




Create Date : 05 กรกฎาคม 2552
Last Update : 6 กรกฎาคม 2552 19:08:39 น. 1 comments
Counter : 1357 Pageviews.

 
แวะมาทักทายค่ะ


โดย: CrackyDong วันที่: 5 กรกฎาคม 2552 เวลา:13:43:25 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.