รองเท้าแตะ







รองเท้าแตะ




รองเท้าแตะ ชื่อนี้ผ่านสายตาเผินๆเหมือนจะไม่มีความสำคัญ...

ยิ่งถ้ามีตัวเปรียบเทียบเป็น รองเท้าหนัง รองเท้าส้นสูง หรือรองเท้าผ้าใบด้วยแล้ว รองเท้าแตะจะยิ่งดูเป็นของด้อยค่าลงไป

แต่เมื่อใดก็ตามที่เรากลับถึงบ้าน แล้วต้องถอดรองเท้าหนัง รองเท้าส้นสูง หรือรองเท้าผ้าใบออกจากตัว เมื่อนั้นแหละความสำคัญของรองเท้าแตะก็จะปรากฏ






เพราะเราจะสวมรองเท้าแตะในบ้าน ในห้องน้ำ ในห้องครัว รอบๆบ้าน และใกล้ๆบ้าน กัน


ใครจะเชื่อบ้างว่า รองเท้าแตะ เป็นสิ่งของ ของสถิติสิ่งของที่ถูกขโมยสูงในอันดับต้นๆ ….

ไม่ได้หมายความว่า จะมีแก๊งขโมยรองเท้าแตะหรอกนะ แต่ที่มันชะแว๊บหายไปแบบไร้ร่องรอยก็เพราะ มีการหยิบยืมโดยพละการ โดยไม่บอกเจ้าของ หรือมีการสวมใส่ผิดคู่ไป แบบไม่รู้ตัว บ่อยๆ



และเหตุที่ตัวมันเองก็ออกจะเป็นสิ่งของสาธารณะที่หยิบยืมกันง่าย สวมใส่ผิดคู่หน่อยก็ไม่ค่อยรู้ ทำให้บางครั้งคนที่หยิบยืมไปก็ลืมคืน หรือคนที่สวมใส่ผิดคู่ไปก็ทำเป็นเลยตามเลยเสีย ไม่ใส่ใจจะนำไปเปลี่ยนคืน …..


…นี่ไง สาเหตุของการเป็นสิ่งของที่ถูกขโมยสูงในอันดับต้นๆ


สมัยหนึ่งรองเท้ายาง หรือรองเท้าแตะที่ทำมาจากยางรถยนต์ ถือเป็นแฟชั่นยอดฮิตของหมู่วัยรุ่น เป็นสัญลักษณ์ของฝ่ายซ้ายเลยทีเดียว เพราะฝ่ายขวาหรือฝ่ายรัฐจะสวมรองเท้าบูท สมัยนั้นกระแสการแต่งกายของนักศึกษาจะมาแรงเรื่อง 5 ย. คือ ผมยาว , เสื้อยืด , กางเกงยีนส์ , สะพายย่าม และ รองเท้ายาง แต่ปัจจุบัน ความขัดแย้งทางความคิดแบบนั้นเปลี่ยนไปแล้ว


อย่างไรก็ตาม ความสำคัญของรองเท้าแตะก็ยังไม่จบ

แม้รองเท้ายางรถยนต์จะไม่ฮิตและมีคนผลิตขายน้อย แต่เทคโนโลยีการผลิตรองเท้าที่เจริญก้าวหน้าขึ้น มีการนำโฟมหรือผลิตภัณฑ์จากปิโตรเคมี ที่สามารถทำปฏิกิริยากับยางพาราจนขยายตัวได้หลายเท่า นำมาขึ้นรูปด้วยความร้อน รีดเป็นแผ่น ตัดด้วยเครื่องจักร ทำขึ้นเป็นรองเท้าแตะได้ง่ายและผลิตได้วันละเป็นจำนวนมาก รองเท้าแตะจึงหาซื้อได้ง่ายในตลาดทุกท้องที่ และในราคาถูก ประมาณราคา40-400บาท เท่านั้น








จะยากดีมีจนอย่างไร จะเป็นชาวเขาหรือว่าชาวกรุง จะเป็นชาวนาหรือว่าชาวสวน ก็สามารถหาซื้อรองเท้าแตะกันได้ทั้งนั้น


เชื่อหรือไม่….คนไทยเกือบทุกคนจะมีรองเท้าแตะเป็นของตัวเอง บางคนมีมากกว่า1 คู่ (ผมล่ะ มีตั้ง 5 คู่ เฮอะ เฮอะ)

แล้วคนไทยมีหกสิบกว่าล้านคน ในเมืองไทยจึงมีการใช้รองเท้าแตะกันจำนวนกี่ล้านคู่ เฮอะ เฮอะ เฮอะ เฮอะ ….



และถ้าวันนี้ เราหารองเท้าแตะไม่เจอ…เราจะหงุดหงิดมั้ย

อย่างงี้ ถ้าไม่สำคัญ….ก้อ ไม่รู้จะว่าไรแล้ว




โดย yyswim



Create Date : 05 ตุลาคม 2548
Last Update : 5 ตุลาคม 2548 15:57:04 น. 34 comments
Counter : 3545 Pageviews.

 

ข้อห้ามกับรองเท้าแตะ


1. อย่าเลือกรองเท้าแตะที่ขนาดเล็กกว่าเท้า….จะเดินลำบาก
หูรองเท้าจะขาด ส้นเท้าจะสกปรก นิ้วเท้าจะสะดุดเป็นแผล

2. อย่าเลือกรองเท้าแตะที่ขนาดใหญ่กว่าเท้า…..จะเดินสะดุดพื้น
จะเดินสะดุดขาตัวเอง สม สม เฮอะ เฮอะ

3. อย่าเลือกรองเท้าแตะที่พื้นแข็งและหนา……จะเดินช้า
เดินโดยพื้นแข็งดีดใส่ส้นเท้า ส้นเท้าจะเจ็บ

4. อย่าเลือกรองเท้าแตะที่หูคีบเป็นสายเส้นเล็ก……จะเดินเท้าแพลง
จะเจ็บง่ามนิ้วเท้า


5. อย่าสวมรองเท้าแตะเดินบนพื้นที่ไม่เรียบ เช่น แถวน้ำตก ในป่า
พื้นกรวด เพราะจะเดินเท้าแพลง รองเท้าจะขาด และบาดเจ็บ

6. อย่าสวมรองเท้าแตะเล่นกีฬา เพราะจะวิ่งช้า หกล้ม รองเท้าขาด
แพ้เพื่อนชัวร์

7. อย่าสวมรองเท้าแตะพร้อมกับใส่ถุงเท้า หรือถุงน่อง
เพราะจะเดินเท้าแพลง

8. ระวังให้มาก ยามใส่รองเท้าแตะเดินบนพื้นที่น้ำไหลนองหรือลื่น
เดินขึ้นบันได เพราะพื้นจะลื่น รองเท้าจะหลุด

9. ระวังให้มาก ยามใส่รองเท้าแตะเดินกลางฝน เดินในตลาดสด
เพราะรองเท้าจะดีดน้ำสกปรกขึ้นมาเปียกเสื้อผ้าและน่อง

10. ระวังให้มาก ยามใส่รองเท้าแตะแล้วซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์
เพราะรองเท้าจะหล่น เท้าเบียดเข้าไปในซี่ล้อ….เสียว..เลือดสาด

11. ระวังให้มาก ยามใส่รองเท้าแตะในที่ทำงาน
เพราะเงินเดือนจะแป๊ก หุ หุ หุ หุ



โดย: yyswim วันที่: 5 ตุลาคม 2548 เวลา:15:59:09 น.  

 

ทำตำหนิที่รองเท้า


รองเท้าแตะหากสวมไปในที่ที่มีคนหมู่มาก แล้วต้องถอดรวมกันไว้ เช่น ไปวัด ไปสระว่ายน้ำ ไปแค้มพ์ เมื่อจะหยิบมาสวมอีกครั้ง มักจะหารองเท้าแตะคู่เดิมของตนยาก หรืออาจจะสวมสลับข้างกับของผู้อื่น


….แนะนำให้ใช้ปากกามาร์คเกอร์ชนิดที่ลบน้ำไม่ออก เขียนตำหนิไว้ในพื้นรองเท้าหรือที่ข้างรองเท้า หรือใช้เส้นด้ายผูกไว้ที่หูรองเท้าทั้งสองข้าง หรือใช้มีดบากพื้นรองเท้าทั้งสองข้าง(ถ้าเป็นรองเท้าฟองน้ำ)
ทิ้งไปเล็กน้อย



คราวนี้ก็จะจำตำหนิได้ง่าย คนอื่นจะสวมรองเท้าไปผิดคู่หรือผิดข้าง
เขาก็จะรู้โดยง่าย….

ยกเว้นแต่ว่า เขาจะเจตนายืมรองเท้าของเราเป็นการถาวร



โดย: yyswim วันที่: 5 ตุลาคม 2548 เวลา:16:00:07 น.  

 

แก้ลื่น..ที่ใต้พื้นรองเท้า


รองเท้าแตะเก่าๆ เวลาเดินเหยียบน้ำ พื้นมักจะลื่น เพราะพื้นใต้รองเท้า
สึกจนไม่มีดอก


อย่าเพิ่งรีบทิ้ง…ลองนำมีดมากรีดพื้นรองเท้าให้เป็นร่องเล็กๆตื้นๆ
กรีดให้ทั่วจนเป็นตารางสี่เหลี่ยม



คราวนี้ เราก็จะสามารถใช้รองเท้าคู่นี้ โดยที่พื้นรองเท้าหนืด
และไม่ลื่นอีกแล้ว



โดย: yyswim วันที่: 5 ตุลาคม 2548 เวลา:16:00:52 น.  

 
ข้อห้ามข้อ 11 น่ากลัวมาก


โดย: rebel วันที่: 5 ตุลาคม 2548 เวลา:16:17:10 น.  

 
ข้อห้ามนี่อ่านแล้วฮาค่ะ ที่บ้านนี่อยู่กันสองคนอย่างกับอยู่กันสักกองทัพแน่ะค่ะ แบบนี้ดีหน่อยเพราะว่าขโมยไม่ค่อยขึ้นบ้านเพราะนึกว่าอยู่กันเยอะ


โดย: JewNid วันที่: 5 ตุลาคม 2548 เวลา:16:37:56 น.  

 
5555...
ตอนนี้กำลังมองหารองเท้าแตะคู่ใหม่อยู่พอดีเลยค่ะ

=)


โดย: hunjang วันที่: 5 ตุลาคม 2548 เวลา:17:00:33 น.  

 
อืม..คุณค่าใต้ฝ่าเท้า...

นั้นสินะครับ..ถ้าหารองเท้าแตะไม่เจอ..ก็คงหงุดหงิดพอสมควรนะสำหรับผม

ป.ล.ถือโอกาสร่ำลาด้วยเลยครับ..พรุ่งนี้ออกเดินทางเข้า เขมร-เวียดนามแล้ว..ได้ฤกษ์เปิดฤดูกาลลุยงานสนามอีกรอบ..คงหายจาก Blog ไปพกใหญ่ๆเลยล่ะ..


โดย: กุมภีน วันที่: 5 ตุลาคม 2548 เวลา:17:17:48 น.  

 
รองเท้าแตะของผมมันหายประจำเลย.......


โดย: ครีเอทีฟ หัวเห็ด วันที่: 5 ตุลาคม 2548 เวลา:17:19:08 น.  

 
เห็นด้วยทุกข้อความค่ะ


โดย: Hana* วันที่: 5 ตุลาคม 2548 เวลา:17:33:38 น.  

 
แวะมาอ่านด้วยคนค่ะ..
ข้อห้ามนี่ อ่านแล้วขำเล็กๆ นะคะ..


โดย: ยัยบี๋ วันที่: 5 ตุลาคม 2548 เวลา:19:10:02 น.  

 
สวัสดีค่ะ

ปกติจะชอบรองเท้าแตะใส่สบายๆคู่ละหลายร้อยบาท

ที่ถูกๆ ใส่ไม่ค่อยสบาย ไม่ใช่ว่าติดที่ราคา

จริงๆนะคะลองมาหลายคู่แล้ว

ลองใส่ที่ถูกๆ กลายเป็นกัดเท้าแดงระบมไปหมด


โดย: รักดี วันที่: 5 ตุลาคม 2548 เวลา:19:49:37 น.  

 
ข้อความงวดนี้ เจ๋งอ่ะ น้องสิน ยกนิ้วให้ (นิ้วโป้ง มะช่ายนิ้วกลางนะ)
มีสาระ ใกล้ตัว มีประโยชน์ แถมมีแอบขำอีกแหน่ะ
อ่านแล้วบายใจ มะเครียดดี ชอบๆ
เอาไป 9 เต็ม 10 อีก (ให้เต็ม เด๋วเหลิง อิอิ)
แล้วจามาเยี่ยมใหม่เน้อ


โดย: ladybear (ladybear ) วันที่: 5 ตุลาคม 2548 เวลา:22:38:37 น.  

 
แต่ว่าไงอะนะ แถวบ้านอินทรีไม่มีใครใส่แตะตอนฝนตกอะไม่เหมือนบ้านเรา มันลื่นอะ


โดย: อินทรีทองคำ วันที่: 6 ตุลาคม 2548 เวลา:2:12:21 น.  

 
สวัสดีตอนเช้าค่า
รองเท้าแตะจำเป็นจริงๆ ค่ะ ^^



...


โดย: ขอบคุณที่รักกัน (blueberry_cpie ) วันที่: 6 ตุลาคม 2548 เวลา:8:09:08 น.  

 
นั่นสิคะ คุณสิน เวลาไปเดินเล่นที่ห้าง
มักจะพบเห็นคนซื้อรองเท้าแตะกันประจำ
...ลองมาคิดดูแล้ว เงินค่ารองเท้าแตะนี่อาจจะเยอะพอๆ กับของอุปโภคบริโภคแบบสิ้นเปลืองทีเดียว
...น่าสงสารนะ คุณประโยคเยอะมาก
แต่เรากลับไม่เสียใจเวลาที่หายไป.... (คนดีที่ถูกลืม)

เอ้อ...ข้อห้ามของการใช้เยอะจังค่ะ
....อ่านไปอ่านมา เขาเหมาะที่จะอาศัยภายในบ้านนะคะ

สวัสดีค่ะ


โดย: mda IP: 203.159.36.10 วันที่: 6 ตุลาคม 2548 เวลา:8:45:33 น.  

 
เดี๋ยวนับก่อน ... ของเรามีกี่คู่ ...
...
มีอยู่ 3 คู่เองอ่ะ .. น้อยกว่าสินอีก .. เหอ-เหอ

ไม่ค่อยถนัดใส่รองเท้าแตะออกนอกบ้านอ่ะ .. รู้สึกเท้ามันเปื้อนยังไงไม่รู้
เลยใส่แต่เวลาอยู่ในบ้าน ..


ว่าแต่ ... รูปแรกนั่นรองเท้าเธอเหรอสิน ..
หวานกว่ารองเท้าเราอีกนะ.. ยิ่งคู่ขวาสุด สีแดงๆ นั่น...


โดย: ซีบวก วันที่: 6 ตุลาคม 2548 เวลา:9:02:22 น.  

 
ข้าพเจ้าก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ใส่รองเท้าแตะในที่ทำงาน (มีรองเท้าเปลี่ยน) ไม่รู้ว่าจะเข้าข่ายข้อ 11 หรือเปล่า

เห็นจะจริงดังที่ว่า >b>"รองเท้าแตะ เป็นสิ่งของ ของสถิติสิ่งของที่ถูกขโมยสูงในอันดับต้นๆ" การสวมผิดคู่ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุ แต่ผมว่าที่สถิติเพิ่มขึ้นมาอีกก็คือการ เดินตามรอยโจร อีกสาเหตุครับ ที่ใช้คำว่า เดินตามรอยโจร ก็เพราะว่าเวลาต้องเข้าสถานที่บางสถานที่ๆต้องถอดรองเท้าก่อนเข้าไป อย่างถ้า ตจว.นี่เวลาจะเข้าไปในโบสถ์,ศาลา หรือสถานที่ๆต้องให้ความเครพ (ถ้าอย่างงั้น..การถอดรองเท้าก็น่าจะถือเป็นความเครพได้นะ ว่าไหม?) แล้วเกิดรองเท้าหายไป ผมว่าต้องมีจำนวนไม่มากก็น้อยล่ะ ต้องมีการขโมยคืน ไม่งั้นก็ต้องเดินเท้าเปล่ากลับบ้านกัน แล้วคนที่โดนขโมย ก็ต้องขโมยต่อๆกันอีก โน่นแหละครับคนสุดท้ายแหละครับ หรือไม่ต้องมีคนใดคนหนึ่งเป็นคนหยุดวงจรนั้น ที่เล่ามานี่ขอบอกไว้ก่อนนะว่าผมไม่เคยทำหรอก แต่เคยเห็นมีคนบางคน(บางคนนะครับ)เค้าทำแบบนี้กันครับ

ประสบการณ์เรื่องขโมยรองเท้านี่เคยเจอมากลับตัวเอง 2 ครั้ง (คู่เก่งทั้งนั้นเลย) ครั้งแรกนานมากแล้ว ตอนนั้นเช่าบ้านอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง โดยส่วนมากก็จะถอดรองเท้าตรงประตูเข้าบ้าน ตื่นเช้ามารองเท้าหายไป ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากคิดว่าหมาข้างนอกคงเข้ามาคาบไป เพราะประตูรั้วบ้านคืนนั้นไม่ได้ล๊อก พอเกือบเที่ยงตำรวจมาที่บ้านเลยครับ หิ้วรองเท้าคู่ที่หายไปมาด้วย เราก็ดีใจที่ไหนได้ ตำรวจมาถามว่า รองเท้านี้ของเราหรือเปล่า เราก็บอกว่าใช่ หายไปตั้งแต่เมื่อคืนวาน ไปเจอที่ไหนเหรอครับ เค้าบอกว่าเจอข้างรั้วบ้านถัดไปอีก 3 หลัง บ้านหลังนั้นโดนขโมยขึ้นบ้าน มีรองเท้านี่อยู่ข้างรั้วบ้าน ข้าพเจ้านึกใจซวยแล้วตรู.. แต่ตำรวจไม่ติดใจสงสัยเราหรอกครับ เค้าสันนิฐานว่ามันคงไล่ขโมยมาเรื่อยนะครับ แต่เค้าก็มาสอบถามเราเท่านั่นเพื่อจะได้สืบหาคนร้าย..
ดีว่าบ้านหลังนั้นก็เคยเห็นหน้าค่าตากันอยู่เลยไม่คิดว่าเราไปปีนบ้านเค้า แถมเค้ายังจำรองเท้าเราได้อีก ฮิๆ

ทุกวันนี้ยังคิดอยู่เลยว่าถ้าหากรองเท้า(ทั้งแตะและไม่แตะ)หายไปแล้วแจ้งความที่โรงพัก ตร.เค้าจะมองหน้าเราแบบ งง ไหม?แบบว่ากลัวเป็นแบบที่เคยเจอน่ะครับ



โดย: merf1970 วันที่: 6 ตุลาคม 2548 เวลา:9:50:11 น.  

 

คุณRebel

ข้อห้ามข้อที่ 11 คนที่เป็นหัวหน้า….คงจะไม่ค่อยน่ากลัวคับ แต่ออกจะน่าเกลียด
ไม่ว่าจะทั้งใส่ในเวลางาน หรือใส่เดินเที่ยว
เพราะเมื่อลูกน้องหรือลูกค้าเห็น บารมีของหัวหน้าจะหายไปหลายเปอร์เซ็นต์
ตัวอย่างเช่นนายพลหรืออธิบดีใส่รองเท้าแตะไปดูหนัง ไปเดินช๊อปปิ้ง คนมักจะเลี่ยงๆไม่ค่อยไหว้

คุณJewNid

อืมมม…จิงด้วย หลอกโจรด้วยการวางรองเท้าแตะ
แต่ แตะ แพงป่าววว เด๋ว ……..หาย

คุณฮัน

มองหารองเท้าแตะคู่ใหม่…..อยู่แถวไหนล่ะ
โพ้ม…จะได้ไม่ไปเดินแถวนั้น

กุมภีณ

เดินทางปลอดภัยนะ ขอให้งานสำเร็จราบรื่น
…..หลบฝนไทย ไปเจอฝนเขมร ไม่รู้จะพูดจากันยังไง
เออ…ผมชอบคำว่า คุณค่าใต้ฝ่าเท้า ชิบ!!!

คุณครีเอทีฟ หัวเห็ด

นางไม้มาเอาไป อ่ะ
เค้าบอกว่า ก้ออยากจะได้หัวใจครีเอทีฟด้วย

คุณฮานะ

ขอบคุณนะคับ คุณฮานะ
เท้าแตะ ในบ้านคนญี่ปุ่นมีกันหลายคู่ และหลายห้อง เนาะ
น่าจะช่วยเขียนธรรมเนียมญี่ปุ่นต่อยอดจากผม อีกเรื่อง
……ผมคนนึงล่ะ จะคอยอ่าน

ยัยบี๋

ชื่อของคุณ ผมเห็นมานานแล้วคับ มีแฟนคลับเยอะนะคับ
เด๋ว จะไปอ่านเรื่องดีดีที่บ้านคุณ

คุณรักดี

แสดงว่าคุณรักดีตาถึง…
ใส่รองเท้าแตะ ใครๆก็หวังใส่เอาสบาย ….ขอโทด เหมือนใส่ชุดชั้นใน อ่ะ…จิงจิ๊ง

คุณLadybear

ขอบคุณนะคับคุณพี่ ที่มาให้กำลังใจ…
ให้ 5 ใน 10 ก็หรูแล้ว กับฝีมือระดับนี้
….ผมยังจะต้องปรับปรุงอีกยาวไกล

คุณอินทรีทองคำ

อยู่เมกา….มะรู้ว่า รองเท้าแตะเขาใส่ในบ้านหรือปล่าว (ญี่ปุ่นน่ะในบ้าน มีตั้งหลายคู่)
พอดีผมยังมะเคยไป
คงจะจิงนะคับ ใส่นอกบ้านคงจะลื่นและหนาวน่าดู

คุณโบว์ blueberry_cpie

หวัดดีสายๆคับ
รองเท้าแตะจำเป็นคับ
ยิ่งพระและแม่ชี ยิ่งจำเป็น….น่าจะถวายสังฆทานด้วยรองเท้าแตะกันนะคับ




โดย: yyswim วันที่: 6 ตุลาคม 2548 เวลา:9:51:01 น.  

 

คุณMDA

เชื่อไหมว่า รองเท้าแตะผู้หญิงมีวางขายมากคู่ และมากแบบกว่าของผู้ชาย
ลองสังเกตดูตามห้าง ตามตลาดนัด หรือในเวป ซิ
คงจะเพราะ โอกาสที่ผู้หญิงจะใช้งานนอกบ้านมีมากกว่า และในบ้านผู้หญิงก็รักสะอาดมากกว่า
ดูแล้ว คล้ายกับร่ม เนาะ….ผู้หญิงใช้ร่มมากกว่าผู้ชาย
ที่เขียนมา ไม่ใช่คิดจะแยกเพศอะไร….
แต่แบบว่างานที่ทำ มันเกี่ยวข้องกับการให้คำแนะนำประชาชนเรื่องการเริ่มต้นทำธุรกิจ
ก็เลยต้องสังเกตไว้

ข้อห้ามกับรองเท้าแตะนั่น….เขียนขึ้นจากประสบการณ์เลยคับ ทั้งที่ตัวเองเจอ และที่เห็นผู้อื่นเจอ
อย่างใส่รองเท้าแตะ เดินแถวน้ำตก เห็นกับตา ทำให้ลื่นมาหลายคนแล้ว
อย่างซ้อนมอไซค์ ก็เห็นกับตา รองเท้าหลุดข้างเดียวตรงหน้ารถผมเลย…ขำก็ขำ ดีที่เบรครถทัน เธอก็ลงจากรถ เขยกๆลงมาเก็บ แตะที่หลุดจากเท้า ค้อนให้ผมหน่อยนึงด้วย
และอย่างข้อห้าม ข้อที่11 น่ะ….เจ้านายขอเรียกพบผู้ทำงานคนนึงเลย เพราะเขาใส่รองเท้าแตะมาทำงานแทบทุกวัน…..คงจะแค่ตักเตือน ม้าง ไม่ถึงกับห้ามขึ้นเงินเดือน เดี๋ยวนี้ก้เห็นเขาใส่รองเท้าหนังแล้วนี่

ซี

ผมก็เพิ่งสังเกต… หวาน ซะ
เด๋ว จะไปซื้อเปลี่ยนใหม่ เอาสีบรอนซ์แต่แบบเดิม อิ อิ อิ อิ

ใส่นอกบ้าน…ผมอาจจะใส่บ่อยกว่าซี เพราะผมไปว่ายน้ำ
แต่ซีไปเทนนิส กะแอโรบิค….เออ เต้นไปถึงขั้นไหนแล้ว ชุดสวยมั้ย วันพีชรึเปล่า

Merf

เจอเจ้านายใจดี และงานที่ Merf ทำ อาจจะไม่ต้องเป็นรูปแบบทางการ….
ก้เลยใส่แตะทำงานได้

เม้นต์ของเมิร์ฟ ได้ความคิดหลากหลาย ….เดินตามรอยโจร
ผมโชคดี ยังไม่ต้องเดิน เพราะรองเท้ายังไม่หาย และโดยสัตย์จริง ผมมีแตะสำรองอยู่เสมอที่ท้ายรถ แบบเดียวกับมี กางเกงว่ายน้ำ และแว่นว่ายน้ำ ที่ท้ายรถ
ถ้าเกิดรองเท้าที่ประตูโบสถ์หายจริง ก็ทำใจ แล้วหยิบแตะมาใส่กลับบ้าน

เรื่องรองเท้าถูกขโมย ผมว่า….คงจะแจ้งความได้มั้ง ไม่ว่าจะขโมยที่ไหน ก็ลงบันทึกประจำวันไว้ เพราะหากเจอรองเท้าจริง จะได้อ้างอิงได้….

แต่ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดกะผม ผมคงไม่ไปแจ้งความ ถือว่าแบ่งกันใช้ ก้อ ของนอกกาย อ่ะ อีกอย่างเสียเวลาทำสิ่งที่มีประโยชน์มากกว่า….อย่างมาอ่านBlog



โดย: yyswim วันที่: 6 ตุลาคม 2548 เวลา:10:45:32 น.  

 
อ่าคุณswim ขอบคุณที่ไปเยี่ยมที่บล๊อคอะนะ ฝรั่งเนี่ยทานมังสะวิรัติก็เยอะ อะนะ ร้านอาหารเกือบทุกร้านจะมีเมนูผักอย่างเดียวอะจะ เดี๋ยวถ้าอารมณ์ไม่แฮ้งค์เมือ่ไหร่จาให้พระเอกของเรื่องชอบไปฟิตเนสท์ด้วย เข้าท่าดีอะ


โดย: อินทรีทองคำ วันที่: 6 ตุลาคม 2548 เวลา:11:45:42 น.  

 
อ่า ที่อเมริกาก็คงเหมือนเมืองไทยปัจจุบันอะ เวลาอยู่บ้านจามีรองเท้าใส่เดินในบ้านอะจะ แต่สำหรับอินทรีจะใส่เดินเฉพาะในครัวเท่านั้นอะเพราะว่ารู้สึกว่าไม่อยากย่ำข้างบนหรือบนพรมอะ แล้วอีกอย่างรู้สึกมันเดินไม่สะดวกอะนะ


โดย: อินทรีทองคำ วันที่: 6 ตุลาคม 2548 เวลา:11:52:58 น.  

 
เห็นด้วยค่ะว่า ผู้หญิงมักจะเรียบร้อยและเป็นระเบียบกว่า
เพราะเหตุนี้ไงคะ เวลาเห็นผู้ชายที่เรียบร้อยและเป็นระเบียบ ถึงได้มองได้รู้สึกแปลกๆ ...
...เคยยืมรองเท้าแตะเพื่อนไปทำบุญที่วัดค่ะ
ไม่ทราบทำไม ยี่ห้อนี้หายทุกที
...วันนั้นก็เลยต้องเดินเท้าเปล่าออกจากวัด
ก็เลยต้องทำบุญสองต่อ ทำที่วัด แล้วต้องไปซื้อคืนด้วย
...เข็ดแล้วกับรองเท้าแตะยี่ห้อดังดัง

MDA มีรองเท้าแตะแบบที่คุณสินนำมาโชว์คู่เดียว
ไม่ชอบใส่ค่ะ รู้สึกไม่ค่อยสุภาพ
ชอบเดินเท้าเปล่า

ทานอาหารกลางวันหรือยังคะ


โดย: mda IP: 203.159.12.15 วันที่: 6 ตุลาคม 2548 เวลา:12:35:32 น.  

 

คุณMDA

ผมทานแล้วค้าบ แต่ไม่ได้ทานเจ….เกือบๆจะเจ คือซื้อข้าวราด ไก่ผัดขิงกะไข่เจียว แล้วก็ตามด้วยน้ำเปล่า วันนี้กินแค่นี้คับ
คุณเดินเท้าเปล่าออกจากวัด…น่าเห็นใจ แล้วมีเจ้าชายขี่ม้าขาวมารับ ใช่มั้ย!!!

คุณอินทรีทองคำ

ขอให้นางเอกใจดี และสวยเหมือนคุณ
….เพราะกรุณามาช่วยตอบถึงบ้าน ขอบคุณคับ

ในบ้าน ผมก็ไม่สวมรองเท้าเหมือนคุณ….ผมก็เลยต้องเพิ่มการออกแรง ถูพื้นบ่อยๆอะจะ

พระเอกชอบไปฟิตเนส แล้วชอบกินไข่เจียวด้วยปล่าวคับ คุณอินทรีทอง(คำ) ….มี “คำ” ด้วยทำมาย หุ หุ หุ


โดย: yy (yyswim ) วันที่: 6 ตุลาคม 2548 เวลา:14:05:39 น.  

 
รองเท้าแตะตอนนี้ก็ใส่อยู่อ่ะครับ แต่ไม่ใช่ไอ้หนีบๆ อ่ะครับ อันนั้นใส่แล้วเจ็บมากมาย เลยเลิกใส่ไปเลย แหมม...ข้อห้ามแต่ละข้อออ หุหุหุ พอๆ กะคำทำนายดวงของผมเลย 5555555 ชอบๆ อ่ะ





โดย: Due_n วันที่: 6 ตุลาคม 2548 เวลา:16:47:29 น.  

 
รองเท้าแตะใส่สบาย แต่ทำไมอยู่สนง. ดูไม่สุภาพจริงๆด้วย
ด้วยอยากเป็นคนสุภาพ เป็นตัวอย่างที่ดี ไม่ยอมแตะค่ะ ส้นสูงรอบสนง. พอกลับมาถึงห้อง....
ก็เท้าเปล่าสิคะ มันม่ายไหวจริงๆ 5555


โดย: ป้าแจ๋วแหวว วันที่: 6 ตุลาคม 2548 เวลา:21:04:03 น.  

 
ไม่มีหรอกค่ะเจ้าชายในนิทาน
มีแต่ คุณพ่อ-คุณแม่ เห็นใจกันยกใหญ่
แถมให้เงินไปซื้อรองเท้าคู่ใหม่ด้วย


โดย: MDA IP: 203.159.36.10 วันที่: 6 ตุลาคม 2548 เวลา:21:34:41 น.  

 
มาเยี่ยมๆ คืนจ้า พี่ upblog และ อยากปวดหัวก้อไปอ่านดูได้ ไปและดีก่า แล้วจามาใหม่เน้อ


โดย: ladybear (ladybear ) วันที่: 6 ตุลาคม 2548 เวลา:23:40:55 น.  

 
ยืนยันข้อห้ามข้อ 11 ค่ะ Hello เคยใส่รองเท้าแตะ
เดินไปกินข้าวกลางวัน ตอนยังทำงานอยู่ ลงลิฟต์มา
เจอ MD ของบริษัทในลิฟต์ เห็นเราใส่แตะ เพราะลืมเปลี่ยน
รองเท้า เจอทักจนจำได้มาถึงทุกวันนี้เลย


โดย: Hello_Hello วันที่: 6 ตุลาคม 2548 เวลา:23:57:07 น.  

 

ดิว

ดิว…..ยังมีเพิ่มเติม
ข้อห้าม ข้อที่ 12 อย่าใส่รองเท้าแตะไปสอบ เพราะอาจารย์จะไม่ยอมให้เข้าห้องสอบ อิ อิ อิ

ผมก็ใส่แตะแบบเดียวกะดิว….. ไม่ชอบแบบหนีบ(ที่อยู่ระหว่างนิ้วหัวแม่เท้ากะนิ้วชี้)เหมือนกัน

เออ หมอฟันธงดวงของดิว ว่าไง ล่ะ อยู่ในBlogเรื่องไหน ทำไมผมไม่ได้อ่าน…..จะมีเมียก่อนแต่งปล่าว

ป้าแจ๋วค้าบ

สงสัยป้าแจ๋วจะเป็นผู้บริหาร จึงทำงานอยู่ในห้อง จึงถอดรองเท้าได้….บริหารคนกี่คนคับ??
ป้าแจ๋วเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับน้องๆเสมอ แหละค้าบ
ขอบคุณที่ป้ามาเยี่ยม

คุณMDA

คุณพ่อคุณแม่รักคุณMDAนะค้าบ
เป็นผม…พ่อผม ก้อ เบิ๊ดกะโหลกผมไปแล่วววว
ประสา… ที่ผมไม่เฝ้ารองเท้าแตะตัวเองหน้าโบสถ์

คุณLadybear

Up blog ใหม่ เรื่องอะไรเหรอคับ ทำให้ปวดหัวด้วยเหรอค้าบ
เด๋ว ไป

คุณHello

ไม่ต้องทำงานแล้ว รึคับ ออ!!! คงจะทำงานอิสระ ทำยากมั้ย คุ้มกับลาออกมั้ย
ขอให้มีความสุขกับสิ่งที่ทำคับ



โดย: yyswim วันที่: 7 ตุลาคม 2548 เวลา:9:31:50 น.  

 
เข้ามาตอบอีกครั้ง
วันนั้นไปวัด พร้อมกันกับท่านทั้งสองค่ะ (ฝังลูกนิมิต)
....รองเท้าพวกท่านยังจอดอยู่
แต่ของตัวเองแจวไปแล้ว......
สวัสดีวันศุกร์ค่ะ


โดย: mda IP: 203.159.0.14 วันที่: 7 ตุลาคม 2548 เวลา:10:15:37 น.  

 

คุณMDAใจดีเสมอ

ผมกะจะเปลี่ยนBlogเรื่องใหม่…เช้าวันเสาร์
เป็นเรื่อง เจ้าของรายการ คน ค้น คน



โดย: yyswim วันที่: 7 ตุลาคม 2548 เวลา:16:13:07 น.  

 

ขออภัยเรื่อง เจ้าของรายการ คน ค้น คน ที่เขียนเสร็จ
แต่เพราะยังไม่เป็นที่พึงพอใจของ จขบ.
จึงขอลัดคิวนำเรื่องของลูกผู้ชาย มาลงก่อน



โดย: yyswim วันที่: 7 ตุลาคม 2548 เวลา:22:44:21 น.  

 
ตอนนี้ผมชอบรองเท้าแตะแนวติสท์ๆ สีดำ สายหนังไขว้กากบาท แล้วมีห่วงไว้เอานิ้วหัวแม่เท้าสวมเข้าไป ดูเซอร์ๆ ดี

สมัยเด็กๆ ไปสระว่ายน้ำ เอารองเท้าคู่ใหม่ ไป หายทุกที เศร้า

ละเอียะลออเหมือนเดิมสำหรับสน ไม่แปลกใจเลยที่เรียยนจิตฯ มา

ป.ล. ชมมากๆ จะเหลิงเหมือน ladybear บอกหรือเปล่าไม่รู้


โดย: ช้าง (Christian Chang ) วันที่: 9 พฤศจิกายน 2548 เวลา:1:38:06 น.  

 
ดีคร่า ทักทายนะค่ะ


โดย: www.24hotcasino.com IP: 180.183.246.44 วันที่: 20 ธันวาคม 2553 เวลา:17:19:31 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

yyswim
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 40 คน [?]





บล็อกสรรสาระนี้ จขบ.ไม่ได้เขียน-ไม่ได้ถ่ายภาพ-ไม่ได้อัพโหลดคลิปเอง หากแต่ทำหน้าที่เป็นบรรณาธิการบล็อก เสาะหาเรื่องดีๆ รูปสวยๆ คลิปแปลกๆ มาไว้ในบล็อก


ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยม ขอเชิญชมหรืออ่านตามสบาย ไม่ต้องคอมเมนต์ก็ได้ จขบ.ชอบการเข้ามาเยี่ยม แบบกันเอง ง่ายๆ สบายๆ




เริ่มเขียนBlog เมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2548


เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ.2550 เวลา 23.30 น.


เริ่มนับจำนวนผู้เข้าเยี่ยมชม




Latest Blogs

New Comments
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2548
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
5 ตุลาคม 2548
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add yyswim's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.