Adam Mindhouse
Group Blog
 
All Blogs
 
Biomechanics Yoga EP.6 โดยครูโยคะมีเครา

Biomechanics Yoga EP.6 โดยครูโยคะมีเครา
Hypermobility คืออะไร

จากโพสก่อนทุกคนจะรู้จักคำว่า “ความสามารถในการเคลื่อนที่เคลื่อนไหว” หรือ ”Mobility” กันไปแล้วนะครับ
โพสนี้ผมจะมาเสนอคำว่า Hypermobility กันครับ

Hypermobility คือ การที่ข้อต่อมีความอ่อนตัวเกินกว่าปกติ ทำให้สามารถที่จะเคลื่อนไหวได้มากกว่าปกตินั้นเอง เรามักจะสังเกตได้จากข้อเข่าหรือข้อศอกครับ หลายๆ คนข้อต่อทั้งสองจะเหยียดได้เกิน 180 องศา (hyperextension) ทั้งนี้ทั้งนั้น Hypermobility สามารถที่จะเป็นมาตั้งแต่เกิดตามธรรมชาติ หรือเกิดจากการฝึก เช่น โยคะ หรือยิมนาสติก เป็นต้น

ในการฝึกโยคะส่วนใหญ่แล้วหลายคนจะคิดว่าถ้าเรายิ่งตัวอ่อนยิ่งดี เราจะฝึกโยคะได้เก่ง บางครั้งนักเรียนโยคะหลังอ่อนอยู่แล้ว แต่กลับไปเน้นการฝึกอาสนะทำให้หลังอ่อนเข้าไปอีก มิหน่ำซ้ำคนที่ Hypermobility มีแนวโน้มว่าเวลาเข้าอาสนะต่างๆ แล้ว แทบจะไม่รู้สึกอะไรเลยครับ บ่อยครั้งพวกเขาจะเหยียดข้อต่อแบบเต็มมุมการเคลื่อนไหว ซึ่งมันไม่เป็นผลดีครับ
ยกตัวอย่างเช่น การเหยียดเข่าจนสุดในท่าสามเหลี่ยม หรือเหยียดศอกตึงสุดในท่า Plank (ดังรูป) แทนที่จะเป็นการเกร็งกล้ามเนื้อรอบๆ ข้อต่อเพื่อให้กล้ามเนื้อพยุงข้อต่อเอาไว้ กลับกันพวกเขาเหล่านั้นมักจะใช้การเหยียดข้อต่อจนสุดเพราะมันใช้แรงน้อยกว่าเหนื่อยน้อยกว่า แต่ผลที่ตามมาหากฝึกแบบนั้นนานวันเข้าจะทำให้ข้อต่อรับน้ำหนักมาก และมีโอกาสทำให้ปวดข้อมากขึ้นด้วยครับ

อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญมากคือ ข้อสะโพกครับ การเปิดข้อต่อสะโพกเป็นอะไรที่พวกเราชาวโยคะชอบกันมาก เนื่องจากว่าการเปิดสะโพกถือเป็นกุญแจสำคัญในการเข้าอาสนะต่างๆ จนบางครั้งเราเปิดจนสะโพก Hypermibility เช่นกัน ซึ่งสะโพกของเราเป็นฐานของกระดูกสันหลังครับ หากสะโพกของเราหย่อนตัวเกินไปมันจะส่งผลให้แนวกระดูกสันหลังอ่อนยวบ เวลาท่า Plank เราจะพบว่าหลังยวบๆ ครับ (หากไม่เกร็งกล้ามเนื้อให้ดี) (ดังรูป)

จำได้ไหมครับว่า Mobility ประกอบด้วย ความแข็งแรง ความอ่อนตัว และการควบคุม หากเราคิดเป็นคะแนน เราทำคะแนนความอ่อนตัวสูงปรี๊ด แต่คะแนนความแข็งแรงและการควบคุมเราต่ำเตี้ย ร่างกายก็ไม่สมดุล และแน่นอนความสามารถในการเคลื่อนไหวของเราก็ลดลงครับ

ไม่เชื่อลองทดสอบดูครับ
บางคนหลังอ่อน ทำ Headstand ไม่ได้ เพราะหลังยวบ
กลับกัน บางคน Headstand ได้ง่ายดาย แต่โค้งหลังไม่ได้ เพราะหลังแข็งเกิน

และเหมือนที่พูดบ่อยๆ ครับ โยคะ คือ ความสมดุล ผมมองว่าความสมดุลในที่นี้ควรที่จะสมดุลในทุกมิติ เพราะหากร่างกาย ไม่สมดุลเกิดการเจ็บป่วยเกิดความไม่สบายกาย เช่นนั้นแล้ว จิตของเราจะสงบได้เช่นไร ดังนั้นในแง่อาสนะแล้วเราก็ควรทำให้เกิดสมดุลด้วย จริงไหมครับ

ต่อไปนี้คือ 3 เทคนิคในการฝึกอาสนะ

1. อย่าเหยียดข้อต่อจนสุด
ดังเช่นที่ผมมักจะพูดในคลาสว่า “เหยียดเข่าตึงแค่ 98% แล้วเกร็งกล้ามเนื้อรอบเข่าพยุงไว้” มันไม่ได้ใช้ได้แค่ข้อเข่า แต่มันใช้ได้ในทุกข้อต่อครับ

2. ฝึกอาสนะให้สมดุล
หากฝึกอาสนะยืดเหยียดแล้ว อย่าลืมฝึกอาสนะแข็งแรง หากฝึกเข้าท่าแล้ว อย่าลืมฝึกคลายท่า !

3. ฝึกโฟกัสกล้ามเนื้อ
การจะปกป้องข้อต่อและเอ็นต่างๆ ไว้ได้ คือการใช้กล้ามเนื้อให้ถูกครับ นอกจากจะได้คะแนนความแข็งแรงเพิ่มขึ้นแล้ว สิ่งนี้จะช่วยเพิ่มคะแนนการควบคุม(สติ) ของเราอีกด้วย

แล้วพบกันใหม่โพสหน้าครับ
ครูโยคะมีเครา

#ครูโยคะมีเครา #AdamYoga #adambeardyogi #yogabiomechanics #vinyasa #yogathailand #yogabangkok #yogabkk #yogamen #menyoga #flowyoga #flow


Create Date : 10 ตุลาคม 2562
Last Update : 10 ตุลาคม 2562 10:41:45 น. 0 comments
Counter : 41 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
ลูกชิ้นของฉันอร่อยจุงเบย
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




: Users Online
Friends' blogs
[Add ลูกชิ้นของฉันอร่อยจุงเบย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.