India @Day4 Mysore



Day4 วันพุธที่ 6 กุมภาพันธ์ 2556

อาหารเช้าที่ Sandesh ดีกว่าเช้าวันก่อนมากเลย อิอิ ค่อยยังชั่ว

โรตีแกงไก่ เริ่มเฉย ๆ แล้ว เปลี่ยนดีกว่า วันนี้ขอกินตับแกะทอด (Mutton Liver)

แกะผู้ใหญ่ เรียกว่า Mutton

แกะอายุมากกว่า 1 ปี เรียก Hogget

แกะอายุน้อยกว่า 1 ปี เรียก Lamb

ในใจคิดว่า น่าจะมีข้าวเหนียวนึ่งร้อน ๆ มากินคู่กัน 555 Smiley


เมื่อวานลืมบอกว่า พอมาถึงโรงแรมปุ๊บเค้าเสิร์ฟน้ำมะม่วง อร่อยมากกกก

เช้านี้ก็เลยไม่พลาดที่จะกินน้ำมะม่วง  อร่อย ลื้มมมมมม

ข้อห้ามสำหรับอินเดีย ห้ามดื่มน้ำที่ไม่ Seal ฝาขวดสนิท และห้ามซื้อกินตามข้างถนน

นี่คือความเสี่ยงสูงสุดที่คนท้องถิ่นเองก็ยังเตือน

โดนเตือนมาขนาดนี้ ในโรงแรม เราก็ยังแอบกลัวการดื่มน้ำที่ไม่ Seal

แต่น้ำมะม่วงที่นี่เกินห้ามใจจริง ๆ แหะ ๆ ท้องไม่เสีย รอดมาได้

- - -

ระหว่างรอ Supplier มารับไปดู Plant 

จนท.MARคนไทยก็นำเสนอร้านผ้าพันคอแคว้นแคชเมียร์ 

ที่เป็นร้านของรัฐบาล มี Shop อยู่ใต้โรงแรมนี้


ทำมาจากขนจามรี นุ่ม บาง เบา รูดผ่านแหวนได้ตลอดผืนโดยไม่ติดเลย

เค้าว่าอุ่นมาก ทั้งที่บางขนาดนั้น แต่ราคาก็สมฐานะเลยล่ะ

สนนราคาอยู่ที่เกรด A++ ผืนละ 5000 กว่าบาท

เราก็เลยไม่ซื้อเกรดนี้ เพราะมันไม่สมฐานะเรา 555

ดูแค่ผืนที่รอง ๆ ลงมา ราคาสักครึ่งหนึ่ง มา 3 ผืน คือ ของเรา แม่สา(มี) และแม่เรา

ขนหน้าแข้งหายวับ 

- - -



แล้วรถก็มารับเราไปดูโรงกลั่นแอลกอฮอล์ที่มีเครื่องจักรที่เราต้องการติดตั้งอยู่

ใช้เวลาดูราว 3 ชั่วโมง นึกว่าจะให้ชิมแอลกอฮอล์ แหะ ๆ

เค้าให้ชิมชาจากแคว้นอัสสัม ใส่นมควาย หอมดี ไม่คาวสักนิด จนต้องหาซื้อชานี้มาฝาก

(เรื่องงานเล่าน้อยนะ 555 เอาเรื่องเสร็จงานยาว ๆ )

- - -

วันนี้เป็นวันแรกที่เราไม่ต้องย้ายโรงแรมทุกวัน ๆ กระเป๋าเราใหญ่มากกกกก

ใส่ของที่ระทึกจากบริษัทมา ขอบคุณ ที่เค้าให้ความอนุเคราะห์ดูงานน่ะ

กลับมาที่โรงแรม วันนี้กินข้าวเที่ยงที่ร้านบุฟเฟต์ใต้โรงแรมเลย เพื่อความรวดเร็ว

ทางเข้าเป็นประตูถังเบียร์ผ่าครึ่งตามแนวยาว

(ตามแนวขวางก็คงต้องคลาน ลอดเข้าไปล่ะวะ เหมือนฝึก รด. 555 จะบอกทำไม๊)


แต่งร้านด้วยช๊อปเปอร์ รถเปิดประทุน มืด ๆ อย่างก่ะ Pub เข้าใจว่ากลางคืนก็คงเป็น Pub หรือเธคแน่ ๆ

ตักเต็มที่ หัวละประมาณ 500 บาท

เจออีกแร๊วววว นาน กะแกงไก่ เห็นเราเป็นต่างชาติ ต้อนรับด้วยอาหารประจำชาติตลอด ๆ


ที่มันมาคู่กับแกงไก่ คือ หอมแขก หอมแดงยักษ์นั่น

ขนาดนกว่า เป็นคนที่กินหอมพวกนี้เก่งฝุด ๆ แล้วนะ ยังเริ่มมีอาการ

ยำไก่ย่างอร่อยเว่อ

เค้าว่าเค้าหมักไก่ย่างแบบ Inside-out มันเลยเข้าเนื้อ ไม่เหมือนบ้างเรา หมักตรงข้ามเลยได้รสแค่ผิว ๆ

- - -


อิ่มแล้วต้องรีบไปต่อ เพราะเดี๋ยวจะเย็น พระราชวังไมซอร์จะปิด

อย่างที่บอกว่าอังกฤษตีเมืองไมซอร์นานเป็น 3 เดือน ก็ไม่แตกสักที

มาแพ้เค้าตอนที่ ทหารเอก ฆ่าล้างครัวกษัตริย์กลางดึกคืนหนึ่ง

แล้วออกไปเปิดประตูเมืองให้เค่าเข้ามาอย่างง่าย แล้วก็แต่งตั้งให้มันเป็นกษัตริย์

อยู่ต่อมา 2 ปี วังเดิมซึ่งเป็นไม้สักทั้งหลังเหมือนถูกสาป เกิดไฟไหม้วอดวาย

เหลือแต่ประตูเงิน 2-3 บาน ที่เหลือเอาไว้

อังกฤษก็เลยอาสาสร้างให้ใหม่ เลยเป็นสถาปัตยกรรมแบบยุโรป



ไกด์ (ที่เราจ้าง โครตดุ แบบว่ามีคนเดินตามมาหยุดฟัง เค้าบอกว่าต้องการไกด์ใช่มั๊ย ห้ามฟัง เดินไป ๆ งี้) อธิบายว่า

พื้นกระเบื้องจากอังกฤษ หินอ่อนจากฝรั่งเศส เสาจากสก๊อตแลนด์ โคมไฟจากอิตาลีบ้าง ฯลฯ

มีรูปเขียนของราชวงศ์ใหม่ แบบสามมิติ เช่น ม้าและคนจะหันหน้าตาม ไม่ว่าเราจะดูจากมุมไหน

แต่จะย้ำหลายครั้ง ว่า กระเบื้องมาจากอังกฤษ แบบว่า เหยียบย่ำเข้าไปงี้ อาจเจ็บช้ำไม่กล้าถาม


ภายในห้ามถ่ายรูป ต้องฝากกล้องใหญ่ไว้ด้านนอก และรองเท้าไปฝากไว้ที่ทางเข้า


ความรู้สึกตอนเข้าไปด้านใน มันก็สวยนะ แต่มันไม่ภูมิใจเลย คงถูกสาปไว้จริง ๆ

ใหม่ ใหญ่ สวย แต่มันแลกมากับความเจ็บช้ำเยอะไปหน่อย จนสัมผัสได้

(ความรู้สึกไม่เหมือนกับวันต่อมาที่ไปวังฤดูร้อนไม้สัก เก่า ๆ ที่กษัตริย์องค์สุดท้าย ที่สู้กับอังกฤษจนตัวตาย)




ยอดปราสาทเป็น แหลม ๆ เหมือนสายล่อฟ้านั่น เค้าเล่าว่าเป็นทองคำ



เอาเถอะ มาเที่ยวแล้วก็ต้องเก็บภาพที่ระทึกกลับไป ระหว่างที่เราถ่ายรูป มีคนแอบถ่ายรูปเราอีกต่อ


รูปคู่ในรอบหลายเดือน จนจำไม่ได้ว่าครั้งล่าสุดถ่ายคู่กันเมื่อไหร่


แอ๊กชั่น แชะ ๆ ด้วยกล้องหน้า คนแถวนั้นเค้าท่าจะว่าอีนี่บ้าไปแระ

นอกจากจะหน้าซีด ๆ ผิว ๆ ขาว ๆ ซีด (ไม่เห็นจะคมเข้มเหมือนพวกชั้น)

เหมือนคนป่วย ... ละยังจะยิ้มใส่มือถือตัวเองอีก 555


รูปนี้น่าจะเอาไปโฟโต้ช็อป ใส่สาหรี ท่าจะเข้าท่าเนอะ


เดินออกมาก็เจอพวกขายของที่ระลึก พัดไม้จันทน์หอม เหมือนเวลาเราไปเที่ยวท่าขี้เหล็ก

เค้าตื้อขาย ตอนแรกบอก 100 รูปี (60 บาท)ให้พี่ร่วมคณะ (หน้าตาเหมือนญี่ปุ่นสุด เค้าว่าดูรวยสุด)

พี่เค้าก็ไม่ซื้อ เดินตามไปจนถึงรถ ราคาลดลงระหว่างทางเรื่อย ๆ จนเหลือ  20 รูปี 12 บาท ก็ปิดการขายไม่ได้

- - -

เกือบจะค่ำแล้ว เราไปต่อกันที่ วัดฮินดู Sri Chamundeswari Temple


เป็นเขาสูงกลางเมืองไมซอร์เลย ระหว่างทางมีจุดพักชมวิว


เหลือบไปเห็นรถไอติม เติมน้ำตาลกันหน่อยดีกว่า เพราะไม่รู้จะได้กินข้างเย็นกี่โมงกัน


ไอติมยี่ห้อ Joy กินแล้วอารมณ์ดี ไม่เชื่อดูหน้าเจ้านาย อิอิ

(ถ้านายเข้ามาอ่าน หนูขอโทษนะคะ ที่เอารูปนี้มาเผยแพร่ ทั้ง ๆ ที่พี่ห้ามหนูแล้ว)

บรรจุภัณฑ์ที่นี่เป็นกระดาษ เพราะมีกฎหมายควบคุมการใช้พลาสติก

จะใช้ก็ได้แต่เสียภาษีเพิ่มนะ งี้ (Take home ต่าง ๆ คนซื้อต้องจ่ายค่าถุงเพิ่ม)

เพราะเค้าคิดว่าขยะพลาสติกมีมากจนกำจัดไม่ทันแล้ว เลยออกกฎหมายลดกันที่ต้นเหตุเลยดีกว่า

อย่างมุมขวาล่างของป้ายเขียนว่า Plastic Free Zone ก็จริง แต่ชะโงกไปหลังขอบถนน พลาสติกเพียบเลย

เอิ่มนะ Smiley


ตำนานว่าไว้อสูรหัวกระบือ Mahishasur (Mahishasura) อาศัยอยู่ที่ไมซอร์ ชาวบ้านพากันหวาดกลัว 

ต่อมาได้ถูกพระนาง Chamundeshwari ของภูเขา Chamundi ฆ่าตาย 

จึงมีการจัดงาน Dussehra เพื่อฉลองที่ ความดีสามารถเอาชนะความชั่วได้ 

ซึ่งชาวบ้านจะบูชาพระนางด้วยดอกไม้ และมะพร้าว 

เอาไว้ใช้เป็นของไหว้ในวัด โดยหลังจากนำของไหว้ ไปไหว้พระในวัดแล้ว

ต้องนำมะพร้าวสองใบนั้น มาทุบให้แตก  แล้วนำน้ำมะพร้าวด้านในไปราดตรงกลางของหลุม 

จากนั้นให้โยนมะพร้าวลงไปหนึ่งลูก  ส่วนอีกลูกเก็บกลับบ้านไปบูชา 


ต่างศาสนา แต่ไม่ต่างคำสอน ศาสนาไหนก็สอนว่า ความดีชนะความชั่วเสมอ ๆ

Trip นี้เจอแต่คนดี ที่นี่ คนดีค่อ คือคนขายดอกไม้กับมะพร้าวนี่แหละ

เราถามว่า ราคาเท่าไหร่ เค้าก็บอกว่า 60 รูปี (36บาท) 

แต่ก็บอกว่า แต่ตอนนี้วัดปิด จะเปิดอีกที 1 ทุ่มครึ่ง ถึงจะเข้าไหว้ได้

(ถ้าไม่ค่อยดี คงสักแต่ว่าขาย ไม่ห้ามเราถ้าเราจะซื้อ แล้วก็ปล่อยเราถือดอกไม้รอจนกว่าวัดจะเปิด)


เราก็รอไม่ไหวจริง ๆ เลยลงเขามาก่อน มาถึงรูปปั้นอสูรที่ว่า

เจอเด็กแกะสลักหินทราย ตอนแรกน้องแกเก็บร้านละ 

แต่พอเห็นรถมาจอด แกเปิดไฟ แล้วแกะหิน ตอก ๆ ทันที แหม ๆ โอกาสขายของมาแล้ว


พี่ร่วมคณะ ซื้อวัวหนักราว 2 กิโลกรัมกลับมาด้วย จะเอาไปทำบุญที่วัดฮินดูในไทย

วัวเป็นพาหนะขององค์พระศิวะ ราคาไทยต่อ อินเดียยอมขาย 1,200 บาท

เราได้แต่องค์ทองเหลืองเล็ก ๆ ของครอบครัวพระพิฆเนศเท่านั้น

จากองค์ละ 100 รูปี เหลือ 4 องค์ 300 รูปี จริง ๆ คิดว่าลดได้อีกแหละ แต่สงสารเค้า (หน้าบางขนาด)

- - -

กลับลงมากินข้าวเย็นค่ำมืด วันนี้กินที่ร้านอาหารในเมืองไมซอร์


เย็นนี้กินไม่ไหวแล้วอ่ะ ดึกแล้ว ขอซีซ่าสลัด ฉบับอินเดียแล้วกันนะคะ

น้ำมะดาวโซดาที่นี่ลูกทุ่งขนาด โซดา น้ำเชื่อม มะนาวแว่น มาให้ปรุงเอง 555


นอน ๆ เหนื่อยมาทั้งวันละ

(ยังไม่ให้ Comment นะคะ ต้องอ่าน 6 วันให้หมดก่อน ทรมานสมที่รอคอยไง)





Create Date : 24 กุมภาพันธ์ 2556
Last Update : 5 ตุลาคม 2559 9:47:33 น. 0 comments
Counter : 1258 Pageviews.

Envi_NY
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 19 คน [?]




คุณแม่ลูกสอง ทำงานนอกบ้าน เวลาน้อย นาน ๆ จะมีเวลาเขียนบล็อก
add facebook นก โดยClick ที่รูปนี้
ชื่อ log in - -> Varissaporn Opapongpan



บ ล็ อ ก ที่ เ ขี ย น ล่ า สุ ด บ ล็ อ ก ท่ อ ง เ ที่ ย ว บ ล็ อ ก เ ก่ า - เ ก่ า ม า ก

Credit
New Comments
Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2556
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
2425262728 
 
24 กุมภาพันธ์ 2556
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Envi_NY's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.