เรื่องเล่าเรื่องบ่นของคนกำลังจะแก่

ยักษ์ใจดี
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
<<
มีนาคม 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
4 มีนาคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ยักษ์ใจดี's blog to your web]
Links
 

 

สี่วัน สองพันกว่าโล ตอน ตะลอนๆกลับบ้าน

แสนภูโฮเตล
เป็นโรงแรมเล็กขนาดใหญ่ หรือโรงแรมใหญ่ขนาดเล็กนั่นละ
ห้องหับใช้ได้ พื้นพรมแอร์ทีวีตู้เย็นอ่างอาบน้ำแต่ไม่มีระเบียง
แต่ก็พอจะทดแทนกันได้ด้วยหน้าต่างบานเลื่อนขนาดอลังการงานสร้าง
เผยให้เห็นวิวทิวทัศน์ข้างนอกได้อย่างพาโนราม่าก็ไม่ปาน
ฝั่งตรงข้ามโรงแรมจะเป็นมูลนิธิอะไรซักอย่าง มีเก๋งจีนมีห้องโถงใหญ่โต
แล้ววันนี้ก็มีงาน รถจอดกันให้ครึด เจ้าหน้าที่เป่าหวีดโบกรถกันหยอยๆ
แถมยังลามปามมาฝั่งโรงแรมอีกตะหาก มองตอนแรกนึกว่างานศพ
ก็มันเป็นมูลนิธิ มีรถเรสสะคิ้วจอดอยู่เยอะแยะ แต่ทำไมคนมางานแต่งตัวกันสวยๆฟะ
อ๋อ งานแต่ง เออ เลือกทำเลจัดงานได้เข้าท่าดีเหมือนกัน
แต่ที่เซ็งคือทำให้หาที่จอดรถไม่ได้เนี่ย พาลจะทำให้อารมณ์เสีย
คนยิ่งสบัดร้อนสบัดหนาวปวดหัวตุ่ยๆอยู่ด้วย
วนๆอยู่สองสามรอบก็ได้ที่จอดริมถนนเข้าจนได้ เดินเข้าไปเช็คอินเรียบร้อย
ก่อนจะขึ้นห้องก็ต้องหาอะไรใส่ท้องกันก่อน





โรงแรมตั้งอยู่ข้างๆถนนสนามบิน
เดินออกจากโรงแรมถึงแยกเลี้ยวขวาไปนิดก็ถึงร้านดัง จ.เจริญชัย
ร้านนี้แขกไปใครมาก็ต้องมากิน อาหารออกแนวร้านข้าวต้ม
ค้าขายมานานร่วมยี่สิบปี มีอะไรอร่อยๆกินหลายอย่าง
จะเป็นไก่สับ หมูแดงเต้าหู้ ขาหมูพะโล้ ผัดผักต่างๆ
หรืออาหารตามแต่จะสั่ง ก็ล้วนจะกินได้ไม่ตะขิดตะขวงใจ
สั่งกับมาสองสามอย่างและที่ขาดไม่ได้คือ ไข่ตุ๋น มาทีไรก็กิน
มาแล้วไม่ได้กินมันครั่นเนื้อครั่นตัว
ไข่ตุ๋นที่นี่อร่อย ใครว่าไม่อร่อยไม่รู้แต่เราว่าอร่อยละ
อร่อยจนกลับไปกรุงเทพก็ต้องพยายามขนขวายทำให้ได้อย่างเค้า
แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่เหมือนซะที สงสัยจะเอาดีทางนี้ไม่ค่อยจะได้แฮะ
อิ่มหนำเดินกลับไปโรงแรมลานจอดก็ยังคงไม่ว่าง ก็งานแต่งยังไม่เลิก
จะให้จอดรถทิ้งไว้ริมถนนก็ไม่เข้าท่า เลยขับรถออกไปชมเมืองดีก่า

ถนนสนามบินจะวิ่งไปจนสุดที่หัวสนามบินตามชื่อถนนนั่นละ
สนามบินที่ว่าเป็นสนามบินเก่าของเชียงราย
เดี๋ยวนี้กลายเป็นที่ออกกำลังกายของคนเชียงรายไปละ
ตอนเย็นๆคนจะหอบลูกจูงหลานออกมาเดินมาวิ่งกันให้เต็มไปหมด
แต่ที่เป็นไฮไลท็ของถนนหัวสนามบินไม่ได้อยู่ในสนามบิน
แต่อยู่บริเวณถนนช่วงก่อนถึงหัวสนามบินต่างหาก
สมัยสิบกว่าปีก่อนบ้านเมืองยังไม่เติบโตมาถึงตรงนี้
บริเวณนี้จะเป็นถนนสายเปลี่ยว สองข้างทางเป็นบ้านล้อมรั้วสังกะสี
แต่ถึงจะเป็นถนนเปลี่ยว ไฟฟืนไม่ค่อยจะสว่าง ถนนบริเวณนี้ก็ไม่เคยเหงา
เพราะจะมีหนุ่มๆมากหน้าหลายตาแวะเวียนเข้ามาหาความสำราญกันไม่ขาดสาย
สนนราคาสำหรับความสำราญก็ถูกแสนถูก ร้อยสิบ สองร้อยสิบ
ตามแต่ความงามของละอ่อน ร้อยนึงน่ะค่าตัว ส่วนสิบบาทที่เหลือ
เป็นค่าอุปกรณ์เซฟตี้ จวบจนวันนึง กองปราบจากเมืองกรุงก็ขึ้นไปเที่ยว
เอ๊ย ขึ้นไปทลายสำนักสังกะสีซะจนราบคาบ
บ้านนางโลมเหล่านั้นเลยกลายเป็นคาราโอเกะจวบจนทุกวันนี้

ไอ้ที่รู้ดีไม่ใช่อะไร ก็เคยทิ้งเพื่อนให้เกือบโดนกระทืบตายแถวๆนี้มาแล้วกับมือ
หลังวันที่กองปราบบุกไปนั่นละ ไอ้คนคุมรั้วสังกะสีเห็นเราขับเก๋งป้ายแดงวนเวียน
มันก็นึกว่าสายสืบ เพื่อนๆก็นะ เทห์ซะเหลือขนาด รองเท้าโอ๊บงี๊ เสื้อลายพรางงี๊
แถมอีกคนทะลึ่งใส่เสื้อขาวกางเกงขายาวแล้วสวมบูธ ดูยังไงมันก็ตำรวจใส่ครึ่งท่อน
ลงไปหามันก็ว่าไม่มีเด็ก และปิดหมดทุกบ้าน ด้วยความที่นึกว่าเราเป็นเจ้าหน้าที่

ปั๊ดโถ หารู้ไม่ ไอ้ตัวที่ใส่ครึ่งท่อนน่ะมันทำงานเป็นช่างโทรศัพท์
แถมซัดเหล้ามาซะกรึ่ม อารมณ์ครึ้มซะจนเดินตัวตรงไม่เป็นละ
ใช่ตำล่งตำรวจซะที่ไหนกัน สุดท้ายเลยต้องวางอุบาย ส่งมันนั่นละไปนั่งสามล้อถีบ
ให้ลุงสามล้อถีบพาไปส่ง แล้วผมขับรถตามไปห่างๆ คราวนี้ไอ้ผีเฝ้าสังกะสี
มันยอมเปิดให้เข้าไปแต่โดยดี พอเห็นเพื่อนเข้าได้ ผมก็จอดรถ
ปล่อยให้เพื่อนอีกสองคนตามลงไป คราวนี้ไอ้นั่นเห็นเป็นเรา มันก็ปิดรั้วโครม
แถมส่งสัญญานเอาพรรคพวกแถวนั้นออกมาบนถนนกันให้ครึด
ผมเองส่งมันเสร็จก็ไม่สน ขับรถกลับไปรอที่โรงแรม โดยไม่มองกระจกหลังซักนิด
ทิ้งให้ไอ้สองคนนั่นเดินหนาวขรี้รีบเรียกรถโดยสารหนีกลับมาที่โรงแรม
เรียกได้ว่า ได้เสียวโดยไม่ต้องเสียตังค์กันเลยทีเดียว
รุ่งขึ้นได้ด่าไอ้หมอนั่นกันยกใหญ่ ไอ้ห่ะ เห็นเราตามไปทำไมไม่บอกมันว่าพวกกัน
ไอ้นั่นตอบมาแบบน่าเตะ ขืนกูบอก มันจะได้กระทืบกูด้วยอ่ะดิ เหอ เหอ

วนรถออกจากแถวๆหัวสนามบิน แล้วเลยไปที่อนุสาวรีย์พระยาเม็งราย แวะสักการะ ชักภาพซักเล็กน้อย แล้วกลับโรงแรมซะทีดีกว่า
งานเลี้ยงเลิกแล้ว ที่จอดของโรงแรมก็เลยว่างเยอะแยะ ได้ที่จอดเรียบร้อยก็ขึ้นห้องนอนได้ซะที




ตื่นมาอีกทีเก้าโมง ลงมากินอาหารเช้าแล้วกลับขึ้นไปจัดการโน่นนี่
สิบเอ็ดโมงกว่าๆก็ลงมาเช็คเอาท์ เริ่มเดินทางกลับบ้านซะที
ออกจากเชียงรายมาได้หน่อยก็ต้องแวะที่วัดดัง วัดร่องขุ่น
วัดร่องขุ่นเปลี่ยนไปเยอะ ถ้านับจากก่อนหน้านี่ที่เคยมา แน่นอนละ
สวยขึ้น ดูมีโน่นนี่มากขึ้น แต่น่าเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้ใช้ห้องน้ำ
อันแสนอลังการ เพราะปิดซ่อมแซมเติมแต่ง เลยต้องไปใช้ห้องน้ำชั่วคราว
ที่อยู่ด้านหลังแทน มาถึงวัดเอาเที่ยง แดดแข็งโป๊ก ถ่ายรูปยากบรรลัย
แต่ก็เอาน่ะ ถ่ายๆไปเหอะ แสงสวยแล้วทำว่าจะถ่ายสวยกว่านี้ซะที่ไหนกัน
ลำพังหลบคนหามุมสวยๆไม่ให้ติดใครมาด้วยก็ยากพออยู่แล้ว
จะมาหงุดหงิดให้น่ารำคาญไปทำไมกัน





เดินดูโน่นนี่อ้อยอิ่งอยู่ซักพัก บ่ายโมงละ เดินทางต่อดีกว่า
ออกจากวัดมาได้หน่อยก็ต้องเลี้ยวขวาหันหน้าเข้าเชียงใหม่
ตรงแยกนี้พอเลี้ยวมาซ้ายมือจะมีร้านขายไก่ย่างอยู่หลายร้าน
นึกถึงรสชาติเก่าๆที่เคยกินเมื่อหลายปีก่อนเลยต้องแวะซื้อซักหน่อย
ก็นะอาศัยเป็นมื้อเที่ยงไปด้วยเลยละกัน ได้ไก่มาไม้นึงเครื่องในอีกไม้
แล้วตาดันไปเห็นป้ายเขียนว่า วันนี้มีควายน้อยนึ่ง เออ อะไรหว่า
ถามไถ่ได้ความว่ามันคือลูกควายนั่นละแบบประมาณว่าลูกควายที่ดันซวย
เพราะตัวแม่โดนเชือด ไอ้นี่ยังอยู่ในท้องเลยพาลต้องม้วยไปด้วย
เค้าเอามาใส่เครื่องสมุนไพรโน่นนี่ แล้วจับไปนึ่ง ขายกันไม่แพง
ขีดละยี่สิบห้าบาท เอ่อ หวาดเสียวดีไม๊ครับ อืมม แต่ก็นะ
เอาขึ้นรถมาด้วยสองขีด ลองดูน่า เค้ากินได้เราก็ต้องกินได้ดิ
ปรากฏว่าก็รสแปลกๆนะ แต่ที่ดีที่สุดของมันคือเนื้อที่นุ่มมาก
นุ่มกว่าโคขุนของสเต๊กโชคชัยจานละหลายร้อยก็แล้วกัน
แต่ก็กินได้ไม่หมดหรอกครับ กินไปซักหน่อยมันเริ่มเลี่ยน
ที่เหลือเลยอุทิศให้พี่สุข้างทางนั่นเอง

ถนนสายเชียงราย เชียงใหม่ หมายเลข 118 ต้องลัดเลาะมากับแม่น้ำลาว
ผ่านอำเภอเวียงป่าเป้าอันเป็นที่ตั้งของน้ำพุร้อนเวียงป่าเป้า
จริงๆแต่ก่อนแต่ไรมา ตั้งแต่ขึ้นมาเที่ยวทางเหนือใหม่ๆ
เวียงป่าเป้ามีแต่บ่อน้ำร้อน และจะอยู่ทางด้านฝั่งขาลงเชียงใหม่
มาทีไรก็จะมีบ่อน้ำร้อนสองบ่อ มีของขาย และแน่นอน มีไข่ต้ม
ดีหน่อยเพราะบ่อน้ำร้อนนี่อยู่แทบจะริมถนนกันเลย
แต่ไปคราวนี้นอกซะจากถนนที่เป็นสี่เลนมีเกาะกลางใหญ่โต
น้ำพุร้อนก็ยังเปลี่ยนไปอีกต่างหาก เพราะขนาดยังไม่ทันจะถึง
ก็มองเห็นละอองไอพวยพุ่งสูงขึ้นไปย่างถนัดตา เล่นเอาแปลกใจ
พอเข้าไปใกล้ถึงได้เห็นว่าเดี๋ยวนี้มีการไปเจาะน้ำพุร้อนขึ้นอีกสองจุด ติดกัน
อยู่ริมถนนฝั่งขาขึ้นแล้วสร้างตึกล้อมรอบ ทำการค้าขายของกันเป็นเรื่องเป็นราว
เล่นเอาร้านค้าดั้งเดิมที่อยู่ฝั่งขาลงเงียบเหงาไปถนัดตา แถมมีการเคลมว่า
นี่เป็นน้ำพุร้อนที่สูงและสวยที่สุดในไทยอีกต่างหาก
ทำเอาอีกฝั่งนึงต้องขึ้นป้ายโฆษณา ว่าฝั่งกระนี้เป็นโป่งน้ำร้อนบ่อดั้งเดิมนะค๊า
เชิญแวะชมได้ค่ะ





จะว่าไปน้ำพุก็คือน้ำพุ มันก็ไอ้น้ำร้อนพุ่งขึ้นมาพรวดๆ จะมาอวดอ้างว่า
ที่นั่นสวย ที่นี่สวย มันคงต้องอาศัยบรรยากาศรอบๆด้าน มากกว่าตัวน้ำพุ
เพราะน้ำพุมันไม่ได้พุ่งออกมาตีลังกาซัมเมอร์ซอลบวกทวิสอีกสองรอบครึ่ง
ถึงจะได้บอกได้ว่าเออ ไอ้นี่พุ่งสวยกว่า อะไรแบบนี้
ส่วนที่ว่าสูงนั่นก็ว่าไป อันนี้พอจะวัดพอจะเปรียบกันได้แหล่ะ แต่ก็นะ
น้ำพุริมถนนหกเลน แถมมีร้านค้าล้อมรอบ แห้งๆ แล้งๆ ดูยังไงผมก็ว่า
มันสวยที่สุดในประเทศตรงไหนหว่า น้ำพุที่สันกำแพงดูดีกว่าตั้งเยอะนะ
ทั้งบรรยากาศและสถานที่ อันนี้ก็ต้องว่ากันไปแหล่ะ

นี่น้ำพุร้อนสันกำแพง


เดินทางอย่างอ้อยอิ่งแวะโน่นดูนี่มาเรื่อย จนเข้ามาถึงเชียงใหม่เอาตอนสี่โมงเย็น
รีบย้อนขึ้นไปแม่ริมเพื่อซื้อสตอเบอรี่ที่ถูกออเดอร์ไว้จากกรุงเทพ
เสร็จแล้วกลับเข้าตัวเมืองอีกทีเพื่อหาไรกิน ขับรถวนอยู่ในเชียงใหม่
มันหาของกินได้แต่หาที่จอดไม่ได้ ก็แหม เชียงใหม่ตอนห้าหกโมงเย็น
มันไม่ต่างจากกรุงเทพเอาซะเลย รถราเยอะแยะไปหมด
แถมติดกระดึ๊บกระดึ๊บไม่ผิดเพียนไปจากกอทอมอ ไอ้ของที่อยากกิน
พอไปถึงก็เก็บร้านซะแล้ว ไอ้ที่เห็นว่าน่ากิน ก็หาที่จอดไม่ได้
จนแล้วจนรอด กว่าจะได้อะไรกินเข้าจริงๆก็โน่น หกโมงกว่า
กว่าจะกินอะไรเสร็จสรรพ เติมน้ำมันเต็มถัง ซื้อน้ำซื้อขนมไว้เผื่อง่วง
ก็ล่วงเข้าไปทุ่มนึง ถึงได้เริ่มเดินทางจริงๆซะที

ขับรถกลางคืนดีไปอย่าง เร็วได้แบบไม่ต้องกลัวโดนจับความเร็ว
แต่ก็เสียอย่างตรงที่ยิ่งเร็วยิ่งเปลือง กลับไปใช้รถเก๋งเหมือนเดิมดีกว่าไม๊
เหยียบยาวๆยังได้สิบสี่สิบห้ากิโลลิตร โฟร์วิลเท้าหนักหน่อยล่อเข้าไปแปดโลลิตร
น้ำมันไม่ใช่ลิตรละแปดบาทเหมือนแต่ก่อนซะกะหน่อยเนอะ เฮ้ออออ
แต่ก็เหอะ ทริปนี้เกิดได้เพราะน้ำมันถูกหรอกน่า ลองเป็นตอนกลางปีดิ
น้ำมันลิตรละสามสิบห้าสามสิบเจ็ดจะไปเที่ยวแบบขับรถมาแบบนี้
ก็มีแต่ในความฝันเท่านั้นแหล่ะ

ขากลับทำเวลาพอประมาณ เพราะหลังจากออกจากเชียงใหม่
แล้วก็ไม่พักที่ไหนเลยจนมาแวะเติมน้ำมันเอาที่นครสวรรค์
พักกินกาแฟนิดหน่อยแล้วรู้ตัวอีกทีก็มาจอดรถที่หน้าบ้านเอาตอนตีสามพอดี
ลงจากรถพร้อมสัมผัสอุณหภูมิหนาววูบประมาณสิบหกสิบเจ็ดองศาที่หน้าบ้าน
มันหนาวยะเยือก


กรุงเทพยังเย็นขนาดนี้ ….แล้วจะดิ้นรนไปเชียงรายทำไมเนี่ย






 

Create Date : 04 มีนาคม 2552
3 comments
Last Update : 4 มีนาคม 2552 21:06:07 น.
Counter : 1945 Pageviews.

 

ขอตามมาเที่ยว ด้วยคนค่ะ
emoemoemoemo

 

โดย: iamorange 5 มีนาคม 2552 7:46:12 น.  

 



อีก 2 วัน จะวันเกิดแล้ว ตักบาตรที่ไหนคะ

 

โดย: Jiji&Kaka 14 สิงหาคม 2552 17:43:18 น.  

 

แนะนำเว็บท่องเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวอันสวยงาม

 

โดย: attractions (loveyoupantip ) 7 สิงหาคม 2554 10:09:32 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.