W : Next : รหัสสังหารข้ามจักรวาล (5) : Home Coming



.......

       "รู้สึกเหมือนจากไปนานเป็นร้อยปีเลยแฮะ?"

    - โคโลนี Luna 2 [Artemis] นครหลวง อาร์เมทิสซีตี้ เวลา 10:45 น.
     
         
จอห์นนี่ คิดไปพลางเดินย่ำไปตามถนนขาวสะอาดร่มรื่นเต็มไปด้วยมวลหมู่แมกไม้ตัดกับแสงอาทิตย์(ที่เกิดจากดวงอาทิตย์เทียมอเนกประสงค์ที่ติดตั้งไว้ในตัวอาณานิคม)อันสดใสบรรยากาศร่มรื่น
      ชายหนุ่มอยู่ในชุดสูทสีขาวกำลังลากกระเป๋าเลื่อนมาตามทางสตรีทวอลค์ การจราจรบนท้อวถนนไม่ได้ติดขัดอะไรมากนักด้วยเป็นย่านชานเมืองที่ผู้คนไม่ได้อยู่กันอย่างหนาแน่นพลุกพล่านเหมือนในเมืองใหญ่
      เสียงนกร้องรับอรุณดังเซ็งแซ่ หากแต่ถ้าใครสังเกตดีๆ จะเห็นว่านกเหล่านี้ไม่ใช่นกจริงๆ แต่เป็นชีวจักรกลที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการลาดตระเวน จับตา ความเรียบร้อยและระเบียบภายในย่านชุมชนของหน่วยราชการประจำเมือง 
     จอห์นนี่ จ้องมองพวกมันร้องเพลงและเกาะเกี่ยวแมกไม้เล่นไปมาตามร่มไม้ใหญ่ระหว่างที่เดินมาตามทางเดิน ชายหนุ่มขยับแว่นกันแดดที่สวมใส่ แสงแดดสะท้อนกับผมสีทองของเขาจนดูแวววาว เขาสังเกตชีวิตบนถนนตามทางเดินที่ไม่ได้กลับมาเจอนับเดือน ชาวเมืองเริ่มออกจากบ้านมาใช้ชีวิตประจำวันกันตามปรกติ บ้างก็ทำงานบ้าน รดน้ำต้นไม้ตัดแต่งทำสวนกันไป เด็กตัวเล็กๆ 2-3 คน วิ่งเล่นผ่านหน้าของเขาไป พลางยิ้มหัวร่อต่อกระซิกราวกับไม่มีเขาเดินอยู่ร่วมถนนด้วย
   ช่างเป็นชีวิตที่เรียบง่ายจนน่าเหลือเชื่อจริงๆ........เขาคิดพลางมองตามแผ่นหลังของเด็กกลุ่มนั้น .....ชีวิตที่ไม่ต้องรับรู้ความโหดร้าย,สงคราม,การดิ้นรนเอาชีวิตรอด เหมือนของเหล่านั้นไม่เคยมีอยู่จริงแต่ก็นั่นละ มันทำให้เขารักและชื่นชอบวิถีชีวิตเช่นนี้

"หายหน้าหายตาไปนานเลยนะคะ ......คุณนายหน้าจัดหาทัวร์"
      เสียงใสๆลอยมาจากด้านบน......จอห์นนี่ เงยหน้ามองตามเสียง ต้นตอมาจากบนต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นตรงขอบถนนด้านหน้าสี่แยกไฟแดง ร่างของเด็กสาวผมสีน้ำตาลไว้เปียยาว สวมแว่นตาหนาเตอะในชุดเครื่องแบบนักเรียนหญิงโรงเรียนไฮสคูลสีดำ แขนเสื้อสีขาวที่มีสัญลักษณ์ดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยวอันเป็นโลโก้ของวิทยาลัย โรงเรียนประจำ ลูน่า.ทู ปักอยู่ เธอกำลังนั่งอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่รอบไม๊นกจักรกลบินวนไปมา พลางส่งเสียงคล้ายๆสัญญานเตือน ในมือของเธอมีสมุดสเก็ตช์ภาพและดินสเหมือนกำลังอยู่ระหว่างขะมักเขม้นวาดอะไรลงสมุด

"สวัสดีค่ะ จอห์นนี่" เด็กสาวทักทายสวัสดี

"สวัสดีมานา" ชายหนุ่มทักทายตอบก่อนจะส่งยิ้มให้เด็กสาว ระหว่างนั้นข้อมูลบางอย่างค่อยๆปรากฏขึ้นในสายตาของเขา

- ชื่อ : มานา ไบรน์เน่
- อายุ : 14 ปี
- ฐานที่อยู่ : เกรย์วิชวิลเลจ 57/3 ชานเมืองลูน่า 1
- สถานะ : นักศึกษาปี 3 ของสถาบัน Luna City
- สาย : จิตรกรรมและทัศนศิลป์
- ครอบครัว : อาศัยอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์
- ระดับความเสี่ยงที่จะเป็นภัย : ปลอดภัย
   
    
"ว่าแต่ขึ้นไปทำอะไรอยู่บนนั้นน่ะ? อันตรายนะลงมาเถอะ" เขาปรามการกระทำของเด็กสาว หล่อเริ่มขยับตัวโดยมีนกจักรกลบินวนรอบๆตัวของเธอ พลางส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้วว่า "อันตรายๆ" อีกตัวก็ส่งเสียงประกาศ "การกระทำของคุณ อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุและสร้างความเสียหายต่อสาธารณะสมบัติในมาตรา....."
    เด็กสาวปิดสมุดสเก็ตภาพแล้วเอาโลกไล่พวกนกอย่างรำคาญมากกว่าที่จะโกรธ "รู้แล้วน่าๆ....นิดหน่อยๆแค่นี้ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายอะไรสักหน่อย เชอะ!!" เธอบ่นก่อนจะค่อยๆไต่ต้นไม้ลงมา....

"ระวัง!!" จอห์นนี่ตะโกน

     อารามรีบร้อนทำให้ขาข้างหนึ่งของเด็กสาวก้าวพลาดทำให้ร่างของเธอร่วงลงจากต้นไม้ใหญ่ทันที!!
"ว้ายยยย!!!!" 
       ตุ้บ!! 
      เด็กสาวหลับตาปี๋ หากแต่เมื่อลืมตาขึ้นร่างกายของเธอยังไม่บุบสลายแต่อย่างใด แต่กลับอยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่มผมทอง ที่ร่วงหล่นลงบนพื้นมีเพียงแค่สมุดสเก็ตอย่างเดียว เศษใบไม้ปลิวสไวเกลื่อนร่างคนทั้งสอง

"ระวังๆหน่อยสิ เธอไม่ใช่เด็กเล็กๆแล้วนะ" เขาปรามด้วยน้ำเสียงจริงจัง  ทำเอาเด็กสาวแว่นโตหน้าแดงก่ำ ก่อนจะแก้เขินด้วยการทุบแผ่นอกกว้างของชายหนุ่มเบาๆ แล้วรีบพูด "รู้แล้วๆช่วยวางหนูลงก่อนเถอะค่ะ!!"
    จอห์นนี่ค่อยๆคุกเข่า วางร่างของเธอลงอย่างนุ่มนวล เธอรีบปัดเนื้อปัดตัวก่อนจะเดินไปเก็บสมุดวาดรูปที่ตกอยู่ใต้ต้นไม้ เหล่านกจักรกลต่างพากันบินจากไป
ชายหนุ่มเลื่อนกระเป๋าไปไว้ข้างๆตัว พลางเอามือเท้าสะเอวแล้วถามเธอว่า "แล้วนี่อุตริปีขขึ้นต้นไม้ไปทำอะไรละนั่น?" 
     มานาชี้นิ้วไปยังบ้านบ้านที่อยู่ฝั่งตรงข้าม 

"พอดีบ้านหลังนั้นเพิ่งปรับปรุงหลังคาใหม่น่ะคะ หนูชอบดีไซน์น่ะ เลยจะปีนไปดูใกล้ๆจะได้วาดได้"

จอห์นนี่ส่ายหัวพลางว่า "จะลำบากเกินไปละมั้ง? ทำไมไม่ใช่กล้องดิจิตอลถ่ายภาพแล้วปรับมุมเอาละ สะดวกกว่านะ?" 

"ก็บางครั้งคนดราก็ควรพึ่งพากำลังของตัวเองมากกว่าพึ่งพาความสะดวกสบายจากเครื่องจักรบ้างนี่คะ" เธอตอบด้วยสีหน้าเฉยเมย

คำพูดของเธอทำให้เขาหัวเราะออกมาเบาๆ .....ขณะที่เด็กสาวจ้องมองร่างกายของเขาตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้าก่อนจะเอ่ยปากขึ้น "ให้เดานะ คุณคงกลับมาจากการพักร้อนสิท่า?"

ชายหนุ่มส่ายศรีษะอย่างอารมณ์ดีก่อนจะตอบ  "ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดีสิ ...แต่ขอตอบว่า โน! ฉันเพิ่งจะกลับมาจากงานสัมนาผู้ประกอบการบริษัททัวร์"

เด็กสาวพยักหน้าอย่างเข้าใจ "คงจะน่าเบื่อพอกับงานปฐมนิเทศของร.ร.หนูสินะ"

เขาหัวเราะกับคำพูดของเธอ .....เด็กสาวยิ้มให้กับเขา ก่อนจะเอ่ยปาก "ยังไงก็ยินดีต้อนรับกลับมานะคะ มิสเตอร์วัตสัน"
 
จอห์นนี่ยิ้มรับให้กับอัธยาศัยของเธอ "เช่นกัน ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ คุณหนูมานา"
   ถ้าให้บอกตามความรู้สึกตรงๆ การได้เจอเด็กสาวคนนี้เป็นคนแรก นับตั้งแต่กลับจากงานมายังลูน่าทูอีกครั้ง สร้างความยินดีในใจของชายหนุ่มค่อนข้างมาก นับตั้งแต่อพยพมาสร้างตัวตนใหม่บนดาวเคราะห์โคโลนี่แห่งนี้ หนึ่งมีกลุ่มคนที่พวกเขาน่าจะนับเป็นมิตรสหายในที่แห่งนี้ก็มีเด็กสาวคนนี้รวมอยู่ด้วย เขาเองก็จำไม่ได้แน่ชัดแล้วว่าครั้งแรกที่ได้พบเธอนั้นเป็นอย่างไร แต่ด้วยความที่บ้านพักของเขา(และซิก) อยู่ในย่านละแวกชานเมืองใกล้ๆกันก็เป็นได้ ทำให้เขาพบเธออยู่เป็นประจำ คัวของเขานั้นค่อนข้างชอบในนิสัยของเธอ ที่เป็นเด็กสาวช่างเรียนรู้ ซักถามและกระตือรือร้นในเรื่องต่างๆ ไปจนถึงที่เขาสนใจในฝีไม้ลายมือในการวาดรูปของเธอ ซึ่งเป็นอีกด้านของชีวิตที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน

อีกแง่มุมหนึ่ง ตัวขอวเธอชวนให้เขารำลึกถึง มิสเตอร์ เทราซาว่า.....
  "แล้วนี่กำลังจะเข้าบ้านรึคะ?" เด็กสาวถามต่อ
  "ใช่แล้วละ.....มาเจอเธอเข้าซะก่อน'' เขาตอบ
มานาเอานิ้วชี้เท้าคางทำท่าใช้ความคิด "มิน่าเมื่อเช้าหนูเห็นมีรถส่งของมาส่งพัสดุที่หน้าบ้านของคุณเยอะแยะเลย" 

    จอห์นนี่ ได้ฟังมาถึงตรงนี้ก็ชะงักไป เขานึกสงสัยว่าพัสดุอะไรกัน? แต่พอจะถามเธอต่อก็มีเสียงๆหนึ่งดังขึ้นมา

"โฮ้ะๆๆๆๆๆๆๆ"
.
.
.
.
    เสียงหัวเราะแหลมเล็กเจาะโสตประสาทของผู้ที่ได้รับฟังอันแสนคุ้นเคยดังมาตามสายลม .....ชวนให้ชายหนุ่มรำลึกได้ถึงหนึ่งในสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ที่อยู่ในโคโลนีแห่งนี้เช่นกัน
.
.
.
"โฮะๆๆๆ....โผล่หัวออกมาจนได้นะคะ มิสเตอร์วัตสัน!!"
   
      จอห์นนี่หันหน้าไปตามที่มาของเสียง ที่นั่น ตรงหัวมุมถนน มีร่างเล็กๆของเด็กสาววัยไม่เกิน 12 ปี ใส่ชุดเดรสสีแดง ทรงผมยาวเกลียวสว่านสีส้ม สวมผ้าคลุมขนเฟอร์สีขาว ยืนกอดอกมือถือพัดมาดราวกับ ราชินีตัวน้อยๆ ส่งสายตาหยิ่งผยองคมกริบพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้เขาแต่ไกล
    
     จอห์นนี่แทบสะดุ้ง เมื่อเห็นเธอหากไม่นับศัตรู หรือบรรดาอันตรายในโลกมืด(ยังไม่รวมไปถึงความหื่นของซิกฟรีด) ในโลกหน้าฉากอันแสนสงบสุข เด็กหญิงคนนี้นี่แหละกลับเป็นสิ่งที่เขาต้องระวังอย่างที่สุด!!!
 .
.
.
.
แต่จะบอกว่า"เด็กหญิง"คงไม่ถูกเสียทีเดียว

"อ่ะ.....เอ่อ สวัสดีครับ มิสคริสตัล ควินซ์ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ" เขาทักทายและพยายามยิ้มอย่างเป็นมิตรที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยไม่เสแสร้ง......
 
"โฮะๆๆๆๆ......แหมๆ อย่าทำมาเป็นพูดแก้เก้อเลย คุณต่างหากที่ต้องอธิบายมา ที่อยู่ๆก็หายหน้าหายตาไปค่อนเดือนเอาดื้อๆ!!" เธอพับพัดในมือเก็บก่อนจะขยับตัวด้วยความเร็วมาประชิดตัวเขา!! แล้วเขย่งเท้าเชิดหน้าขึ้นมาประจันหน้ากับชายหนุ่ม

"คุณจะต้องชดเชยที่หนีหน้าชั้นหายไปดื้อๆ!!"

ข้อมูลของฝ่ายตรงข้ามโผล่จากบันทึกในสมองของเขาโดยอัตโนมัติ (แม้จะไม่อยากจำก็เถอะ)
ชื่อ : คริสตัล ควินซ์
อายุ : 41 ปี (ใช่... 41 แล้ว) 
ฐานที่อยู่ : อาคารนูโวโฮเต็ล ห้อง L-53D อาเมทิสCity

สถานะ : บุตรีและทายาทของตระกูลควินซ์ เจ้าของกิจการ โลจิสติกส์นำเข้าสินค้าขนาดยักษ์ของระบบดาวเคราะห์ ลูน่า 2
ตำแหน่ง : CEO ของบริษัท
ครอบครัว : พ่อแม่หย่าร้าง
ระดับความเสี่ยง : ไม่เป็นอันตรายยกเว้นความปลอดภัยต่อโสตประสาท


หากว่า มานา เป็นมิตรสหายคนหนึ่งที่เขายินดีที่จะได้พบเมื่อกลับมายังโคโลนีแห่งนี้ เด็กหญิงตัวจ้อยที่กำลังเขย่งตัวยื่นหน้าเข้ามาหาจนแทบจะชนหน้าเขาอยู่รอมร่อในตอนนี้ ก็เป็นดั่งขั้วตรงข้ามที่เขาไม่อยากพบเจอ......ที่จะว่าไปการเรียกหล่อนว่าเด็กหญิงคงไม่ถูก เพราะเธอคนนี้อายุย่างเข้าเลขสี่ (ตามมาตรฐานชาวอาณานิคมอวกาศ) เข้าไปแล้ว หากแต่ด้วยวิทยาการศัลยกรรมแปลงโฉมอันน่าอัศจรรย์ใจ ก็ทำให้เจ้าตัวอยู่ในรูปลักษณ์ที่อ่อนเยาว์กว่าความเป็นจริงถึง4เท่า!!
      แต่อะไรก็ไม่เท่ากับการแสดงออกที่มีต่อตัวเขาอยู่ทนโท่(แบบที่ใครต่อใครก็ดูออกตั้งแต่มองจากชั้นบรรยากาศ)ว่า ต้องการจะ "จับเขา" และ "มัดมือชก" อย่างโจ่งแจ้งแบบไม่แคร์สายตาธารกำนัล

เธอตวัดพัดในมือมาจนแทบจะทิ่มจมูกของเขาอยู่แล้ว 
"ให้โอกาส 5 นาที ในการแก้ตัวค่ะ!!"
    หล่อนประกาศกร้าว ......แล้วนี่มันเรื่องอะไร ? ที่ตัวของเขาจะต้องมาแก้ต่างชี้แจงกับการที่จะไปไหนมาไหน? ยิ่งเป็นผู้หญิงวัยสี่สิบกว่าๆที่ดันอยู่ในร่างของเด็กวัยไม่เกินประถมกันละนี่? จอห์นนี่ นึกแย้งตัวเองในใจ ก่อนพยายามปรับอารมณ์ เอาน้ำเย็นเข้าลูบเด็กหญิงตรงหน้าช้าๆ

"ต้องขออภัย คุณหนูควินซ์ เป็นอย่างสูงนะครับ ที่ผมไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า แต่นี่เป็นธุระด่วนเข้ามาจริงๆ ทำให้ผมต้องหายหน้าไปนาน" เขากล่าวอย่างนุ่มนวลและปั้นยิ้มให้เป็นธรรมชาติที่สุด

"คุณวัตสัน ไปประชุมสัมนาทัวร์มาค่ะ" มานาเดินมาสมทบ พลางเปิดคอมพิวเตอร์ขนาดพกพาที่ฉายภาพสามมิติงานเลี้ยงของทางสมาคมที่เผยแพร่ออกสื่อโซเชียลของดวงดาวทางช่อง Feed สาธารณะ "นี่ไงคะ"

"เงียบไปซะ!! ยัยเด็กกระฎุมพี!! ชั้นไม่ได้สนทนากับหล่อนย่ะ!" ควินซ์กระแทกเสียง พลางชี้พัดมาทางเธอด้วยอาการเอาเรื่อง เด็กแว่นจึงรีบถอยห่างพลางโบกมือเป็นสัญญาณว่า ไม่ต้องการมีเรื่องด้วย

ควินซ์ หันหน้ามาทาง จอห์นนี่ ต่อ "ทำมาเป็นเมินชั้นง่ายๆแบบนี้ได้ยังไง!! รู้ไว้ซะด้วย บริษัทของคุณถ้าไม่ได้การสนับสนุนจากฉัน ป่านนี้คงไม่รอดต้องไปเตะฝุ่นขายแรงงานแถวๆ มาคิน่า ไปแล้ว!!"
    
คำพูดจากปากของเด็กหญิงเป็นเรื่องจริงกว่า 60% ช่วงแรกๆที่เขา และ ซิก อพยพย้ายมาตั้งถิ่นฐานที่นี่แล้วเปิดกิจการบังหน้า ก็ได้บริษัทของหล่อนคนนี้มาเป็นลูกค้ารายใหญ่ การได้เธอมาเป็นลูกค้าช่วยเปิดคอนเนคชั่นมากมายให้กับพวกเขา จนตั้งตัวและยืนอยู่บนโคโลนี่แห่งนี้ได้อย่างมั่นคงแต่นั่นก็เป็นข้อเสียด้วยเหมือนกัน ก็ไม่รู้ว่าทำไมคุณหนูควินซ์ถึงมาติดอกติดใจในตัวของเขาได้เกินพิกัดซะขนาดนี้?

   จอห์นนี่ยังคงยิ้มแย้มรับกิริยาไร้มารยาทของฝ่ายตรงข้าม เขาค้อมตัวอย่างสุภาพก้มตัวให้กับสาวน้อยจอมเอาแต่ใจก่อนจะพูด "งั้นเพื่อเป็นการชดเชย ผมขอมอบส่วนลดให้กับสำนักงาน หรือ ผู้บริหารของทาง ควินซ์ นับจากนี้ไปเมื่อมาใช้บริการกับทางเราและขอยกเว้นส่าวนต่างในแพคเกจและเซอร์วิสต่างๆแทนการขอโทษด้วยก็แล้วกันครับ"

"แค่นั้นจะง่ายไปหรือเปล่าคะ พ่อหนุ่ม?"
    คุณหนูควินซ์กางพัดในมือออก บนพัดมีโลโก้ตัว แปะหราอันเป็นสัญลักษณ์ของบริษัทของตระกูลเธอ เธอยิ้มเจ้าเล่ห์หลังพัดใบนั้นก่อนจะกล่าวต่อ
"การไถ่โทษของคุณนับจากนี้ไป คือทุกๆวันคุณจะต้องไปทานอาหารกับชั้นสามมื้อทั้ง เช้า,กลางวัน,เย็น ไม่นับรวมที่ทุกคืนคุณจะต้องไปนั่งดื่มกับฉันตั้งแต่ 3 ทุ่มถึงตีสาม จนกว่าฉันจะเบื่อ"
   มานายกมือถาม "ชั้นว่ามันดูไม่ใช่ธุระอะไรที่คุณวัตสันจะต้องไปทำอะไรกับคุณแบบนั้นเลยนะคะ?"
     เธอหุบพัดแล้วหันมาทางสาวแว่นส่งเสียงเอะอะ "ว่าไงนะ?"

   เด็กสาวแว่นหนาพูดเสียงเรียบๆหน้าตาย "ก็ตามนั้นนั่นละคะ ฉันว่าเรื่องที่คุณวัตสันจะไปที่ไหนรึทำอะไรโดยไม่บอกคุณ ...เอ้ย ใครล่วงหน้าก็ถือเป็นสิทธิ์ส่วนตัวของแต่ละคนที่สามารถทำได้ตราบที่ไม่ล่วงละเมิดสิทธิของคนอื่นนะคะ"

เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เด็กหญิงผมเกลียวก็มีน้ำโหขึ้นมาทันที! เธอตรงเข้าไปประชิดร่างของเด็กสาวแว่นหนาจนศรีษะที่เตี้ยกว่าแทบจะชนหน้าอกของหล่อน

"พูดมาตรงๆเลยก็ได้นะว่าชั้นเสียมารยาทน่ะ!?!"

มานายิ้มแห้งๆพล่าวพูดตอบ "คุณพูดแบบนั้นเองนะคะ ชั้นไม่ได้พูดเลย"

"มันจะมากไปแล้วนะยัยเด็กน้อย!! .....หล่อนนั่นละเอาสิทธิอะไรมาสอดเรื่องส่วนตัวของเราสองคน ฉันกำลังคุยธุระกับจอห์นนี่อยู่แท้ๆ มาวุ่นวายอะไรด้วย" ควินซ์พูดอย่างเดือดดาล

"ก็ไม่หรอกคะ ชั้นแค่เจอคุณวัตสันโดยบังเอิญ นี่ก็จะว่าไปแล้วถ้าคุณไม่โผล่มาก่อนฉันก็คงแยกย้ายกับเขาไปไหนต่อไหนแล้ว และฉันก็แค่เสนอความคิดเห็นว่าคุณเร่งรัดคุณวัตสันมากเกินพอดีไปหน่อย"

"อ้อ!! นี่เธอจะหาว่าชั้น...."

ระหว่างที่เเรงตึงเครียดกำลังก่อตัวขึ้นระหว่างสองสาว ก็มีบางอย่างล่องลอยลงมาจากท้องฟ้า

   รถลีมูซีนสีดำขนาดใหญ่คล้ายคลึงกับวิทยาการเก่าจากโลก ค่อยๆเคลื่อนตัวลงมาช้าๆ รถคันนั้นมีตัวอักษร Q ขนาดใหญ่ติดอยู่กลางลำรถ มีเสียงผู้ชายที่ฟังดูสุภาพราวสุภาพบุรุษดังออกมาจากหน้าตัวรถที่ลอยผงาดเหนือร่างของสองสาว

"คุณหนูควินซ์ขอรับ ......หมดเวลาพักเบรคของคุณหนูนานแล้วนะครับ วันนี้คุณมีนัดประชุมบอร์ดบริหารเวลา 11:00 น. กรุณารักษาเวลาด้วย"

เด็กสาวแว่นหนาได้ยินเข้าก็แอบหัวเราะเบาๆก่อนไปกระซิบข้างๆหูของคุณหนูหัวเกลียวสว่าน

"ดูท่าคุณควินซ์เองก็แอบหนีงานมาเหมือนกันนี่คะ?" น้ำเสียงของเธอเหมือนกำลังพยายามกลั้นขำสุดชีวิต ควินซ์เหมือนโดนหักหน้า เธอรีบผละเดินจากเด็กสาวแล้วตรงไปหา รถลีมูซีนลอยฟ้าพลางเชิดหน้าตะโกนใส่เจ้าเครื่องจักรทรงโบราณ

"กลับไปก่อน เซบาสเตียน!! ตอนนี้ชั้นติดธุระอยู่นะ!"

ลิมูซีน พ่อบ้านส่วงเสียงตอบกลับมา "เกรงจะไม่ได้ครับ อาการติดผู้ชายของคุณหนูกำลังจะทำให้ทางบริษัทเสียผลประโยชน์ที่ควรจะพึงได้ไปกรุณาทบทวนด้วยครับ"

เสียงเจื้อยแจ้วจากรถเจ้าปัญญาได้ยินก้องไปทั่วบริเวณย่านชุมชนแห่งนี้ จนคนในละแวกนั้นหยุดกิจกรรมประจำวันออกมาดูข้างนอกว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น

ควินซ์หน้าดำหน้าแดงด้วยความอับอาย เธอพูดกับรถต่อ "ช่วยรักษาหน้าชั้นกันหน่อยสิ!! ฉันกำลังคุยกับจอห์นนี่อยู่ตอนนี้จวนจะได้เรื่องแล้ว"

มานาเดินมาใกล้ๆ พลางกระซิบเบาๆต่อ "หนูว่าคุณรีบกลับไปทำงานดีกว่านะคะ ตอนนี้น่าจะเสียเวลาไปเยอะแล้ว"

"เอ๊ะ!?! หล่อนนี่มาอะไรกับชั้นกันหนักกันหนา ไม่ไปทำธุระของตัวเองมั่งละ!!" เด็กหญิงเอะอะ

"ค่าๆ ฉันเองก็จะไปอยู่แล้ว แค่จะมาบอกว่า คุณวัตสัน เขาไปจากตรงนี้นานตั้งแต่คุณหันไปคุยกับรถลอยฟ้าของคุณเมื่อกี้แล้วอ่ะค่ะ" 

ควินซ์ ได้ยินก็รู้สึกตัวหันหน้ามองไปรอบๆ ก็จริงดั่งว่า วัตสัน เดินหนีไปนานแล้ว......

เหลือเพียงสายตาของบรรดาชาวบ้านละแวกนั้นที่เริ่มจับกลุ่มกันซุบซิบนินทาถึงสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น คุณหนูควินซ์ผู้ยิ่งใหญ่ได้แต่ตัวสั่นงันงกด้วยความโกรธคับอก มีเพียงรถรับใช้เจ้าปัญญาที่ตอบเสียงเจื้อยแจ้วกลับมา......

"ตรวจพบอารมณ์ที่เริ่มจะไม่คงที่ของคุณหนู อาจมีผลต่อสุขภาพจิตในระยะยาวผมสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่จิตแพทย์ มาให้คำปรึกษาด่วนกับคุณได้ทันที ถ้าหากคุณตกลง ...."

"จอห์นนี่นี่นี่นี่นี่นี่.......!!!!!"

ควินซ์ตะโกนอย่างคุ้มคลั่ง โดยที่มานารีบเดินหนีไม่อยู่รอดูสภาพอันน่าสมเพชของคุณหนูผู้ยิ่งใหญ่แม้แต่นิด.......

 



Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2569
Last Update : 25 กุมภาพันธ์ 2569 12:08:55 น.
Counter : 179 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
Share to Facebook

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณhaiku

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

สมาชิกหมายเลข 854948
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



All Blog