เดินเล่นที่ Mandalay @ พม่า
จากเอนทรี่ก่อนที่บอกว่าซื้อทัวมัณฑะเลย์เดย์ทริปไว้ เรามาต่อให้จบดีกว่าเนอะ (ช้าไป 1 ปีแล้วยังจะพยายาม จริงๆควรตัดจบไปเลยนะ 39


 

ก่อนจะไปเรื่องทัวร์ที่เราซื้อจากโรงแรม ขอย้อนกลับไปถึงวันที่มาถึงวันแรกซึ่งก็เป็นช่วงบ่ายแล้ว สิ่งที่เราอยากเห็นมากที่หนึ่งคือพระอาทิตย์ตกที่สะพานอูเบ็ง (U-bein Bridge) สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในโลก ก็เรียกรถสามล้อหน้าโรงแรมไปเลยค่ะ

แต่มาเที่ยวฤดูฝน อย่าพูดถึงพระอาทิตย์ตก เอาแค่ฝนไม่ตกนี่ก็นับว่าดีมากแล้ว 41 ด้วยความเมฆมากและฟ้าปิด ดวงอาทิตย์สีแดงกลมโตที่เห็นในภาพถ่ายสวย ๆ เลยไม่มี เราก็เลยนั่งเรือชมผู้คนดีกว่า ค่าเรือชมทะเลสาบ 15,000 จ๊าตค่ะ (ประมาณ 300 บาท นั่งได้หลายคนอยู่นะคะ)


 

มีชาวบ้านหาปลากันที่ทะเลสาบ




 

ขณะที่เราถ่ายรูปอยู่ คนที่พายเรือให้เราก็เก็บผักบุ้งค่ะ 39 เก็บเป็นจริงป็นจัง บอกถ้าได้กลับไปที่บ้านต้องดีใจ ผักบุ้งสด ๆ งาม ๆ เนี่ย ลูก ๆ เเค้าชอบ แล้วก็เอื้อมเก็บเรือโคลง เราร้องกรี๊ด บอกพี่ไปนั่งเหอะ เดี๋ยวเก็บให้เอง แขนยาวเหมือนกัน สุดท้ายจ่ายหมื่นห้า (จ๊าต) มาช่วยเก็บผักบุ้ง สนุกดีค่ะ 117 


 

เด็ก ๆ ก็มากระโดดน้ำเล่นกัน


 

ถึงจะไม่มีพระอาทิตย์ตก ไม่ได้ภาพสะพานกับทไวไลท์สวย ๆ แต่ได้นั่งดูวิถีชีวิตของผู้คนกับสายน้ำก็เพลินดีค่ะ เราชอบนะ หอบความวุ่นวายทั้งหมดจากกรุงเทพฯมาทิ้งที่ทะเลสาบตองตะมานนี่แหละ 120


 
 

เข้าเรื่องค่ะ จากเมื่อวานที่ไป Maymyo เนาะ เราซื้อทัวร์ Mandalay 1 day tour ของที่โรงแรมที่พักเพราะประทับใจโคยา (ไกด์ของโรงแรมคนที่พาเราไปเมย์เมียว) ราคา 30 เหรียญ ราคานี้เป็นราคาต่อกลุ่มนะคะ กลุ่มนึงไม่เกิน 4 คน ถ้าไป 4 คนก็หารกันค่ะ จริง ๆ คนไปมัณฑะเลย์เยอะมาก ๆ แล้ว แล้วก็มักจะที่เดียว ๆ กัน ความรู้เรื่องสถานที่ทุกคนก็น่าจะทราบอยู่แล้ว เราก็จะรวบรัดไปเลยเนอะ เอาแบบสั้นมาก ๆ
 
เริ่มจากเยี่ยมชมร้านงานฝีมือต่าง ๆ ถ้าคนมองแง่ลบก็พาไปซื้อของ ซึ่งสำหรับเราไม่คิดแบบนั้น 120 เพราะคนที่พาเราไปไม่ได้บังคับหรือชักจูงให้ซื้อ แต่พาเราไปหาความรู้จริง ๆ เราว่าช่างฝีมือของพม่ามีฝีมือดีทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น....
 
การทำทองคำเปลว ก็เหมือนของไทยเราที่ทองคำเปลวที่นี่ยังเป็นที่ต้องการในด้านศาสนา และไม่แค่นั้น ที่นี่มีตะนาคาสกัดผสมเซรั่มสูตรเกาหลีเป็นเจลใสผสมด้วยทองคำเปลวที่ย่อยแทบจะเป็นผงจำหน่ายด้วยนะคะ ล้ำจริง ๆ 23


 
 
งานแกะสลักไม้ สวยมาก สวยมาก ๆ ช่างบางคนยังเด็ก (อายุไม่ถึง 20) แต่ฝีมือดี เราไปนั่งดูน้องเค้าทำ คุยกันโดยมีโคยาเป็นล่าม ได้ความว่าความรู้ในการแกะสลักไม้นี้เหมือนเป็นมรดกตกทอด น้องได้รับการถ่ายทอดมาจากพ่อซึ่งได้มาจากปู่ ถามน้องว่าอยากทำงานอย่างอื่นไหม น้องบอกไม่ น้องตั้งใจเป็นช่างไม้ ระยะไนการทำก็ใช้เวลาไม่นานนะคะ ประมาณ 1-2 อาทิตย์ ถ้าชิ้นใหญ่ ตรงส่วนที่มีความละเอียดเยอะ ช่างที่ชำนาญกว่าก็จะเป็นคนทำค่ะ ส่งทั่วโลกเลยค่ะ งานไม้ที่นี่

     
 

ที่นี่มี งานผ้าปัก และทำหุ่นกระบอก ด้วยค่ะ





 
 
งานแกะสลักหยกและหินสี พม่ามีหยกที่ขึ้นชื่อเป็นที่รู้จักทั่วโลก ถึงงานแกะสลักหินส่วนใหญ่จะเป็นพระพุทธรูป แต่ก็ยังมีอย่างอื่นด้วยค่ะ ด้านในมีงานเรือสำเภา แกะได้ละเอียดทีเดียว

     
 

จริง ๆ เราอยากดูงานเครื่องประดับพลอยด้วย แต่เหมือนเป็นของบริษัทเอกชนทั่ว ๆ ไป ไม่ได้เปิดให้เข้าชม
 
อีกที่หนึ่งที่ขาดไม่ได้ก็ต้องเป็นวัดพระมหามัยมุนี วัดนี้มีเรื่องเล่า ไม่ใช่ตำนานอะไรหรอกค่ะ เรื่องเล่าของเรานี่แหละ 41
 
วัดนี้จะมีชื่อเสียงมากเรื่องการล้างหน้าพระตอนตี 4 เราอยากเห็นนะ แต่ตี 4 คือปัญหา 39
 
แต่พอคืนวันก่อนทัวร์ ประมาณเกือบตี 3 ได้ เมืองมัณฑะเลย์ไฟดับ แอร์ก็ไม่ทำงาน รออยู่ประมาณ 20 นาทีก็ยังไม่มา เริ่มร้อน เอาล่ะ พระมหามุนีคงปลุกเราให้ตื่นละล่ะ เลยล้างหน้าแปรงฟัน (เปิดโหมดไฟฉายโทรศัพท์ด้วยนะ 41) เดินออกมาหน้าโรงแรม โรงแรมเรานั่งรถไม่ไกลจากวัดเท่าไหร่นะคะ มีรถมอเตอร์ไซค์กับตุ๊ก ๆ วิ่งค่ะ แต่ที่ผ่านมาทั้งหมดคือเค้ามีลูกค้านัดไว้แล้ว เราเลยกะว่าจะเดินไปพลาง ๆ เพื่อเรียกรถ น้องหมาจากไหนไม่รู้วิ่งกรูมา 2-3 ตัว เห่ามาด้วยนะ หันหลังวิ่งกลับเข้าโรงแรม เราก็เลยไม่ได้เห็นการล้างหน้าพระมหามุนีด้วยเหตุผลฉะนี้แล 39  
 
เล่าให้เพื่อนฟัง เพื่อนบอกว่าในการเดินบนถนนพม่าตอนตี 4 เธอควรจะกลัวคนไม่ดีมากกว่าหมานะ 34
 
อ้าว! เออ! ลืม เราต้องกลัวเนอะ แต่ด้วยความที่มันไม่ได้เปลี่ยว และพอมีรถวิ่งอยู่บ้างน่ะค่ะ เราเลยไม่ได้รู้สึกว่าเป็นอันตรายอะไร 67
 
ค่าเข้าวัด 5,000 จ๊าต (ประมาณ 100 บาท) ถอดรองเท้าถุงเท้าก่อนเข้าค่ะ


 
 
ศรัทธาเนอะ ใคร ๆ ก็อยากเข้าใกล้องค์พระ ปิดทองได้ทุกส่วนยกเว้นใบหน้า ส่วนผู้หญิงหมดสิทธิ์เข้าไปด้านในค่ะ





 
 
ที่วัดนี้มีส่วนที่เป็นพิพิธภัณฑ์เก็บพระพุทธรูปที่มีคนส่งมากำนัลทั่วมุมโลก แน่นอนมีของไทยด้วยค่ะ แต่ที่เราสงสัยกันคือปางนี้ คือปางอะไร 138
 
 
 
 
วัดนี้ทางเดินเข้าวัดเป็นร้านค้านะคะ อารมณ์ประมาณถนนนากามิเสะของวัดเซนโซจิ ของขายเยอะเลยค่ะ เราได้ลูกประคำไม้มา ตอนเดินผ่านเราหยุดดู โคยาถามว่ารู้จักไตรสรณะมั้ย (เค้าออกเสียงไตรสรณะเลยค่ะ) เนี่ย! ยูเอาไว้สวดได้นะ ความจริงคือเราชอบลูกปัด แล้วยิ่งเป็นไม้เรายิ่งชอบ ราคาประมาณ 20 บาท เลยซื้อมา โคยาทำตัวเป็น QC โดยการหยิบมาจับ ๆ ดู ทำปากพึมพำ สวดไตรสรณะคมณ์ เราถามทำอะไร โคยาบอกลองสวดดูว่าลูกปัดจะจบลงตรงตามบทสวดไหม 
 
เอ้อ! คือนับเอาก็ได้มั้ยโคยา ไม่ต้องลองสวดทุกเส้นก็ได้มั้ง 39 สุดท้ายได้มาสามเส้น ขลังแน่ ๆ ปลุกเสกเรียบร้อยโดยโคยา 23

พี่คนขายน่ารักมากค่ะ ขอถ่ายรูปของร้าน พี่เค้ายิ้มให้กล้องเลย เราก็ไม่ขัดศรัทธา 50




     
 


ตลาดหยก... ก็น่าสนใจนะคะ ด้านในมีคนมาซื้อและขายหยก คนต่างชาติจะมีค่าเข้า 2,500 จ๊าต (ประมาณ 50 บาท) แต่พวกเราไม่เข้า กะว่าจะเดินดูแค่รอบนอกก็พอ แต่ก่อนเดินขอนั่งจิบชาก่อน อร่อยมาก ดื่มไปสองถ้วย โคยาปรายตามองถามว่าเธอคงจะหิวมากสินะ 42


 
 
ด้านนอกมีหยกขายเหมือนกันค่ะ แต่โคยาบอกว่าจะไม่อลังเท่าข้างใน


 

อุปกรณ์ของการซื้อหยกง่าย ๆ คือไฟฉาย เพราะหยกก็คือหินเป็นก้อนก่อนเอามาผ่าเอาหยกข้างใน เราไม่รู้หรอกว่าด้านในก้อนหินจะมีเนื้อหยกที่ใช้ได้มากแค่ไหน ก็เอาไฟฉายนี่ล่ะค่ะส่องเข้าไปในหิน ถ้าแสงเป็นสีเขียวคือเป็นส่วนเนื้อหยกที่ใช้ได้ แต่ถ้าใช้ไม่ได้จะเป็นสีเหลืองค่ะ


 

เศษหยกเล็ก ๆ จากการเจียฯ หรือเจียฯแล้วแตก ขายได้นะคะ ทำเงินให้กับพ่อค้าที่เพิ่งเริ่มกิจการแบบทุนน้อยถึงน้อยมากเลยแหละ เศษพวกนี้พอเอาไปขึ้นรูปอย่างตุ้มหู จี้ แหวนหรือหัวแหวน จะทำกำไรได้ 5-10 เท่า ก็เก็บเล็กผสมน้อยไปเรื่อย ๆ ค่ะ พอมีเงินลงทุนเยอะก็ค่อยเข้าไปต่อยอดกิจการจากด้านในตลาด
 
 
 
การเจียระไนแบบพื้นบ้านก็ยังใช้กันอยู่ค่ะ เครื่องใช้ไม้ไผ่แทนจานเจียฯ และทำงานโดยการใช้เท้าถีบ แต่ถ้าด้านในตลาดอันนั้นเป็นพวกทุนหนา ก็จะเป็นเครื่องจักรหมดแล้ว (แต่สังเกตเหมือนนักท่องเที่ยวจะชอบมาใช้บริการตรงนี้แฮะ อาจจะด้วยราคาที่ไม่แพงแต่ได้สินค้าเล็ก ๆ น้อย ๆ อารมณ์งานทำมือ ประมาณนั้นค่ะ)




     

 


ตลาดดอกไม้ เป็นอีกที่หนึ่งที่เราขอไปชม ไม่ได้รู้จักมาก่อนหรอกค่ะ แต่พอดีหลังอาหารเที่ยงเราเดินกันอยู่แถว ๆ นั้น แล้วโคยาเผลอพูดขึ้นมา มีสารพัดดอกไม้อารมณ์ปากคลองตลาดบ้านเรา ดอกไม้สวย ๆ และราคาถูกมากแต่ไม่เยอะเท่าปากคลองฯ และดอกไม่ที่นี่ก็มาจากไร่ดอกไม้ที่เมืองพินอูลวินนั่นเองค่ะ นอกจากดอกไม้ก็มีผักสวย ๆ ด้วยนะ โคยาบอกว่าขายดีนะเพราะคนท้องถิ่นชอบทานผัก






 

สะดุดตากับดอกที่ร้อยเป็นสาย ๆ เห็นในภาพวาดผู้หญิงพม่าสมัยก่อนเค้าเอามาพันไว้กับมวยผมสวยงาม โคยาบอกว่ากลิ่นดอกไม้นี้คือพวกเค้าถือว่าหอม เราแบบ... ดอกพิกุลนี่นะ แถวบ้านเรียกกลินแรง 41

เค้าบอกว่าถาดนี้เอาประดับผมได้ทั้งถาด เราหันไปมองคนขาย ชี้ไปที่ผลฝรั่ง ฝรั่งนี่ด้วยรึ 138 คนขายหัวเราะกันใหญ่ เลยคุยกับเราดี๊ดี อาจจะเพราะมากับโคยาด้วยน่ะค่ะ ดอกพิกุลเส้นละ 10 บาท เราก็อยากช่วยซื้อเนอะ ผมเราสั้น แม่ค้าเลยเอามาผูกข้อมือให้เป็นกำไล กลินเค้าแรงนะ แต่พออยู่ที่ข้อมือ พอเรายกมือไหว้พระหรือทำอะไร กลิ่นกลับกลายเป็นกลิ่นอ่อน ๆ โชยมาบาง ๆ จะว่าไปก็หอมดี หอมแบบโบราณ ๆ 120  
 
     

 

นี่เป็นวิธีขนส่งดอกไม้จากชาวสวนที่พินอูลวินนะคะ ที่เป็นรถขนไปก็มี แต่มอเตอร์ไซค์แบบนี้ก็มีไม่น้อย


 
  
อันนี้เราสงสัย ทางเดินเข้าตลาดดอกไม้เราเห็นเค้าตั้งโต๊ะอยู่แบบนี้ เลยถามโคยาว่าคืออะไร โคยาบอกว่าเค้าขายข้าวสาร มีหลายชนิดให้เลือก แต่ละชนิดมีตัวอย่างให้ลองชมสีและกลิ่นด้วย อือ! เราเพิ่งเคยเห็น


 



ส่วนที่ต่อไปนี้จะมี pass เข้าชม ชื่อว่า Mandalay Archaeological Zone Ticket คือจ่าย 10,000 จ๊าต (ประมาณ 200 บาท) บัตรนี้เห็นว่าเข้าชมได้หมดในพื้นที่นั้น แต่เราไม่แน่ใจว่าทั้งหมดกี่ที่ เราใช้ไปแค่ 4 ที่เองค่ะ
 
พระราชวังมัณฑะเลย์ ที่ซึ่งเป็นที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึกของพระเจ้าธีบอ (สีป่อ) และพระนางศุภยาลัต แต่ที่เห็นอยู่นี่คือสร้างขึ้นมาใหม่นะคะ พระราชวังเดิมถูกระเบิดทำลายไปเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ค่ะ เอารถเข้าไปได้นะ แต่เราเห็นคนท้องถิ่มที่ขับมอเตอร์ไซค์มาเค้าต้องเดินจูงเข้าไปน่ะค่ะ ขับเข้าไปไม่ได้


 

พระเจ้าธีบอ กับ พระนางศุภยาลัต กษัตริย์และราชินีองค์สุดท้ายของพม่าก่อนจะถูกเนรเทศออกจากพม่าโดยรัฐบาลอังกฤษ


 

หอนี้ว่ากันว่าเป็นที่ที่พระนางศุภยาลัตเอาไว้เฝ้าดูว่าอังกฤษจะบุกมาเมื่อไหร่ค่ะ เราว่าเอาจริง ๆ ในความโหด พระนางก็มีความหวาดกลัวใช้ได้เลยนะ บางทีการอยู่ที่สูงอาจจะน่ากลัวมากกว่าอยู่ที่ต่ำเพราะเวลาตกเจ็บกว่า


 

สถาปัตยกรรมของที่นี่ก็สวยงามตามแบบพม่า ส่วนมากเป็นไม้สักค่ะ



     





 


วัดชเวนันดอร์ สถานที่ที่พระเจ้ามินดง (พระราชบิดาของพระเจ้าธีบอ) ใช้ศึกษาพระธรรมและนั่งสมาธิ วัดนี้เป็นไม้สักทองประดับด้วยงานแกะสลักสวยเลยทีเดียว เป็นของเดิมด้วยค่ะ รอดจากการทิ้งระเบิด ด้านในเป็นสีทองที่มาทองคำเปลว แต่พอเวลาผ่านไปนาน ๆ ก็ลอกออก ในสมัยก่อนคงจะสวยน่าดู


 





 
เราชอบรูปนี้ เราบอกว่าเราอยากได้รูปผู้ชายใส่โลงจียืนอยู่ที่ทางเดินนี้ แต่ไม่มีใครเดินมาให้ได้ถ่ายรูปเลยค่ะ มีแต่ผู้ชายฝรั่งทั้งนั้น 41 โตยาผู้ซึ่งเหนื่อยล้ามาสองวันเต็มเลยมายืนเป็นแบบให้ คงคิดว่าจะได้รีบ ๆ ไปซะที แหะๆๆ 41
 
 
 
 
วัดอทูมาชิ อันนี้เรายังไม่เข้าใจความสำคัญ คือสถาปัตยกรรมสวยเลยแหละ แต่พอเดินเข้าไป... มันคือโถงรึ เอาไว้สวดมนต์ของพระสงฆ์ทั่วประเทศรึ... หรืออย่างไร? 39 เค้ามีประวัติติดบอร์ดไว้ให้นะคะ แต่คิดว่าทุกคนคงสงสัยเหมือนเรา นักท่องเที่ยวเลยมุงบอร์ดนั้นน่ะ เราเลย อือ! ไม่เอาละ ไปที่อื่นก็ได้

 



 

วัดกุโสดอว์ กับพระปรางค์สีขาวเล็ก ๆ สวยค่ะ ได้ชื่อว่าเป็นหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วย เหตุเพราะพระปรางค์แต่ละองค์จะมีพระไตรปิฎกอยู่ 1 กัณฑ์ ที่นี่มี 729 กัณฑ์ นั่นหมายความว่ามีพระปรางค์ 729 องค์


 

วันที่เราไปมีคู่บ่าวสาวมาถ่ายพรีเวดดิ้งด้วยค่ะ ขากลับเราแอบดูจากจอหลังก้องของช่างภาพ เป็นภาพเจ้าบ่าวเจ้าสาวอยู่ในเฟรม ฉากหลังคือพระปรางค์สีขาวมียอดสีทองเรียงราย สวยมากเลยค่ะ


 

จริง ๆ โคยาพาเราไปที่วัดอีกวัดนึงด้วยค่ะ แต่เราจำชื่อไม่ได้ โคยาบอกว่าเค้าชอบวัดนี้เพราะด้านในสวยและสงบ วัดนี้คือหมอดูเยอะมาก เราก็มัวแต่มองหมอดูว่าคนไหนดูขลังนะ อยากลอง 51 โคยาแบบ... คุณทำวันนี้ดีหรือยัง งง มาถามอะไรวินาทีนี้ แต่โคยาบอกว่า ถ้าวันนี้ยังทำไม่ดี ก็ให้ทำให้ดี และถ้าวันนี้ทำดีแล้ว คุณก็ไม่ต้องการหมอดูแล้ว เอ้า! ดูขำ ๆ ก็ไม่ได้วุ้ย 39
 
วางแผนไว้ว่าจะปิดท้ายวันด้วยการดูพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่ Mandalay Hills ที่นี่มีค่าเข้าสำหรับคนต่างชาติ 1,000 จ๊าต (ประมาณ 20 บาทค่ะ) หลายคนในทริปแอดไวเซอร์บอกว่ามาถึงนี่แล้วยูต้องเดิน พอเราบอกโคยา โคยาบอกไม่เอา ยูจะเดินก็เดินไป เจอกันข้างบนนะ เราก็เลยไม่เดินด้วย แล้วก็คิดถูกที่ไม่เดิน 66






 

แต่.... อีกแล้ว... อากาศเริ่มครึ้ม เมฆฝนเริ่มมา สุดท้ายได้แค่นี้ 


 
แต่ถึงจะพลาดวิวพระอาทิตย์ตกจากที่ไฮไลท์ทั้งสองที่เราก็ไม่เสียใจนะ สำหรับเรา เราคุ้มแล้ว เป็นทัวร์ 30 เหรียญที่คุ้มค่ามาก ๆ ได้อะไรกลับมาเยอะเลยค่ะ


เรื่องเล่าก่อนจบทริป...

ณ ที่จอดรถ Mandalay Hills เราได้อะไรอีกแล้ว ที่จอดรถเต็มใช่มั้ยคะ ก็ไม่ได้มีที่จอดเยอะหรอกแล้วใคร ๆ ก็ขึ้นมาดูพระอาทิตย์ตก เราขึ้นมาถึง เห็นรถกำลังจะออก เลยจอดรอ รถที่มาข้างหลัง (เป็นรถนักท่องเที่ยวชนชาติเอเชียชาติหนึ่ง) ก็รู้ว่าเราจอดรอ แต่พอรถที่จอดเคลื่อนตัวออกปุ๊บ รถคันนั้นพุ่งรถเข้าไปทันทีทั้ง ๆ ที่ตามเรามาเนี่ย เราโมโหมาก เปิดประตูรถจะลงไปต่อว่า โคยาห้ามด้วยเสียงเรียบ ๆ  ไม่เอา ๆ เรารออีกสักครู่ก็ได้ เดี๋ยวก็มีคนออก (ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นไม่มีที่ท่าว่ารถคันไหนจะออก) โคยาก็สอนว่ามันไม่มีประโยชน์ที่จะไปโมโหแค่เรื่องที่จอดรถ เพราะเวลาที่เราโมโหเราจะแสดงกิริยาและสีหน้าที่ไม่งามออกมา มันเหมือนการลดค่าของตัวเองลงด้วยเรื่องที่ไม่มีค่า

อาจเพราะเป็นที่สูง ในยามเย็น ที่อากาศไม่ร้อน และมีวัดอยู่ข้างบนมั้ง... เราเลยรู้สึกเย็นทันที    

ไม่ถึง 5 นาที มีรถอีกคันเดินมาจะออกจริง ๆ โคยาหันมายิ้ม เห็นไหม เรามีที่จอดรถกันแล้ว?? 

ค่ะ... ยอม... กราบในความใจดี ใจเย็น ใจเมตตา 23

เราถึงบอกว่าเป็นทัวร์ 30 เหรียญที่คุ้มค่ามาก ๆ นอกจากความสนุก ความรู้ การได้มองเห็นสิ่งต่าง ๆ เราคิดว่าเรายังโชคดีที่เวลาเราเดินทางไปไหนเรามักจะเจอคนดี ๆ เหมือนได้เติมพลังบวก หรืออาจจะเพราะแบบนี้เลยทำให้เราชอบการเดินทางกันนะ 135


 



Create Date : 22 มิถุนายน 2563
Last Update : 22 มิถุนายน 2563 18:35:40 น.
Counter : 318 Pageviews.

6 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณกะว่าก๋า, คุณสองแผ่นดิน, คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณnewyorknurse, คุณโน้ตตัวดำ, คุณKavanich96

  
เมียนม่าน่าไปเที่ยวมาก จากมุมมองข้างบน... เคยไปเหมือนกัน
แต่เมืองอื่นนะครับ..

ค่าเช่าเรือวันละหลาย ชม. ได้ราคาเยาถูกกว่าที่ไทยด้วยซ้ำ

วันหลังต้องไปสถานที่ข้างบนบ้างครับ
โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 22 มิถุนายน 2563 เวลา:21:26:54 น.
  
พม่าเป็นประเทศที่สวยงามจริงๆครับ
ผมเคยไปมาครั้งเดียว
เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว
ประทับใจมาก แต่ก็ยังไม่มีโอกาสกลับไปเที่ยวอีกเลยครับ
นั่งอ่านเนื้อหาในบล็อก
อ่านเพลินมากๆครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 22 มิถุนายน 2563 เวลา:21:34:30 น.
  
ตามมาเที่ยวพม่าด้วยคนครับ
โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 22 มิถุนายน 2563 เวลา:23:33:58 น.
  

อรุณสวัสดิ์ครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 23 มิถุนายน 2563 เวลา:5:38:50 น.
  
ขอบคุณที่นำรูปมาฝากกันนะคะ

ขอบคุณมากๆค่ะที่แวะที่บล็อก
โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 23 มิถุนายน 2563 เวลา:8:22:25 น.
  
ขอบคุณที่แบ่งปัน
โดย: Kavanich96 วันที่: 27 มิถุนายน 2563 เวลา:5:00:22 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#16



melody_bangkok
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



ก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่บางครั้งก็มีโลกส่วนตัวสูงมากมาย แต่ในบางครั้งก็พยายามจะยัดเยียดตัวเองเข้าไปในโลกส่วนตัวของคนอื่น... :P
ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ... ^^
Daisypath Vacation tickers
มิถุนายน 2563

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
24
25
26
27
28
30
 
 
All Blog