น้องทรี ภาค 1
วันนี้เอารูปหลานสาวสุดที่รักมาฝาก ตอนนี้รู้มาก เวลาพาไปส่งให้ยายเลี้ยงเค้าก็จะซึม ๆ พอเราขึ้นรถกันหมดก็ร้องตาม ไปดูรูปกันเลยดีกว่าค่ะ



















Create Date : 21 เมษายน 2553
Last Update : 22 กุมภาพันธ์ 2554 18:18:25 น.
Counter : 492 Pageviews.

0 comment
จุดเริ่มต้น
เห็นหลาย ๆ บล็อคเค้าเลี้ยงลูกกัน เรายังเรียนไม่จบเลี้ยงหลานไปก่อนก็แล้วกัน หลานคนนี้รักมากค่ะ เพราะเราผูกพันกันมาก ตั้งแต่รู้ว่าพี่สะใภ้ท้องนะ เห่อมาก เห่อยิ่งกว่าพ่อมันอีก 5555

กำหนดคลอดจริง ๆ วันที่ 18 สิงหาคม 2552 แต่หมอบอกว่าอยากให้คุณแม่คลอดเอง ก็รอจนกว่าจะปวดท้อง จนกระทั่งวันที่ 3 กันยายน 2552 ก็ได้ให้กำเนิดหลานของข้าพเจ้า (วิธีผ่าออกค่ะ เพราะรอตั้งแต่ตี 3 จนถึง บ่าย 3 ค่ะ ปากมดลูกเปิดแค่ 4 เซ็นเอง) ออกมาตัวแดงมากเลยค่ะ ชื่อจริงได้มาจากเพื่อนสนิทของ อาเอ้เองจ้า ชื่อ ด.ญ.เบญญาภา ชื่อเล่น เท่มากเลย นึกไม่ออก พ่อมันเลยตั้งชื่อว่า ทรี (เลข 3 ค่ะ) เพราะทุกอย่างตรงกับเลข3 หมด คือ เกิดวันที่ 3
เวลา 15.01 (บ่าย 3 นั่นเอง)
น้ำหนักแรกเกิด 3,300 กรัม
พักเตียงที่ 35 ค่ะ

ปัจจุบัน น้องทรี อายุ 7 เดือนค่ะ ตอนนี้กำลังเริ่มซน ชอบเป่าน้ำลาย คลานไวมาก เริ่มมีเสียง จ๋าจ๊ะ อ้อนเก่งมาก ๆ ค่ะ

ไว้คราวหน้าจะนำ คลิป และ ภาพมาให้ชมกันค่ะ



Create Date : 19 เมษายน 2553
Last Update : 22 กุมภาพันธ์ 2554 18:17:43 น.
Counter : 202 Pageviews.

4 comment
ครอบครัว
ความจริงแล้วเรื่องของครอบครัวก็ไม่อยากจะเอามาพูด มาเล่า แต่อยากให้เป็นคำแนะนำมากกว่า เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่าเมื่อ 4 ปีที่แล้วแม่เป็นอะไรก็ไม่รู้นอนอยู่ดี ๆ ประมาณตี 3 ก็มีอาการชาไปซีกหนึ่งจึงพาแม่ไปโรงพยาบาลเมโย เพราะใกล้บ้านมาก ๆ จากนั้นคุณหมอดูอาการแล้วบอกว่าเป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบ ฉีพจรอ่อนแรงมากจะทำอะไรก็รีบทำ ก็เลยถามพ่อว่าเอาไงดี พ่อบอกว่าจะพาแม่ไปโรงพยาบาลทรวงอกเพราะแม่มีประวัติอยู่ที่นั้น (แม่เป็นโรคหัวใจมาก่อน แล้วเคยผ่าตัดที่โรงพยาบาลนั้น) ก็เลยพาแม่ไปโรงพยาบาลคุณดูอาการแล้วบอกว่าตอนบ่ายจะเข้ามาดูใหม่ พอตอนบ่ายคุณหมอก็เข้ามาพร้อมกับพูดว่าคนไข้เป็นโรคเส้นเลือดสมองตีบซีกขวาขยับไม่ได้ พูดไม่ได้ตลอดชีวิต เราถึงกับทนฟังไม่ได้ เลยออกมายืนข้างนอกร้องไห้จนไม่มีน้ำตาแล้ว หมดสิ้นทุกอย่าง แต่ลุงของเราบอกว่าจะรักษาหมอพูดอีกว่าถ้าอยู่ทีนี้หมอก็ให้ได้แต่ยาเท่านั้น ลุงเราเลยขอย้ายโรงพยาบาลไปรักษาต่อที่สถาบันประสาทวิทยา พอไปถึงคุณหมอบอกว่า หายแน่นอนที่นี้เขาเป็นกันเยอะ แต่หายไม่ 100% นะหมอให้เต็มที่ 80% เรากับพ่อก็มีหวังและมีกำลังใจมากขึ้น ที่นี้ดูแลแม่เราดีมาก ๆ พยาบาลมาคอยดูแล พูดจาดี ให้กำลังใจตลอดเวลา เราก็อุ่นใจขึ้น วันที่3 แม่รู้สึกตัวเรากับพ่อดีใจมาก ๆ เลยแม่นอนอยู่ที่นี้ 1 เดือนเต็ม ๆ แล้วหมอก็ให้กลับบ้านทุกวันนี้เรากลายเป็นครู เป็นหมอ เป็นพยาบาล เป็นลูก เป็นซีกขวาของแม่ เป็นทุก ๆ อย่าง เราต้องฝึกให้แม่พูด ให้เดิน อาบน้ำให้แม่ ทำกับข้าว เตรียมยาทำงานบ้าน เรียกว่าเมื่อก่อนแม่เคยทำอะไรให้เรา ตอนนี้กลายเป็นเราทำทุกอย่างให้แม่
อาการของแม่เป็นอาการทางสมอง โรคเส้นเลือดในสมองตีบ เกิดจากเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ มีโอกาสเป็นได้ทุกคน โรงพยาบาลที่รักษาโรคนี้โดยตรงคือ สถาบันประสาทวิทยา อยู่ตรงแยกตึกชัย หลังโรงพยบาลรามา รักษาทุกโรคเกี่ยวกับสมอง ไม่ว่าจะปวดหัว ไมเกรน พาร์กินสัน โรคเส้นเลือดในสมองตีบ รักษาได้หมด ถ้ามีอาการหน้ามืด ชาไปซีกหนึ่ง ไม่รู้สึกตัว ถ้าไปส่งโรงพยาบาลนี้ทันภายใน 3 ชั่วโมงรับรองว่าหายแน่ ๆ
ตอนแรกรับไม่ได้ แต่ตั้งแต่ได้ไปปฎิบัติธรรมแล้วมองเห็นทุกอย่างทำให้ทุกวันนี้ไม่มีคำว่า ท้อ ไม่มีเลย
ขอบคุณพ่อ ที่ทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัวได้อย่างดีเยี่ยม ดีมาก ดีที่สุด
ขอบคุณแม่ ที่อยู่เคียงข้างลูกในวันนี้ ในวันที่ลูกต้องต่อสู้อะไร ๆ ด้วยตัวเองหลายต่อหลายอย่าง
สัญญากับพ่อแม่ว่าจะเรียนให้จบถึงมันจะช้าบ้างอะไรบ้างก็จะตั้งใจ จะทำให้ได้ ขออย่างเดียวอย่าทิ้งกันไปไหน
รักพ่อ แม่ มากที่สุดในโลก



Create Date : 31 มกราคม 2553
Last Update : 28 มกราคม 2554 9:27:58 น.
Counter : 1448 Pageviews.

1 comment

WICHAYAPA
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เป็นคนที่ชอบธรรมะ ชอบการปฎิบัติธรรม นั่งสมาธิ เพราะการทำสิ่งเหล่านี้ทำให้เราสามารถมองย้อยกลับไปดูข้อผิดพลาดในชีวิตได้ เพื่อที่อนาคตจะได้ไม่ทำอีก ที่สำคัญที่สุด "ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว"