ควรรู้คู่ครัว


ควรรู้คู่ครัว




1. การหุงข้าวให้สวยขึ้นหม้อ ควรเติมน้ำในการหุงให้เหมาะสม ถ้าเป็นข้าวใหม่ให้เติมน้ำ 1 ส่วนต่อปริมาณข้าว 1 ส่วนเท่ากัน ถ้าเป็นข้าวกลางเก่ากลางใหม่ให้เติมน้ำ 1.5 ส่วนต่อปริมาณข้าว 1 ส่วน และถ้าเป็นข้าวเก่าให้เติมน้ำถึง 2 ส่วนต่อปริมาณข้าว 1 ส่วน

และอาจจะใส่น้ำส้มสายชูหรือน้ำมะนาว 1 ช้อนชา ลงในหม้อหุงข้าวด้วย เมื่อข้าวสุกแล้วข้าวจะอ่อนนุ่มน่ารับประทาน และหากอยากจะให้ข้าวสวยมีรสชาติและได้สารอาหารมากขึ้น ควรหุงข้าวในน้ำต้มผัก


2. การนึ่งข้าวเหนียวให้สวย นำข้าวเหนียวไปแช่น้ำ แกว่งน้ำนั้นด้วยสารส้มประมาณ 5 นาที ซาวน้ำออก 2-3 ครั้ง จากนั้นแช่ข้าวเหนียวในน้ำทิ้งไว้ค้างคืน จึงนำไปนึ่งในน้ำเดือดไฟแรงจนสุก ข้าวเหนียวที่ได้
จะมีเงาสวยงามน่ารับประทาน


3. การตรวจสอบไข่ว่าไข่ฟองใดเป็นไข่สด ไข่ฟองใดต้มสุกแล้ว ควรตรวจสอบโดยหมุนไข่ดู ถ้าไข่หมุนส่ายโคลงไปมา แสดงว่ายังเป็นไข่สด แต่ถ้าไข่หมุนได้สบายแสดงว่าเป็นไข่ต้มสุกแล้ว นอกจากนั้นไข่สดจะจมน้ำ ส่วนไข่ที่ไม่สดคือเป็นไข่เก่า จะลอยน้ำ

ไข่ขาวจะตีได้ง่าย ณ อุณหภูมิห้อง ฉะนั้นควรจะนำไข่ออกจากตู้เย็นราวครึ่งชั่วโมงก่อนจะนำไปปรุงอาหาร


4. การต้มไข่ ควรใส่เกลือหรือน้ำส้มสายชูลงไปเล็กน้อยในหม้อต้ม เพื่อช่วยให้เปลือกไข่ประสานกัน เปลือกไม่แตกง่าย และควรคนไข่ในขณะต้มไปด้วย เพื่อช่วยให้ไข่แดงอยู่ตรงกลางฟองไข่ เมื่อไข่สุกรีบนำไข่ลงแช่ในอ่างน้ำเย็นทันที จะทำให้ปอกเปลือกไข่หลุดออกได้ง่าย

5. การทอดไข่ดาวให้สวย ควรใช้กระทะแบน ใส่น้ำมันพืช ตั้งไฟกลางๆไม่ต้องรอให้น้ำมันเดือด ใช้เบ้าขอบวงกลมที่ทำด้วยโลหะวางเป็นแบบอยู่ในกระทะแบน ตอกไข่ใส่ถ้วย แล้วค่อยๆหยอดไข่ลงกลาง วงของเบ้า เมื่อไข่ขาวเริ่มแข็งตัว ให้ยกเบ้าออก คราวนี้ก็รอเพียงไข่แดงสุกมากหรือสุกน้อยก็ตักไข่ดาวที่ทอดขึ้น

แต่ถ้าต้องการให้ไข่ดาวเหลืองกรอบทั้งฟอง ให้ตักน้ำมันร้อนราดลงบนไข่แดงเสียก่อน แล้วพลิกไข่ดาวกลับด้าน ทอดอีกด้านให้เหลืองกรอบ


6. การทอดเบคอนไม่ให้งอ เบคอนควรจะเลือกซื้อเฉพาะที่ยังใหม่สด โดยสังเกตที่เนื้อจะมีสีชมพูอ่อนๆและมีมันสีขาว เมื่อนำไปทอด โดยปกติแผ่นเบคอนมักจะบิดงอ แลดูไม่สวยงามเมื่อนำไปจัดในจาน ควรแก้ไขโดย นำเบคอนไปจุ่มในนมสดให้ทั่วทั้งแผ่น แล้วจึงนำไปทอดในกระทะที่ใช้ไฟปานกลาง ทอดจนเบคอนมีสีเหลืองและกรอบ เบคอนก็ยังไม่บิดงอ


7. การเก็บขนมปัง ควรเลือกซื้อขนมปังจากร้านที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ หรือสังเกตดูจากวันหมดอายุบนถุงบรรจุ หากรับประทานในหนึ่งครั้งแล้วไม่หมด จำเป็นจะต้องเก็บค้างคืน ควรใส่ในถุงบรรจุขนมปังนั้นอย่างเดิม ปิดปากถุงให้เรียบร้อย แล้วนำไปแช่ในช่องแช่แข็งในตู้เย็น จะแช่ไว้หลายคืนก็ได้ เพื่อป้องกันขนมปังขึ้นราและคงความสดใหม่เอาไว้นั่นเอง เมื่อต้องการจะรับประทานอีกก็นำออกจากตู้เย็น นำไปอุ่นในไมโครเวฟ ใช้เวลาเพียงไม่ถึงนาที ก็จะได้ขนมปังที่ยังคงความนุ่มและความสดใหม่

การเก็บแช่ในช่องแช่แข็งนี้ สามารถจะนำไปใช้กับการเก็บอาหารอื่นๆ เช่น ซาลาเปา ขนมเทียน น้ำเต้าหู้ได้ด้วย


8. การต้มนำซุปให้ใสและอร่อย ควรนำกระดูกหมูหรือโครงกระดูกไก่มาแช่น้ำสะอาดนาน 10-20 นาที เพื่อให้ความหวานของกระดูกหมูหรือโครงกระดูกไก่ซึมออกมาในน้ำ จากนั้นนำน้ำพร้อมกระดูกหรือโครงกระดูกไปต้มให้เดือด แล้วใส่เลือดหมูหรือเลือดไก่ที่หั่นเป็นชิ้นใหญ่ๆลงไปต้มด้วย เมื่อน้ำซุปได้ที่จึงตักเลือดหมูหรือเลือดไก่ออก น้ำซุปที่นำไปใช้งานจะได้น้ำซุปที่ใสและอร่อย


9. การเลือกซื้อผักสด ควรเลือกซื้อผักสดที่มีขายตามฤดูกาล ดีกว่าเลือกซื้อผักสดที่มีขายนอกฤดูกาล เพราะในฤดูกาลจะได้ผักสดที่มีราคาไม่แพง และเป็นผักสดที่ไม่ถูกปรับเร่งการเจริญเติบโต ควรเลือกซื้อผักสดที่ไม่มีคราบดินสกปรกและมีคราบขาวของสารกำจัดศัตรูพืชตามใบหรือตามก้านผัก ควรเลือกซื้อผักสดที่มีรูพรุนบ้างเพราะจะเป็นผักสดที่ฉีดยาฆ่าแมลงน้อยหรือไม่ได้ฉีด

บางครั้งการเลือกซื้อผักสดพื้นบ้านมารับประทานบ้าง ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องสารเคมีมากนัก เช่น หน่อไม้ กระถิน ชะอม ดอกแค เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ก่อนจะนำผักสดมารับประทาน ควรนำผักสดมาล้างใหม่ให้สะอาดทุกครั้ง และหากไม่จำเป็นไม่ควรจะรับประทานผักสดจากร้านอาหารตามรถเข็นข้างทาง ซึ่งมักจะไม่ได้ล้างและไม่ได้จัดเก็บผักสด
อย่างปลอดภัย


การเลือกผักกาดขาวหรือกะหล่ำปลี ควรเลือกชนิดที่หัวมีน้ำหนักมาก เพราะจะมีใบเกาะกันแน่น โดยปกติผักกาดขาว เรามักจะทานส่วนที่เป็นใบ จึงควรจะเลือกที่ก้านผักกาดใบเล็กและแคบ


การเลือกคะน้า หากชอบทานก้านคะน้า ซึ่งจะต้องนำก้านมาปอกเปลือก ควรจะเลือกซื้อคะน้าที่ต้นใหญ่ แต่ไม่ควรเลือกที่ต้นแก่ คือดูที่ในรอยตัดตรงโคนต้นจะเห็นเป็นเส้นสีขาวเล็กๆ ยิ่งแก่เส้นสีขาวก็จะยิ่งมีขนาดใหญ่ แต่หากจะเลือกเพื่อนำไปทำราดหน้า ควรจะเลือกซื้อคะน้าที่เป็นต้นเล็กๆสูงเท่ากัน สูงสัก 6 นิ้ว เพื่อนำไปตัดครึ่งปรุงใส่ในราดหน้า จะได้ไม่ต้องเสียเวลาปอกเปลือก


การเลือกบวบเหลี่ยม ควรเลือกบวบเหลี่ยมที่มีสันเหลี่ยมสูง เพราะแสดงว่าลูกยังอ่อนอยู่ บวบเหลี่ยมหากยิ่งแก่ สันเหลี่ยมจะยิ่งแบนราบลง


การเลือกมะเขืออ่อน ควรจะเลือกที่จุกหรือขั้วหรือหมวกมีลักษณะยังนูนๆอยู่ แสดงว่าเป็นมะเขืออ่อน ถ้าจุกหรือขั้วแบนติดกับผล แสดงว่าเป็นมะเขือแก่แล้ว


การเลือกแตงกวา ควรเลือกแตงกวาลูกที่มีสีเขียวมากกว่าสีขาว บางทีผิวอาจจะมีรอยขรุขระเล็กน้อย ซึ่งแสดงว่าแตงกวาลูกยังอ่อนอยู่ เลือกที่ขั้วยังสดๆด้วย ส่วนเลือกอย่างไรไม่ให้เจอลูกขม อันนี้เลือกยาก อาจจะขึ้นกับบางต้น บางต้นลูกที่ออกมาไม่ว่าจะอ่อนหรือแก่ก็ยังขม



10. การเลือกสับปะรด สับปะรดที่เนื้อดีหวานฉ่ำ ควรเลือกผลที่เมื่อดีดแล้ว เสียงจะดังแปะๆ ถ้าเป็นเสียงดังโป๊กๆ ไม่ควรจะเลือก และในขณะที่ดีด สับปะรดที่หวานฉ่ำจะมีกลิ่นหอมมากกว่าสับปะรดที่ไม่หวานฉ่ำ



11. การป้องกันผักกาดหอมเหี่ยวเร็ว ควรนำโคนต้นผักกาดหอมไปแช่ในน้ำมะนาว ผักกาดหอมจะสดและเก็บได้นานขึ้น


12. การปอกและสับหัวหอม ควรปอกหัวหอมในน้ำเย็น หรือนำหัวหอมไปแช่ในช่องแช่แข็งก่อนจะนำมาสับ เพื่อจะไม่ทำให้แสบตาจนน้ำตาไหล




13. การปอกผลไม้ไม่ให้ดำ เช่น ปอกแอปเปิ้ล สาลี่ ฝรั่ง ชมพู่ เมื่อปอกทิ้งไว้มักจะมีผิวดำไม่น่ารับประทาน ยิ่งปอกไว้นานจะยิ่งดำมาก เพราะยางในผลไม้จะออกมาทำปฏิกิริยากับอากาศ ควรใช้เกลือ 1 ช้อนชาผสมน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ ผสมในน้ำสะอาดแล้วแช่ผลไม้ที่ปอก ทิ้งไว้สักครู่ เมื่อนำไปจัดใส่จานวางไว้บนโต๊ะอาหาร ผิวผลไม้จะไม่ค่อยดำ

หรืออาจจะปอกผลไม้ใหม่ๆใส่จาน โรยบนด้วยน้ำแข็งก้อนเล็กๆแล้วเสิร์ฟทันทีก็ได้


14. การล้างมีดเปื้อนยางขนุนให้ออกง่าย ควรนำผ้าชุบน้ำมันก๊าดเช็ดที่มีด ยางขนุนจะออกง่ายกว่าการใช้น้ำมันพืชเช็ด แล้วจึงล้างมีดนั้นด้วยน้ำยาล้างจานให้สะอาดอีกครั้ง


15. การลับมีดให้คมกว่าที่เคยลับ ควรโรยผงซักฟอกลงบนหินลับมีดเล็กน้อย จะทำให้หินลับมีด ลื่นและฝนมีดง่าย
ซึ่งจะทำให้ได้มีดที่คมยิ่งขึ้น


16. การดับกลิ่นในตู้เย็น เราใช้ตู้เย็นในการจัดเก็บรักษาของสดสารพัดชนิด รวมทั้งน้ำดื่มด้วย ของที่มีกลิ่นง่ายเช่น ทุเรียน ขนุน ปลาเค็ม เป็นต้น จะทำให้ตู้เย็นมีสารพัดกลิ่นได้ง่าย ควรแก้ไข โดยใช้ถ่านไม้หรือถ่านกะลาชิ้นเล็กๆห่อผ้าบาง หรือใส่ไว้ในถ้วยเล็กๆวางไว้ที่มุมใดมุมหนึ่งในตู้เย็น ถ่านไม้หรือถ่านกะลาจะช่วยดูดกลิ่นต่างๆในตู้เย็นเอาไว้ได้

เดี๋ยวนี้มีผลิตภัณฑ์ถ่านที่ทำขึ้นมาจากผลไม้เผา วางจำหน่ายในท้องตลาดแล้ว เพื่อให้ซื้อหามาวางให้ดูดกลิ่นในตู้เย็น บางเอกสารบอกว่าเศษกากใบชาที่ได้จากในกาชา เมื่อนำไปห่อผ้าหรือใส่ไว้ในถ้วยเล็กๆวางไว้ในตู้เย็นก็ใช้ได้


17. การเก็บปลาในตู้เย็น ถ้าเป็นปลาที่มีกลิ่นคาวแรง ควรนำผงกาแฟ โรยลงบนตัวปลาเล็กน้อย จะช่วยระงับกลิ่นคาวปลาในตู้เย็นลงได้ เมื่อจะนำปลาไปปรุงอาหารจึงค่อยล้างกาแฟออกด้วยน้ำ


18. การล้างหอยแครงให้คายดินออกมา ควรล้างทำความสะอาดภายนอกหอยแครงหลายๆครั้ง แล้วเทใส่ในกาละมังเติมน้ำให้ท่วมหอยแครง โขลกพริกขี้หนูสดพอแหลก 1 กำมือแล้วเทลงใส่ในน้ำที่มีหอยแครง ทิ้งไว้ประมาณ 15-30 นาที ความเผ็ดของพริกขี้หนูจะทำให้หอยแครงคายดินออกมา จากนั้นจึงนำไปล้างทำความสะอาดอีก 1-2 ครั้ง แล้วจึงนำหอยแครงไปลวกหรือย่างตามต้องการ


19. การล้างปลาหมึก ควรบีบมะนาวลงไปในน้ำที่ล้างปลาหมึกเล็กน้อย จะช่วยลดกลิ่นคาวและจะได้ปลาหมึกตัวขาวๆอีกด้วย


20. การแก้ปัญหาอาหารพวกเนื้อวัวเนื้อควายหรือเนื้อสัตว์ป่ามีกลิ่นคาว ควรล้างด้วยเกลือเสียก่อน แล้วนำไปหมักด้วยเหล้า วิสกี้ ไวน์ หรือเหล้าขาวของไทย โดยใส่เหล้าประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ หมักทิ้งไว้นาน 10 นาที แล้วจึงค่อยนำเนื้อดังกล่าวไปย่างหรือไปทอดทอด เนื้อสัตว์จะนุ่มลิ้นและหอมน่ารับประทาน


21. การแก้ปัญหาเมื่อลูกชิ้นปลาที่แช่เก็บในตู้เย็นนานๆมีกลิ่นคาว ควรนำน้ำส้มสายชูผสมน้ำ ต้มให้เดือด จากนั้นจึงลวกลูกชิ้นปลานั้นแล้วจึงค่อยนำไปประกอบอาหารอีกที ดีกว่าจะทิ้งเสียของ


22. การต้มยำปลาไม่ให้มีกลิ่นคาว ควรทุบหอมแดงลงไปในน้ำต้มสัก 2-3 หัว และตั้งน้ำให้เดือดพล่าน แล้วค่อยๆหย่อนปลาหรือเนื้อปลาลงไป ห้ามคนเนื้อปลาจนกว่าน้ำในหม้อจะเดือดอีกครั้ง เมื่อเนื้อปลาสุกจึงรีบปรุงรส เพียงเท่านี้กลิ่นคาวปลาจะหมดไปจากต้มยำ


23. การนึ่งปลาไม่ให้มีกลิ่นคาว ก่อนจะนำปลาไปนึ่งในน้ำเดือด ควรทาตัวปลาด้วยน้ำส้มสายชูและเกลืออย่างละหนึ่งช้อนชาให้ทั่วตัวปลา แล้วจึงนำไปนึ่ง ปลาที่นึ่งสุกจะไม่มีกลิ่นคาวปลาและจะช่วยให้เนื้อปลาไม่เละ


24. การย่างไก่ ย่างปลาไม่ให้มีควัน สาเหตุที่การย่างไก่หรือย่างปลามีควันมาก เพราะไขมันที่หยดลงไปในเปลวไฟไหม้แล้วทำให้เกิดควัน ควรโรยเกลือป่นลงไปบนถ่านร้อนๆ ก่อนที่จะนำไก่หรือปลาขึ้นย่าง จะช่วยให้ย่างแบบไม่มีควัน สบายตา และเบาแรงในการทำความสะอาดครัว

25. การต้มไก่ไม่ให้หนังไก่ลอก ในการไหว้เจ้าหากประสงค์จะต้มไก่เอง และไม่ต้องการให้หนังไก่ลอกออก ควรใส่เกลือลงไปในท้องไก่ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ นำไก่ไปต้มในหม้อที่เติมน้ำท่วมมิดตัวไก่พอดี พอน้ำเดือดก็ค่อยๆเติมน้ำเพิ่มขึ้นไปอีก พอน้ำเริ่มเดือดใหม่ค่อยๆเติมน้ำเพิ่มขึ้นไปอีก ทั้งนี้เพื่อลดอาการเดือดของน้ำลงนั่นเอง เพราะถ้าปล่อยให้น้ำเดือดพล่านในหม้อนานๆ หนังไก่จะหลุดลอกออกได้

หรือพอน้ำเดือดควรหรี่ไฟลง พอน้ำเดือดอีกก็หรี่ไฟลงอีก และควรช้อนฟองที่ลอยอยู่บนผิวของน้ำออกด้วย เพื่อไม่ให้ฟองไปติดบนตัวไก่ เมื่อไก่สุกทั่วทั้งนอกและในแล้ว จึงนำไก่ขึ้นจากหม้อ


26. การลวกผักใบ ควรตัดผักออกเป็นก้านๆ ล้างให้สะอาด นำหม้อหรือกระทะขึ้นตั้งไฟใช้ไฟแรง ใส่น้ำน้อย ใส่น้ำมัน 1 ช้อนชาและเกลือ 1 ช้อนชาลงในหม้อด้วย เวลาลวกให้ใส่ทีละ 3-4 ก้าน ใส่ก้านลงไปก่อนแล้วจึงค่อยๆกดลงไปทั้งใบ เมื่อผักเริ่มสุกให้รีบนำขึ้นและจุ่มลงในน้ำเย็นทันที ผักจะมีสีเขียวเท่าๆกันทั้งก้าน


27. การต้มข้าวโพดฝักให้หวานอ่อนนุ่ม ควรใส่น้ำลงในหม้อหรือกาละมังขนาดใหญ่ ใส่นมสดลงไปครึ่งถ้วย กับน้ำตาลทราย 1 ช้อนชาในน้ำ ต้มน้ำนั้นจนเดือดเสียก่อน แล้วจึงใส่ข้าวโพดสดจากไร่ลงไปต้ม นานราว 2-3 นาที พอข้าวโพดเริ่มสุก รีบตักขึ้น อาจจะนำข้าวโพดลงแช่ในน้ำเย็นที่เติมเกลือเอาไว้นิดหน่อย ก็จะได้ข้าวโพดที่หอม หวานและนุ่มน่ารับประทาน


28. การปรุงห่อหมกให้อร่อย ควรกวนส่วนผสมของเครื่องแกง กะทิ และปลาให้เข้ากันด้วยไม้พาย จากนั้นจึงเติมไข่ไก่ลงไปในส่วนผสมเล็กน้อย เน้นเนื้อปลามากกว่าเน้นไข่ คนจนส่วนผสมเหนียวและเริ่มแห้ง จึงนำไปห่อหรือใส่กระทงใบตอง ใส่ใบมะกรูดหั่นฝอยลงบนห่อหมกด้วย จะช่วยดับกลิ่นคาวปลาและทำให้ห่อหมกมีกลิ่นหอม


29. การแก้ปัญหาเมื่อทำแกงหรือน้ำซุปมีรสเค็มเกินไป ควรหั่นมันฝรั่งดิบลงไปในหม้อ เคี่ยวจนมันฝรั่งสุก มันฝรั่งจะช่วยดูดรสเค็มออกมาจากแกงหรือน้ำซุปได้ สำหรับพวกพะโล้ หรืออาหารตุ๋นที่มีรสเค็มมากเกินไป ควรเติมน้ำส้มสายชูและน้ำตาลลงไปอย่างละ 1 ช้อนชา ก็จะช่วยลดความเค็มลงได้


30. การบรรเทากลิ่นฉุนของการคั่วพริกแห้ง ในการคั่วพริกแห้งเพื่อทำอาหารต่างๆจะมีกลิ่นฉุน โดยเฉพาะในครัวที่มีการระบายอากาศไม่ดี พอกลิ่นฉุนออกมา จะทำให้แสบตาและจาม ควรบรรเทาโดยใส่เกลือป่นลงในกระทะคั่วพริกแห้ง เมื่อคั่วไปกลิ่นฉุนจะบรรเทาลงได้บ้าง





31. การทอดอาหารไม่ให้อมน้ำมัน ปกติพวกกล้วยแขก ปาท่องโก๋ โดนัท ซึ่งมีแป้งเป็นส่วนผสมและใช้ทอด แป้งมักจะอมน้ำมัน นอกจากจะไม่ดีต่อสุขภาพแล้ว ยังจะเป็นการสิ้นเปลืองน้ำมันที่ทอดด้วย ควรแก้ไขโดยใส่น้ำส้มสายชูเล็กน้อยลงในน้ำมันที่ทอด จะช่วยให้แป้งที่ทอดลดทอนการอมน้ำมัน


32. การต้มมะระไม่ให้ขม ควรต้มน้ำที่ใส่เกลือเล็กน้อยให้เดือดเสียก่อน แล้วใส่ชิ้นมะระที่ควักไส้ออก ล้างให้สะอาดลงไปต้ม จากนั้นนำมะระขึ้นจากน้ำเดือดแล้วนำลงแช่ในน้ำเย็น เทน้ำต้มมะระเดือดนั้นทิ้งไป และนำมะระมาต้มกับหมูหรือยัดไส้หมูมะระโดยใช้ต้มกับน้ำซุปจริงอีกครั้ง


33. การเผามะเขือยาว เพื่อใช้เป็นอาหารจิ้มน้ำพริกหรือใช้ปรุงเป็นอาหารประเภทยำ ควรเผาโดยใช้ไฟแรง พลิกกลับไปมาให้ทั่ว แล้วนำไปแช่น้ำเย็นทันที จะลอกเปลือกมะเขือยาวออกเป็นสีเขียวและนุ่มน่ารับประทาน


34. การป้องกันความชื้นในขวดเกลือ ควรใส่เม็ดข้าวสาร 4-5 เม็ดลงในขวดเกลือด้วย เม็ดข้าวสารจะช่วยดูดซับความชื้น ทำให้เกลือในขวดไม่ติดกันเป็นก้อน คงความเป็นเกลือป่นได้นานๆ


35. การขจัดตะกอนหินปูนในกาต้มน้ำ หากมีตะกอนเกาะอยู่ในกาต้มน้ำ จะเป็นสาเหตุให้สิ้นเปลืองแก๊สและเสียเวลาในการต้มน้ำมากขึ้น ควรขจัดหินปูนโดย ใช้น้ำส้มสายชู 1/2 ถ้วยผสมกับน้ำสะอาด 1/2 ถ้วย ใส่ลงในกาต้มน้ำแล้วต้มจนเดือด ทิ้งไว้ค้างคืน แล้วนำมาล้างอีกครั้ง ตะกอนที่ติดอยู่จะหลุดออกไป


36. การขจัดคราบไขมันในอ่างล้างจาน ควรใช้น้ำส้มสายชูเทลงในอ่างประมาณ 1/4 ถ้วย ใช้ฟองน้ำล้างจาน เช็ดให้ทั่วอ่างบริเวณที่มีคราบไขมันเกาะ แล้วจึงล้างน้ำ แล้วใช้น้ำยาล้างจานล้างซ้ำอีกครั้ง คราบไขมันก็จะหมดไป


37. การล้างคราบดำตามซอกนิ้วซอกเล็บหลังจากหั่นผัก หลังจากเตรียมอาหารในครัวซึ่งจะมีการปอกผักหรือหั่นฝอยผัก ทำให้มักมีคราบดำๆติดตามซอกนิ้วหรือซอกเล็บ ซึ่งล้างออกได้ยาก ควรใช้น้ำมะเขือเทศดิบหรือน้ำมะนาวล้างออก คราบจะหลุดออกได้ และยังจะช่วยถนอมมืออีกด้วย


38. การขจัดน้ำตาเทียนที่หยดลงบนพื้นไม้ ควรใช้กระดาษทิชชู่วางซ้อนกันหนาๆบนรอยน้ำตาเทียนที่หยด แล้วใช้เตารีดอุ่นๆวางทับบนกระดาษทิชชู่ น้ำตาเทียนเมื่อโดนความร้อนก็จะละลายและซึมเข้าไปอยู่ในกระดาษทิชชู่แทน


39. การเช็ดกระจกให้ใส ควรผสมน้ำส้มสายชูลงในน้ำ แล้วใช้ผ้าชุบน้ำนั้นไปเช็ดกระจก จากนั้นใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ชนิดกระดาษปรู๊ฟ เช่นไทยรัฐ เดลินิวส์ที่ไม่ใช้แล้ว บีบกระดาษหนังสือพิมพ์ให้ยับๆเสียก่อน โดยพยายามไม่ให้มีมุมคมๆของกระดาษหนังสือพิมพ์เสียดสีกับผิวกระจก นำไปเช็ดกระจกซ้ำอีกทีจนกระจกแห้ง กระจกจะใสแจ๋วแวววาว


40. การทำถ้วยน้ำแข็ง ควรเริ่มจากใช้ภาชนะถ้วยที่มีรูปทรงใกล้เคียงกัน 2 ถ้วย เป็นถ้วยใบใหญ่หนึ่งถ้วย และถ้วยใบเล็กหนึ่งถ้วย จากนั้นนำน้ำแข็งมาทุบให้เป็นก้อนเล็กๆหรือจะใช้เครื่องบดน้ำแข็งก็ได้ แล้วเทน้ำแข็งก้อนเล็กหรือน้ำแข็งบดใส่ลงไปในถ้วยใบใหญ่ก่อน แล้ววางถ้วยใบเล็กซ้อนลงบนน้ำแข็งบดอีกที เกลี่ยให้น้ำแข็งใต้ถ้วยใบเล็กกระจายหนาเท่ากัน เพื่อจะได้ความหนาของถ้วยน้ำแข็งที่ต้องการทำ สม่ำเสมอ จากนั้นเทน้ำหวานผสมน้ำสะอาดลงไปในน้ำแข็งสักเล็กน้อยเพื่อเป็นตัวเชื่อมน้ำแข็งให้ละลายกลายเป็นชิ้นเดียวกัน แล้วจึงนำภาชนะถ้วยทั้งสองพร้อมถ้วยน้ำแข็งตรงกลางไปแช่ในช่องแช่แข็ง เมื่อถ้วยน้ำแข็งแข็งได้ที่ ก็นำออกมา ตอนจะนำภาชนะถ้วยทั้งสองออกมาจากถ้วยน้ำแข็ง ให้รินน้ำอุ่นลงไปบนภาชนะทั้งสองถ้วยเล็กน้อย ถ้วยน้ำแข็งก็จะหลุดออกมาเอง

….วิธีนี้อาจดัดแปลงทำเป็นแก้วน้ำแข็งสีสวยด้วยก็ได้.








โดย yyswim



Create Date : 20 มิถุนายน 2549
Last Update : 21 มิถุนายน 2549 11:08:27 น. 21 comments
Counter : 4946 Pageviews.

 
ขอบคุณมากค่ะ


โดย: mungkood วันที่: 20 มิถุนายน 2549 เวลา:18:12:43 น.  

 
รู้สึกว่าผมคงไม่ได้เอาไปใช้เท่าไหร่ เพราะว่าไม่เคยทำครัว
แต่จะจำเคล็ดลับการทอดไข่ดาวไว้นะครับ 5555+

อืม...
แต่เท่าที่อ่านดูทั้งหมดนี่มีน้ำส้มสายชูเป็นนางเอกเลยนะครับ
สารพัดประโยชน์จริงๆ เลยยยย


โดย: พลทหารไรอัน วันที่: 20 มิถุนายน 2549 เวลา:19:37:45 น.  

 
ไม่รู้ว่าเขาใช้ดนตรีอะไรตอนเดินพาเหรดนะครับ

^
ใช้เพลงกับดนตรีของเม็กซิกันเป็นส่วนใหญ่ค่ะ
เพราะงานนี้ก็เหมือนงานพาเหรดของเม็กซิกันนั่นแหละค่ะ


โดย: mungkood วันที่: 20 มิถุนายน 2549 เวลา:19:57:11 น.  

 
เรานั่งอ่านจนจบเลย เพราะเป็นความรู้ที่เราเอาไปปฏิบัติจริงได้ ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ


โดย: Malee30 วันที่: 20 มิถุนายน 2549 เวลา:20:05:34 น.  

 
แล้วตอนไหนจะบอกวิธีหาพ่อครัวอะลุง เออทำกับข้าวไม่เป็นอะ อ่านไปก้อเท่านั้นอะ

นะลุงนะ ขอวิธีหาพ่อครัวบ้างนะ


โดย: err_or วันที่: 20 มิถุนายน 2549 เวลา:21:45:51 น.  

 
โอว ได้ความรู้ครับ ปกติผมทำกับข้าวเองอยู่แล้ว แต่ไม่ค่อยรู้อะไรมาก ก็มั่วๆไปน่ะครับ รู้เเค่บางข้อ อย่างเรื่องการเลือกซื้ออะไรแบบนั้นครับ เพราะเมื่อก่อนทำร้านอาหาร ก็ไปจ่ายตลาดเอง แม่ก็ช่วยสอนให้ว่าอะไรเลือกยังไง และเทคนิคเล็กๆน้อยๆบางอย่างที่ควรรู้น่ะครับ


ขอก็อปเก็บไว้อ่าด้วยนะครับ ยาวมากจำไม่ได้หมดครับ


คุณสินสบายดีนะครับ...ผมไม่ได้เข้ามานานเลย พอดีมีเรื่องไม่สบายใจหลายเรื่องครับ เลยอยากอยู่ห่างๆอะไรๆหลายๆอย่างสักพัก ตอนนี้โอเคบ้างแล้ว เลยแวะมาได้เหมือนเดิมครับ


โดย: พ่อน้องโจ วันที่: 20 มิถุนายน 2549 เวลา:21:48:49 น.  

 
สาระมากมายเลยครับ ขอบคุณมากมาย

ขอบคุณสำหรับคำอวยพรนะ

แต่ความฝันมันยังอีกไกลอ่ะ แหะๆๆๆ


โดย: VinKaBees วันที่: 21 มิถุนายน 2549 เวลา:10:58:20 น.  

 
ใครที่อยากจะเป็นแม่บ้านแม่เรือนนี่อ่านแล้วได้ความรู้มากเลยนะนี่

ขอบคุณที่แวะไปจ้า


โดย: ณ มน วันที่: 21 มิถุนายน 2549 เวลา:17:40:52 น.  

 
สาธุค่า


โดย: PADAPA--DOO วันที่: 22 มิถุนายน 2549 เวลา:6:53:10 น.  

 
เหอ ๆ ทำงานครัวไม่เป็นอะครับ รอกินอย่างเดียวได้ปะ


โดย: 90210 วันที่: 22 มิถุนายน 2549 เวลา:6:53:17 น.  

 

คุณมังคุด…….ขอบคุณครับที่เข้ามาอ่านเป็นคนแรก แถมใจดีเข้ามาตอบคำถามเรื่องพาเหรดที่เม็กซิโกด้วย

เอ่อ แล้วคุณมังคุด เชียร์บอลทีมไหนล่ะครับ?


พลอั้น……ผมเอง ก้อไม่ค่อยปรุงอาหารเองเหมือนกะนาย เป็นคนอยู่หน้าครัว ไม่ใช่ออยู่ในครัว

เอ่อ ถามเล่นๆหน๊อย คนที่เสียงดีอย่างนาย เขาชอบกินอาหารรสไหน?

จืดๆ หรือแนวเค็ม(ต้องขอน้ำปลาพริกทุกครั้ง) หรือแนวเปรี้ยว(ก็บีบมะนาวลงไปมากหน่อย) ผมเองกินรสจัดมานาน



โดย: yyswim วันที่: 22 มิถุนายน 2549 เวลา:9:40:52 น.  

 

คุณน้ำฝน……ผมรู้สึกปลื้มครับที่Blogเรื่องนี้ นำไปใช้งานได้

อย่างที่พลอั้น คอมเมนต์ข้างบนพูดไว้ พวกน้ำส้มสายชูเนี่ย ใช้ประโยชน์ได้มากทีเดียว น่าจะมีไว้ติดครัวนะครับ ถ้าใช้ปรุงอาหารทางโน้นไม่ได้ ก็ยังใช้เช็ดแก้วได้ ไล่มดได้


ม๋าเอ๋อ……แกอยากได้พ่อครัวเหอ?

จ้างดิ ให้ค่าจ้างแพงๆหน่อย เด๋วก็ได้มาสักสองคนแหละ เหอ เหอ



โดย: yyswim วันที่: 22 มิถุนายน 2549 เวลา:9:42:04 น.  

 

พ่อน้องโจ…..ดีใจที่ทราบว่าเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจบรรเทาลง และทุกอย่างเข้าที่เข้าทางตามที่พ่อน้องโจพอใจ

ที่จริง ผมขอเสนอแนะว่า ยิ่งผ่านไฟร้อน ชีวิตจะยิ่งแกร่งนะครับ พยายามมองโลกในแง่ดี

คนอื่นเขาก็มีปัญหากันทุกคน เพียงแต่เขาไม่บอกให้ใครทราบ เราเพียงแต่แก้ไขปัญหาเท่าที่ความสามารถของเราแก้ได้ ที่เหลือ ก็ไม่ต้องไปเครียดแล้ว เอาความสุขใจเข้าตัวมากๆดีกว่าเอาความทุกข์ใจเข้าตัว ชีวิตนี้จะได้อายุยืน โลกนี้จะได้มีสิ่งสวยงาม ขอเอาใจช่วยพ่อน้องโจครับ



โดย: yyswim วันที่: 22 มิถุนายน 2549 เวลา:9:43:31 น.  

 

วิน……ขอบคุณที่ชอบเรื่องนี้

“ความฝันมันยังอีกไกล”…เหอ?
ไม่เป็นไรครับ หากมีก้าวแรกเริ่มขึ้น จุดหมายจะค่อยๆใกล้เข้ามา หากเกิดอาการสะดุดอีก ก็อย่าท้อนะครับ


คุณ ณ มน……แม่บ้านแม่เรือนตัวจริงเสียงจริง คงจะรู้เรื่องพวกนี้ไปหมดแล้วละครับ คุณ ณ มน

เพราะผม จขบ.นำแต่สิ่งที่ควรรู้แบบพื้นๆมาเสนอ ยังไงก็ตามหากจะมีประโยชน์บ้าง ผมก็เป็นปลื้มครับ



โดย: yyswim วันที่: 22 มิถุนายน 2549 เวลา:9:44:46 น.  

 

คุณPADAPA—DOO……เจริญพร โยม


คุณ90210…..มีตังค์ครับ ไม่ต้องหุงเอง

จ้างแม่บ้านหรือโทร.สั่งเอาก็ได้



โดย: yyswim วันที่: 22 มิถุนายน 2549 เวลา:9:45:32 น.  

 
อ่านจบเเล้ว..อายจัง ทำม่ะเป็นสักอย่าง..ขอเปลี่ยนเป็นสูตร..หาพ่อครัวด้ายม่ะครับ แบบอย่างคุณ ม๋าเอ๋อ……แกอยากได้พ่อครัวเหอ?

จ้างดิ ให้ค่าจ้างแพงๆหน่อย เด๋วก็ได้มาสักสองคนแหละ เหอ เหอ
...ม่ะอาวนะ ม่ะมีตัง.. จ่ายด้วยหัวใจด้ายม่ะคร๊าบ...


โดย: Tahannam วันที่: 22 มิถุนายน 2549 เวลา:11:32:15 น.  

 
แวะมาหวัดดีค้าบบบบ

ช่วงนี้อากาศอึมครึมทำผมซึมไปด้วยเลย
55555....


โดย: little-joe วันที่: 22 มิถุนายน 2549 เวลา:13:15:13 น.  

 
คนเสียงดีต้องตื่นมากินน้ำค้างบนยอดหญ้าครับ 555+

จริงๆ แล้วผมชอบกินรสจืดครับ อย่างที่เคยบอกไปแล้วว่าที่บ้านจะเน้นไม่ทำอาหารรสจัด ผมก็เลยชอบอะไรที่ไม่จัดมาก


โดย: พลทหารไรอัน วันที่: 22 มิถุนายน 2549 เวลา:15:20:00 น.  

 
เป็นความรู้ที่ดีมาก ๆ ครับพี่สิน แต่ผมทำกับข้าวไม่ค่อยเป็น ขอบคุณครับที่พี่สินนำรูปไปให้ผม ผมเรียนหนัก แล้วก็เชียร์หุ่นยนต์เพื่อน ๆ อยู่ ถึงจะแข่งแพ้อาชีวะ แต่เราก็ชนะในทีมอุดมศึกษาทั้งหมดครับ


โดย: basbas วันที่: 22 มิถุนายน 2549 เวลา:18:12:34 น.  

 

ตะหานน้ำ…..”อยากได้พ่อครัวเก่ง แต่ม่ะมีตัง.. จะขอจ่ายด้วยหัวใจ”

ถามพ่อครัว เขาซิ ….คงได้ คงได้


โจเล็ก……ผมเข้ามาตอบเมนต์ได้ เพราะยังไม่นอน รอดู บราซิล-ญี่ปุ่น อยู่

เมื่อเย็นตอนเลิกงานวันนี้ อากาศอึมครึมอย่างที่คุณว่าจริงๆ แต่ที่สระ ยังพอว่ายได้ครับ เมื่อวานสิ เจ้าหน้าที่สระขอให้ขึ้นจากสระเลย ฝนตกและฟ้าร้องฟ้าแลบ จนน่ากลัว ถ้าคุณอยากสดใสกระชุ่มกระชวย ผมเชียร์ให้ไปออกกำลังกาย ในกีฬาที่คุณชอบนะครับ



โดย: yyswim วันที่: 23 มิถุนายน 2549 เวลา:0:23:31 น.  

 

พลอั้น…..กินรสจืด จึงเสียงดีเหรอ?

น่านซิ ผมเลยด้อยสมรรถภาพด้านเพลง โฮะโฮะ


น้องบาส…..แข่งหุ่นยนตร์ปีนี้แล้ว อ๊ะ? ทุกปีถ่ายทอดช่อง9 นี่ครับ หรือว่าที่พูด เป็นแค่รอบคัดเลือก ปกติพี่จะคอยดูนะครับ แข่งหุ่นยนตร์เนี่ย พระจอมเกล้าเก่งนะครับ ขอชม




โดย: yyswim วันที่: 23 มิถุนายน 2549 เวลา:0:24:55 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

yyswim
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 40 คน [?]





บล็อกสรรสาระนี้ จขบ.ไม่ได้เขียน-ไม่ได้ถ่ายภาพ-ไม่ได้อัพโหลดคลิปเอง หากแต่ทำหน้าที่เป็นบรรณาธิการบล็อก เสาะหาเรื่องดีๆ รูปสวยๆ คลิปแปลกๆ มาไว้ในบล็อก


ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยม ขอเชิญชมหรืออ่านตามสบาย ไม่ต้องคอมเมนต์ก็ได้ จขบ.ชอบการเข้ามาเยี่ยม แบบกันเอง ง่ายๆ สบายๆ




เริ่มเขียนBlog เมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2548


เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ.2550 เวลา 23.30 น.


เริ่มนับจำนวนผู้เข้าเยี่ยมชม




Latest Blogs

New Comments
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2549
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
20 มิถุนายน 2549
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add yyswim's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.